<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>53766</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/01/2020 21:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/01/2020 20:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หวั่นสงคราม สหรัฐลอบฆ่าผู้บัญชาการทหารอิหร่านในอิรัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;หวั่นลุกลามเป็นสงคราม &amp;quot;โดนัลด์ ทรัมป์&amp;quot; ออกคำสั่งกองทัพยิงจรวดสังหารผู้บัญชาการกองกำลังกุดส์ของอิหร่านที่สนามบินอิรักเมื่อคืนวันพฤหัสบดี ผู้นำสูงสุดอิหร่านลั่นล้างแค้นขั้นรุนแรง สถานทูตสหรัฐแนะพลเมืองอเมริกันออกจากอิรักทันที หลายชาติเรียกร้องอดกลั้น ราคาน้ำมันตลาดโลกพุ่งกว่า 4%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวอิหร่านชูภาพของพลเอกคาเซม โซไลมานี ขณะชุมนุมประท้วงสหรัฐที่กรุงเตหะรานเมื่อวันศุกร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์อ้างคำแถลงของกระทรวงกลาโหมสหรัฐเมื่อวันศุกร์ที่ 3 มกราคมว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อนุมัติคำสั่ง &amp;quot;สังหาร&amp;quot; พลเอกคาเซม โซไลมานี ผู้บัญชาการกองกำลังกุดส์ซึ่งเป็นกองทัพปฏิบัติการนอกประเทศของอิหร่าน และเชื่อกันว่าเป็นผู้ทรงอิทธิพลอันดับสองของอิหร่านรองจากอยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมนี ผู้นำสูงสุด คำแถลงอ้างว่าปฏิบัติการครั้งนี้ เพื่อขัดขวางแผนการโจมตีนักการทูตอเมริกันและทหารอเมริกันในอิรักและในภูมิภาคนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การสังหารนายพลผู้ทรงอิทธิพลวัย 62 ปีผู้เป็นที่รักของชาวอิหร่านครั้งนี้ก่อความวิตกว่า &amp;quot;สงครามเงา&amp;quot; ในตะวันออกกลาง ระหว่างอิหร่านกับสหรัฐและชาติพันธมิตร โดยเฉพาะอิสราเอลและซาอุดีอาระเบีย จะลุกลามบานปลาย เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นภายหลังกองกำลังอิรักที่อิหร่านหนุนหลังนำการประท้วงด้านนอกสถานทูตสหรัฐในกรุงแบกแดดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อตอบโต้ที่สหรัฐโจมตีทางอากาศถล่มที่มั่นของกองกำลังคาตาอิบฮิซบุลเลาะห์ ที่ก่อตั้งโดยอาบู มะห์ดี อัลมูฮันดิส ซึ่งทำหน้าที่ที่ปรึกษาให้นายพลโซไลมานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่สหรัฐหลายรายเผยกับรอยเตอร์โดยไม่เป็นเผยนามว่า โซไลมานีถูกสังหารด้วยการโจมตีของโดรนลำหนึ่ง แต่กองทัพพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่านกล่าวว่า เขาถูกสังหารโดยเฮลิคอปเตอร์หลายลำของสหรัฐ ส่วนกองกำลังฮาชิดอัลชาบี ซึ่งเป็นเครือข่ายนักรบอิรักที่ใกล้ชิดกับอิหร่าน ยืนยันว่าซูไลมานีและมูฮันดิส ซึ่งเป็นรองผู้บัญชาการของพวกเขา เสียชีวิตในรถยนต์ที่โดนสหรัฐโจมตีบนถนนของสนามบินนานาชาติแบกแดด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านอยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมนี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ประกาศกร้าวว่า อิหร่านจะล้างแค้น&amp;nbsp; &amp;quot;อาชญากร&amp;quot; ที่ฆ่าโซไลมานี ครั้งนี้อย่างรุนแรง พร้อมกับประกาศไว้อาลัยทั่วประเทศนาน 3 วัน และแต่งตั้งพลจัตวาเอสมาอิล กานี รองผู้บัญชาการกุดส์ ขึ้นรับตำแหน่งผู้บัญชาการแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีฮัสซัน โรฮานี ของอิหร่าน กล่าวว่า การลอบสังหารผู้นำทหารนายนี้ทำให้อิหร่านมีความเด็ดเดี่ยวในการต่อต้านสหรัฐมากขึ้น ส่วนกองทัพพิทักษ์การปฏิวัติกล่าวว่า กองกำลังต่อต้านสหรัฐทั่วโลกมุสลิมจะแก้แค้นให้เขา ที่กรุงเตหะรานชาวอิหร่านนับพันคนเดินขบวนไปยังที่พำนักของคาเมนีเพื่อแสดงความอาลัยต่อนายพลผู้นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายกฯ อาเดล อับดุล มะห์ดี ของอิรัก ประณามปฏิบัติการของสหรัฐ โดยระบุว่าละเมิดข้อตกลงการคงกำลังทหารสหรัฐในอิรัก และพฤติการณ์รุกรานของสหรัฐละเมิดอำนาจอธิปไตยของอิรักและอาจนำไปสู่สงครามได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศพันธมิตรของสหรัฐในยุโรปหลายประเทศ ทั้งอังกฤษ, ฝรั่งเศส และเยอรมนี รวมถึงสหภาพยุโรป แสดงความวิตกที่ความตึงเครียดบานปลาย รัฐบาลจีนเรียกร้องให้ทุกฝ่ายอยู่ในความสงบและใช้ความอดกลั้น ขณะที่กองทัพอิสราเอลสั่งเตรียมพร้อมขั้นสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานด้วยว่า นายกฯ เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ร่นเวลาการเยือนกรีซแล้วเดินทางกลับประเทศ โดยคณะรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงนัดหารือความเป็นไปได้ของภัยคุกคามต่ออิสราเอลหลังเหตุการณ์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งกำลังเผชิญการถอดถอนของคองเกรส ยังไม่ได้แสดงทัศนะใดๆ แต่เขาโพสต์ภาพธงชาติสหรัฐในทวิตเตอร์ของเขา ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศออกแถลงการณ์คำแนะนำด้านการเดินทางฉบับล่าสุดเดือนมกราคม 2563 แนะพลเมืองชาวอเมริกันทุกคนให้เดินทางออกจากอิรักทันที สืบเนื่องจากความตึงเครียดสูงในอิรักและภูมิภาคนี้ หากไม่สามารถเดินทางด้วยเครื่องบิน ก็ให้ออกจากอิรักผ่านพรมแดนทางบก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรพรรคเดโมแครต ตำหนิทรัมป์ว่าออกคำสั่งปฏิบัติการทางทหารครั้งนี้โดยไม่ได้ปรึกษาคองเกรสก่อนและไม่ได้ขออำนาจจากสภาเพื่อใช้กำลังทางทหารต่ออิหร่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์ตึงเครียดส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกเมื่อวันศุกร์พุ่งขึ้นมากกว่า 4% เนื่องจากความวิตกต่อปัญหาการขนส่งน้ำมันในตะวันออกกลาง ซึ่งรวมถึงการส่งน้ำมันดิบผ่านอ่าวเปอร์เซีย ภายหลังอิหร่านประกาศจะล้างแค้นตอบโต้สหรัฐ เช่น ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ในตลาดลอนดอนเช้าวันศุกร์ เพิ่มขึ้น 4.5% อยู่ที่ 69.23 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสเพิมขึ้น 4.1% อยู่ที่ 63.71 ดอลลาร์/บาร์เรล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53766</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองกำลังกุดส์, พลเอกคาเซม โซไลมานี, ลอบฆ่า, สงคราม, สหรัฐ, อิรัก, อิหร่าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200103/image_big_5e0f4abfaf63c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16929</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2018 22:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/09/2018 22:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนังสือเล่มใหม่เผย &#039;ทรัมป์&#039; สั่งลอบฆ่า &#039;อัสซาด&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;หนังสือเล่มใหม่ของ &amp;quot;บ็อบ วูดวาร์ด&amp;quot; ที่จะวางแผงสัปดาห์หน้า อ้างแหล่งข่าวในรัฐบาลสหรัฐว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งรัฐมนตรีกลาโหมลุยแผนลอบฆ่าประธานาธิบดีบาชาร์ อัลอัสซาด หลังการโจมตีด้วยอาวุธเคมีในซีเรียกลางปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ โดนัลด์ ทรัมป์ (ซ้าย) และบาชาร์ อัลอัสซาด / New York Post / AP / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานข่าวของวอชิงตันโพสต์เมื่อวันอังคารที่ 4 กันยายน เกี่ยวกับเนื้อหาบางช่วงบางตอนของหนังสือ &amp;quot;กลัว : ทรัมป์ในทำเนียบขาว&amp;quot; เขียนโดยบ็อบ วูดวาร์ด นักข่าวนามกระฉ่อนผู้เปิดโปงคดีวอเตอร์เกต มีออกมาในช่วงเวลาเดียวกับที่นานาชาติกำลังวิตกต่อปฏิบัติการของอัสซาดและกองทัพรัสเซีย ที่เตรียมถล่มจังหวัดอิดลิบ ดินแดนควบคุมของกบฏซีเรียในภาคตะวันตกเฉียงเหนือใกล้ชายแดนตุรกี ซึ่งองค์การสหประชาชาติเตือนว่าอาจเกิดการฆาตกรรมหมู่ ขณะที่รัฐบาลสหรัฐขู่อัสซาดว่า หากใช้อาวุธเคมีกับประชาชนชาวซีเรีย สหรัฐจะตอบโต้อย่างฉับพลันตามความเหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื้อหาบางส่วนของหนังสือเล่มนี้ ซึ่งมีกำหนดวางแผงวันที่ 11 กันยายน เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวความตึงเครียดภายในทำเนียบขาวที่อยู่ภายใต้การบัญชาการของทรัมป์มานาน 20 เดือน โดยอ้างแหล่งข่าวนิรนามหลายคนที่บอกเล่าคำพูดของทรัมป์, เจมส์ แมททิส รัฐมนตรีกลาโหม, จอห์น เคลลี หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว และอีกหลายคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนังสือบรรยายภาพของประธานาธิบดีผู้นี้ว่าชอบระเบิดอารมณ์ด้วยถ้อยคำหยาบคาย และตัดสินใจหุนหันพลันแล่น รัฐบาลมีความโกลาหลวุ่นวายและสติแตก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วู้ดวาร์ดอ้างคำกล่าวของเจ้าหน้าที่วงในว่า ภายหลังรัฐบาลอัสซาดถูกกล่าวหาว่าใช้อาวุธเคมีโจมตีเมื่อเดือนเมษายน 2560 ทรัมป์กล่าวกับแมททิสว่าเขาต้องการให้ลอบฆ่าอัสซาด แมททิสรับปากจะรีบดำเนินการก็จริง แต่เขาประวิงเวลาด้วยแผนการโจมตีทางอากาศต่อซีเรียแบบจำกัด และไม่ได้คุกคามต่อสวัสดิภาพของอัสซาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนังสือยังกล่าวด้วยว่า แมททิสเคยพูดกับเพื่อนร่วมงานด้วยว่า ทรัมป์ทำตัวเหมือนเด็กประถมห้าหรือประถมหก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ก็แค่หนังสือห่วยๆ อีกเล่มหนึ่ง&amp;quot; ทรัมป์กล่าวกับเดลีคอลเลอร์เมื่อวันอังคาร ต่อมาในทวิตเตอร์ของเขา ทรัมป์กล่าวด้วยว่า หนังสือเล่มนี้สร้างเรื่องหลอกลวงต้มตุ๋นสาธารณชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านแมททิสออกแถลงการณ์ปฏิเสธว่า เขาไม่เคยกล่าวถ้อยคำแบบนั้นเกี่ยวกับทรัมป์ ขณะที่ซาราห์ แซนเดอร์ส โฆษกทำเนียบขาว โจมตีหนังสือเล่มนี้ว่า มีแต่เรื่องราวปั้นน้ำเป็นตัวที่ได้จากพวกอดีตลูกจ้างที่ไม่พอใจ เพื่อทำให้ประธานาธิบดีทรัมป์ดูไม่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนังสือเล่มนี้กล่าวด้วยว่า ผู้ช่วยหลายคนดูถูกทรัมป์ลับหลัง โดยเคลลีด่าทรัมป์ว่าโง่เง่า &amp;quot;เราอยู่ในเมืองบ้าคลั่ง งานนี้เป็นงานที่เลวร้ายที่สุดที่ผมเคยทำ&amp;quot; ขณะที่ทรัมป์ก็หยามเหยียดลูกน้องหลายคน อาทิ วิลเบอร์ รอสส์ รัฐมนตรีพาณิชย์ที่ทรัมป์ระบุว่าผ่านจุดสูงสุดมาแล้ว และเจฟฟ์ เซสชันส์ รัฐมนตรียุติธรรมที่ทรัมป์เรียกว่าบกพร่องทางจิต.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16929</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซีเรีย, บาชาร์ อัลอัสซาด, บ็อบ วูดวาร์ด, ลอบฆ่า, วอเตอร์เกต, อาวุธเคมี, เจมส์ แมททิส, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180905/image_big_5b8fee97083d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16921</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2018 21:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/09/2018 21:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บุกฆ่าอุกอาจ นายกเล็กปินส์ติดบัญชีดำ &#039;ดูเตร์เต&#039; เอี่ยวยาเสพติด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;มาเรียโน บลังโก นายกเทศมนตรีเมืองรอนดาของฟิลิปปินส์ โดนคนร้าย 4 คนบุกยิงตายถึงสำนักงาน เผยมีชื่อในแบล็กลิสต์เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต ระบุว่าเกี่ยวข้องกับยาเสพติด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต ทดสอบปืนไรเฟิลในพิธีเปิดการแข่งขันของหน่วยสวาท ที่เมืองมินดาเนา เมื่อวันที่ 1 มี.ค. 2561 / Presidential Photographers Division / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 5 กันยายน 2561 อ้างคำกล่าวของเจร์ ปัลคอน สารวัตรเมืองรอนดา ว่า บลังโก วัย 59 โดนกลุ่มมือปืนนิรนามบุกยิงภายในสำนักงานของเขาเมื่อเวลาหลังเที่ยงคืนของวันอังคาร พยานหลายรายเห็นคนติดอาวุธ 4 คนลงจากรถตู้สีขาวเข้าไปภายในตึกเทศบาล ยังไม่มีความชัดเจนว่าทำไมนายกเทศมนตรีผู้นี้ถึงนอนค้างที่สำนักงานของเขา บลังโกถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลและเสียชีวิตที่นั่น เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังสอบสวนหาแรงจูงใจของการสังหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัลคอนกล่าวว่า บลังโกมีชื่ออยู่ในบัญชีดำเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดของประธานาธิบดีดูเตร์เต โฆษกสำนักงานปราบปรามยาเสพติดของฟิลิปปินส์ก็ยืนยันข้อมูลนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานปราบปรามยาเสพติดเผยด้วยว่า การสังหารนายกเทศมนตรีเมืองรอนดาครั้งนี้เกิดขึ้นไม่ถึง 1 ปีหลังคณะกรรมการตำรวจแห่งชาติปลดเขาจากการควบคุมตำรวจท้องถิ่น เนื่องจากคำกล่าวหาเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนกรกฎาคมปีนี้ก็เคยเกิดเหตุลอบสังหารอย่างอุกอาจ เมื่ออันโตนีโอ ฮาลิลี นายกเทศมนตรีเมืองตานวน ทางใต้ของกรุงมะนิลา โดนมือปืนซุ่มยิงเสียชีวิตกลางพิธีเชิญธงชาติขึ้นสู่ยอดเสาที่ศาลาประชาคมของเมือง หากรวมบลังโกเป็นรายล่าสุดจะทำให้มีนายกเทศมนตรีหรือรองนายกเทศมนตรีโดนฆ่าตายแล้วอย่างน้อย 6 รายนับแต่เดือนพฤษภาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจกล่าวว่า โจนาห์ จอห์น อังกาบ หลานชายของบลังโกและเป็นรองนายกเทศมนตรีของเมืองนี้ด้วย ก็โดนกลุ่มมือปืนไม่ทราบฝ่ายยิงตายเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สงครามยาเสพติดของดูเตร์เตทำให้มีผู้ต้องสงสัยว่าเป็นพ่อค้าหรือผู้ติดยาเสพติดโดนฆ่าตายแล้ว&amp;nbsp; 4,410 รายตามข้อมูลของตำรวจ แต่กลุ่มสิทธิชี้ว่าจำนวนที่แท้จริงมากกว่านั้น 3 เท่า.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16921</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกเทศมนตรี, นายกเล็ก, ฟิลิปปินส์, รอนดา, ลอบฆ่า, สงครามยาเสพติด, โรดริโก ดูเตร์เต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180905/image_big_5b8fe7325a821.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7614</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/04/2018 21:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/04/2018 21:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อิสราเอลปฏิเสธมอสสาดเอี่ยวลอบฆ่าวิศวกรจรวดฮามาสในมาเลเซีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทางการมาเลเซียตรวจชันสูตรศพของอาจารย์วิศวกรรมศาสตร์ชาวปาเลสไตน์ที่โดนมือปืนคล้ายยุโรป 2 คนลอบยิงในกรุงกัวลาลัมเปอร์เมื่อวันเสาร์ ฮามาสยืนยันเป็นนักวิทย์ด้านจรวดของตน ครอบครัวกล่าวหาเป็นฝีมือสายลับมอสสาด แต่อิสราเอลปฏิเสธ โยนว่าเป็นความขัดแย้งภายในของฮามาสเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;ภาพถ่ายเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2561 กลุ่มชายชูป้ายภาพของฟาดี โมฮัมหมัด อัลบาตช์ ที่โดนลอบยิงเสียชีวิต / MAHMUD HAMS / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การลอบสังหารฟาดี โมฮัมหมัด อัลบาตช์ ชาวปาเลสไตน์วัย 35 ปีทำให้ย้อนนึกถึงการใช้ยาพิษลอบสังหารคิม จองนัม พี่ชายต่างมารดาของคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ที่สนามบินในกรุงกัวลาลัมเปอร์เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2560 คราวนั้นทางการเกาหลีใต้และสหรัฐกล่าวโทษว่าสายลับเกาหลีเหนืออยู่เบื้องหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน 2561 อ้างคำแถลงของเจ้าหน้าที่มาเลเซียว่า ฟาดีโดนมือปืน 2 รายซึ่งซ้อนรถจักรยานยนต์กันมา กระหน่ำยิงระหว่างที่เขาเดินออกจากอพาร์ตเมนต์เพื่อไปละหมาดในมัสยิดแห่งหนึ่งที่ย่านกอมบักของกรุงกัวลาลัมเปอร์เมื่อเช้าวันเสาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เกิดเหตุ ตำรวจทำเครื่องหมายรอยกระสุน 14 นัด หลายนัดยิงโดนกำแพง และนัดหนึ่งยิงโดนรั้วเหล็กดัดเป็นรอยบุ๋ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;ตำรวจนิติวิทยาศาสตร์ปิดล้อมจุดเกิดเหตุ ภาพถ่ายเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเบอร์นามาของทางการมาเลเซีย อ้างคำกล่าวของอาหมัด ซาฮิด ฮามิดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยว่า ฟาดีเป็น &amp;quot;วิศวกรไฟฟ้าและผู้เชี่ยวชาญด้านการทำจรวด&amp;quot; เขาเป็นนักเคลื่อนไหวในองค์กรเอกชนที่สนับสนุนปาเลสไตน์ และอาจถูกมองโดยประเทศที่เป็นศัตรูของปาเลสไตน์ว่าเขาคือผู้รับผิดชอบด้วย ซาฮิดกล่าวด้วยว่า เชื่อว่าผู้ต้องสงสัย 2 คนซึ่งหลบหนีไปได้นั้น เป็นชาวยุโรปที่มีความเชื่อมโยงกับสำนักข่าวกรองของต่างชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ครอบครัวของเขาที่ฉนวนกาซา ซึ่งเป็นดินแดนปาเลสไตน์ที่อยู่ภายใต้การปกครองของฮามาส ออกแถลงการณ์ว่า &amp;quot;เรากล่าวโทษมอสสาดว่าอยู่เบื้องหลังการลอบสังหารครั้งนี้&amp;quot; ด้านกลุ่มฮามาสก็ยอมรับว่า ฟาดี ซึ่งฮามาสบรรยายว่าเป็นนักวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่เชี่ยวชาญด้านพลังงาน เป็นสมาชิกกลุ่มฮามาส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โมหะมัด ฟูซี ฮารุน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมาเลเซีย เปิดเผยระหว่างการแถลงข่าวเมื่อบ่ายวันอาทิตย์ว่า เจ้าหน้าที่กำลังชันสูตรศพเขาในวันอาทิตย์ และตำรวจได้ตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจขึ้นมาสอบสวนการสังหารนี้ แต่ตำรวจจะไม่คาดเดาว่า อะไรคือแรงจูงใจ หรือมีนักฆ่าชาวต่างชาติเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี เขากล่าวว่า ภาพถ่ายผู้ต้องสงสัย 2 คนที่พยานหลายรายมอบให้ตำรวจ เปิดเผยว่า ทั้งคู่ดูคล้ายกับชาวยุโรป แต่ตำรวจยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าพวกเขาเป็นชาวยุโรปจริง และเมื่อมีคำถามว่า มีหลักฐานว่าชาวต่างชาติเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ นายตำรวจผู้นี้กล่าวว่า ตอนนี้ยังเร็วไปที่จะสรุป และยังไม่มีการจับกุมผู้ต้องสงสัยรายใด อีกทั้งยังไม่พบอาวุธสังหารด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านอาวิกดอร์ ลีเบอร์แมน รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล กล่าวว่า ชายคนนี้น่าจะถูกฆ่าตายเนื่องจากความขัดแย้งภายในของปาเลสไตน์เอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรารับรู้เรื่องนี้จากรายงานข่าว องค์กรก่อการร้ายกล่าวโทษการลอบฆ่าทุกครั้งว่าเป็นฝีมืออิสราเอล พวกเราชินแล้ว&amp;quot; ลีเบอร์แมนกล่าวกับวิทยุอิสราเอล &amp;quot;ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่นักบุญ และเขาก็ไม่ได้ทำงานด้านการปรับปรุงโครงสร้างสาธารณูปโภคในกาซา แต่เขาเกี่ยวข้องกับการปรับปรุงความแม่นยำของจรวด&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7614</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปาเลสไตน์, มอสสาด, มาเลเซีย, ลอบฆ่า, วิศวกรจรวด, อิสราเอล, ฮามาส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180422/image_big_5adc936da7d04.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4504</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/03/2018 20:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/03/2018 20:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐเพิ่งฟันธง เกาหลีเหนือใช้สารพิษวีเอ็กซ์ฆ่าพี่ชายคิม จองอึน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลสหรัฐเพิ่งสรุปอย่างเป็นทางการเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า เกาหลีเหนือใช้สารพิษวีเอ็กซ์สังหารคิม จองนัม พี่ชายต่างมารดาของคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเปียงยาง เปิดทางใช้มาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติมลงโทษการใช้อาวุธเคมี แม้บรรยากาศบนคาบสมุทรเกาหลีเริ่มดีขึ้น เมื่อคิมเตรียมพบ &amp;quot;มุน แจอิน&amp;quot; ผู้นำเกาหลีใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;คิม จองนัม (ซ้าย) กับ คิม จองอึน น้องชายต่างมารดาที่เป็นผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ (AFP/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 7 มีนาคม 2561 กล่าวว่า รัฐบาลสหรัฐเพิ่งประกาศเมื่อวันอังคารว่า สหรัฐได้ข้อสรุปอย่างเป็นทางการแล้วว่า สารพิษทำลายประสาท วีเอ็กซ์ ถูกใช้ในการสังหารคิม จองนัม ที่สนามบินกัวลาลัมเปอร์เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว และเกาหลีเหนือคือผู้อยู่เบื้องหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รัฐบาลเกาหลีเหนือใช้สารวีเอ็กซ์ซึ่งเป็นอาวุธเคมี ลอบสังหารคิม จองนัม ที่สนามบินกัวลาลัมเปอร์&amp;quot; เฮทเธอร์ นาเวิร์ด โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ กล่าวในแถลงการณ์ และว่า การใช้อาวุธเคมีโดยหมิ่นบรรทัดฐานสากลอย่างเปิดเผยในที่สาธารณะเช่นนี้ ยิ่งแสดงให้เห็นถึงนิสัยที่ไร้ความยั้งคิดของเกาหลีเหนือ และขับเน้นว่า เราไม่สามารถอดกลั้นต่อโครงการอาวุธอานุภาพทำลายล้างสูงของเกาหลีเหนือ ไม่ว่าในรูปแบบใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ไม่ได้ให้รายละเอียดหรือหลักฐานว่าสหรัฐได้ข้อสรุปนี้ด้วยวิธีใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การลอบสังหารคิม จองนัม อย่างอุกอาจต่อหน้าธารกำนัลได้จุดชนวนความตื่นตัวทางการทูตและการรุมประณามเกาหลีเหนือ ทางการมาเลเซียจับกุมหญิงสาวชาวอินโดนีเซียและเวียดนามซึ่งเป็นผู้นำสารพิษนี้ป้ายหน้าคิม และดำเนินคดีทั้งคู่ฐานฆาตกรรม แต่พวกเธออ้างว่าโดนสายลับเกาหลีเหนือหลอกว่ากำลังถ่ายทำรายการทีวีแกล้งคน สายลับเกาหลีเหนือกลุ่มนี้หนีออกจากมาเลเซียหลังเกิดเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อสรุปอย่างเป็นทางการของสหรัฐเปิดช่องให้สหรัฐใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อเกาหลีเหนือเพิ่มเติม แม้ว่าวันเดียวกันนั้น เกาหลีใต้เพิ่งประกาศว่า ผู้นำของเกาหลีใต้และเหนือจะประชุมสุดยอดกันในเดือนเมษายน และเกาหลีเหนือแสดงความพร้อมจะเจรจากับสหรัฐ เพื่อยุติการคุมเชิงกันด้านนิวเคลียร์ โดยเปียงยางประกาศด้วยว่าจะยอมปลดอาวุธนิวเคลียร์ของตนหากได้คำรับประกันด้านความมั่นคง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่าทีที่เปลี่ยนไปของเกาหลีเหนือได้รับการตอบรับจากจีน ที่ยกย่องผลลัพธ์ในทางบวกและขอให้ทั้งสองฝ่ายฉวยโอกาสครั้งนี้ส่งเสริมการปลดนิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลี แม้แต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐก็กล่าวว่า คำประกาศของเกาหลีเหนือเป็นบวกและดูจะจริงใจ แต่ประธานาธิบดีมุน แจอิน ของเกาหลีใต้เตือนว่า ไม่ควรรีบมองโลกในแง่ดีเกินไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามกฎหมายของสหรัฐนั้น เมื่อประเทศใดหรือผู้นำประเทศคนใดละเมิดข้อห้ามว่าด้วยอาวุธเคมีและชีวภาพของสหรัฐ รัฐบาลสหรัฐจะใช้มาตรการห้ามนำเข้าสินค้าจากประเทศนั้น แต่ปัจจุบันเกาหลีเหนือโดนสหรัฐและองค์การสหประชาชาติคว่ำบาตรอย่างรุนแรงอยู่แล้ว การตัดสินของสหรัฐเมื่อวันอังคารจึงน่าจะส่งผลกระทบน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คิม จองนัม เคยถูกมองว่าจะเป็นผู้สืบทอดอำนาจต่อจากคิม จองอิล รายงานบางฉบับกล่าวว่าจีนอาจกำลังปลุกปั้นให้เขาขึ้นเป็นผู้นำเกาหลีเหนือแทนที่คิม จองอึน น้องชายต่างมารดา หากเกาหลีเหนือเผชิญวิกฤติ การไต่สวนพิจารณาคดีฆาตกรรมเขาที่มาเลเซียเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมด้วยว่า หลายเดือนก่อนโดนฆ่าตาย เขาเคยแสดงความหวาดกลัวว่าจะโดนลอบฆ่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ที่มาเก๊า ไม่ชัดเจนว่าเหตุใดเขาจึงเดินทางออกจากสถานที่ปลอดภัยภายใต้การอารักขาของจีน มายังมาเลเซีย ในเมื่อเขาคิดว่าตัวเองตกเป็นเป้าสังหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเปิดเผยของสหรัฐเรื่องการใช้อาวุธเคมีชนิดนี้ เกิดขึ้นในช่วงเดียวกับที่ตำรวจต่อต้านการก่อการร้ายของอังกฤษได้เข้าร่วมการสอบสวนคดีลอบวางยาพิษเซอร์เกย์ สครีปัล อดีตสายลับ 2 หน้าชาวรัสเซียที่เมืองซอลส์บรีของอังกฤษเมื่อสุดสัปดาห์ อาการของสครีปัลและลูกสาวของเขายังอยู่ในขั้นวิกฤติ รัฐบาลอังกฤษขู่ว่าจะตอบโต้อย่างดุดัน หากพบว่ารัสเซียอยู่เบื้องหลังจริง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4504</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ, คิม จองนัม, คิม จองอึน, มาเลเซีย, ลอบฆ่า, วีเอ็กซ์, สนามบินกัวลาลัมเปอร์, สหรัฐ, เกาหลีเหนือ, เกาหลีใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180307/image_big_5a9fe39df3e28.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
