<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>76338</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2020 23:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2020 23:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อเมริกันในแอลเอประท้วงตำรวจยิงผิวดำดับอีกราย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ผู้ชุมนุมรวมตัวกันทางใต้ของนครลอสแองเจลิสเมื่อวันอังคาร เรียกร้องขอคำตอบจากตำรวจภายหลังเกิดเหตุตำรวจยิงชายผิวดำวัย 29 ปีเสียชีวิตรายล่าสุดเมื่อวันจันทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานตำรวจเทศมณฑลลอสแองเจลิสแถลงว่า ชายที่โดนตำรวจยิงเสียชีวิตเมื่อวันจันทร์ที่ 1 กันยายน ชื่อดีจอน คิซซี อายุ 29 ปี เขากำลังขี่จักรยานเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามจะหยุดเขาเพราะทำสิ่งผิดกฎหมาย แต่คิซซีวิ่งหนี เมื่อตำรวจไล่ตามเขาทัน เขาต่อยหน้าตำรวจนายหนึ่งแล้วทิ้งกองผ้าที่ถือมาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.ต.ท.แบรนดอน ดีน แห่งสำนักงานตำรวจเทศมณฑลลอสแองเจลิสแถลงกับผู้สื่อข่าวว่า ตำรวจที่วิ่งไล่ตามจับคิซซีสังเกตเห็นว่าภายในกองผ้าที่ชายคนนี้ทิ้งมีปืนพกกึ่งอัตโนมัติสีดำ 1 กระบอก หลังจากนั้นเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ยิงชายคนนี้ และยังไม่ทราบว่าชายคนนี้ทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับยาพาหนะในข้อหาใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังเกิดเหตุเมื่อวันจันทร์ ประชาชนกว่า 100 คนออกมาชุมนุมบริเวณที่เกิดเหตุเพื่อขอคำตอบจากตำรวจว่าทำไมต้องยิงชายคนนี้เสียชีวิต และมีการชุมนุมกันอีกครั้งในที่เกิดเหตุเมื่อเย็นวันอังคาร มีการเดินขบวนอย่างสงบและมีขบวนรถแล่นไปที่สถานีตำรวจเทศมณฑลลอสแองเจลิสที่อยู่ใกล้กัน ผู้ประท้วงบางคนถือป้ายเขียนว่า &amp;quot;หยุดตำรวจนักฆ่า&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบน ครัมป์ ทนายความสิทธิพลเรือนซึ่งเป็นตัวแทนของครอบครัวคิซซี โพสต์ทางทวิตเตอร์ว่า คิซซีโดนตำรวจยิงมากกว่า 20 นัด ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่าเขาวิ่งหนีตำรวจ, ทิ้งกองเสื้อผ้าและปืนพก เขาไม่ได้หยิบปืนขึ้นมา แต่เจ้าหน้าที่ยิงเขาจากด้านหลังมากกว่า 20 นัด และปล่อยร่างเขาทิ้งไว้หลายชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดจา หญิงที่เห็นเหตุการณ์ เผยกับผู้สื่อข่าวเอเอฟพีว่า เธอตะโกนบอกตำรวจที่พยายามจะจับคิซซีว่าอย่ายิงเขา&amp;nbsp; ตำรวจใช้ปืนชอร์ตไฟฟ้ายิงที่ขาของเขาจากด้านหลัง เมื่อเขาหันกลับมาตำรวจก็ยิงเขา ตอนที่ดิซซีโดนยิง เธอเห็นว่าเขาไม่ได้ถือปืน หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ก็ใส่กุญแจมือเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันอังคาร ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เดินทางไปดูความเสียหายที่เกิดขึ้นในเมืองเคโนชา รัฐวิสคอนซิน หลังเกิดการจลาจลจากเหตุตำรวจยิงเจค็อบ เบลค ชายผิวดำจากทางด้านหลัง ทำให้เขาบาดเจ็บสาหัส ทรัมป์ประณามผู้ชุมนุมต่อต้านการเหยียดผิวที่ก่อเหตุรุนแรงว่าเป็นการก่อการร้ายในประเทศ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76338</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจฆ่าผิวสี, ลอสแองเจลิส, สหรัฐ, เหยียดผิว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200902/image_big_5f4fc2091aa7c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67666</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมื่อทรัมป์ต้องหลบเข้าบังเกอร์ ท่ามกลางมิคสัญญีมะกัน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมตื่นขึ้นมาเมื่อวานพร้อมข่าวว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศพร้อมจะส่งทหารอาวุธครบมือเข้าปราบผู้ประท้วงในรัฐไหนก็ตามที่ผู้ว่าการรัฐไม่จัดการอย่างเด็ดขาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ว่าฯ บางรัฐโต้กลับว่าการทำอย่างนั้นของทรัมป์ถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย เพราะการที่รัฐบาลกลางจะส่งทหารเข้าไปในรัฐใดรัฐหนึ่งต้องได้รับอนุญาตหรือได้รับคำร้องขอจากรัฐนั้นๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์กำลังทำตัวเป็นผู้นำที่ไม่ยอมออกสื่อเพื่อระงับเหตุร้ายที่ลามไปทั่วประเทศอย่างน่ากลัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่กลายเป็นผู้ปลุกเร้าความเกลียดชังและสร้างความแบ่งแยกหนักหน่วงขึ้นอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์กับครอบครัวถูกอพยพเข้าไปในห้องบังเกอร์ใต้ดินฉุกเฉินในทำเนียบขาวเมื่อค่ำวันศุกร์ ขณะที่รอบๆ ทำเนียบขาวมีเหตุปะทะระหว่างผู้ประท้วงกับตำรวจ และมีเหตุจัดเพลิงเผาสถานที่รอบๆ บริเวณนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ทรัมป์ก็ไม่หยุดที่จะส่งข้อความขึ้นทวิตเตอร์กล่าวหาว่ามิคสัญญีในประเทศขณะนี้ไม่ใช่เรื่องประท้วงการตายของชายผิวดำ George Floyd แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เป็นการ &amp;ldquo;ก่อการร้ายในประเทศ&amp;rdquo; โดยกลุ่มซ้ายจัดที่มีแผนการจะขจัดเขาออกจากการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์กล่าวถึงกลุ่ม Antifa ว่าจะระบุให้เห็น &amp;ldquo;องค์กรก่อการร้าย&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มนี้เป็นการรวมตัวอย่างหลวมๆ ของผู้ต่อต้านฟาสซิสต์ ไม่ยอมรับกลุ่มขาวจัด และใช้วิธีการทั้งรุนแรงและไม่รุนแรงเพื่อแสดงจุดยืนของตน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลายสำนักโต้ว่าทรัมป์ไม่สามารถจะประกาศกลุ่มใดในประเทศเป็น &amp;ldquo;องค์กรก่อการร้าย&amp;rdquo; ด้วยตนเองได้ เพราะอาจเป็นการใช้ดุลยพินิจของฝ่ายบริหารแต่เพียงด้านเดียวโดยอาจมาจากอคติทางการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประท้วงลามไปกว่า 40 เมืองในทุกภาคของประเทศ เมื่อวานเป็นการกระจายตัวของการจลาจลและประท้วงอย่างสงบเป็นวันที่ 7&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุรุนแรงระหว่างการชุมนุมกับตำรวจมีขึ้นเป็นระยะๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประท้วงลามไปในเมืองใหญ่ๆ หลายประเทศ เช่น อังกฤษแลละนิวซีแลนด์ เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลายรัฐประกาศเคอร์ฟิว ห้ามการชุมนุมบนถนนหลังพลบค่ำในพื้นที่เกือบ 40 เมืองทั่วสหรัฐฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นลอสแองเจลิส นครชิคาโก ไมอามี ดีทรอยต์ และฟิลาเดลเฟีย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์ในบางรัฐร้อนแรงกว่า เช่น เทกซัส และเวอร์จิเนีย มีคำประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วรัฐกันเลยทีเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะสถานการณ์ตกอยู่ในสภาพ &amp;ldquo;เอาไม่อยู่&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เริ่มต้นของวันเมื่อวานมีกิจกรรมประท้วงอย่างสันติ และค่อยๆ กลายเป็นการเผชิญหน้าที่รุนแรงขึ้นหลังพระอาทิตย์ตกดิน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนทั้งโลกเห็นภาพตำรวจถือโล่และพลองพยายามผลักดันผู้ประท้วงให้ถอยออกจากพื้นที่การชุมนุม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีการใช้แก๊สน้ำตาและกระสุนยางเพื่อสลายฝูงชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกหลายภาพเห็นผู้ประท้วงจุดไฟเผาร้านค้าและมีการบุกเข้าขโมยข้าวของอย่างจ้าละหวั่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตั้งแต่เริ่มการประท้วง หน่วยปฏิบัติการสำรอง หรือ National Guards ถูกส่งเข้าไปกว่า 15 รัฐ เพราะตำรวจท้องที่ไม่อาจจะควบคุมสถานการณ์ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมถึงเมืองหลวงกรุงวอชิงตันก็กลายเป็นแดนกลียุคอย่างน่าหวาดหวั่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในหลายๆ เมืองแยกไม่ออกว่าใครคือผู้ประท้วงกรณีการเสียชีวิตของผู้ต้องสงสัยผิวดำโดยฝีมือของตำรวจผิวขาว และใครคือผู้ฉวยโอกาสของความวุ่นวายมาก่อเหตุร้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนอเมริกันรอคอยให้ทรัมป์ในฐานะผู้นำประเทศในยามวิกฤติออกมาปราศรัยเพื่อดับความเกลียดชังและสมานแผลแห่งความร้าวฉาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ทรัมป์ไม่ยอมออกทีวี เพียงแถลงสั้นๆ ที่ทำเนียบขาวต่อนักข่าว...ด้วยประโยคที่ท้าทายและยั่วยุมากกว่าการสร้างบรรยากาศการฟื้นฟูบ้านเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุดมีการเปิดเผยรายงานผลการพิสูจน์สาเหตุการเสียชีวิตที่ทางครอบครัวเป็นผู้ร้องขอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยิ่งจะทำให้เกิดความโกรธแค้นสำหรับผู้ร้องเรียนความเป็นธรรมในสังคมอเมริกันระหว่างคนต่างผิว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลการชันสูตรศพพบว่า George Floyd เสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจ (asphyxiation) เพราะถูกกดทับที่บริเวณคอโดยฝีมือของตำรวจผิวขาวอย่างน้อย 3 นาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลพิสูจน์ออกมาอย่างนี้ไปคนละทางกับรายงานประกอบคำฟ้องของตำรวจที่ทำการจับกุมก่อนหน้านี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานนั้นอ้างว่าที่เสียชีวิตเพราะถูก &amp;ldquo;พันธนาการ&amp;rdquo; และปัญหาสุขภาพที่มีอยู่เดิมของ George Floyd
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมทั้งอาจมีสารมึนเมาอยู่ภายในร่างกายของผู้เสียชีวิต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ติดตามข่าวและภาพของการประท้วงที่เมืองต่างๆ ในอเมริกาช่วงนี้ ก็ทำให้คิดถึงการประท้วงที่ฮ่องกงที่มีรูปแบบละม้ายกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เสมือนอเมริกาเอาฮ่องกงมาทับซ้อนกัน 50 เมืองพร้อมๆ กันเลยทีเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นที่มาของคำเยาะเย้ย ถากถางจากนักวิเคราะห์จีนที่ถามทรัมป์ว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทำไมท่านไม่ขอเจรจากับผู้ประท้วงที่ก่อเหตุรุนแรงที่อเมริกา เหมือนที่ท่านแนะนำประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ให้เจรจากับผู้ก่อเหตุที่ฮ่องกงล่ะ?&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และทำไมทรัมป์จึงประกาศจะส่งทหารเข้าปราบปรามในรัฐต่างๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วไฉนทรัมป์จึงกล่าวหาว่าจีนจะส่งทหารเข้าไปปราบจลาจลที่ฮ่องกง?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยิ่งวันโลกยิ่งเพี้ยนหนัก เอาหลักเอาการเดิมอะไรไม่ได้เลยจริงๆ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67666</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาแฟดำ, ดีทรอยต์, นครชิคาโก, ฟิลาเดลเฟีย, ลอสแองเจลิส, ไมอามี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
