<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>66630</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/05/2020 15:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/05/2020 15:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สิ้นเกจิดัง!ไฟไหม้กุฏิวัดป่าบ้านตาด&#039;หลวงพ่อสุดใจ&#039;มรณภาพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 พ.ค.63- รายงานข่าวจากวัดป่าบ้านตาด จังหวัดอุดรธานีว่า เมื่อเวลา 15.00 น.ที่ผ่านมาได้เกิดเพลิงโหมลุกไหม้อย่างแรงที่กุฏิเจ้าอาวาส &amp;nbsp;พระอาจารย์สุดใจ ทนฺตมโน พระลูกวัดได้ช่วยกันพยายามดับไฟ และช่วยเหลือหลวงพ่อ แต่ประตูแน่นหนาและเปิดยาก เมื่อสามารถเข้าไปถึงตัวท่าน พบว่าหลวงพ่อหมดสติ จึงรีบนำส่งโรงพยาบาลแต่ไปไม่ถึงรพ.ท่านมรณภาพเสียก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระอาจารย์สุดใจ ทนฺตมโน เป็นพระภิกษุฝ่ายอรัญวาสี สังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุติกนิกาย ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดป่าบ้านตาด เมื่อวันที่ 6 มี.ค. 2554 ต่อจากหลวงตามหาบัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นามเดิมขององค์ท่านชื่อ สุดใจ เชาว์สมุทร์ บิดาชื่อ นายวิง มารดาชื่อ นางปุ่น ท่านถือกำเนิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๔๘๗ ตรงกับวันแรม ๑๓ ค่ำ เดือน ๑๑ ปีวอก ภูมิลำเนาของท่านอยู่ที่จังหวัดสมุทรปราการ จบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระดับปริญญาโท คณะพัฒนาการเศรษฐกิจ จากสถาบันพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) NIDA&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่านได้เข้าอุปสมบท เมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๑๖ ณ วัดอโศการาม ต.ท้ายบ้าน อ.เมือง จ.สมุทรปราการ โดยมีพระราชวรคุณ (หลวงปู่สำรอง คุณวุฑโฒ ภายหลังได้รับแต่งตั้งเลื่อนสมณศักดิ์เป็น พระเทพโมลี) เป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงพ่อทอง จันทสิริ เป็นพระกรรมวาจารย์ หลวงพ่อปิ่น ตันติธัมโม เป็นพระอนุสาวนาจารย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อบวชแล้วในพรรษาแรกท่านได้อยู่ศึกษาอบรมกับหลวงปู่อ่อน ญาณสิริ วัดป่านิโครธาราม อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี จากนั้นในพรรษาที่ ๓ ได้มาอยู่ศึกษาอบรมกับองค์หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน วัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี จนถึงปัจจุบันรวมเป็นระยะเวลาเกือบ ๔๐ ปี สำหรับพระอาจารย์สุดใจ ทันตมโน ซึ่งเป็นพระที่อยู่วัดป่าบ้านตาด ทำงาน และดูแลหลวงตามหาบัว มายาวนาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้จะมีพระหลายรูปไปปลีกวิเวก แต่พระอาจารย์สุดใจ ก็ยังคงอยู่กับหลวงตาจนวาระสุดท้ายขององค์หลวงตา ท่านมีนิสัยพูดน้อย ถ่อมตน แต่ทำงานอย่างเอาจริงเอาจัง และได้รับความไว้วางใจจากองค์หลวงตามหาบัว ให้ดูแลเรื่องหนังสือธรรมะต่าง ๆ โดยหนังสือหลวงตาเกือบทุกเล่ม ตลอดถึงกัณฑ์เทศน์ต่าง ๆ ที่ลงในเว็บหลวงตา www.luangta.com จะต้องผ่านการตรวจทานจากท่านทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังคำกล่าวที่หลวงตามหาบัว เคยเทศน์ไว้ว่า &amp;ldquo;..อย่างเราเทศน์ทางนี้ ไปทางนู้นก็ให้ท่านสุดใจตรวจอีกทีหนึ่ง เพราะท่านสุดใจรู้เรื่องของเราดี การพูดการจาแง่หนักเบาท่านสุดใจเข้าใจเรื่องเรา เพราะเป็นพระปฏิบัติด้วยกัน ถ้าภาคปริยัติกับปฏิบัติไปตรวจกันไม่ได้เรื่อง ภาคปริยัติไปอย่างหนึ่ง ภาคปฏิบัติไปอย่างหนึ่ง ถ้าเป็นภาคปฏิบัติตรวจภาคปฏิบัติเข้าใจทันที..&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนที่องค์พ่อแม่ครูอาจารย์หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ท่านจะละสังขาร ท่านได้จับมือท่านพระอาจารย์สุดใจ ทันตมโน แล้วเมตตาพูดว่า &amp;ldquo;มือของครูอาจารย์ กับมือของลูกศิษย์ลูกหา ญาติมิตรเพื่อนฝูง เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ใช้แทนกันได้ ไว้ใจกันได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเมื่อวันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๕๔ องค์หลวงตามหาบัว ได้เข้าสู่อนุปาทิเสสนิพพาน ณ วัดป่าบ้านตาด หลังจากนั้นจึงได้มีการแต่งตั้งท่านพระอาจารย์สุดใจ ทันตมโน เป็นเจ้าอาวาสวัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี แทนองค์หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66630</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระอาจารย์สุดใจ ทนฺตมโน, ละสังขาร, วัดป่าบ้านตาด, ไฟไหม้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200522/image_big_5ec79107702c5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57733</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2020 18:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/02/2020 18:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สิ้นพระนักพัฒนา &#039;หลวงพ่อคูณ ขันติโก&#039; ลูกศิษย์ไทย-เทศแห่กราบอาลัยเนืองแน่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.พ. 63 - เมื่อเวลา 12.00 น.&amp;nbsp;ที่กุฎิพระธรรมวิสุทธาจารย์ เจ้าอาวาสวัดหนองแวง พระอารามหลวง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้มีคณะศิษยานุศิษย์ และประชาชนที่ทราบข่าวการละสังขารของพระธรรมวิสุทธาจารย์ หรือหลวงพ่อคูณ ขันติโก เจ้าอาวาสวัดหนองแวง พระอารามหลวง ต่างเดินทางเข้ากราบไหว้สรีระสังขารของหลวงพ่ออย่างเนืองแน่น ขณะเดียวกันคณะศิษยานุศิษย์ ยังได้ร่วมกันตั้งโรงทาน เพื่อให้ประชาชนที่เดินทางร่วมไหว้สังขาร หลวงพ่อได้รับประทานกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระครูสุธีกิตติวรญาณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดหนองแวง กล่าวว่า หลวงพ่อทรงอาพาธมาตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ด้วยโรคระบบทางเดินหายใจและปอด โดยเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งเมื่อคืนที่ผ่านมา ทางคณะแพทย์แจ้งว่าหลวงพ่อมีอาการปอดติดเชื้อ ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ โดยในช่วงเช้าวันนี้คณะศิษยานุศิษย์ ได้นิมนต์หลวงพ่อคูณมาที่วัดและหลวงพ่อก็ละสังขารในเวลา 09.09 น.วันที่ 20 ก.พ.&amp;nbsp;ซึ่งแพทย์ลงความเห็นว่าปอดติดเชื้อ ประกอบกับหลวงพ่อชราภาพมากแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กำหนดการการบำเพ็ญกุศลของหลวงพ่อนั้น ได้มีการขอพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ สรงศพให้หลวงพ่อ และมีจะการบำเพ็ญกุศลตามสมณะศักดิ์ของหลวงพ่อ และจะเคลื่อนสรีระสังขารหลวงพ่อจากกุฏิ ไปยังพระมหาธาตุแก่นนครหรือพระธาตุ 9 ชั้น ในช่วงเช้าของวันที่ 21 ก.พ. เพื่อประกอบพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ สรงศพให้หลวงพ่อ ในเวลา 16.00 น. โดยในเบื้องต้นทางวัดจะตั้งบำเพ็ญกุศลเป็นเวลา 7 วัน ซึ่งกำหนดการดังกล่าวอาจะมีการคลาดเคลื่อน เพื่อความเหมาะสมตามสมณะศักดิ์ของหลวงพ่อ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับพระธรรมวิสุทธาจารย์ (คูณ ขนฺติโก ป.ธ.4) เจ้าอาวาสวัดหนองแวงพระอารามหลวง อ.เมือง จ.ขอนแก่น สิริอายุ 91 ปี 14 วัน รวม 71 พรรษา เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 9, ผู้รับใบอนุญาต/ผู้จัดการโรงเรียนการกุศลวัดหนองแวง ขอนแก่น, เจ้าสำนักเรียนวัดหนองแวง(แผนกธรรม-บาลี),ผู้จัดการโรงเรียนวัดหนองแวงวิทยา(แผนกปริยัติสามัญ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นามเดิม คูณ สุมนเมธี(สุยอย) เกิดเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2472 ภูมิลำเนาเดิม ตำบลท่าสองคอน อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม การศึกษาทางโลก พ.ศ.2486 จบการศึกษาชั้นประถมปีที่4 โรงเรียนบ้านท่าสองคอน มหาสารคาม พ.ศ.2504 สอบครูพิเศษมูล (พม.) และอุปสมบท 22 พฤษภาคม 2492 ฉายาขันติโก การศึกษาทางธรรม พ.ศ.2499 เปรียญธรรม 4ประโยค สำนักศาสนศึกษาวัดธาตุขอนแก่น พ.ศ.2497 นักธรรมชั้นเอก สำนักศาสนศึกษาวัดสว่างวิจารณ์ มหาสารคาม พ.ศ.2553 ปริญญาพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร.) สมณศักดิ์ พ.ศ. 2556&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่ &amp;quot;พระธรรมวิสุทธาจารย์&amp;quot; พ.ศ. 2547 เป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ &amp;quot;พระเทพวงศาจารย์&amp;quot; พ.ศ. 2543 เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ &amp;quot;พระราชปริยัติเมธี&amp;quot; พ.ศ. 2535 เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ &amp;quot;พระวิสุทธิกิตติสาร&amp;quot; พ.ศ. 2513 เป็นพระครูสัญญาบัตรที่ &amp;quot;พระครูธรรมสารสุมณฑ์&amp;quot; พระธรรมวิสุทธาจารย์ (คูณ ขนฺติโก ป.ธ.4) เป็นผู้นำพุทธศาสนิกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ดำเนินการก่อสร้างพระมหาธาตุแก่นนครอนุสรณ์สาธุชน(พระธาตุ9ชั้น)วัดหนองแวง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57733</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดขอนแก่น, พระนักพัฒนา, ละสังขาร, วัดหนองแวง, หลวงพ่อคูณ ขันติโก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200220/image_big_5e4e6903e94f3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54706</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/01/2020 13:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/01/2020 13:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หลวงปู่แบน&#039; ละสังขาร ลูกศิษย์อาลัยสิ้นเสาหลักพระกรรมฐานสายหลวงปู่มั่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ม.ค.63 - เมื่อเวลา 10.55 น. พระภาวนาวิสุทธิญาณเถร หรือ หลวงปู่แบน ธนากโร เจ้าอาวาสวัดดอยธรรมเจดีย์&amp;nbsp;ตำบลตองโขบ อำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร ได้ละสังขารอย่างสงบแล้ว ณ กุฏิวัดดอยธรรมเจดีย์ สิริอายุ 91 ปี 72 พรรษา โดยมีกำหนดการถวายเพลิงสรีระสังขารองค์หลวงปู่แบน ในวันอาทิตย์ที่ 19 มกราคมนี้ ณ วัดดอยธรรมเจดีย์ จ.สกลนคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับพระภาวนาวิสุทธิญาณเถร หรือ หลวงปู่แบน ธนากโร เป็นพระเถระสายพระป่าในประเทศไทย ผู้เป็นสหธรรมิกผู้ใกล้ชิดกับพระธรรมวิสุทธิมงคล (บัว ญาณสมฺปนฺโน) และได้รับการวางใจจากหลวงตามหาบัว ให้เป็นเสาหลักของคณะพระกรรมฐานสายหลวงปู่มั่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลวงปู่แบน นามเดิมว่า สุวรรณ กองจินดา เกิดเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ.2471 ณ บ้านหนองบัว ตำบลหนองบัว อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี บิดาชื่อนายเล็ก มารดาชื่อ นางหลิม กองจินดา มีอาชีพทำสวนทำไร่ ซึ่งเป็นอาชีหลักของชาวจังหวัดจันทบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลวงปู่แบนได้อุปสมบท เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2493 ณ วัดเกาะตะเคียน ตำบลหนองบัว อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี โดยมีพระอมรโมลี เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูพิพัฒน์พิหารการ เป็นพระกรรมวาจาจารย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจากศรัทธาในวัตรปฏิบัติของหลวงปู่กงมา จิรปุญโญ ภายหลังได้ติดตามหลวงปู่กงมามาที่วัดดอยธรรมเจดีย์ จนหลวงปู่กงมามรณภาพ ท่านเป็นผู้มีความเด็ดเดี่ยว รักษาข้อวัตรปฏิบัติของครูบาอาจารย์พระกรรมฐาน สายหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ไว้อย่างเคร่งครัด เป็นที่เคารพของพระบรมวงศานุวงศ์ นอกจากนี้ท่านยังสร้างสาธารณะกุศลอีกมากมาย เช่น สร้างโรงพยาบาลพระอาจารย์แบน ธนากโร ที่อำเภอภูพาน จังหวัดสกลนคร เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54706</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.สกลนคร, พระภาวนาวิสุทธิญาณเถร, ละสังขาร, วัดดอยธรรมเจดีย์, หลวงปู่แบน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200116/image_big_5e20022702973.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25606</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/01/2019 15:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/01/2019 15:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สิ้น&#039;หลวงปู่บุญ&#039;เกจิดังอุบลฯศิษย์สายสำเร็จลุน สิริอายุ 99 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ม.ค.62- พระครูมงคลธรรมธีรคุณ (บุญ ธมฺมธีโร) หรือหลวงปู่บุญ&amp;nbsp;เจ้าอ้าวาสวัดบ้านหมากมี่ ต.กระโสบ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี พระเกจิชื่อดังที่ชาวบ้านให้ความเคารพนับถือได้มรณภาพอย่างสงบที่โรงพยาบาล 50 พรรษา อ.เมือง จ.อุบลราชธานี เมื่อเวลา 10.10 น. วันที่ 1 ม.ค. 2562 ที่ผ่านมา ด้วยโรคชรา สิริอายุ 99 ปี 26 พรรษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้หลวงปู่บุญ ธมฺมธีโร เป็นพระเถระผู้มีรัตตัญญูกาล ศิษย์ในสายหลวงปู่สำเร็จลุน นครจำปา หลวงปู่บุญ โดยท่านเรียนวิชาเทพนิมิต (ขอโชคลาภ) จากหลวงปู่ธรรมโสดาโสม วัดบ้านเหล่าแดง (ลูกศิษย์หลวงปู่สำเร็จลุน) เรียนวิชา ป้องกันภัย ไร่ผี ถอดถอนป้องกันภัย ด้วยหัวใจบารมีพระพุทธเจ้า พระคาถาหัวใจบารมี 10 ชาติ&amp;nbsp;สำหรับสรีระสังขารของพระครูมงคลธรรมธีรคุณ หรือหลวงปู่บุญ ได้เคลื่อนมาตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดบ้านหมากมี่ อ.เมืองจ.อุบลราชธานี เพื่อประกอบพิธีตามศาสนาและจะเก็บไว้ 7 วัน เพื่อให้ประชาชนได้กราบไหว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับอัตตชีวประวัติ หลวงปู่บุญ ธมฺมธีโร เกิดเมือวันเสาร์ ที่ 24 มกราคม 2463 ในตระกูลนาเลิง เป็นบุตรคนโตในจำนวนพี่น้องทั้งหมด 5 คน ได้เข้าศึกษาเล่าเรียนชั้นประถม ช่วงแรก จบ ป.2 เพราะต้องออกมาช่วยพ่อแม่ทำนา ต่อมาจึงได้เข้าศึกษาจนจบประถม ป.4 เมื่ออายุครบ 20 ปี จึงได้อุปสมบทเป็นพระ โดยความเมตตาของหลวงปู่ธรรมโสดาโสม เป็นพระอุปัชฌาย์ ซึ่ง ท่านเป็นศิษย์ยุคต้นของ หลวงปู่สำเร็จลุน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25606</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระสำเร็จลุน, พระเกจิอุบลฯ, ละสังขาร, วัดบ้านหมากมี่, หลวงปู่บุญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190102/image_big_5c2c767c70c0b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22743</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หลวงปู่อิ่นคำ เกจิดังล้านนา ละสังขารแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สิ้นหลวงปู่อิ่นคำ อดีตเจ้าอาวาสวัดไชยสถาน ละสังขารในวัย 90 เผยเป็นพระนักพัฒนา เชี่ยวชาญการบรรยายธรรม สอนวิปัสสนากัมมัฏฐาน และปรุงยาสมุนไพร เป็นศิษย์รุ่นสุดท้ายของหลวงปู่แหวน สุจิณโณ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า เมื่อเวลา 00.03 น. วันที่ 25 พฤศจิกายนนี้ หลวงปู่อิ่นคำ หรือครูบาอิ่นคำ อินทวัณโณ หรือท่านเจ้าคุณพระมงคลสิริ อดีตเจ้าอาวาสวัดไชยสถาน ต.ป่าบง อ.สารภี จ.เชียงใหม่ อายุ 90 ปี พรรษา 71 มรณภาพแล้วด้วยโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก ขณะพักรักษาตัวอยู่ที่ รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ หลังจากนั้น พระครูสาทรกิจโกศล เจ้าคณะอำเภอสารภี เจ้าอาวาสวัดสารภี พระครูวิบูลเจติยาทร เจ้าคณะอำเภอบ้านโฮ่ง จ.ลำพูน ลูกศิษย์ พระครูสังวรวีรานุรักษ์ เจ้าคณะตำบลป่าปง เจ้าอาวาสวัดป่าบงหลวง พระปลัดไพบูลย์ เขมจาโร รักษาการเจ้าอาวาส พร้อมด้วย ร.ต.ท.สมพร ธรรมโม ไวยาวัจกรของวัด ร่วมกันเชิญสรีระของหลวงปู่ออกจากโรงพยาบาลไปตั้งในกุฏิพิพิธภัณฑ์นานาชาติ วัดไชยสถาน และเปิดให้ศิษยานุศิษย์กราบสรีระหลวงปู่เป็นลำดับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 09.00 น. พระพรหมเสนาบดี เจ้าคณะภาค 7 วัดปทุมคงคา กรุงเทพมหานคร เดินทางเข้ากราบสักการะศพหลวงปู่อินคำ โดยเวลา 15.00 น. เจ้าคณะภาค 7 เป็นประธานสงฆ์ในพิธีสรงน้ำศพ และมอบให้เจ้าคณะอำเภอสารภี แจ้งนายอำเภอสารภี เพื่อรายงานต่อนายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ รับทราบถึงการมรณภาพของพระราชาคณะต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระครูสังวรวีรานุรักษ์ เจ้าคณะตำบลป่าปง กล่าวว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาหลังการมรณภาพของหลวงปู่ท่านเจ้าคุณแล้ว ได้มีการประชุมของคณะกรรมการและศิษยานุศิษย์ โดยแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สิน มีรองนายกเทศมนตรี ต.ป่าบง สมาชิกสภาเทศบาล ไวยาวัจกรของวัด และอีกหลายคน ร่วมเป็นกรรมการ ซึ่งทรัพย์สินของหลวงปู่ที่เป็นเงินทองมีไม่มาก เพราะท่านไม่เป็นพระที่สะสม เมื่อได้รับบริจาคก็นำมาสร้างถาวรวัตถุมากมาย ตั้งแต่กุฏิไม้สักทอง วิหาร-อุโบสถไม้สักทอง ต่อมาได้สร้างศาลาปฏิบัติธรรมหลวงปู่แหวน พร้อมจัดซื้อที่ดินขยายวัดออกไปอีก รวมแล้วในระยะกว่า 10 ปีนี้ มีการก่อสร้างและพัฒนาวัดเป็นมูลค่ากว่า 300 ล้านบาท ส่วนวัตถุมงคลของหลวงปู่ที่จัดสร้างขึ้นครั้งสุดท้ายเมื่อวันทอดกฐินสามัคคี เป็นพระผงและเหรียญ ซึ่งก็แจกจ่ายไปส่วนหนึ่งแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่านเจ้าคุณพระมงคลสิริ หรือหลวงปู่อิ่นคำ อินทวัณโณ ชื่อเดิม อิ่นคำ สมผ่อง เกิดเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2471 โยมบิดา-มารดาชื่อนายอ้าย-นางเรือน ภูมิลำเนาอยู่เลขที่ 112 หมู่ 1 ต.ไชยสถาน อ.สารภี อุปสมบทเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2492 ณ วัดไชยสถาน มีพระครูสิทธิวรญาณ เป็นพระอุปัชฌาย์ การศึกษาจบชั้นประถมจาก รร.ไชยสถานวิทยาคม นักธรรมเอกสำนักเรียนวัดไชยสถาน พ.ศ.2494 สอบได้ประกาศนียบัตรครูพิเศษ (พม.) ปี 2502 สำเร็จการอบรมพระสังฆาธิการส่วนภูมิภาค 2520 และได้รับพระราชสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรที่ &amp;ldquo;พระครูวรวรรณาภรณ์&amp;rdquo; ได้รับพระราชทานปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาสังคมวิทยามานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยรามคำแหง ปี 2549 มีความชำนาญในการบรรยายธรรม สอนวิปัสสนากัมมัฏฐาน และปรุงยาสมุนไพร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังเป็นลูกศิษย์รุ่นสุดท้ายของหลวงปู่แหวน สุจิณโณ เกจิชื่อดังของล้านนา เคยเข้าศึกษาพระธรรมจากหลวงปู่แหวน 1 พรรษา ในปี 2517 และท่านยังเป็นพระเกจิชื่อดังของล้านนา เป็นพระนักคิด นักพัฒนา เผยแผ่พระพุทธศาสนาทั้งในและต่างประเทศ เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย ฮ่องกง จีน สหรัฐ จนมีลูกศิษย์มากมาย นิมนต์ท่านไปเทศนายังประเทศต่างๆ นอกจากนี้ท่านยังเชี่ยวชาญด้านสมุนไพร ผลิตสมุนไพรรักษาผู้ป่วยที่เป็นโรคต่างๆ ทั้งความดัน เบาหวาน โรคเกาต์ ซึ่งระยะหลังประกอบกับอายุที่มากทำให้ต้องเดินทางเข้ารับการรักษาอยู่บ่อยครั้งที่ รพ. กระทั่งได้มรณภาพลงอย่างสงบ.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22743</URL_LINK>
                <HASHTAG>บรรยายธรรม, ปรุงยาสมุนไพร, ละสังขาร, วัดไชยสถาน, วิปัสสนากัมมัฏฐาน, หนังสือพิมพ์, หลวงปู่อิ่นคำ, หลวงปู่แหวน สุจิณโณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181125/image_big_5bfaad5fae97e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8280</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2018 19:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2018 19:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หลวงปู่อุ่นหล้า ฐิตธมฺโม&#039; ละสังขาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ภาพจากเว็บไซต์ลานธรรมจักร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;01 พ.ค.2561 - หลวงปู่อุ่นหล้า ฐิตธมฺโม วัดป่าแก้วชุมพล ได้ละสังขารอย่างสงบ ณ กุฎิ วัดป่าแก้วบ้านชุมพล อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2561 เวลา 15.20 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาติภูมิหลวงปู่อุ่นหล้าเกิดเมื่อวันพุธที่ 3 พฤษภาคม 2482 ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ปีเถาะ ณ บ้านศรีฐาน ต.กระจาย อ.คำเขื่อนแก้ว จ.อุบลราชธานี โยมบิดาชื่อ นายบุญหนา โยมมารดาชื่อ นางบุปผา มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันทั้งหมด 7 คน เป็นผู้ชาย 3 คน เป็นผู้หญิง 4 คน ท่านเป็นบุตรคนที่ 6 &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การศึกษาเบื้องต้น &amp;nbsp;เมื่ออายุได้ 7 ปีได้เข้าโรงเรียนประถม ชื่อโรงเรียนศรีฐาน ต.ศรีฐาน อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร เข้าโรงเรียนอยู่ 5 ปีเพราะสมัยนั้นมีชั้นมูลด้วย เรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เมื่อออกจากโรงเรียนแล้วได้ช่วยพ่อแม่ทำนาอยู่หนึ่งปี &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การบรรพชาและอุปสมบท เมื่อปี 2595 เมื่ออายุ 13 ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณร ณ วัดศรีฐานใน ต.ศรีฐาน อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร ได้เรียนนักธรรมอยู่ 2 ปี สอบได้นักธรรมชั้นโท แล้วได้ติดตามครูบาอาจารย์ไปทางจังหวัดสกลนคร &amp;nbsp;ปี 2499 สอบนักธรรมเอกได้ ที่สำนักเรียนวัดเจริญสมณกิจ (วัดหลังศาล) บ้านบางงั่ว ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต (บวชเป็นสามเณรอยู่ 7 ปี) &amp;nbsp;ต่อมาได้เข้าพิธีอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ พัทธสีมาวัดศรีมงคลเหนือ ต.มุกดาหาร อ.เมือง จ.มุกดาหาร โดยมีท่านเจ้าคุณมุกดาหารโมลี เป็นพระอุปัชฌาย์ ท่านพระอาจารย์คำ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และท่านพระอาจารย์สิงห์ทอง ธมฺมวโร เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้ญัตติเป็นพระเมื่อวันที่ 26 ก.พ.2502 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อปี 2508 ท่านได้มาพำนักอยู่ที่วัดป่าแก้วชุมพล บ้านชุมพล ต.ค้อใต้ อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร กับ ท่านพระอาจารย์สิงห์ทอง ธมฺมวโร ครั้นต่อมาปี 2523 ท่านพระอาจารย์สิงห์ทอง ธมฺมวโร ได้มรณภาพลง เจ้าคณะจังหวัดสกลนครจึงได้มีคำสั่งแต่งตั้งให้หลวงปู่อุ่นหล้า ฐิตธัมโม ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสสืบแทนท่านพระอาจารย์สิงห์ทอง โดยได้รับการแต่งตั้งเมื่อวันที่ 1 มิ.ย.2523&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8280</URL_LINK>
                <HASHTAG>ละสังขาร, วัดป่าแก้วชุมพล, วัดป่าแก้วบ้านชุมพล, สกลนคร, สว่างแดนดิน, หลวงปู่อุ่นหล้า ฐิตธมฺโม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180501/image_big_5ae85c4e2f905.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6651</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2018 18:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2018 18:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หลวงปู่ท่อน&#039;ละสังขารอย่างสงบแล้ว-สิริอายุ 89 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;7 เม.ย.61 - เพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;ร่วมสร้างวัดกับหลวงปู่ท่อน&amp;quot; เปิดเผยว่า &amp;quot;..องค์หลวงปู่ท่อน ญาณธโร ละสังขารอย่างสงบแล้วเย็นวันนี้ ตรงกับวันเสาร์ที่ ๗ เมษายน ๒๕๖๑ ณ รพ.วิชัยยุทธ สิริอายุ ๘๙ ปี&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มหาเถเร ปะมาเทนะ ทวาระตะเยนะ กะตัง สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเม ภันเต
มหาเถเร ปะมาเทนะ ทวาระตะเยนะ กะตัง สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเม ภันเต
มหาเถเร ปะมาเทนะ ทวาระตะเยนะ กะตัง สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเม ภันเต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรรม ใดที่ข้าฯได้เคยประมาทพลาดพลั้งล่วงเกินต่อองค์หลวงปู่ทั้ง กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม ทั้งที่ระลึกได้ก็ดี ระลึกไม่ได้ก็ดี ขอองค์หลวงปู่ได้โปรดเมตตาประทานงดโทษให้แก่ข้าฯนับจากนี้เป็นต้นไปเทอญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้าฯขอกราบนมัสการน้อมส่งองค์พระหลวงปู่เข้าสู่อนุปาทิเสสนิพพานตามแนวทางคำสอนแห่งองค์สมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธรรมใดที่องค์พระหลวงปู่รู้แจ้งประจักษ์ใจแล้ว ขอให้ข้าฯได้มีส่วนแห่งการรู้แจ้งประจักษ์ในธรรมนั้นด้วยเช่นกันเทอญ..&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ หลวงปู่ท่อน ญาณธโร ชื่อเดิมว่า ท่อน ประเสริฐพงศ์ เกิดเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2471 ณ บ้านหินขาว ต.สาวะถี อำเภอเมืองขอนแก่น ตรงกับวันพฤหัสบดี ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ปีมะโรง บิดา-มารดาชื่อ นายแจ่ม และนางทา ประเสริฐพงศ์ มีพี่น้องร่วมกันทั้งหมด 19 คน ท่านบุตรคนที่ 6&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลวงปู่ท่อน อุปสมบทมื่อวันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2491 ณ วัดศรีจันทร์ อ.เมือง จ.ขอนแก่น โดยมีพระเทพบัณฑิต (มหาอินทร์ ถิรเสวี สินโพธิ์ ป.ธ.5) เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่พระพิศาลสารคุณ วัดศรีจันทร์ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูคัมภีรนิเทศเป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระมหาสุพจน์ อุตฺตโม เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ภายหลังการบวช ท่านได้เดินทางมาศึกษาวิปัสสนากรรมฐานกับหลวงปู่คำดี ปภาโส ณ วัดป่าชัยวัน โดยหลวงปู่คำดีเป็นอาจารย์กัมมัฏฐาน คอยสอนให้ทำภาวนา นั่งสมาธิกัมมัฏฐาน เน้นเรื่องสติ สมาธิ และปัญญา ระยะเวลาผ่านไปนานพอสมควร ท่านได้ช่วยครูบาอาจารย์แบ่งเบาภาระในการสอนคนที่จะมาบวช ด้วยการสอนขานนาค เป็นต้น ครั้นถึงช่วงออกพรรษา ได้เป็นหัวหน้าออกเดินธุดงค์เข้าป่าเป็นกิจวัตรและได้ช่วยหลวงปู่คำดีสร้างวัดถ้ำผาปู่ จวบจนหลวงปู่คำดีมรณภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครั้งหนึ่งท่านได้มีโอกาสพบหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต บูรพาจารย์สายพระป่า และได้รับโอวาทอันทรงคุณค่าอย่างหาที่เปรียบมิได้จากหลวงปู่มั่น &amp;ldquo;ให้เร่งทำความเพียร มิให้ประมาท ชีวิตนี้อยู่ได้ไม่นานก็ต้องตาย&amp;rdquo; หลวงปู่ท่อน ยังได้มีโอกาสไปกราบเยี่ยมครูบาอาจารย์หลายท่าน อาทิ หลวงปู่ชอบ ฐานสโม, หลวงปู่หลุย จันทสาโร, หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี, หลวงพ่อมหาปิ่น ชลิโต เป็นต้น.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6651</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่อน ประเสริฐพงศ์, บูรพาจารย์สายพระป่า, ละสังขาร, หลวงปู่ท่อน ญาณธโร, หลวงปู่มั่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180407/image_big_5ac8a4bc6e1ee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
