<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>10227</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2018 00:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2018 00:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> SCC ทุ่ม 173,000 ล้านบาท ลงทุนกิจการปิโตรเวียดนาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;SCC ลงทุน 173,000 ล้านบาท ปิโตรเวียดนาม พร้อมถือหุ้น 100% คาดเปิดเชิงพาณิชย์ตามแผนปี 66&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย (เอสซีซี) เปิดเผยว่า บริษัทวีนา เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (วีเอสซีจี) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยในธุรกิจเคมิคอลส์ของบริษัท ได้ลงนามในสัญญากับ เวียดนาม ออย แอนด์ แก๊ซ กรุ๊ป (ปิโตรเวียดนาม) เพื่อซื้อหุ้นสัดส่วน 29% ใน ลอง ซอง ปิโตรเคมิคอลส์ จำกัด (แอลเอสพี) ที่ราคา 2,900 ล้านบาท โดยคาดว่าการทำธุรกรรมดังกล่าวจะแล้วเสร็จภายในปลายเดือน มิ.ย.61 ส่งผลให้บริษัทจะถือหุ้นโดยอ้อมในแอลเอสพีเพิ่มขึ้นจาก 71% เป็น 100%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สัดส่วนการถือหุ้น 100% แบ่งเป็น บริษัทวีนา เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด สัดส่วน 82% และบมจ.ไทยพลาสติกและเคมีภัณฑ์ สัดส่วน 18% เท่าเดิม โดยในส่วนทุน 40% ของเงินลงทุนรวมเอสซีซีในโครงการมูลค่า 5,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 173,000 ล้านบาท จะเพิ่มขึ้นจาก 53,392 ล้านบาท ที่เคยแจ้งไว้จากเดิมเป็น 70,000 ล้านบาท เนื่องมาจากการเข้าถือส่วนทุนที่เพิ่มขึ้นและการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการนี้คาดว่าจะเริ่มดำเนินการด้านวิศวกรรม จัดหาและก่อสร้าง (แอลพีซี) ได้ภายในไตรมาส 3 ปี 61 และจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ตามแผนในช่วงครึ่งแรกของปี 66 โดยรัฐบาลเวียดนามยังคงให้การสนับสนุนโครงการนี้อย่างต่อเนื่อง ด้วยการให้สิทธิพิเศษในโครงการแอลเอสพีดังเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรชัย ประมลเจริญกิจ นักวิเคราะห์กลุ่มวัสดุก่อสร้าง บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง กล่าวว่า การเข้าไปลงทุนปิโตรเวียดนามของ บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย ถือเป็นโครงการขนาดใหญ่ ซึ่งการใช้เงินลงทุน 173,000 ล้านบาท แบ่งออกเป็นเงินกู้ 60% และเงินทุน 40% โดยเงินทุนในส่วน 40% จะเป็นจำนวน 69,000 ล้านบาท เป็นระยะเวลา 5 ปี เฉลี่ยปีละ 13,000 ล้านบาท ซึ่งปกติปูนซิเมนต์ไทยมีเป้าหมายเงินลงทุนปีละ 50,000-60,000 ล้านบาท &amp;nbsp;ทำให้ครั้งนี้ไม่ต้องเพิ่มทุน ไม่เป็นภาระต่อบริษัท และไม่กระทบการจ่ายเงินปันผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ผลประกอบการไตรมาสแรก ปี 61 บริษัทคาดว่ายอดขายรวมปีนี้ อาจเติบโตต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้เติบโต 5-6% เนื่องจากได้รับผลกระทบจากเงินบาทแข็งค่ากว่า 10% ทำให้ยอดขายจากการส่งออกลดลง ซึ่งการส่งออกมีสัดส่วนกว่า 40% จากยอดขายรวม แต่บริษัทได้ดำเนินนโยบายเน้นสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยลดทอนผลกระทบจากค่าเงินได้พอสมควร โดยสัดส่วนสินค้าดังกล่าวเพิ่มเป็น 44% จากปีก่อนอยู่ที่ 39%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ บริษัทไม่มีแผนเพิ่มนโยบายการประกันความเสี่ยงค่าเงิน จากปัจจุบันไม่เกิน 50% เพราะไม่สามารถควบคุมได้ และปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด ส่วนปีนี้บริษัทตั้งงบลงทุนรวม 50,000-60,000 ล้านบาท เช่น โครงการปิโตรคอมเพล็กซ์เวียดนาม, ลงทุนด้านวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อรองรับการดำเนินธุรกิจแบบดิจิทัลด้วย ส่วนงบลงทุนที่เหลือจะใช้สำหรับปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตไลน์การผลิตเดิม เป็นต้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10227</URL_LINK>
                <HASHTAG>SCC, บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย, มย์แบงก์ กิมเอ็ง, รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส, ลอง ซอง ปิโตรเคมิคอลส์, เอสซีจี, เอสซีซี, แอลเอสพี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180529/image_big_5b0c37e1e36f1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
