<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116991</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2021 08:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2021 08:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอธีระ&#039;หวั่นแม้ฉีดวัคซีนลดการตาย แต่ผู้ที่ติดเชื้อจะเกิดผลกระทบระยะยาวหรือ Long COVID</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
17ก.ย.64-&amp;nbsp; รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ความข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Thira Woratanarat มีเนื้อหาดังนี้
สถานการณ์ทั่วโลก 17 กันยายน 2564...
เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 541,821 คน รวมแล้วตอนนี้ 227,771,443 คน ตายเพิ่มอีก 8,996 คน ยอดตายรวม 4,681,636 คน
5 อันดับแรกที่มีจำนวนติดเชื้อต่อวันสูงสุดคือ อเมริกา อินเดีย บราซิล ตุรกี และสหราชอาณาจักร &amp;nbsp;
อเมริกา ติดเชื้อเพิ่ม 134,120 คน รวม 42,616,662 คน ตายเพิ่ม 1,830 คน ยอดเสียชีวิตรวม 686,899 คน อัตราตาย 1.6%
อินเดีย ติดเพิ่ม 34,649 คน รวม 33,380,522 คน ตายเพิ่ม 318 คน ยอดเสียชีวิตรวม 444,278 คน อัตราตาย 1.3%
บราซิล ติดเพิ่ม 34,407 คน รวม 21,069,017 คน ตายเพิ่ม 637 คน ยอดเสียชีวิตรวม 589,277 คน อัตราตาย 2.8%
สหราชอาณาจักร ติดเพิ่ม 26,911 คน ยอดรวม 7,339,009 คน ตายเพิ่ม 158 คน ยอดเสียชีวิตรวม 134,805 คน อัตราตาย 1.9%
รัสเซีย ติดเพิ่ม 19,594 คน รวม 7,214,520 คน ตายเพิ่ม 794 คน ยอดเสียชีวิตรวม 195,835 คน อัตราตาย 2.7%
อันดับ 6-10 เป็น ฝรั่งเศส ตุรกี อิหร่าน อาร์เจนติน่า และโคลอมเบีย ติดกันหลักพันถึงหลายหมื่น
หากรวมทวีปเอเชีย ยุโรป และอเมริกาเหนือ พบว่ามีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 88.71 ของจำนวนติดเชื้อใหม่ทั้งหมดต่อวัน
แถบสแกนดิเนเวีย บอลติก และยูเรเชีย ก็มีการติดเชื้อเพิ่มขึ้นหลักร้อยถึงหลักพัน
แถบตะวันออกกลางส่วนใหญ่ยังติดเพิ่มหลักร้อยถึงหลักพัน ยกเว้นอิหร่านติดเพิ่มหลักหมื่นอย่างต่อเนื่อง
ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และะเวียดนาม ติดเพิ่มกันหลักหมื่น
ส่วนญี่ปุ่น เมียนมาร์ อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย และเกาหลีใต้ ติดกันหลักพัน กัมพูชา สิงคโปร์ และลาว ติดเพิ่มหลักร้อย ส่วนจีน ไต้หวัน และนิวซีแลนด์ ติดเพิ่มหลักสิบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
...สถานการณ์ของไทยเรา
จำนวนติดเชื้อใหม่เมื่อวานนี้ยังคงสูงเป็นอันดับ 10 ของโลกอย่างต่อเนื่อง
ส่วนจำนวนผู้เสียชีวิตใหม่นั้นสูงเป็นอันดับ 13
...ผลลัพธ์จากนโยบายกล่องทราย และ 7+7
ดังที่เคยเล่าให้ฟังแล้วว่า หลังดำเนินการตามนโยบายไป เราพอจะคาดการณ์ได้ล่วงหน้าตามหลักวิชาการว่า การระบาดในพื้นที่ต้องทวีความรุนแรงขึ้น และมักเห็นชัดเจนราว 6-8 สัปดาห์
ภูเก็ตเริ่มไปเมื่อ 1 กรกฎาคม ส่วน 7+7 เริ่มไปเมื่อ 15 กรกฎาคม
นั่นจึงเป็นเหตุผลที่บอกล่วงหน้าว่าจะเริ่มเห็นผลลัพธ์ในพื้นที่กล่องทรายได้ราวช่วงปลายเดือนสิงหาคมเป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
หลักการจัดการการระบาดที่หนักขึ้นดังที่เห็นนั้นคือ ลดการเคลื่อนไหวของคน ลดการพบปะติดต่อและใกล้ชิดกัน ตรวจให้มาก ปูพรมให้ครอบคลุม นำผู้ติดเชื้อไปดูแลรักษา แยกกักตัวคนสัมผัสความเสี่ยงออกมาจากชุมชนและครอบครัวเพื่อลดโอกาสแพร่ เพราะโอกาสที่จะแพร่ได้มากที่สุดคือช่วงที่ติดเชื้อแต่ไม่มีอาการจนถึงมีอาการช่วงวันแรกๆ&amp;nbsp; การติดเชื้อโควิดนั้นสามารถแพร่ได้ตั้งแต่ยังไม่มีอาการราว 2-3 วัน ดังนั้นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้แพร่ไปได้เยอะโดยไม่รู้ตัวทั้งคนติดเชื้อและคนรับเชื้อ หากไม่ป้องกันตัวอย่างเคร่งครัดเสมอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
การจะไปฝากความหวังไว้ที่วัคซีนเพื่อจัดการการระบาดนั้น อยากเตือนว่าไม่ควรทำเช่นนั้น เพราะชัดเจนว่า ฉีดแล้วก็ยังมีโอกาสติดเชื้อได้ และนำเชื้อไปแพร่ต่อได้ ประโยชน์ที่ได้จากวัคซีนเป็นเพียงการลดโอกาสป่วย ป่วยรุนแรง หรือเสียชีวิต แต่ก็ไม่ได้การันตี 100%
ดังนั้นสิ่งที่เป็นห่วงคือ หากปล่อยให้มีการติดเชื้อมากขึ้นเรื่อยๆ แม้การตายจะไม่มาก หรือลดลงจากการฉีดวัคซีน แต่ผู้ที่ติดเชื้อก็จะเกิดผลกระทบตามมาระยะยาวได้ เช่น ภาวะอาการคงค้างจากโควิด ที่เรียกว่า Long COVID นั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
จากที่เคยเล่าให้ฟังก่อนหน้านี้ว่า งานวิจัยหลากหลายชิ้นชี้ให้เห็นว่าโอกาสเกิดภาวะอาการคงค้าง Long COVID นี้มีสูงทีเดียว ฝั่งตะวันตกมีรายงานได้สูงถึงกว่า 40% ในขณะที่ของจีน พบว่ามีถึง 68% ที่มีอาการคงค้าง ณ 6 เดือน และมีถึง 49% ที่มีอาการคงค้าง ณ 12 เดือน
อาการคงค้างมีได้มากมายหลายแบบ ตั้งแต่เหนื่อยง่าย เจ็บหน้าอก แน่นหน้าอก มีปัญหาเรื่องความคิดความจำสมาธิ เครียด ซึมเศร้า ชัก ปวดท้อง ท้องเสีย เบื่ออาหาร หรือภาวะอื่นๆ ที่รุนแรง เช่น ปัญหาเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด เป็นต้น
ดังนั้นการไม่ติดเชื้อย่อมจะดีที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ในต่างประเทศมีการเตรียมระบบสาธารณสุขเพื่อช่วยให้คำปรึกษา และดูแลรักษาภาวะ Long COVID อย่างเป็นกิจจะลักษณะ ประเทศไทยจำเป็นต้องพิจารณาดำเนินการเช่นกัน เพราะจำนวนเคสติดเชื้อกว่าล้านคน ยังไงต้องมีผู้ที่มีภาวะ Long COVID อย่างแน่นอน และหากไม่ได้รับการดูแล ก็จะส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน และผลิตภาพในการทำงานด้านต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ที่หยิบยกประเด็นนี้มา เพราะต้องการชี้ให้เห็นอีกด้านหนึ่งของผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในช่วงเวลาถัดจากนี้ไป ที่มีความพยายามจะผลักดันนโยบายเปิดการท่องเที่ยวมากมายหลายจังหวัด ตลอดจนแผนในการเปิดประเทศ ในขณะที่สถานการณ์ระบาดยังรุนแรง กระจายไปทั่ว ก็ย่อมจะคาดการณ์ได้ว่าจะมีการติดเชื้อแพร่เชื้อในคนจำนวนมากขึ้นดังที่ปรากฏให้เห็นกันจากบทเรียนกล่องทรายและ 7+7
จึงขอให้พิจารณาให้ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
มิฉะนั้นอาจเห็นเหมือนหนังม้วนเดิมเมื่อปลายปีที่แล้ว แต่จะเกิดผลกระทบหนักกว่าเดิม เพราะสถานการณ์พื้นฐานทั้งเรื่องการระบาดตอนนี้ที่หนักกว่าปีก่อน และทรัพยากร ต้นทุนของประชาชนร่อยหรอลงไปมาก การตัดสินใจนโยบายจึงไม่สามารถพลาดได้อีกแล้ว
ปีก่อนเป็น Blue คริสตมาสและปีใหม่ แต่หากหนักกว่าเดิมจะเป็น Black จากผลกระทบทั้งด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ และสังคมพร้อมๆ กัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
...ชะลอการเปิดการท่องเที่ยวหลากหลายจังหวัด และการเปิดประเทศไปก่อนเถิดครับ...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ขอให้ประชาชนอย่างพวกเราดำรงชีวิตอย่างมีสติ ป้องกันตัวเสมอ
ใส่หน้ากาก สองชั้น ชั้นในเป็นหน้ากากอนามัย ชั้นนอกเป็นหน้ากากผ้า
วางแผนเรื่องการเงินการใช้จ่าย และการลงทุนให้ดี และระวังเรื่องมิจฉาชีพในรูปแบบต่างๆ
เชื่อว่าถ้าทุกฝ่ายระมัดระวัง เราจะประคับประคองกันไปอย่างปลอดภัย
ด้วยรักและห่วงใย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116991</URL_LINK>
                <HASHTAG>การฉีดวัคซีนโควิด-19, นพ.ธีระ วรธนารัตน์, ลองโควิด, สถานการณ์โควิดทั่วโลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210827/image_big_612840b590316.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116959</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.ห่วงภาวะ‘ลองโควิด’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยอดติดเชื้อรายวันเพิ่ม 1.3 หมื่นราย เสียชีวิต 188 ราย &amp;nbsp;&amp;quot;สมุทรปราการ&amp;quot; ป่วยพุ่งแตะ 1.5 พันราย &amp;quot;สธ.&amp;quot; ห่วงคนหายโควิดเกิดภาวะ &amp;quot;ลองโควิด&amp;quot; แนะถ้ามีอาการไข้ ไอ ปวดศีรษะ รับรู้กลิ่นรสชาติลดลงให้รีบพบแพทย์ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; กับคณะทำงานโล่งตรวจ ATK ไม่พบเชื้อ &amp;nbsp;&amp;quot;ทำเนียบฯ&amp;quot; ห้ามสื่อเข้ายาวถึง 30 ก.ย. &amp;quot;กลุ่มศิลปิน-ภาคีเครือข่ายอุตสาหกรรมบันเทิง&amp;quot; ร้องรัฐผ่อนปรนถ่ายภาพยนตร์-เปิดโรงหนัง &amp;quot;นายกฯ&amp;quot; รับข้อเสนอมอบ ศบค.พิจารณา พร้อมช่วยเยียวยาทุกด้าน &amp;nbsp;&amp;quot;ทีม ศก.ปชป.&amp;quot; จี้ยกเลิกเคอร์ฟิว &amp;quot;พท.&amp;quot; ซัด รบ.เปิด ปท.ต้องพร้อมอย่าหวังแค่หารายได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 16 ก.ย. ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทยว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 13,897 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 13,494 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 11,797 ราย ค้นหาเชิงรุก 1,697 ราย และเรือนจำ 394 ราย เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 9 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม &amp;nbsp;1,434,237 ราย หายป่วยเพิ่มขึ้น 13,527 ราย ทำให้มียอดหายป่วยสะสม 1,290,556 ราย อยู่ระหว่างรักษา 128,728 ราย อาการหนัก &amp;nbsp;3,911 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 788 ราย เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 188 ราย เป็นชาย 107 ราย หญิง 81 ราย เป็นผู้เสียชีวิตที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป 133 ราย &amp;nbsp;มีโรคเรื้อรัง 40 ราย มีเด็กอายุ 1 ขวบเสียชีวิต 1 รายที่ จ.นราธิวาส เสียชีวิตที่บ้าน 8 ราย อยู่ใน จ.สมุทรปราการ 5 ราย จันทบุรี 2 ราย และพัทลุง 1 ราย เสียชีวิตมากสุดอยู่ที่ กทม. 40 ราย ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 14,953 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนยอดผู้ได้รับวัคซีนของประเทศไทยเมื่อวันที่ 15 ก.ย. มีการฉีดวัคซีนเพิ่มเติม 830,413 โดส รวมยอดฉีดวัคซีนสะสมตั้งแต่วันที่ 28 &amp;nbsp;ก.พ. ทั้งสิ้น 42,477,514 โดส ขณะที่สถานการณ์โลกมียอดผู้ติดเชื้อใหม่ &amp;nbsp;227,253,177 ราย เสียชีวิตสะสม 4,673,494 ราย &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ กทม. 2,886 ราย &amp;nbsp;สมุทรปราการ 1,455 ราย ชลบุรี 973 ราย สงขลา 470 ราย ระยอง 445 &amp;nbsp;ราย ราชบุรี 389 ราย ยะลา 376 ราย ปราจีนบุรี 360 ราย สมุทรสาคร &amp;nbsp;338 ราย และนนทบุรี 295 ราย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ขณะนี้แนวโน้มผู้ป่วยโควิด-19 ที่รักษาหายรายวันมีจำนวนเพิ่มขึ้นสูงกว่าผู้ติดเชื้อรายใหม่ สะท้อนถึงคุณภาพระบบการดูแลรักษา โดยยอดผู้ป่วยสะสมตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.64 จนถึงวันนี้รวม &amp;nbsp;1,405,374 ราย หลายรายแม้จะหายป่วยและตรวจไม่พบเชื้อไวรัสในร่างกายแล้ว อาจจะยังมีอาการหลงเหลืออยู่ องค์การอนามัยโลก (WHO) &amp;nbsp;เรียกอาการที่เกิดขึ้นนี้ว่า ภาวะลองโควิด (Long COVID) หรืออาการหลงเหลือของเชื้อโควิดระยะยาว ซึ่งสามารถพบภาวะนี้ได้ทั่วโลก ส่วนใหญ่จะมีอาการหลังจากหายป่วยในช่วง 1-3 เดือนแรก พบได้ร้อยละ &amp;nbsp;30-50 ของผู้ป่วยโรคโควิด จึงไม่ต้องตกใจหรือกังวลใจแต่อย่างใด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา ขยายความว่า อาการภาวะลองโควิดแสดงออกได้ทั้งทางร่างกายและจิตใจ ผู้ป่วยแต่ละรายจะมีอาการแตกต่างกัน ไม่มีลักษณะตายตัว เช่น ไอ มีไข้ &amp;nbsp;ปวดศีรษะ การรับรู้กลิ่นหรือรสชาติลดลง เจ็บหน้าอก หายใจไม่อิ่ม &amp;nbsp;เหนื่อยล้า ปวดข้อหรือกล้ามเนื้อ ท้องเสีย เกิดจากการที่ภูมิคุ้มกันของร่างกายลดลง และบางรายอาจมีอาการทางจิตใจ เช่น วิตกกังวล สมาธิสั้นลง หรือซึมเศร้าร่วมด้วย โดยผู้ป่วยโควิดกลุ่มสีแดงหรือผู้ป่วยที่มีอาการป่วยรุนแรงจะมีโอกาสเกิดภาวะลองโควิดสูงกว่าผู้ป่วยที่มีอาการน้อย เนื่องจากอาจมีปัจจัยเรื่องความเครียดที่สะสมมาตั้งแต่ช่วงป่วยเป็นโรคโควิด จึงอาจส่งผลต่อเนื่องยาวนาน 3-6 เดือนได้กว่าจะกลับมาเป็นปกติ&amp;nbsp;
สธ.ห่วงภาวะลองโควิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลให้เกิดภาวะลองโควิดด้วย เช่น อายุโดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ เรื่องเพศ โดยพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย รวมทั้งผู้ที่มีโรคประจำตัวอื่นๆ ด้วย เช่น โรคหอบหืด และผู้ที่เคยเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ซึ่งผู้ที่หายป่วยแล้วไม่ต้องกังวลใจแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากผู้ที่หายป่วยจากโรคโควิด-19 แล้วยังมีอาการที่กล่าวมา แนะนำให้พบแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง เนื่องจากบางรายอาจเป็นผลจากตัวยาที่ใช้ในการรักษา หรือบางรายอาจจะมีโรคอื่นๆ ร่วมด้วย จึงต้องมีการตรวจเพิ่มเติมและทำการรักษาให้ตรงกับปัญหาที่เกิดขึ้น และยังมีความเป็นไปได้ในผู้หายป่วยแล้วบางรายอาจจะติดเชื้อโควิดซ้ำได้ โดยเฉพาะการติดเชื้อที่ต่างไปจากสายพันธุ์เดิม แต่อาจไม่แสดงอาการชัดเจน ดังนั้นผู้ป่วยแม้หายป่วยแล้วแต่ยังจำเป็นต้องปฏิบัติตนตามมาตรการป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 อย่างเคร่งครัดอยู่เสมอ เช่น ใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาแม้อยู่บ้าน หมั่นล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ 70% และไม่ไปในแหล่งชุมชนแออัดหรือสถานที่อากาศไม่ถ่ายเท&amp;quot; ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยากล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่ที่ห้องทำงานบนตึกไทยคู่ฟ้า &amp;nbsp;ทำเนียบรัฐบาลตั้งแต่ช่วงเช้า โดยก่อนเริ่มภารกิจนายกรัฐมนตรีพร้อมคณะทำงาน ทีมรักษาความปลอดภัย ข้าราชการ พนักงานภายในตึกไทยคู่ฟ้า ได้ตรวจเชื้อโควิด-19 โดยชุดตรวจ Antigen Test Kit หรือ &amp;nbsp;ATK ตามวงรอบปกติ ซึ่งผลการตรวจ พล.อ.ประยุทธ์และเจ้าหน้าที่ใกล้ชิดไม่มีใครติดเชื้อโควิด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ทำเนียบรัฐบาลพบผู้สื่อข่าวที่เข้าไปปฏิบัติภารกิจติดเชื้อโควิด-19 &amp;nbsp;อีกทั้งเมื่อวันที่ 15 ก.ย.ระหว่างลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์น้ำจังหวัดชัยนาท พล.อ.ประยุทธ์มีอาการจามระหว่างให้สัมภาษณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้ออกประกาศสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เรื่องขอให้สื่อมวลชนงดปฏิบัติหน้าที่ของสื่อมวลชนภายในพื้นที่ทำเนียบรัฐบาล เนื่องจากกรณีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคภายในทำเนียบรัฐบาลให้มีประสิทธิภาพภายใต้สถานการณ์ในปัจจุบัน จึงขอความร่วมมือสื่อมวลชนงดการปฏิบัติหน้าที่ภายในพื้นที่ทำเนียบฯ ตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย.64 ถึงวันที่ 30 &amp;nbsp;ก.ย.64
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์พอใจการควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ในไทย ซึ่งมีสัญญาณดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง แนวโน้มผู้ติดเชื้อใหม่มีจำนวนลดลงทั้งในพี้นที่กรุงเทพมหานครและทั่วประเทศ ที่สำคัญจำนวนยอดผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19 ในส่วนของที่รักษาหายสามารถกลับบ้านได้ สถิติสูงกว่ายอดผู้ป่วยที่ติดเชื้อใหม่รายวันติดต่อกันนานกว่าหนึ่งเดือนแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ของไทยที่มีสัญญาณดีขึ้น &amp;nbsp;สะท้อนความร่วมมือร่วมใจของประชาชน เชื่อว่าต่อจากนี้สถานการณ์จะดีขึ้นเรื่อยๆ อย่างแน่นอน รัฐบาลให้ความสำคัญกับการเร่งฉีดวัคซีนให้ทุกกลุ่มตามแผน ซึ่งนอกจากวัคซีนแล้วยังสร้างโอกาสให้กิจการ เพื่อให้สามารถเปิดบริการตามมาตรการควบคุมโรคแนวใหม่ Smart Control &amp;nbsp;and Living with COVID-19 ซึ่งมีการกระจายชุดตรวจ ATK 8.5 ล้านชุดให้พี่น้องประชาชน เริ่มต้นในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงก่อน และจะทยอยแจกทั่วประเทศ เพื่อให้ประเทศเดินหน้ากิจกรรมทางเศรษฐกิจต่อไปได้&amp;rdquo; โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าว
ชงเปิดโรงหนัง-กองละคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 14.30 น. พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานการประชุมร่วมกับภาคีเครือข่ายภาคเอกชนในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และกลุ่มศิลปิน &amp;nbsp;เพื่อหารือแนวทางการให้ความช่วยเหลือจากผลกระทบของสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ร่วมกับกลุ่มศิลปินพื้นบ้าน กลุ่มศิลปินแห่งชาติ ศิลปินศิลปากร กลุ่มเครือข่ายอุตสาหกรรมบันเทิง โรงงานและภาพยนตร์ และภาคเอกชน กว่า 40 &amp;nbsp;องค์กร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกรกล่าวถึงผลการประชุมว่า นายกฯ เห็นใจศิลปินพื้นบ้าน &amp;nbsp;บุคลากรด้านศิลปวัฒนธรรม และผู้อยู่ในอุตสาหกรรมบันเทิงซึ่งได้รับผลกระทบจากโควิด ที่ผ่านมารัฐบาลมีการช่วยเหลือเยียวยาผ่านมาตรการต่างๆ รวมทั้งยังห่วงใยกลุ่มศิลปินบางส่วนที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 เนื่องจากข้อมูลตกหล่น จึงขอให้กระทรวงวัฒนธรรมเร่งประสาน รวบรวมรายชื่อและจำนวนบุคคลให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น เพื่อภาครัฐจะได้จัดสรรทั้งวัคซีค รวมทั้งชุดตรวจ ATK ให้เหมาะสม ขณะเดียวกันจะได้ให้มีการขึ้นทะเบียนเพื่อเข้าถึงการเยียวยาของรัฐบาล และยังเป็นการสร้างความเข้มแข็งในเครือข่ายของกลุ่มศิลปินทุกแขนงด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายกฯ รับข้อเสนอเกี่ยวกับการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ อาทิ &amp;nbsp;การเปิดโรงภาพยนตร์ มหรสพ การผ่อนปรนให้กองถ่ายสามารถถ่ายทำภาพยนตร์ได้ โดยจะมอบหมายให้ ศบค.ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขพิจารณามาตรการรองรับป้องกันไม่ให้มีการแพร่ระบาดของโรค โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงที่จะต้องมีท้องถิ่นเข้าไปดูแลการถ่ายทำในพื้นที่ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการรวมกลุ่มของคนมากเกินไป รวมทั้งยังสั่งการให้กระทรวงวัฒนธรรมประสานเครือข่ายกลุ่มศิลปิน เพื่อจัดทำข้อมูลให้ครอบคลุมและชัดเจน มอบหมายให้กระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ และสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พิจารณาให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมจากมาตรการลดภาษี การช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึง &amp;nbsp;Soft Loan แหล่งเงินทุน จากงบประมาณที่มีเหลืออยู่ จาก พ.ร.ก.กู้เงิน โดยจะได้มีการนำเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป&amp;quot; โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 17 ก.ย.นี้ พล.อ.ประยุทธ์มีภารกิจตรวจราชการจังหวัดชลบุรี โดยจะเดินทางไปที่บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ &amp;nbsp;จำกัด (แหลมฉบัง) เพื่อตรวจเยี่ยมการฉีดวัคาซีนโครงการ Factory &amp;nbsp;Sandbox ก่อนพบปะหารือร่วมกับนายกสมาคมนักลงทุนชาวญี่ปุ่นและผู้บริหารสมาคมในพื้นที่จังหวัดชลบุรีและระยอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายปริญญ์ พานิชภักดิ์ รองหัวหน้าพรรคและหัวหน้าทีมเศรษฐกิจทันสมัย พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรค ปชป. และนายพันธ์พิสุทธิ์ นุราช ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เขตบึงกุ่ม ปชป. นำตัวแทนผู้ประกอบการร้านอาหารและร้านค้ารายย่อย &amp;nbsp;รวมถึงหาบเร่แผงลอยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 มายื่นข้อเรียกร้องถึงนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ผ่านนายราเมศ รัตนะเชวง เลขานุการประธานรัฐสภา ให้ ศบค.ยกเลิกเคอร์ฟิว หรือขยายเวลาเคอร์ฟิวเพิ่มเติมจาก 21.00 น. เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านอาหารรายย่อยให้กลับมาดำเนินกิจการต่อได้ เพื่อเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงการเตรียมเปิดประเทศและเปิดพื้นที่กรุงเทพฯ รับนักท่องเที่ยวต่างชาติในวันที่ 15 ต.ค.ว่า อยากให้พิจารณาข้อมูลอย่างถี่ถ้วนว่าประเทศไทยมีความพร้อมแล้วหรือไม่ โดยขอให้ดูข้อมูลหลายด้าน ทั้งยอดผู้ติดเชื้อที่รวมการตรวจด้วย ATK จำนวนผู้ป่วยอาการหนักและจำนวนผู้เสียชีวิต &amp;nbsp;หากรัฐบาลพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว ตนเห็นด้วยให้เปิดประเทศในช่วงเวลาที่เหมาะสม แต่รัฐบาลเองต้องเร่งสั่งจองวัคซีนป้องกันโควิดที่มีเทคโนโลยีป้องกันเชื้อสายพันธุ์ใหม่อย่างโนวาแวกซ์ ระบบแจ้งเตือนพื้นที่ติดเชื้อผ่านแอปพลิเคชัน และชุดตรวจ ATK เตรียมพร้อมให้ภาคเอกชนที่เปิดรับนักท่องเที่ยว ไม่ใช่เปิดเพราะรัฐบาลหารายได้ทางอื่นไม่เป็น &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ตอบโต้โฆษกพรรค พท.ว่า ต้องถามกลับโฆษกพรรค พท.ได้อ่านรายละเอียดของแผนการเปิดประเทศหรือไม่ หรืออ่านเพียงแค่ 3 &amp;nbsp;บรรทัดแล้วไปนำเอาความเห็นที่ตรงกันข้ามมาต่อยอดเพื่อโหนกระแส &amp;nbsp;ซึ่งการจะเปิดประเทศได้นั้นมีรายละเอียดการตัดสินใจ มีความละเอียดรอบด้าน มีการประเมินผลเสมอ และต้องเข้าใจว่าเรื่องของการท่องเที่ยวนั้นเกี่ยวพันกับธุรกิจในหลายๆ ภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม ค้าปลีก &amp;nbsp;เศรษฐกิจในชุมชน ต้องพึ่งพาการท่องเที่ยว จะมองเพียงมิติด้านท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียวไม่ได้.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116959</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยอดติดเชื้อรายวัน, ร้องรัฐผ่อนปรนถ่ายภาพยนตร์-เปิดโรงหนัง, ลองโควิด, สมุทรปราการ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210916/image_big_6142939b7da82.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
