<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117270</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2021 13:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2021 13:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทะลักไม่หยุด! จับแก๊งขนแรงงานต่างด้าวรีดค่าหัวรายละ2.5หมื่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ย. 64 - เมื่อเวลา 10.30 น.พลตรีบรรยง&amp;nbsp; ทองน่วม ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 9 / ผู้บัญชาการกองกำลังสุรสีห์ จ.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า ได้รับรายงานว่า จะมีกลุ่มขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย เข้ามาในพื้นที่ อ.ไทรโยค จึงสั่งการให้ พ.อ. ยุทธนา&amp;nbsp; มีเจริญ ผบ.ฉก.ลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ พร้อมด้วย พ.อ.เฉลิมพล&amp;nbsp; สังข์ต้อง รองผบ.ฉก.ลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ สนธิกำลังร่วมกับ นายสาวิตร เจียมจิระพร นายอำเภอไทรโยค พตอ.ภุชงค์ ณรงค์อินทร์ ผกก.สภ.ไทรโยค ตชด.ที่ 136 และ หน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ทำการกระจายกำลัง ลาดตระเวน บริเวณแถวช่องทางธรรมชาติ ชายแดนไทย-เมียนมา อ.ไทรโยค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กำลังเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนจนถึงบริเวณ ชายป่ามัสยิด บ้านท้ายเหมือง&amp;nbsp; ตำบลบ้องตี้ อำเภอไทรโยค พบกลุ่มแรงงานเถื่อนชาวพม่า กำลังเดินลัดเลาะช่องทางธรรมชาติ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุมแรงทั้งหมด จำนวน 47 คน เป็นชาย 28 คน หญิง 19 คน พร้อมผู้นำพาอีก 4 คน และรถยนต์จำนวน 1 คัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า กลุ่มบุคคลแรงต่างด้าวทั้งหมด ได้เดินทางมาจากจังหวัดทวาย และ จังหวัดพะโค ประเทศเมียนมา มีผู้นำพาไปรับจากแนวชายแดน แบ่งทยอยกันเดินลงมาจากเขา แล้วพักรอคอยบริเวณชายป่า เพื่อรอรถยนต์ผู้นำพามารับ ไปส่งทำงานในพื้นที่จังหวัดนครปฐม และ กรุงเทพมหานคร โดยจ่ายค่าจ้างให้กับนายหน้าเป็นเงิน จำนวน 14,000 - 25,000 บาท/คน เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวแรงงานเถื่อนทั้งหมด ไปคัดกรองเพื่อตรวจหาเชื้อโควิด-19 และกักตัวตามมาตรการ จากนั้นนำตัวส่ง สภ.ไทรโยค เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117270</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาญจนบุรี, พล.ต.บรรยง ทองน่วม, ลอบเข้าเมือง, เมียนมา, แรงงานต่างด้าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210920/image_big_61482dc9c5164.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102294</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2021 14:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2021 14:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค.เผยตัวเลขลักลอบเข้าเมืองตั้งแต่ 1 ม.ค.ทะลุ1.5หมื่นราย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 พ.ค.64-นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารถสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์โควิดประจำวันตอนหนึ่งว่า ในส่วนยอดผู้ติดเชื้อวันนี้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 15 ราย ในจำนวนดังกล่าวมี 5 ราย ที่ลักลอบเข้าประเทศเข้ามาผ่านทางช่องทางธรรมชาติ ทั้งหมดเป็นสัญชาติไทย มาจากเมียนมา 1 ราย มาเลเซีย 2 ราย และกัมพูชา 2 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยข้อมูลของศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง พบว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. เป็นต้นมาสามารถจับกุมผู้ลักลอบเข้าเมืองได้ถึง 15,378 ราย ในจำนวนนี้เป็นเมียนมา 6,072 ราย ลาว 882 ราย กัมพูชา 5,114 ราย มาเลเซีย 31 ราย ไทย 1,691 ราย และอื่นๆ 492 ราย เฉพาะเดือน เม.ย.มีผู้ลักลอบเข้าเมือง 32 ราย ซึ่งนายกรัฐมนตรี ในฐานะผอ.ศบค. และเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะผอ.ศปก.ศบค. ได้เน้นย้ำให้ฝ่ายความมั่นคงทำหน้าที่อย่างแข็งขัน และขอความร่วมมือประชาชนที่อยู่บริเวณชายแดนช่วยแจ้งเบาะแสเพื่อให้เจ้าหน้าที่ทำงานง่ายขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102294</URL_LINK>
                <HASHTAG>ลอบเข้าเมือง, ศบค., แรงงานเถื่อน, โควด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210509/image_big_60978f039c9e5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86149</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/12/2020 08:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/12/2020 08:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค.มท.สั่งผู้ว่าฯใช้กลไกท้องถิ่นสกัดลอบเข้าเมือง ห้ามขรก.รู้เห็นเป็นใจ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ธ.ค. 63 -&amp;nbsp; ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงมหาดไทย (ศบค.มท.) เปิดเผยว่า ด้วยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีบัญชาให้ พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แจ้งผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยปฏิบัติในพื้นที่ให้เพิ่มความเข้มข้นในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จากประเทศเพื่อนบ้าน โดยให้จังหวัดแจ้งหน่วยปฏิบัติ กลไกผู้ปกครองท้องที่ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้เน้นความเข้มข้นในการสกัดกั้นและติดตามผู้ลักลอบเข้าเมืองตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามบัญชาของนายกรัฐมนตรีข้างต้น นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับการสั่งการและประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด/ประธานกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ดำเนินการ 3 มาตรการ ได้แก่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1) ประสานแจ้งหน่วยปฏิบัติในพื้นที่ เช่น ตำรวจภูธร ตำรวจตระเวนชายแดน ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ทหาร และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข บูรณาการสกัดกั้นและติดตามการลักลอบเข้าเมืองที่ไม่ผ่านกระบวนการคัดกรองโรค โดยเฉพาะการลักลอบเข้าประเทศทางช่องทางธรรมชาติ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2) แจ้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และอาสาสมัครในพื้นที่ เฝ้าระวังสังเกต และใช้มาตรการทางการข่าว โดยวางข่ายข่าว จัดตั้งแหล่งข่าว และอาจกำหนดให้มีการตั้งด่านคัดกรองโรคสำหรับบุคคลที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่ให้สอดคล้องกับมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ลักลอบเข้าเมืองจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยหากตรวจพบให้ดำเนินการตามระเบียบกฎหมาย มาตรการของกระทรวงสาธารณสุข และรายงานผู้รับผิดชอบตามกฎหมายคนเข้าเมืองให้ถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และ 3) ชี้แจงทำความเข้าใจกับข้าราชการ บุคลากร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ห้ามมิให้ปล่อยปละละเลยหรือรู้เห็นเป็นใจในพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง ไม่สอดคล้องกับนโยบายและมาตรการของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.).&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86149</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉัตรชัย พรหมเลิศ, ผู้ว่าฯ, ลอบเข้าเมือง, ศบค.มท., โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201207/image_big_5fcd7e23ab72e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85467</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/2020 10:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/2020 10:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดับซ่า!4สาวลอบเข้าเมืองโพสต์โชว์ ตม.เชียงรายรวบก่อนส่งกักตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ย. 63 - พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) เปิดเผยว่า สั่งการให้ พ.ต.ท.ศรุต ระยานนท์ รอง ผกก. ตม. จ.เชียงราย ร่วมกับ พ.ต.ท.กฤษณ์ สมณาศักดิ์ สว.ตม.จ.เชียงราย นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนปราบปราม ตม.จ.เชียงราย ออกติดตามสืบสวนจับกุมกลุ่มผู้กระทำความผิดลักลอบหลบหนีเข้าเมืองตามช่องทางธรรมชาติ และไม่ได้กักกันตัวตามมาตรการควบคุมโรค ตามนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 จากประเทศเพื่อนบ้าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจาก เมื่อวันที่ 24 พ.ย. ปรากฎภาพบนบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง มีการโพสต์ข้อความว่า &amp;ldquo;..วัน 1 ฉันเดินเข้าป่าข้ามแม่น้ำมาจ๊ะเอ๋เมืองไทย..&amp;rdquo; มีภาพหญิงสวาคนโพสต์และกลุ่มเพื่อนอีก 3 คน กำลังลักลอบเดินข้ามพรมแดนจากประเทศเมียนมา เข้ามาประเทศไทย สร้างความวิตกให้แก่ผู้ที่ติดตาม และเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นานา เรื่องการไม่กักกันตัวตามมาตรการควบคุมโรค และเกรงว่าจะนำเชื้อโควิด-19 ที่กำลังแพร่ระบาดในประเทศเมียนมา เข้ามายังประเทศไทย นอกจากนั้นเจ้าของบัญชีดังกล่าวยังได้โพสต์เช็คอินไปอีกหลายๆ ที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 29 พ.ย. ตม.จ.เชียงราย ร่วมกับฝ่ายปกครอง อ.แม่สาย ด่านควบคุมโรคติดต่อด่านพรมแดนแม่สาย และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่&amp;nbsp; ได้ติดตามจนพบ น.ส.นงนุช ศรีหาวงค์ อายุ 28 ปี หญิงเจ้าของบัญชีเฟซบุ๊ก ผู้โพสต์รูป และ น.ส.นิราวรรณ์ จันดาลุย อายุ 29 ปี ที่ บริเวณด่านตรวจกิ่วทัพยั้ง อ.แม่จัน&amp;nbsp; ขณะเดินทางโดยรถทัวร์ จาก อ.แม่สาย จ.เชียงราย จะไป กทม. จึงได้นำตัวทั้ง 2 คน ไปยังที่ทำการตรวจคนเข้าเมือง จ.เชียงราย เพื่อสอบสวนโรค และตรวจสอบเบื้องต้น ผลการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายปกติ ไม่มีไข้แต่อย่างใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น จึงได้ติดตามตัวเพื่อนอีก 2 คนที่ลักลอบข้ามแดนด้วยกัน มาได้ที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน อ.แม่สาย ทราบชื่อคือ น.ส.กนกพร แสนสันเทียะ อายุ 31 ปี และ นายภัทรภรณ์ อายุวัฒน์ อายุ 28 ปี (สาวประเภท 2) และได้นำตัวไปสอบสวนโรค และตรวจสอบเบื้องต้น ผลการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายของทั้งสองคน ปกติ ไม่มีไข้แต่อย่างใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบปากคำ ทั้ง 4 คนให้การว่า เมื่อประมาณ 2 เดือนก่อน ได้เดินทางไปทำงานที่ร้านคาราโอเกะโป๊ะโกะ จ.เมียววดี ประเทศเมียนมา ฝั่งตรงกันข้าม อ.แม่สอด จ.ตาก โดยได้แอบลักลอบเดินข้ามพรมแดน (แม่น้ำเมย) โดยมีชายชาวเมียนมา มารับและเป็นคนนำทาง และเมื่อเศรษฐกิจไม่ดี และกลัวว่าจะติดเชื้อโควิด-19 จึงได้เดินทางกลับไทย โดยได้เสียเงินค่าจ้างคนพาข้ามแดนให้กับคนนำทางชาวเมียนมา เป็นเงินคนละ 5,500 บาท และเมื่อข้ามมาไทยแล้ว เดินทางมาเที่ยวหาเพื่อนที่ อ.แม่สาย และก็กำลังจะแยกย้ายกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย น.ส.นงนุช&amp;nbsp; และ น.ส.นิราวรรณ์ วางแผนจะเดินทางไปหางานทำที่พัทยา ส่วน น.ส.กนกพร และนายภัทรภรณ์ วางแผนว่าอยู่เที่ยวต่อ และจะเดินทางไปเที่ยวที่จังหวัดเชียงใหม่ แต่ถูกตรวจพบก่อน ดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า &amp;ldquo;ไม่เดินทางเข้ามาตามช่องทาง ด่านตรวจคนเข้าเมือง เขตท่าสถานี หรือท้องที่และตามกำหนดเวลาตามที่รัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษา&amp;rdquo; (มาตรา 11 แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมืองฯ) ซึ่งผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ให้การรับสารภาพและยินยอมให้เปรียบเทียบปรับตามที่กฎหมายกำหนด จากนั้นคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดเชียงราย กได้นำส่งตัวทั้ง 4 คน ไปกักตัวที่กองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดเชียงราย เพื่อดำเนินการกักตัว ตามขั้นตอนต่อไป.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85467</URL_LINK>
                <HASHTAG>4สาว, ตม.เชียงราย, ลอบเข้าเมือง, เมียนมา, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201130/image_big_5fc45eb7a2aae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
