<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119849</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2021 20:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2021 20:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมอุตุฯ เผยมวลอากาศเย็นจากจีนเริ่มแผ่ลงมาปกคลุมไทยตอนบน ในช่วง 17-21 ต.ค. อุณหภูมิต่ำสุด 20 องศา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ต.ค.64 - กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า ระบุว่า ในช่วงวันที่ 15-16 ต.ค. 64 ร่องมรสุมพาดผ่านบริเวณภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณอ่าวไทยตอนล่างคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในช่วงวันที่ 17-21 ต.ค. 64 บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้ในช่วงวันที่ 17-19 ต.ค. 64 ร่องมรสุมจะเลื่อนลงไปพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคใต้ตอนบน และภาคตะวันออก ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนน้อย ส่วนภาคกลางตอนล่าง ภาคใต้ตอนบน และภาคตะวันออกยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทยมีกำลังอ่อนลง ทำให้คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อควรระวัง ในช่วงวันที่ 15-16 ต.ค. 64 ขอให้ประชาชนบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยของภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในระยะนี้ไว้ด้วย สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ ควรหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนควรงดจากฝั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคเหนือ&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 15-16 ต.ค. 64 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ลมแปรปรวน ความเร็ว 5-15 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-32 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในช่วงวันที่ 17-21 ต.ค. 64 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10-30 ของพื้นที่ ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-20 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 20-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 15-16 ต.ค. 64 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-20 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในช่วงวันที่ 17-21 ต.ค. 64 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20-40 ของพื้นที่ ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-20 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-32 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคกลาง&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 15-16 ต.ค. 64 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60-80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในช่วงวันที่ 17-21 ต.ค. 64 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-20 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออก&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 15-17 ต.ค. 64 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60-80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในช่วงวันที่ 18-21 ต.ค. 64 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)&amp;nbsp;มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ตลอดช่วง โดยในช่วงวันที่ 15-17 ต.ค. 64 มีฝนตกหนักบางแห่ง ในช่วงวันที่ 15-16 ต.ค. 64 ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในช่วงวันที่ 17-21 ต.ค. 64 ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-34 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 15-16 ต.ค. 64 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในช่วงวันที่ 17-21 ต.ค. 64 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 19-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 26-32 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 15-16 ต.ค. 64 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในช่วงวันที่ 17-21 ต.ค. 64 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20-40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน เฟซบุ๊ก กรมอุตุนิยมวิทยา ได้โพสต์ภาพกราฟฟิก แสดงการพยากรณ์ฝนรวมทุกๆ 24 ชม. 10 วันล่วงหน้า (15 - 24 ต.ค.64) (ระหว่างเวลา 07.00น. - 07.00 น.วันรุ่งขึ้น) จาก ECMWF 2021101412 ระบุว่า&amp;nbsp;เวลา04.00 น.พายุโซนร้อน &amp;quot;คมปาซุ&amp;quot; ได้เคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนาม แล้ว และอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันแล้ว เช้าวันนี้ 15 ต.ค. 64 และจะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ&amp;nbsp;ทำให้มีเมฆมากปกคลุมทางตอนบนของบ้านเรา โดยมีฝนปกคลุมเป็นฝนเล็กน้อยถึงปานกลาง แต่ระยะนี้ ถึง 17 ต.ค.64 ฝนยังมีต่อเนื่อง อาจจะมีฝนหนักบางพื้นที่ &amp;nbsp;เนื่องร่องมรสุมยังพาดผ่านตอนกลางและมรสุมยังปกคลุมของบ้านเรา ยังต้องเฝ้าระวัง &amp;nbsp;แต่หลังวันที่ 18 ต.ค. 64 ฝนจะเริ่มน้อยลง เนื่องจากมีมวลอากาศเย็นจากจีนเริ่มแผ่ลงมาปกคลุมทางภาคเหนือ อีสานตอนบน &amp;nbsp;(ข้อมูลนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงตามข้อมูลนำเข้าใหม่ ใช้เพื่อประกอบการตัดสินใจ )&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119849</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, มวลอากาศเย็น, ฤดูหนาว, ลมหนาว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211015/image_big_6169814247471.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90071</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/01/2021 06:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/01/2021 06:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เตรียมพร้อมลมหนาวมาอีกระลอกอุณหภูมิลดลง 4-6 องศา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ม.ค.2564 กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงระลอกใหม่จากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมถึงประเทศเวียดนามตอนบนแล้ว คาดว่าจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนในวันนี้ (17 ม.ค. 64) ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศหนาวเย็นลงและมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 4-6 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง ทำให้คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น โดยอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยตอนล่างควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 17-20 ม.ค. 64&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านฝุ่นละอองขนาดเล็ก ในระยะนี้ลมที่พัดปกคลุมประเทศไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ฝุ่นละออง/หมอกควันมีการสะสมลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;


	
		
			
			&lt;p&gt;ภาคเหนือ&lt;/p&gt;
			
			
			&lt;p&gt;อากาศเย็นถึงหนาว กับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 2-3 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

			&lt;p&gt;อุณหภูมิต่ำสุด 12-17 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

			&lt;p&gt;อุณหภูมิสูงสุด 28-33 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

			&lt;p&gt;บริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด&lt;/p&gt;

			&lt;p&gt;อุณหภูมิต่ำสุด 5-12 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

			&lt;p&gt;ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.&lt;/p&gt;
			
		
		
			
			&lt;p&gt;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&lt;/p&gt;
			
			
			&lt;p&gt;อากาศเย็นถึงหนาว กับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 4-6 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

			&lt;p&gt;อุณหภูมิต่ำสุด 15-18 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

			&lt;p&gt;อุณหภูมิสูงสุด 28-31 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

			&lt;p&gt;บริเวณยอดภูอากาศหนาวถึงหนาวจัด&lt;/p&gt;

			&lt;p&gt;อุณหภูมิต่ำสุด 6-13 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

			&lt;p&gt;ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.&lt;/p&gt;
			
		
		
			
			&lt;p&gt;ภาคกลาง&lt;/p&gt;
			
			
			&lt;p&gt;อากาศเย็น กับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 2-3 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

			&lt;p&gt;อุณหภูมิต่ำสุด 17-20 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

			&lt;p&gt;อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

			&lt;p&gt;ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.&lt;/p&gt;
			
		
		
			
			&lt;p&gt;ภาคตะวันออก&lt;/p&gt;
			
			
			&lt;p&gt;อากาศเย็น กับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 2-3 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

			&lt;p&gt;อุณหภูมิต่ำสุด 18-22 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

			&lt;p&gt;อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

			&lt;p&gt;ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.&lt;/p&gt;

			&lt;p&gt;ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร&lt;/p&gt;
			
		
		
			
			&lt;p&gt;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)&lt;/p&gt;
			
			
			&lt;p&gt;ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา: อากาศเย็นในตอนเช้า กับมีลมแรง&lt;/p&gt;

			&lt;p&gt;ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร&lt;/p&gt;

			&lt;p&gt;ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป: มีฝนร้อยละ 10 ของพื้นที่&lt;/p&gt;

			&lt;p&gt;ส่วนมากบริเวณจังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส&lt;/p&gt;

			&lt;p&gt;ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร&lt;/p&gt;

			&lt;p&gt;อุณหภูมิต่ำสุด 20-25 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

			&lt;p&gt;อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;
			
		
		
			
			&lt;p&gt;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)&lt;/p&gt;
			
			
			&lt;p&gt;เมฆบางส่วน กับมีฝนร้อยละ 10 ของพื้นที่&lt;/p&gt;

			&lt;p&gt;ส่วนมากบริเวณจังหวัดตรัง และสตูล&lt;/p&gt;

			&lt;p&gt;อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

			&lt;p&gt;อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

			&lt;p&gt;ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.&lt;/p&gt;

			&lt;p&gt;ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร&lt;/p&gt;
			
		
		
			
			&lt;p&gt;กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&lt;/p&gt;
			
			
			&lt;p&gt;อากาศเย็น กับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 2-3 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

			&lt;p&gt;อุณหภูมิต่ำสุด 21-22 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

			&lt;p&gt;อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

			&lt;p&gt;ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.&lt;/p&gt;
			
		
	

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90071</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, ลมหนาว, อากาศหนาว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210117/image_big_60037904ce1f1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89581</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/01/2021 15:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/01/2021 15:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เชียงใหม่อุณหภูมิลดวูบ4-5องศา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12​ ม.ค.2564 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าทั่วจังหวัดเชียงใหม่​สภาพอากาศหนาวเย็นลงกะทันหันเช่นเดียวกับหลายๆจังหวัดภาคเหนือขณะนี้​ ทำให้ประชาชนในพื้นที่ดอยสูงทั้งเด็กๆ คนแก่ต้องอาศัยไออุ่นจากกองไฟช่วยคลายหนาวที่มาพร้อมๆ กับลมแรง​ โดยศูนย์​อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ​แจ้งว่า​ ​วันนี้อุณหภูมิลดลงกะทันหันถึง 4-5 องศาเซลเซียสจนทำให้ให้ยอดดอยเหลือเพียง 1-2 องศาเซลเซียสเท่านั้น ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงอีกระลอกจากประเทศจีนยังคงปกคลุมประเทศไทยตอนบน​ต่อเนื่องระยะนี้ ทำให้ในช่วงวันที่ 12 &amp;ndash; 13 และ 17-18 มกราคม 64 อากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิจะลดลง 4-6 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 10-18 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-32 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด และน้ำค้างแข็งบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 3-10 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในช่วงวันที่ 14 - 16 มกราคม 64 อากาศเย็นถึงหนาวกับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิจะสูงขึ้น 1-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 13-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 5-12 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.​ทางสำนักงานป้องกันและบรรเทา​สาธารณภัย​จังหวัด​เชียงใหม่​จึงได้ ประสานไปยังทุกอำเภอโดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงภัยได้เร่งสำรวจและช่วยเหลือผู้ประสบภัย ที่ได้รับผลกระทบในเวลานี้อย่างเร่งด่วน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89581</URL_LINK>
                <HASHTAG>ลมหนาว, อุณหภูมิ, เชียงใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210112/image_big_5ffd6363e0289.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89041</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/01/2021 07:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/01/2021 07:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมอุตุฯ ประกาศฉบับที่ 1 &#039;ลมหนาวระลอกใหม่&#039; อุณหภูมิวูบ 5-7 องศา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;7 ม.ค.64 - เมื่อเวลา 05.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเรื่อง &amp;quot;อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบนและคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 8 - 12 มกราคม 2564)&amp;quot; ฉบับที่ 1 ระบุว่า&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 8 &amp;ndash; 12 มกราคม 2564 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศหนาวเย็นลง 5-7 องศาเซลเซียสกับมีลมแรง โดยบริเวณพื้นราบของภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อุณหภูมิต่ำสุด 10-18 องศาเซลเซียส&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริเวณยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 3-13 องศาเซลเซียส และมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่&amp;nbsp;ส่วนภาคกลางและภาคตะวันออก อุณหภูมิต่ำสุด 19-22 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวดูแลสุขภาพ เนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลงไว้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น ทำให้คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรง โดยอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร อ่าวไทยตอนล่างคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า&amp;nbsp;4 เมตร ขอให้ประชาชนบริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออก ระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงเวลาดังกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89041</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, พยากรณ์อากาศ, ลมหนาว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200613/image_big_5ee4226b53775.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87101</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/12/2020 07:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/12/2020 07:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมอุตุฯ เตือนอุณหภูมิลดฮวบ 2-4 องศา 2 ระลอกในสัปดาห์เดียว กทม.ต่ำสุด 20 องศา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ธ.ค.63 - กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้าระบุว่า ในช่วงวันที่ 16-19 ธ.ค. 63 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน และทะเลจีนใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส อากาศเย็นถึงหนาวกับมีลมแรง ส่วนบริเวณยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในช่วงวันที่ 20-22 ธ.ค. 63 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน และทะเลจีนใต้ ทำให้อุณหภูมิจะลดลงอีก 2-4 องศาเซลเซียส ทำให้บริเวณดังกล่าวยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาวกับมีลมแรง สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงตลอดช่วง ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรง โดยบริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อควรระวัง ในช่วงวันที่ 16-22 ธ.ค. 63 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากอากาศที่หนาวเย็นลงด้วย และประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักไว้ด้วย ส่วนชาวเรือบริเวณอ่าวไทยขอให้เดินเรือด้วยความระมัดระวัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคเหนือ&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 17-20 ธ.ค. 63 มีอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิจะลดลง 2-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 15-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ส่วนในช่วงวันที่ 21-22 ธ.ค. 63 มีอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิจะลดลงอีก 2-4 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 12-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-31 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด และมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 2-10 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 16-19 ธ.ค. 63 มีอากาศเย็นถึงหนาว กับมีลมแรง โดยอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 14-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ส่วนในช่วงวันที่ 20-22 ธ.ค. 63 มีอากาศเย็นถึงหนาว กับมีลมแรง โดยอุณหภูมิจะลดลงอีก 2-4 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 11-20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-30 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 6-12 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคกลาง&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 16-20 ธ.ค. 63 มีอากาศเย็นในตอนเช้า อุณหภูมิจะลดลง 2-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ส่วนในช่วงวันที่ 21-22 ธ.ค. 63 มีอากาศเย็น กับมีลมแรง โดยอุณหภูมิจะลดลงอีก 2-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 17-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออก&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 16-20 ธ.ค. 63 มีอากาศเย็นในตอนเช้า อุณหภูมิจะลดลง 2-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 21-22 ธ.ค. 63 มีอากาศเย็นในตอนเช้า กับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลงอีก 2-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 19-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)&amp;nbsp;มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ตลอดช่วง และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)&amp;nbsp;มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30-60 ของพื้นที่ ตลอดช่วง และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 16-20 ธ.ค. 63 อากาศเย็นในตอนเช้า อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. ส่วนในช่วงวันที่ 21-22 ธ.ค. 63 อากาศเย็นในตอนเช้า กับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลงอีก 1-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 20-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87101</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, ลมหนาว, อุณหภูมิลดลง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200613/image_big_5ee4226b53775.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81267</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2020 20:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2020 19:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;หนาวมาแล้ว&quot; อุตุฯพยากรณ์  20-26 ต.ค.อุณหภูมิลดลง 2-4องศาเซลเซียส </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20ต.ค.63-กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์สภาพอากาศในอีก 7 วันข้่างหน้าระหว่าง ช่วงวันที่ 20 - 21 ต.ค. 63 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ในขณะที่ร่องมรสุมพาดผ่านภาคใต้ตอนบน และภาคตะวันออก ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังอ่อน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคใต้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงวันที่ 22 - 26 ต.ค. 63 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงอีกระลอกจากประเทศจีนจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส กับมีอากาศเย็นและมีลมแรง ในขณะที่ร่องมรสุมจะเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคใต้ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง
พายุโซนร้อน &amp;ldquo;โซเดล&amp;rdquo; (พายุระดับ 3) บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก จะเคลื่อนผ่านประเทศฟิลิปปินส์ลงสู่ทะเลจีนใต้ในช่วงวันที่ 20-21 ต.ค. 63 หลังจากนั้นจะเคลื่อนเข้าใกล้ชายฝั่งเวียดนามในช่วงวันที่ 24-25 ต.ค. 63 และจะอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็วตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อควรระวัง &amp;nbsp; ในช่วงวันที่ 22-26 ต.ค. 63 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไว้ด้วย และขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81267</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุ, ลมหนาว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200613/image_big_5ee4226b53775.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80132</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2020 12:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2020 12:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลมหนาวมาแล้วนักท่องเที่ยวแห่ขึ้นดอยไปสัมผัสความเย็น&#039;กิ่วแม่ปาน&#039;เช้านี้9องศา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11​ ต.ค.- บรรยากาศที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ยอดดอยสูงสุดในประเทศเริ่มหนาวเย็นต่อเนื่องทำให้นักท่องเที่ยวต่างทราบข่าวก็เดินทางขึ้นไปสัมผัสอากาศหนาวได้สมใจ โดยยอดนักท่องเที่ยวเช้าวันนี้สะสมตั้งแต่ขึ้นมาค่ำเมื่อวาน นักท่องเที่ยวชาวไทย 2,415 คน ต่างชาติ 36 คน ยอดรวมจำนวน 2,451 คน​ มากสุดในรอบปีนับแต่เริ่มหนาวและวิกฤตโควิด-19 ยานพาหนะจำนวน 745 คัน ส่วนอุณหภูมิกิ่วแม่ปานลดลงมาเหลือเพียงเลขตัวเดียววัดได้ &amp;nbsp;9 องศาเซลเซียสแล้ว ส่วนยอดดอยอินทนนท์วัดได้ 12 องศาเซลเซียส และที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์วัดได้ 15 องศาเซลเซียส บนดอยอุณหภูมิลดลงต่อเนื่องสภาพท้องฟ้าเปิดนักท่องเที่ยวไม่ผิดหวังกับการชมแสงแรกของวัน​ สัมผัสไอหนาวแรกของช่วงปลายฝนเข้าสู่ต้นฤดูหนาวของประเทศ เช้าวันนี้นักท่องเที่ยวหนาตากลับมาคึกคักเพื่อยืนรอชมแสงแรก ณ จุดเช็คอินสุดนิยมกิ่วแม่ปาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามคาดว่า​ หลังจากหมดฝนอากาศหนาวต่อเนื่องจะมีปริมาณนักท่องเที่ยวเดินทางขึ้นมาสัมผัสอากาศหนาวบนดอยอินทนนท์มากขึ้น เพราะความสวยงามของธรรมชาติตามจุดต่างๆ แล้ว ความงดงามของทะเลหมอกช่วงนี้ถือเป็นช่วงที่งดงามที่สุดสามารถชมได้หลายจุดให้นักท่องเที่ยวมีมุมถ่ายภาพเซลฟี่เช็คอินเพิ่มขึ้น ทั้งนี้นักท่องเที่ยวขึ้นมาจะต้องปฎิบติตามมาตรการ ป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างเคร่งครัดถึงจะไม่มีการแพร่ระบาดในประเทศก็ตาม ต้องสวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง ล้างมือบ่อยๆ และสแกนแอพพลิเคชั่น​ไทยชนะตามจุดที่ยังจำกัดปริมาณนักท่องเที่ยวเข้าไป​ ทั้งนี้ก่อนวิกฤตโควิด-19​ ช่วงหนาวจัดและเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับ​ปีใหม่​มีนักท่องเที่ยว​มากถึงวันละ​ 2-3​หมื่นคน​ แต่ปีนี้ทางอุทยานฯได้เตรียมรองรับและไม่ให้มีการกระจุกตัวมากเกินไปเพื่อป้องกันความเสี่ยงของโควิด-19​ ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80132</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดเชียงใหม่, ดอยอินทนนท์, ลมหนาว, อากาศหนาว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201011/image_big_5f8294e97d797.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
