<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113584</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2021 13:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2021 12:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อาจารย์สุลักษณ์ กำลังให้ร้ายป้ายสีใครหรือครับ ?</HEADLINE>
                <CONTENT>


&amp;#39;ในหลวงรัชกาลที่ ๘ เป็นผู้ที่มีความคิดรอบคอบสุขุม พระองค์ตรัสน้อย ไม่แสดงอาการโกรธเคืองให้ปรากฎเลย พระองค์ท่านอยู่ในเกณฑ์ฉลาดเฉียบแหลม 

ถ้าพระองค์ท่านยังทรงราชสมบัติอยู่แล้ว ก็จะเป็นการขัดชวางรัฐบาลได้ เช่นรัฐบาลมีความเห็นอย่างหนึ่งพระองค์ท่านอาจจะไม่มีความเห็นด้วย&amp;#39; 

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทฤษฎีมีเยอะแหละครับ ต้องเอาเอกสารต่างๆมาดู แล้วก็พิจารณาว่าจะเชื่ออันไหน เพราะในอดีตเราไม่ได้ไปอยู่ตรงนั้นนี่ จะรู้ได้ยังไง เชื่อมากน้อยเพียงใดอยู่ที่เรามีใจเป็นกลางขนาดไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่ผมอยากจะแนะนำให้อ่านนะครับ หนังสือของสุพจน์ ด่านตระกูล เขียนดีมาก เพราะว่าที่มันน่าเชื่อก็คือว่า เวลานั้นน่ะ เยอรมันเค้าคิดยาได้ แล้วยานี้ฉีดเข้าไปคนก็จะหลับ หลับแล้วจะพูดชัด เอาจิตใต้สำนึกออกมา ทางรัฐบาลไทยก็ซื้อยานี้มา ฉีด ตอนนั้นหมอใช้ ยูนิพันธุ์ เป็นหมอมีชื่อเสียงมากนะ ผมรู้จักหมอใช้ด้วย ปรากฏว่าให้การในศาล จำเลยซักหมอใช้ที่อ่านถ้อยคำที่จำเลยทั้งสามคนให้การน่ะ หมอใช้บอกจำไม่ได้ แล้วไม่ยอมเอามาขึ้นศาล คุณสุพจน์แกเชื่อเลยว่า นายชิตกับนายบุศย์น่ะ คงจะให้การว่า&amp;hellip;เสียงซ่าโดยเจตนาลบ&amp;hellip;แต่ที่ให้การไว้ทั้งหมดว่าไม่ได้เข้าไป สุพจน์แกเชื่อเลยว่าเข้าไป เพราะถ้าเผื่อว่าไม่ได้เข้าไป ทำไมฝ่ายโจทย์ไม่เอาคำพูดที่อัดเสียงมาให้ ทนายเค้าถามหมอใช้ หมอใช้ฟังหรือเปล่า หมอใช้บอกจำไม่ได้แล้ว ไม่สำคัญหรอก นี่แสดงว่าตอแหล นี่คดีสวรรคต ฟังแล้วไม่สำคัญได้อย่างไร ต้องจำได้สิ&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;https://youtu.be/Snomyjt1mds?t=709
.
คราวนี้มาดูกันบ้างว่าที่อาจารย์สุลักษณ์พูดออกอากาศนั้น จริงแล้วคุณสุพจน์เขียนไว้ว่าอย่างไร
นายชิต สิงหเสนี ได้ให้การต่อศาลถึงวิธีการสอบสวนของพระพินิจชนคดี ว่าดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ระหว่างที่ถูกคุมขังอยู่บางขวางนี้ ตำรวจได้รับตัวช้าพเจ้าไปสอบสวนหลายครั้ง แต่ไม่มีการสอบสวนในเรือนจำนั้นเลย! มีหมอเข้าไปตรวจรักษาข้าพเจ้าในราววันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ เพื่อดูว่าข้าพเจ้าเป็นโรคมาเลเรียหรือเปล่า ในชั้นแรกมีหมอใช้ หมอเล็ก และหมอที่ประจำเรือนจำบางขวางก็ไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนที่จะเข้าตรวจ เจ้าหน้าที่เรือนจำบอกข้าพเจ้าว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจะมาสอบสวน พอบอกแล้วหัวหน้าแผนกเรือนจำก็นำบุคคลผู้มีนามดังกล่าวเข้ามา เมื่อเข้ามาแล้วหมอไล่เจ้าหน้าที่ที่ควบคุมข้าพเจ้าทั้งหมดออกไปนอกห้อง แล้วหัวหน้าแผนกควบคุมพูดว่าหมอเขาจะตรวจให้เขาตรวจเถอะ และหมอใช้ก็ได้ตรวจร่างกายข้าพเจ้าทั้งตัว และพูดว่าข้าพเจ้าคงเป็นมาเลเรียมาก่อนแล้ว ข้าพเจ้าตอบว่าข้าพเจ้ารู้สึกว่าไม่เคยเป็น หมอใช้ยืนยันว่าข้าพเจ้าเคยเป็นมาเลเรียมาก่อน เพราะม้ามข้าพเจ้าโต แล้วก็เอายาเม็ดขาว ๆ ละลายน้ำให้ข้าพเจ้ากินหนึ่งเม็ด แล้วสั่งให้ข้าพเจ้านอนพักผ่อน อยู่สักครู่หนึ่งแล้วออกไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาสัก ๑๐ นาที หมอใช้ก็กลับเข้ามาอีก และถามข้าพเจ้าว่าเป็นอย่างไรบ้าง ข้าพเจ้าตอบว่าไม่รู้สึกว่าจะเป็นอย่างไร หมอใช้พูดว่า ถ้าอย่างนั้นให้ลองยาฉีดดูสักหน่อย ตัวเขาจะรักษาให้ แล้วก็เอาเข็มฉีดยาเข้าเส้นเลือดที่แขนข้ายข้าพเจ้า พอดึงเข็มออกแล้วหมอใช้พูดว่า เข้ามาได้แล้ว แล้วพวกนั้นก็กลับเข้ามาอีก ระหว่างที่เดินยานั้นช้าพเจ้ารู้สึกมึนตึง คอหอยแห้งผาก พอหมอชักเข็มออกข้าพเจ้าก็หมดความรู้สึก ที่เข้ามานั้น คือพระพินิจฯและหลวงแผ้วฯ มานั่งอยู่ข้างๆ &amp;nbsp;ก่อนที่ข้าพเจ้าจะหมดความรู้สึกพระพินิจฯได้มาจับขาข้าพเจ้าเขย่าและพูดถามข้าพเจ้าอยู่เรื่อย ๆ แต่จะถามว่ากระไรข้าพเจ้าจำไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบุศย์ ปัทมศริน ก็เช่นเดียวกับนายชิตที่ถูกพระพินิจชนคดีสอบสวนโดยวิธีการนอกกฎหมายเช่นเดียวกัน นายบุศย์ได้ให้การต่อศาลว่าดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเดือนมีนาคม วันที่เท่าไหร่จำไม่ได้ เวลาประมาณ ๑๑ นาฬิกา ขณะที่ถูกคุมขังอยู่ชั้นบน (เรือนจำลหุโทษ อยู่ข้างวัดสุทัคน์) ข้าพเจ้าถูกบอกให้ลงไปข้างล่าง แล้วก็ถูกหมอจากข้างนอกตรวจร่างกาย โดยหมอบอกว่าถูกขังอยู่นานแล้ว จะเจ็บไข้เป็นอะไรบ้าง ตรวจดูเสียที และถามข้าพเจ้าว่ารู้สึกเป็นอะไรบ้าง ข้าพเจ้าตอบว่าไม่เป็นอะไร หมอคนนั้นมาทราบภายหลังตอนที่มาเบิกความที่ศาลนี้ว่าคือหมอใช้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมอใช้ตรวจร่างกายข้าพเจ้าแล้วก็กลับออกไป แล้วกลับเข้ามาอีกบอกว่าจะต้องฉีดยา แล้วก็ฉีดยาที่แขนข้าพเจ้า ยังไม่ทันหมดเข็มข้าพเจ้ารู้สึกง่วง มองดูเห็นมีตำรวจเข้ามาคนหนึ่งคือหลวงแผ้วฯ ข้าพเจ้ารู้สึกง่วงแล้วก็หลับไปคาเข็ม ข้าพเจ้ารู้สึกตัวในตอนเช้าของวันรุ่งขึ้นเวลาสักหนึ่งโมง ปรากฏว่าข้าพเจ้าขึ้นมานอนอยู่ข้างบนแล้ว โดยพัศดีให้ช่วยกันจับยกขึ้นมาตั้งแต่ก่อนรู้สึกตัว เมื่อข้าพเจ้ารู้สึกตัวแล้ว ต่อมาเจ้าหน้าที่ในนั้นบอกแก่ข้าพเจ้าว่ามีเจ้าหน้าที่มาคอยอัดเสียงข้าพเจ้า แต่จะอัดไปได้หรือไม่เขาไม่ได้เล่าให้ฟัง และข้าพเจ้าก็ไม่ได้ซักถามเขา หลังจากถูกฉีดยาแล้วและรู้สึกตัวแล้ว ข้าพเจ้ารู้สึกมึนสมอง เหนื่อยและมักจะเป็นลมหน้ามืดบ่อย ๆ หัวใจเต้นแรง ๆ คล้ายตกใจอะไร อาการเหล่านี้ยังคงเป็นอยู่จนกระทั่งบัดนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การสอบสวนโดยวิธีนอกกฎหมายดังกล่าวนี้ ต่อมานายแพทย์ใช้ยูนิพันธ์ พยานโจทก์ &amp;nbsp;ซึ่งเป็นผู้ฉีดยานายชิตและนายบุศย์ ได้ให้การยอมรับกับศาลว่าได้ไปฉีดยาให้นายชิตนายบุศย์จริง นายแพทย์ใช้ ยูนิพันธ์ ได้ให้การตอนหนึ่งว่าดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตำรวจได้เรียกข้าพเจ้าไปปรึกษาถึงยาฉีดที่จะฉีดระงับประสาทเพื่อให้ผู้นั้นพูดไปด้วยความไม่ปิดบังมีบ้างไหม ข้าพเจ้าตอบว่ามีและข้าพเจ้ารู้จักอยู่และทำการใช้ได้ดี แต่ผลอาจจะไม่ได้ตามความมุ่งหมายก็ได้ เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง ข้าพเจ้ายินดีจะทำให้ ยานี้เป็นยามีมานานแล้ว เป็นยารักษาโรคทั่ว ๆ ไป แต่ต้องใช้ให้ถูกวิธีและไม่มีอันตราย
ข้าพเจ้าจึงได้ทำการฉีดยานี้แก่นายชิต นายบุศย์ จำเลยทั้งสองคนละคราว ข้าพเจ้าฉีดยาแล้วคงเดินเข้าเดินออกเพื่อดูอาการผู้ที่ถูกฉีดยา ตำรวจก็ทำการสอบสวนไป ทราบว่าทางตำรวจได้ทำการอัดเสียงครั้งหนึ่งแต่ช้าพเจ้าไม่ได้สนใจฟัง จึงไม่ได้ทราบผลของการสอบสวน และตำรวจก็ไม่ได้เล่าให้ฟัง คนที่ถูกฉีดยาจะมีอาการง่วงเพราะเป็นยาระงับประสาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากคำเบิกความของนายแพทย์ใช้ ยูนิพันธ์ ในประเด็นที่ว่าไม่สนใจฟังการสอบสวนและบันทึกเสียงนั้นจะเชื่อได้แค่ไหนเพราะนายแพทย์ใช้ ยูนิพันธ์ ใช้วิธีการแพทย์ช่วยเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนคดีสวรรคตเพื่อหามือปืนปลงพระชนม์ที่คนทั้งประเทศและแม้แต่ต่างประเทศก็สนใจอยากรู้ แต่นายแทพย์ใช้ ยูนิพันธ์ กลับบอกว่า ข้าพเจ้าไม่สนใจฟัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่สนใจฟัง หรือกลัวมะพร้าวห้าวยัดปากจึงพูดไม่ออกบอกไม่ได้ เพราะว่านายชิต นายบุศย์ อาจพูดไปตามที่เห็นว่าในเช้าวันนั้นมีใครล่วงล้ำเข้าไปในห้องพระบรรทมบ้าง แต่ที่แน่ ๆ ถ้ามีใครล่วงล้ำเข้าไป ใครคนนั้นไม่ใช่ เรือเอก วัชรชัย ชัยสิทธิเวช ตามสมมุติฐานของพนักงานสอบสวน อัยการจึงไม่ได้ส่งเทปม้วนนั้นไปสู่ศาล ทั้ง ๆ ที่ฝ่ายจำเลยเรียกร้องท้าพิสูจน์ ก็ขอฝากให้ท่านผู้อ่านใช้วิจารณญาณพิจารณาเอาเองก็แล้วกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุพจน์มิได้ระบุชื่อ แต่อาจารย์สุลักษณ์กลับพูดออกไปขนาดที่ผู้รับผิดชอบต้องเซนเซอร์ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่นายสุพจน์เขียนว่าหมอใช้บอกไม่ได้สนใจฟัง อาจารย์สุลักษณ์เอาไปพูดดัดแปลงเป็น หมอใช้บอกจำไม่ได้&amp;nbsp;
ส่วนประเด็นใหญ่โต ปรากฏชัดเจนในคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ที่ผมเอามาให้ดูข้างล่าง &amp;nbsp; ทั้งสองคนกลับไม่เขียน ไม่พูด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อนายชิต สิงหเสนีจำเลย และนายบุศย์ ปัทมศริน จำเลยถูกจับแล้ว โจทก์ได้นำสืบว่าจำเลยคู่นี้ได้ให้การไว้ในชั้นสอบสวนด้วยความสมัครใจโดยมีได้มีการบังคับขู่เข็ญ ทั้งรู้ตัวดีว่าจะใช้เป็นพยานหลักฐานยันได้ในการพิจารณาคดีขึ้นศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบุศย์ ปัทมศริน จำเลยให้การไว้เมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๔๙๐ มีข้อความว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ข้าฯ เชื่อว่ามีคนร้ายลอบปลงพระชนม์โดยใช้อาวุธปืนยิง ข้าฯ เห็นว่าไม่เป็นอุบัติเหตุ เพราะขณะเกิดเหตุนั้นในหลวงรัชกาลที่ ๘ ทรงพระประชวรร่างกายอ่อนเพลียและอยู่ในระหว่างเสวยน้ำมันละหุ่ง จึงไม่มีเหตุผลอันใดที่จะคิดว่าในหลวงรัชกาลที่ ๘ เล่นปืนจนปืนลั่นถูกพระองค์ &amp;nbsp;อีกประการหนึ่งรอยกระสุนเข้าและรอยกระสุนออกก็แสดงให้เห็นว่าไม่ใช่กรณีอุบัติเหตุ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีปลงพระชนม์เองนั้น ก็เป็นไปไม่ได้ เพราะพระองค์ท่านไม่มีเรื่องขุ่นมัวพระทัยแต่อย่างใดเลย นอกจากนี้ในระหว่างพระราชชนนีและสมเด็จพระอนุชากลมเกลียวสนิทสนมรักใคร่กันมาก ไม่ปรากฏการทะเลาะวิวาทหรือผิดพ้องหมองใจแต่อย่างใด อีกประการหนึ่งพระองค์ท่านตั้งพระทัยอย่างแน่วแน่ที่จะเสด็จไปต่างประเทศ ได้ตระเตรียมพระองค์และจัดเข้าของไว้เกือบพร้อมบริบูรณ์แล้ว นอกจากนี้รอยกระสุนเข้าที่พระนลาตและรอยกระสุนออกที่ท้ายทอยก็แสดงให้เห็นว่าไม่ใช่เป็นการปลงพระชนม์เอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้นนี้ ข้าฯ จึงเชื่อว่าในหลวงรัชกาลที่ ๘ ถูกคนร้ายลอบปลงพระชนม์ เหตุผลที่ถูกลอบปลงพระชนม์นั้นได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑ เพื่อจะเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองไม่ให้มีพระเจ้าแผ่นดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒ (มีข้อความยืดยาวเกี่ยวกับการที่โปรดเกล้าฯให้ย้ายข้าราชการซึ่งอยู่ใกล้ชิดพระองค์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๓ เมื่อปรากฏเหตุการณ์สวรรคตแล้ว ไม่ปรากฎว่ารัฐบาลได้ทำการจับกุมผู้ต้องหาสอบสวนตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๔ ในหลวงรัชกาลที่ ๘ เป็นผู้ที่มีความคิดรอบคอบสุขุม พระองค์ตรัสน้อย ไม่แสดงอาการโกรธเคืองให้ปรากฎเลย พระองค์ท่านอยู่ในเกณฑ์ฉลาดเฉียบแหลม ถ้าพระองค์ท่านยังทรงราชสมบัติอยู่แล้ว ก็จะเป็นการขัดชวางรัฐบาลได้ เช่นรัฐบาลมีความเห็นอย่างหนึ่งพระองค์ท่านอาจจะไม่มีความเห็นด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้จึงเป็นเหตุให้พระราชชนนีรับสั่งกับในหลวงรัชกาลที่ ๙ ในวันที่ ๑ มิ.ย.๘๙ ที่พระแท่นบรรทมว่า &amp;quot; เล็กอย่ารับเป็นพระเจ้าแผ่นดิน&amp;quot; &amp;nbsp;ข้อความดังกล่าวนี้ ข้าได้ยินและยังมีนายชิต สิงหเสนี ส่วนพระพี่เลี้ยงเนื่องจะได้ยินหรือไม่ ไม่ทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการลอบปลงพระชนม์ในหลวงรัชกาลที่ ๘ ดังกล่าวแล้ว บุคคลภายนอกจะทำได้โดยยาก ถ้าคนภายนอกจะทำแล้ว จะต้องร่วมมือกับคนภายในซึ่งอยู่ใกล้ชิด จึงจะทำได้สะดวก ถ้าเป็นคนภายในลอบปลงพระชนม์แล้ว ย่อมทำได้สะดวกกว่าคนภายนอก คนภายในที่ใกล้ชิดในขณะเกิดเหตุก็มีแต่ข้าฯ กับนายชิตเพียง ๒ คนเท่านั้น ในการปลงพระชนม์ในหลวงรัชกาลที่ ๘ &amp;nbsp;ข้าฯสงสัยว่านายชิต จะเป็นผู้นำคนภายนอกเข้ามาลอบปลงพระชนม์ ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชิต สิงหเสนีจำเลยได้ให้การไว้เมื่อวันที่ &amp;nbsp;๒๕ ธันวาคม ๒๔๙๐ มีข้อความว่า &amp;nbsp;&amp;quot; ฯลฯ ในกรณีที่ในหลวงรัชกาลที่ ๘ สวรรคตนี้ ข้าฯ สงสัยว่านายบุศย์จะเป็นสายให้แก่บุคคลอื่นลอบปลงพระชนม์ในหลวงรัชกาลที่ ๘ โดยมีเหตุผลดังนี้ คือ ฯลฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุผลทั้ง ๔ ประการดังกล่าวข้างต้น นี้ ข้าฯจึงลงความเห็นว่า ในหลวงรัชกาลที่ ๘ ถูกลอบปลงพระชนม์ ไม่ใช่เป็นการปลงพระชนม์เองหรืออุบัติเหตุ ในการลอบปลงพระชนม์ในหลวงรัชกาลที่ ๘ นี้ ถ้าเป็นบุคคลภายนอกเข้ามาลอบปลงพระชนม์ จะต้องมีมหาดเล็ก หรือบุคคลภายใน เป็นสายชักจูงนำเข้ามาจึงจะทำการได้สำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าเป็นคนภายในลอบปลงพระชนม์แล้ว ย่อมทำได้สะดวกกว่าบุคคลภายนอก สำหรับบุคคลภายในที่ใกล้ชิดกับเหตุการณ์ดังกล่าวข้างต้นนี้ก็มีแต่ข้าฯ กับนายบุศย์สองคนเท่านั้นที่จะต้องรับผิดอยู่ด้วย บุคคลที่คิดจะลอบปลงพระชนม์ในหลวงรัชกาลที่ ๘ นั้น จะต้องมีการวางแผนการณ์ แล้วจะต้องมีสมัครพรรคพวกหลายคน &amp;nbsp;ผู้ที่ต้นคิดทำจะต้องเป็นผู้ที่มีอำนาจ ผู้ที่เป็นต้นคิดลอบปลงพระชนม์ในหลวงรัชกาลที่ ๘ นี้จะเป็นใครข้าฯ บอกไม่ถูก ฯลฯ &amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาศัยเหตุผลทั้งหลายดังได้บรรยายมานี้ ศาลอุทธรณ์จึงพิพากษา แก้คำพิพากษาศาลอาญาว่า นายบุศย์ ปัทมศริน จำเลยมีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๙๗ ตอนสอง ให้ลงโทษประหารชีวิต นายบุศย์ ปัทมศริน จำเลยนอกจากที่แก้ไขนี้คงยืนตาม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(หมายเหตุ คดีนี้ &amp;nbsp;ศาลอาญาชั้นต้นพิพากษาประหารชีวิตนายชิตคนเดียว &amp;nbsp;นายบุศย์และนายเฉลียวให้ปล่อยไป ศาลอุทธรณ์(ตามคำพิพากษาข้างต้น) พิพากษาประหารชีวิตนายชิตและนายบุศย์ ส่วนนายเฉลียวให้ปล่อยไป &amp;nbsp;สุดท้ายคือศาลฎีกา พิพากษาประหารชีวิตจำเลยทั้งสาม คือ นายชิต นายบุศย์ และนายเฉลียว)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ม.ล. ชัยนิมิตร นวรัตน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113584</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชิต สิงหเสนี, บุศย์ ปัทมศริน, ม.ล. ชัยนิมิตร นวรัตน, ร.8, ลอบปลงพระชนม์, ส.ศิวรักษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210817/image_big_611b3ccf9a80e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83689</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/11/2020 06:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/11/2020 22:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ม.ร.ว.จิราคม&#039;เผยสาเหตุ&#039;ในหลวง&#039;ประทับเยอรมันเพราะมีพวกเจ็บแค้นคิดลอบปลงพระชนม์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
12 พ.ย.63 -ม.ร.ว. จิราคม กิติยากร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก &amp;nbsp;Chirakom Kitiyakara ว่า ที่พวกฝรั่งออสเตรเลียร่วมมือกับพวกคอยล้มล้างสถาบันฯพูดว่า ร.10 เอาแต่ไปอยู่เยอรมันนี .........และใส่ร้ายพระองค์หลายเรื่องโดยไม่รู้เบื้องหลังความจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีพี่คนหนึ่งเล่าให้ฟังว่า การที่ท่านไปอยู่เยอรมันบ่อยในช่วงก่อน เพราะพระองค์ท่านเข้ามาสังฆยานาพวกกร่าง และโกงกินในวัง และพวกที่ถูกลงโทษมีความเจ็บแค้น อาจคิดลอบปลงพระชนม์ จึงต้องป้องกันไว้ก่อน โดยเฉพาะเรื่องอาหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนเป็นจำนวนมากไม่รู้ว่า ร.10 ท่านทรงงานอย่างที่ไม่ได้เปิดเผยหรือโฆษณาประชาสัมพันธ์อะไร และท่านมีดุลพินิจที่ดีมาก และทีมงานที่ท่านเลือก ก็เป็นบุคลากรที่มีประสิทธิภาพสูง ขยัน อดทน และมีดุลพินิจดีมากด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราเคยทำงานในบริษัทหนึ่ง และถูกส่งตัวไปช่วยงานที่สนง.ทรัพย์สินฯส่วนพระมหากษัตริย์ พวกเรายังแอบทึ่งเลย ที่พระองค์ท่าน commented หลายเรื่องด้วยลายพระหัตถ์ของท่านเองอย่างรอบคอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถมซ้ำ ที่ดินใจกลางเมืองหลายแห่งที่เหลืออยู่นั้น ทางเอกชนบางรายจ้องจะประมูลเช่าไปทำธุรกิจ แต่เมื่อท่านขึ้นครองราชย์ ก็กลับเอาที่ดิน prime area ใจกลางเมืองหลายแห่งมาทำเป็นสาธารณะประโยชน์ เช่น:-&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;**สนามม้านางเลิ้ง 300 กว่าไร่ พวก K..เคยมาจ้องจะเช่าไปทำธุรกิจใหญ่โต
แต่ตอนนี้ ร.10 ทรงประทานให้ทำเป็นสวนสาธารณะแห่งใหม่ให้ชาวกทม. เป็นสวนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ซึ่งมีขนาดเกือบเท่าสวนลุมฯเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;**ที่ดิน(แถวพลับพลา) ติดคลองลาดพร้าว จำนวน 80 ไร่ พวกเราเคยได้รับมอบหมายให้ช่วยศึกษาดูว่า ควรจะนำมาทำโครงการอะไรดี แต่พอท่านทรงขึ้นครองราชย์ ทรงตัดสินใจยกที่ดินทำเลทองนี้ให้กับกองทัพบก เพื่อทำเป็นพิพิธภัณฑ์ไม้มีค่าไปเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;**แล้วที่ชาวบ้านเคยบ่นว่า ทรงเอาคืนที่ดินสวนสัตว์ดุสิต แล้วจัดที่ดินใหม่ให้ไปอยู่ชานเมือง แต่เราหารู้ไม่ว่า กำลังทรงดำริให้มีโครงการก่อสร้างโรงพยาบาลในที่ดินตรงนี้แทน เพราะรพ.ในใจกลางเมืองกทม.ไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราลองคิดดูสิว่า ระหว่างรพ.ที่มีความจำเป็นต่อราษฎรที่หนาแน่นในใจกลางเมือง กับสวนสัตว์ที่จำเจ อะไรจะมีประโยชน์กว่ากัน (ส่วนการเรียนรู้ของเด็กๆ ที่ต้องการไปสวนสัตว์ เราสามารถเดินทางออกไปชานเมืองอีกหน่อยเดียว จะรื่นรมย์กว่าไหม)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;**ส่วนการปรับปรุงพื้นที่พระราชวังสวนจิตฯ ที่หลายคนบอกว่า ทรงสั่งให้เคลียร์พื้นที่ทดลองโครงการในพระราชดำริของ ร.9 ไปหมดเลย แต่เราลองคิดดูสิว่า โครงการเหล่านั้น พระชนกท่านได้ทรงทำสำเร็จแล้ว และได้ส่งต่อผลการทดลองออกไปสอนชาวบ้านตามสถานที่จริงแล้วทั่วประเทศ และมีการต่อยอดการเรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ ออกไปอย่างกว้างขวาง แล้วเรายังจะเก็บพื้นที่ในวังให้เป็นแบบนี้ เพียงแค่ให้เป็นที่ระลึกเท่านั้นหรือ ในเมื่อการทดลองได้สำเร็จไปหมดแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำไมเราไม่เอามาปรับปรุง เพื่อดูว่า ควรจะทำอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อไป หรืออย่างน้อย ก็ปรับปรุงให้กลับมาเป็นพระราชวังที่ดูดีอีกครั้ง และพวกคนในวังที่ทุจริตจะได้ถูกถอดถอนออกไปด้วยเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระองค์ท่านมีความกล้าหาญที่จะปราบทุจริต กล้าที่จะสะสาง และมีความหนักแน่นต่อคำใส่ร้ายนินทา
-----------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เท่าที่ได้ประสบมา จะเห็นได้ว่า กษัตริย์องค์นี้ มีดุลพินิจที่ดีมาก และไม่ได้ทรงเห็นแก่ตัว อย่างที่หลายคนนินทาเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่ทรงมีความกล้าหาญที่จะออกมาจัดการทรัพย์สมบัติที่เป็นมรดกตกทอดของบูรพกษัตริย์ไทย มันไม่ใช่ความเห็นแก่ตัวเลย แต่เป็นสิทธิโดยชอบธรรม และความใจกว้างของพระองค์ท่านมากกว่า ที่ยินดีเอาที่ดินทรัพย์มรดกของพระองค์ท่าน (หลายหมื่นล้าน) มาแบ่งปัน และทำประโยชน์ให้กับสังคมไทยอย่างใจกว้างมากขวางมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากเราไม่มีอคติ และมีใจเป็นกลาง เราจะเห็นอะไรดีๆมากมายที่บูรพกษัตริย์ไทยได้ทำให้กับประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ถ้าเราหูเบา ฟังความข้างเดียว และถูกปลุกฝังชุดความคิดที่มีอคติ เข้าข้างตัวเอง เราก็จะตกอยู่ในห้วงแห่งความเกลียดชัง ก้าวร้าว ทำตัวเป็นศาลที่ต้องการตัดสินผู้อื่นอย่างเมามัน และตกเป็นเครื่องมือของคนที่ไม่หวังดีต่อความมั่นคงของชาติอย่างน่าเสียใจ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83689</URL_LINK>
                <HASHTAG>ม.ร.ว. จิราคม กิติยากร, ร.10, ลอบปลงพระชนม์, เยอรมัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201112/image_big_5fad59981bb9e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
