<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>78050</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2020 18:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2020 18:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝนลมแรงถล่มลำปางต้นไม้ใหญ่ล้มขวางถนนสายหลักลำปาง-งาว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ย.63-ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเย็นที่ผ่านบริเวณถนนสายลำปาง-งาว ใกล้กับทางลงเนินศาลเจ้าพ่อประตูผา &amp;nbsp;ตำบลบ้านดง อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง พล.ต.ต.อนุชา อ่วมเจริญ ผบก.ภ.จว.ลำปาง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.แม่เมาะลำปาง และ ตำรวจสภ.งาว ได้เข้าตรวจสอบเหตุต้นไม้ใหญ่หักล้มขวางถนน พาดกีดขวางการจราจรจำนวน 2 ช่องทาง ทั้งขาไปอำเภองาว และ ขาเข้าเมืองลำปาง &amp;nbsp;ส่งผลให้รถยนต์ของ ประชาชนที่ต้องสัญจรผ่านทางไม่สามารถขับผ่านในจุดดังกล่าวได้ &amp;nbsp; โดยรถทุกชนิดต้องจอดสนิทติดยาวกว่า 1 กิโลเมตร &amp;nbsp;&amp;nbsp;
จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เร่งอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน โดยประสานงานเจ้าหน้าที่แขวงการทางลำปาง เข้ามาตัดต้นไม้ออกเป็นท่อน และใช้แรงประชาชนและผู้ที่สัญจรมาช่วยกันดันขอนไม้ออกจากทาง ซึ่งใช้เวลาเกือบ 1 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่สามารถช่วยกันตัดต้นไม้ใหญ่และนำออกจากทางได้ และให้รถสัญจรผ่านไปมาได้ในที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสาเหตุของต้นไม้ขนาดใหญ่ที่อยู่ริมทางหักล้มลงมาขวางถนนครั้งนี้คาดว่าเกิดจากที่ฝนตกติดต่อกันเป็ฯเวลานาน ทพให้ดินอุ้มน้ำและดินร่วนซุยจนทำให้ต้นไม้โค้นล้มลงมาดังกล่าวซึ่งโชคดีระหว่างที่ต้นไม้ล้มไม่มีรถที่สัญจรผ่านจุดดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78050</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ลำปาง, ต้นไม่ล้มขวางถนน, ฝนตกหนัก, ลมแรง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200920/image_big_5f67373625a79.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57373</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/02/2020 07:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/02/2020 07:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อีสาน-เหนือหนาวอุณหภูมิฮวบ4องศา กทม.ลมแรงฝุ่นลด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.พ. 63 - กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์ลักษณะอากาศทั่วไป 24 ชั่วโมงข้างหน้าว่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ ยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาวในตอนเช้า โดยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีลมแรงและอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส สำหรับภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ฝุ่นละอองในระยะนี้ ลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ทำให้การสะสมของฝุ่นละออง/หมอกควัน ลดลง ส่วนภาคเหนืออากาศยกตัวได้ไม่ดีในตอนเช้าและลมอ่อน ทำให้ตอนเช้ามีการสะสมฝุ่นละออง/หมอกควัน ส่วนตอนบ่ายจะดีขึ้นเนื่องจากอากาศยกตัวได้ดี
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยาเมื่อเวลา 04.00 น. บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนที่แผ่ปกคลุมประเทศลาว และเวียดนามตอนบนได้แผ่เข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้แล้ว ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก มีอุณหภูมิลดลง สำหรับลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังอ่อน ทำให้ภาคใต้มีฝนน้อย และคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังอ่อน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06.00 วันนี้ ถึง 06.00 วันพรุ่งนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ภาคเหนือ บริเวณพื้นราบ อากาศเย็นถึงหนาวในตอนเช้า อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียสอุณหภูมิต่ำสุด 13-19 องศาเซลเซียสอุณหภูมิสูงสุด 32-37 องศาเซลเซียสบริเวณยอดดอยและเทือกเขาสูง มีอากาศหนาวถึงหนาวจัดอุณหภูมิต่ำสุด 4-14 องศาเซลเซียสลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 5-10 กม./ชม.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณพื้นราบ อากาศเย็นกับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียสอุณหภูมิต่ำสุด 15-20 องศาเซลเซียสอุณหภูมิสูงสุด 35-37 องศาเซลเซียสบริเวณยอดภู มีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 11-15 องศาเซลเซียสลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ภาคกลาง มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศเย็นในตอนเช้า อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียสอุณหภูมิต่ำสุด 18-22 องศาเซลเซียสอุณหภูมิสูงสุด 36-37 องศาเซลเซียสลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ภาคตะวันออก มีเมฆบางส่วน อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียสอุณหภูมิต่ำสุด 21-26 องศาเซลเซียสอุณหภูมิสูงสุด 32-37 องศาเซลเซียสลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราชอุณหภูมิต่ำสุด 20-24 องศาเซลเซียสอุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียสตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตรตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนเล็กน้อยบางแห่งอุณหภูมิต่ำสุด 21-26 องศาเซลเซียสอุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียสลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆบางส่วนอุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียสอุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียสลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57373</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม.ฝุ่นลด, กรมอุตุนิยมวิทยา, ลมแรง, อีสาน-เหนือหนาว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190425/image_big_5cc1477482218.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42716</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2019 07:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2019 07:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชุ่มฉ่ำกันอีกวัน&#039;กรมอุตุฯ&#039;แจ้งทั่วปท.ฝนตกหนักมีลมแรง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ส.ค.62-กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ภาคเหนือ ด้านตะวันตกของภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งกับมีลมแรงต่อไปอีก 1 วัน ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากในพื้นที่เสี่ยงภัยได้ &amp;nbsp;สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-4 เมตร และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง ในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กงดออกจากฝั่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ร่องมรสุมพาดผ่านประเทศเมียนมา ภาคเหนือตอนบน ประเทศลาว และเวียดนามตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางแห่ง กับมีลมแรง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42716</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, ฝนตกหนัก, พยากรณ์อากาศ, ลมแรง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180922/image_big_5ba5f5f54f18d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25325</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/12/2018 20:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/12/2018 20:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมอุตุฯฉบับ9&#039;อากาศแปรปรวนตอนบนและคลื่นลมแรงภาคใต้&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ธ.ค.61- กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศฉบับที่ 9 เวลา 17.00 น. เรื่อง &amp;nbsp;อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน และคลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้ มีผลกระทบถึงวันที่ 2 มกราคม 2562 &amp;nbsp;ระบุ บริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและทะเลจีนใต้แล้ว คาดว่าจะแผ่เข้าปกคลุมภาคกลางและภาคตะวันออกในวันพรุ่งนี้ โดยปกคลุมประเทศไทยตอนบนถึงวันที่ &amp;nbsp;2 มกราคม 2562 ประกอบกับจะมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือในช่วงวันที่ 28-30 ธันวาคม 2561&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลักษณะเช่นนี้จะทำให้มีผลกระทบดังนี้ &amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 28-29 ธันวาคม 2561 ประเทศไทยตอนบน จะมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงเกิดขึ้น &amp;nbsp;ส่วนในช่วงวันที่ 29 ธันวาคม 2561 - 2 มกราคม 2562 อากาศจะหนาวเย็นลง อุณหภูมิลดลง 5-8 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง โดยเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก กรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะได้รับผลกระทบในระยะต่อไป ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบน ระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงที่จะเกิดขึ้น และดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่แปรปรวน ในช่วงเวลาดังกล่าวไว้ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยจะเริ่มจากจังหวัดเพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ก่อน ส่วนจังหวัดอื่นๆ จะได้ผลกระทบในระยะต่อไป ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักไว้ด้วย ส่วนอ่าวไทยจะมีคลื่นลมแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 29 ธันวาคม 2561 - 2 มกราคม 2562&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25325</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, ฝนตก, ลมแรง, อากาศแปรปรวน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181002/image_big_5bb2b962b8ad1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24348</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/12/2018 15:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/12/2018 15:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คาดภาคใต้รับมือฝนถล่มถึงวันที่18ธ.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ธ.ค.2561 - นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวว่า ประเทศไทยตอนบนยังคงมีอากาศหนาวเย็นกับมีลมแรงและอุณหภูมิจะลดลงเล็กน้อย ส่วนภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณ ตั้งแต่จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส กระบี่ ตรัง และสตูล โดยปริมาณฝน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนหนักถึงหนักมากบริเวณ อ.กาญจนดิษฐ์ 203.5 มิลลิเมตร อ.พุนพิน 183.6 มิลลิเมตร จ.สุราษฎร์ธานี อ.ลานสกา 166 มิลลิเมตร อ.สิชล 159.5 มิลลิเมตร อ.ขนอม 155.5 มิลลิเมตร อ.ร่อนพิบูลย์ 144 มิลลิเมตร อ.เมือง 104.5 มิลลิเมตร และ อ.นบพิตำ 121.5 มิลลิเมตร จ.นครศรีธรรมราช อ.กงหรา 124.5 มิลลิเมตร จ.พัทลุง อ.เมือง 109.1 มิลลิเมตร จ.ยะลา อ.เมือง 97.3 มิลลิเมตร จังหวัดสงขลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมเกียรติกล่าวอีกว่า ช่วงวันที่ 17-18 ธ.ค.นี้ ประเทศไทยยังคงมีอากาศหนาวเย็นกับมีลมแรงและอุณหภูมิลดลงอีกเล็กน้อย ขณะที่ภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องกับมีฝนตกหนักบางแห่ง ประกอบกับบริเวณอ่าวไทยคลื่นสูง 2-3 เมตร โดยเฉพาะทะเลอันดามันคลื่นสูง 2 เมตร ส่วนวันที่ 19 ธ.ค.ประเทศไทยตอนบนอุณหภูมิสูงขึ้นเล็กน้อย ส่วนภาคใต้ฝนลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสถานการณ์น้ำภาคใต้ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง บริเวณแม่น้ำสุไหงโก-ลก ตรงสถานี X119 A สูงกว่าตลิ่ง 30 เซนติเมตร และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จึงต้องติดตามเฝ้าระวังปริมาณฝนตกหนักสะสมในพื้นที่ โดยเฉพาะระดับน้ำล้นตลิ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นบริเวณ จ.นราธิวาสและนครศรีธรรมราช
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24348</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฝนตก, ลมแรง, สทนช., สมเกียรติ ประจำวงษ์, อากาศ, เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181216/image_big_5c160d195545d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19636</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2018 07:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2018 07:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุตุฯเผยตอนบนภาคเหนือ-อีสาน อากาศเย็นอุณหภูมิลด1-2องศา ภาคอื่นฝนซา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ต.ค.61&amp;nbsp;&amp;ndash; กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าระบุว่า ทางตอนบนของภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศเย็นในตอนเช้า อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไว้ด้วย ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้มีฝนลดลงในระยะนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง พายุไซโคลน &amp;ldquo;ติตลี&amp;rdquo; (TITLI) บริเวณอ่าวเบงกอล มีแนวโน้มเคลื่อนตัวเข้าสู่ชายฝั่งด้านตะวันออกของประเทศอินเดีย และประเทศบังคลาเทศ ในช่วงวันที่ 11-13 ตุลาคม 2561 ขอให้ผู้ที่จะเดินทางไปบริเวณดังกล่าวตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา&amp;nbsp;บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมถึงประเทศลาวตอนบนแล้ว และคาดว่าจะแผ่ลงมา ปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือในวันนี้ (11 ต.ค. 61) ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศเย็นในตอนเช้า อุณหภูมิจะลดลงกับมีลมแรง ในขณะที่มลมตะวันออกพัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมภาคใต้ ประกอบกับร่องมรสุมได้เลื่อนลงไปพาดผ่านประเทศมาเลเซีย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้มีฝนลดลงได้ในระยะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06.00 วันนี้ถึง 06.00 วันพรุ่งนี้ (12 ต.ค.) ภาคเหนือ ทางตอนบนของภาค : อากาศเย็นในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 21-22 องศาเซลเซียส โดยกับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;ทางตอนบนของภาค: อากาศเย็นในตอนเช้า อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 21-22 องศาเซลเซียส ส่วนทางตอนล่างของภาค: มีเมฆบางส่วน กับมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคกลาง มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดอุทัยธานี ราชบุรี และกาญจนบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออก&amp;nbsp;มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดพัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดกระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19636</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, ความกดอากาศสูง, ฝนฟ้าคะนอง, ฝนลดลง, พยากรณ์อากาศ, พายุไซโคลนติตลี, ลมแรง, อากาศเย็น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181011/image_big_5bbe95c71d987.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7599</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/04/2018 14:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/04/2018 14:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อาทิตย์นี้รับพายุฤดูร้อนอีกระลอก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 เม.ย.2561 - นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง &amp;quot;พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน(มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 24-27 เมษายน 2561)&amp;quot; ฉบับที่ 3 ลงวันที่ 22 เมษายน 2561 ความว่า ในช่วงวันที่ 24-27 เมษายน 2561 ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฟ้าผ่า กับมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ โดยจะมีผลกระทบทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือในช่วงวันที่ 24-25 เมษายน 2561 ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคใต้ รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะได้รับผลกระทบในช่วงวันที่ 25-27 เมษายน 2561 จึงขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมถึงระวังอันตรายจากฟ้าผ่า สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ในขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อน ทำให้บริเวณดังกล่าวจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยจะแผ่ลงมาปกคลุมบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน &amp;nbsp;จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7599</URL_LINK>
                <HASHTAG>พายุฤดูร้อน, ฟ้าคะนอง, ลมแรง, ลูกเห็บ, วันชัย ศักดิ์อุดมไชย, อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180422/image_big_5adc3631d7bb1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
