<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>66772</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2020 13:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2020 13:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฮารีรายอแบบNew Normal มุสลิมเมืองคอนหันมาละหมาดที่บ้านป้องกันโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 พ.ค.63 - วันที่ 24 พ.ค.63 ซึ่งเป็นวันตรุษอิดิ้ลฟิตรี ปีฮิจเราะห์ศักราช1441 หรือวันฮารีรายอของชาวมุสลิมทั่วโลก หลังจากสิ้นสุดเดือนรอมฎอนแล้ว ปกติทุกปีที่ผ่านมาพี่น้องมุสลิมจะไปรวมตัวละหมาดอิดิ้ลฟิตรีหรือฮารีรายอกันตามมัสยิดต่างๆใกล้บ้านและมีพบปะญาติพี่น้องกันจำนวนมาก &amp;nbsp;ปรากฏว่าปีนี้ทางสำนักจุฬาราชมนตรีได้ประกาศขอความร่วมมือไปยังมัสยิดทั่วประเทศงดกิจกรรมละหมาดตรุษอิดิ้ลฟิตรีที่มัสยิดเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 เนื่องจากจะมีผู้คนไปรวมตัวที่มัสยิดจำนวนมาก แต่ไม่เป็นการบังคับแค่ขอความรวมมือ หากมัสยิดไหนจัดละหมาดก็ขอให้มีมาตรการความปลอดภัยเข้ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำให้ชาวมุสลิมแต่ละบ้านจัดละหมาดกันเองภายในครอบครัว โดยมุสลิมส่วนใหญ่ในจ.นครศรีธรรมราชประกาศงดละหมาดอิดิ้ลฟิตรีที่มัสยิด ทำให้พี่น้องมุสลิมแต่ละครอบครัวจัดละหมาดกันเองที่บ้านกันอย่างคักคักและอบอุ่นก่อนรับประทานอาหารร่วมกันและพบปะสังสรรค์กันในญาติพี่น้องเนื่องในเทศกาลฮารีรายอดังกล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66772</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุฬาราชมนตรี, มัสยิด, ละหมาด, ฮารีรายอ, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200524/image_big_5eca0f95a5c1a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65420</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สงขลาขยาย ด่านคัดกรอง ผวา!ลักลอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;สงขลา&amp;quot; เปิดมัสยิดละหมาดวันศุกร์ครั้งแรกของเดือนรอมฎอน ชาวไทยมุสลิมร่วมพิธีจำนวนมาก &amp;quot;ผู้ว่าฯ&amp;quot; เพิ่มจุดตรวจคัดกรองโควิด-19 อีก 10 แห่ง หลังคุมตัว 5 หญิงไทยลอบข้ามฝั่งจากมาเลเซียเข้าประเทศ &amp;quot;บุรีรัมย์&amp;quot; คลายล็อก 5 กิจกรรมตั้งแต่ 9 พ.ค.นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ที่ 8 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการละหมาดญุมอะห์ หรือละหมาดวันศุกร์ ครั้งแรกของเดือนรอมฎอน หลังจากที่ต้องงดมากว่า 1 เดือน จากมาตรการป้องกันโควิด-19 ของ จ.สงขลา ปรากฏว่ามีชาวไทยมุสลิมต่างร่วมพิธีละหมาดวันศุกร์ที่มัสยิดต่างๆ จำนวนมาก โดยมัสยิดที่เปิดให้ละหมาดวันศุกร์มีการคัดกรองผู้ที่เดินทางมาละหมาดอย่างละเอียด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่มัสยิดปากีสถาน ย่านถนนรัถการ เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา เจ้าหน้าที่ อสม.มาตรวจวัดไข้ที่บริเวณประตูทางเข้ามัสยิด และมีบางคนที่ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปละหมาด เนื่องจากอุณหภูมิร่างกายสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด ต้องกลับไปละหมาดที่บ้าน รวมทั้งต้องใช้เจลทำความสะอาดมือและมีการแจกหน้ากากอนามัยจำนวน 100 ผืนไว้ที่มัสยิด เพื่อแจกให้กับผู้ที่อาจจะลืมสวมใส่มา และเมื่อถึงเวลาละหมาดต้องยืนตามระยะห่าง 1 เมตร และปิดประตูทันทีเพื่อไม่ให้ผู้ที่มาทีหลังและไม่ผ่านการคัดกรองเข้าไปละหมาด รวมทั้งใช้เวลาที่สั้นกว่าปรกติเพื่อไม่ให้มีการรวมตัวกันนานเกินไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ทางมัสยิดปากีสถานก็มีกฎของมัสยิดเพิ่มเติมในช่วงเดือนรอมฎอน ทั้งงดการทำอาหารในมัสยิด ห้ามรวมกลุ่มเกิน 5 คน งดละหมาดตารอเวียะห์ งดการเอี๊ยะห์ติกัฟ หรือการเข้าพำนักพักอาศัยในมัสยิด และเว้นระยะห่าง 1 เมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้มีคำสั่งให้เพิ่มจุดตรวจคัดกรองโควิด-19 เพิ่มขึ้นอีก 10 จุด ครอบคลุมพื้นที่ทั้งถนนสายหลักและถนนสายรองที่เชื่อมต่อระหว่างจังหวัดและระหว่างอำเภอ ทั้งเขตรอยต่อ จ.นครศรีธรรมราช พัทลุง ปัตตานี และยะลา เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งยอดผู้ป่วยทั่วไปของ จ.สงขลา ยังนิ่งอยู่ที่ 44 คน ไม่พบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นต่อเนื่องมากว่า 2 สัปดาห์ และยังไม่มีผู้เสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ชุดตรวจชายแดนกองร้อย ตชด.437 อ.สะเดา จ.สงขลา นำโดย พ.ต.ต.สุริวงค์ สมทรง ผบ.ร้อย ตชด.437, &amp;nbsp;ร.ต.ท.ชวิศศา บุญมี หน.ชฝต.4305/5 ร้อย ตชด.437 ออกลาดตระเวนป้องกันบุคคลทั้งคนไทยและชาวต่างชาติลักลอบเข้า-ออกทางช่องทางธรรมชาติ ชายแดนไทย-มาเลเซียโดยที่ไม่ผ่านการตรวจคัดกรองโควิด-19 โดยออกลาดตระเวนตั้งแต่กลางคืนต่อเนื่องจนถึงเช้า บริเวณหลักเขตแดนที่ 31/62 บ.ทุ่งเปรียง ม.4 ต.ประกอบ อ.นาทวี จ.สงขลา และพบกลุ่มคนไทย 5 คน ซึ่งเป็นผู้หญิงทั้งหมดและมีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ จ.นราธิวาส ขณะขี่รถจักรยานยนต์ 3 คันออกมาจากประเทศมาเลเซีย ประกอบด้วย น.ส.รูซือลัน สาเร๊ะ อายุ 43 ปี, น.ส.นูรียาณา ดอเล๊าะ อายุ 34 ปี, &amp;nbsp;น.ส.ปัทมา สาแม อายุ 36 ปี, น.ส.ซูนีตา สาแม อายุ 35 ปี และ น.ส.ยามีล๊ะ สาแม อายุ 32 ปี &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวทั้ง 5 คนส่งด่านกักกันโรค ด่านพรมแดน ประกอบ ต.ประกอบ อ.นาทวี เพื่อเข้าสู่กระบวนการคัดกรองโรคโควิด-19 ที่ศูนย์คัดกรองในพื้นที่ จัดเก็บดีเอ็นเอ ตรวจสอบประวัติบุคคลตามหมายจับ ดำเนินการเปรียบเทียบปรับตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง และนำเข้าสู่การกักตัว 14 วันในศูนย์กักในพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในส่วนบรรยากาศการจ่ายเงินเยียวยาโควิด-19 จำนวน &amp;nbsp;5,000 บาท ตามหน้าธนาคารต่างๆ ใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ยังคงเต็มไปด้วยประชาชนทั้งที่ได้รับเงินเยียวยาและไปถอนเงินมาใช้ รวมทั้งผู้ที่ไปติดต่อธนาคารเนื่องจากยังมีปัญหาเรื่องเอกสาร &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบถามวินจักรยานยนต์รับจ้างคนหนึ่งที่ไปถอนเงินกับธนาคารบอกว่า ได้รับข้อความแจ้งสิทธิ์เมื่อตอนหัวรุ่ง เมื่อธนาคารเปิดจึงรีบมาถอนเงินโดยเงินเข้ามา 1 หมื่นบาท บางส่วนก็ต้องเอาไปใช้หนี้ที่หยิบยืมเพื่อนมาใช้ เพราะรายได้จากการขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างไม่พอใจ เนื่องจากแทบไม่มีผู้โดยสาร ในขณะที่อีกหลายคนยังร้อนใจเพราะยังมีปัญหาเรื่องบัญชีและบัตรประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับ จ.ปัตตานี ตั้งแต่ช่วงเช้าประชาชนได้เดินทางไปธนาคารของรัฐทุกธนาคาร เพื่อเปิดบัญชีใหม่และผูกบัญชีเงินฝากกับพร้อมเพย์รองรับลงทะเบียนรับสิทธิเงินช่วยเหลือสำหรับผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยทางธนาคารได้จัดคิวให้ผู้มาลงทะเบียนได้เข้าไปลงทะเบียนทีละคน โดยกำหนดผู้มาใช้บริการวันละ 30 ราย และต้องผ่านการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย และใช้เจลล้างมือ เพื่อป้องกันโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.ยะลา เจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจทหารพราน (ฉก.ทพ.) 41 นำกำลังพลร่วมกับผู้นำชุมชนและ อสม.ในพื้นที่จัดทำอาหาร พร้อมกับผลอินทผลัมไปมอบให้กับประชาชนผู้มีฐานะยากจนและอยู่ในพื้นที่ทุรกันดารพื้นที่ห่างไกลได้บริโภคและละศีลอดในช่วงเดือนรอมฎอน ตามโครงการ &amp;ldquo;Army Delivery&amp;rdquo; โดย (&amp;ldquo;Pran 41 &amp;nbsp;Delivery ถึงจะลำบากและไกลแค่ไหน เราก็ไปถึง) โดยในครั้งนี้ ได้เข้าไปในพื้นที่ ต.ยะต๊ะ อ.รามัน จ.ยะลา เพื่อให้การช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.นครศรีธรรมราช นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช รับมอบน้ำดื่มจำนวน 3,500 ขวด จากผู้บริหารโรงแรมเดอะบูติกขนอม อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากโควิด-19 นอกจากนี้ยังเดินทางไปเยี่ยมให้กำลังใจกลุ่มนครธรรมาภิบาลและช่างตัดผมชาย-หญิง ที่ร่วมกันเปิดจุดบริการตัดผมฟรีให้แก่ประชาชน ในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช 4 จุด เป็นเวลา 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 8-10 พ.ค. ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.ภูเก็ต นพ.ธนิศ เสริมแก้ว นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต กล่าวขอบคุณประชาชนในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตทุกคนที่ได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในการควบคุมและป้องกันโรคโควิด-19 &amp;nbsp;ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อน้อยลง หรือบางวันไม่มีผู้ติดเชื้อเลย แต่ยังคงเน้นย้ำให้ร่วมมือร่วมใจกันต่อไปอีกระยะหนึ่ง เพื่อให้จังหวัดภูเก็ตปลอดโรคโควิด-19 และยังคงเน้นย้ำให้ประชาชนทุกคนสวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้า กินร้อน ช้อนกลาง (ส่วนตัว) ล้างมือบ่อยๆ และเว้นระยะห่าง 1-2 เมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนมาตรการป้องกันช่วงถือศีลอดของผู้นับถือศาสนาอิสลาม อยากจะเน้นย้ำเรื่องการปฏิบัติตัว โดยเฉพาะการงดกิจกรรม รวมตัวทั้งในมัสยิดและสถานที่อื่น อยู่แต่ในที่พักอาศัยและสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา การรับประทานอาหารละศีลอดควรทานในบ้านและห่างกันมากกว่า 1 เมตร และงดการพูดคุยกัน&amp;quot; นายแพทย์ สธ.ภูเก็ตระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.บุรีรัมย์ นายธัชกร หัตถาธยากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ออกคำสั่งจังหวัดบุรีรัมย์ ที่ 2308/2563 ตอนหนึ่งระบุว่า สถานที่ดังต่อไปนี้สามารถดำเนินการเปิดได้ภายใต้เงื่อนไขผ่อนปรนตามมาตรการป้องกันเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยต้องปฏิบัติตามมาตรการของจังหวัดบุรีรัมย์ ตามเอกสารแนบท้ายคำสั่งนี้ 1.ร้านเสริมสวย แต่งผมหรือตัดผม สำหรับบุรุษหรือสตรีให้เปิดเฉพาะกิจกรรมสระ ตัด ซอยผม แต่งผม และต้องไม่มีผู้นั่งในร้าน 2.สนามกอล์ฟ หรือสนามฝึกซ้อมกอล์ฟ ให้เปิดได้ แต่ต้องไม่มีผู้ชมมาชุมนุมกันหรือเป็นการแข่งขัน 3.สนามกีฬาเฉพาะกีฬาประเภทกลางแจ้งและตามกติกาสากล ผู้เล่นต้องมีระยะห่างทางสังคม ละไม่คลุกคลีกันอยู่แล้ว เช่น เทนนิส ขี่ม้า ยิงปืน ยิงธนู และต้องไม่มีผู้ชมมาชุมนุมกันหรือเป็นการแข่งขัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.สวนสาธารณะ ลาน-พื้นที่กิจกรรมสาธารณะ สถานที่ออกกำลังกาย สนามกีฬา ลานกีฬา ให้เปิดได้เฉพาะพื้นที่โล่งเพื่อการเดิน วิ่ง ขี่ หรือปั่นจักรยาน หรือการออกกำลังกาย ด้วยวิธีอื่นเป็นส่วนบุคคล โดยไม่มีผู้มาชุมนุมกัน หรือเป็นการแข่งขัน การละเล่น การแสดง 5.สถานที่ให้บริการดูแลรักษาสัตว์ สปา อาบน้ำ ตัดขน รับเลี้ยงหรือรับฝากสัตว์ ตั้งแต่วันที่ 9-31 พ.ค.2563 หรือจนกว่าจะมีคำสั่งหรือประกาศเปลี่ยนแปลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.เชียงใหม่ ที่พุทธสถานเชียงใหม่ อำเภอเมืองฯ เจ้าหน้าที่งานสาธารณสุขเทศบาลนครเชียงใหม่ เทศกิจเทศบาลนครเชียงใหม่ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่วมกันจัดระเบียบการรับแจกสิ่งของ ซึ่งคณะกรรมการศาสนิกสัมพันธ์? 5? ศาสนา พุทธ คริสต์? อิสลาม พราหมณ์-ฮินดู? ศาสนาซิกข์ ซิกข์นามธารี ในจังหวัดเชียงใหม่ รวมน้ำใจมอบถุงยังชีพ 500 ถุงให้ 500 ครัวเรือน ในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ เพื่อช่วยผู้ได้รับผลกระทบจากการแพ่รระบาดของเชื้อโควิด-19 ซึ่งเป็นข้าวสาร อาหารแห้ง ไข่ไก่ สิ่งของเครื่องใช้จำเป็น พืชผักผลไม้ เพื่อนำไปยังชีพได้ถึง 1-2 สัปดาห์ หลังจากหลายครัวเรือนไม่มีงานไม่มีเงิน ยังต้องอาศัยการช่วยเหลือผ่านถุงยังชีพรับการแจกของในแต่ละวัน?&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ก่อนรับมอบทุกคนจะผ่านการคัดกรอง ตรวจวัดไข้ ติดสติกเกอร์ ฉีดพ่นแอลกอฮอล์?ล้างมือ เว้นระยะห่างจากกัน ต้องสวมหน้ากากอนามัยทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเด็กและผู้ใหญ่ ไม่ให้จับกลุ่มนั่งคุยกัน หลังจากรับแจกแล้วต้องกลับบ้านทันที เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 รายใหม่ตามมาตรการขณะนี้? ซึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ สถานการณ์การแพร่ระบาดเริ่มคงที่ ไม่พบผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่มาติดต่อกันเป็นเวลา 30 วันแล้ว และผู้ป่วยที่มีอยู่ 40 ราย ก็หายกลับบ้าน 39 ราย เสียชีวิต 1 ราย.?
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65420</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, คลายล็อก, ละหมาด, ลักลอบเข้าประเทศ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เปิดมัสยิด, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200508/image_big_5eb557783b482.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61111</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2020 10:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2020 10:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปัตตานีน่าห่วงผสมโรง2กลุ่ม &#039;มาเลย์-กทม.&#039;หลุดมาตรการกักตัว14วัน มัสยิดกว่า2พันแห่งงดละหมาดวันศุกร์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มี.ค.63 &amp;ndash;  สถานการณ์การแพร่ระบาดในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ยังอยู่ในอัตราที่สูงโดย ยังคงมีการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง ไม่สามารถควบคุมได้ โดยล่าสุดปัตตานีเพิ่มขึ้นเป็น 29 รายแล้ว ขณะเดียวกันก็ยังไม่สามารถเข้าถึงมาตรการควบคุมกักตัว 14 วัน ในกลุ่มที่ไปทำร้านอาหารที่มาเลเซียที่กลับมาไทย รวมทั้งกลุ่มผู้ที่กลับจาก กทม.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ ที่จุฬาราชมนตรีได้ออกประกาศเตือนมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ให้งดละหมาดที่มัสยิด(ญามาอะห์)และการละหมาดรวมใหญ่ประจำวันศุกร์(ญุมอะห์)การจัดการศพ และกิจกรรมทางศาสนาตับลีต ลงเมื่อวันที่25มีนาคมนั้น ทางสมาพันธ์คณะกรรมการอิสลามประจำชายแดนใต้จึงให้มัสยิดต่างๆปฏิบัติตามคำประกาศเตือนของจุฬาราชมนตรีดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า วันนี้ซึ่งตรงกับวันศุกร์ จะมีการละหมาดรวมประจำสัปดาห์คือวันศุกร์(ญุมอะห์)นั้น ได้สังเกตตามมัสยิดหลายๆแห่ง ยังมีพี่น้องชาวมุสลิมละหมาดตามวันเวลาวันละ5เวลาตามมัสยิดตามปกติ แต่ประกาศให้คนที่ตัวร้อนหรืออาการไอ ห้ามมาละหมาด และให้อาบน้ำละหมาดจากบ้านให้ใช้ผ้าปูละหมาดมาจากบ้าน และต้องใส่หน้ากากอนามัยมาทุกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ส่วนการละหมาดวันศุกร์ หลายมัสยิดในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เกือบ2พันกว่ามัสยิด ได้มีการประกาศขอความร่วมมือให้งดละหมาดวันศุกร์ที่มัสยิด ประจำสัปดาห์เพื่อเป็นการป้องกันโรคดังกล่าวอย่างไรก็ตามในบางหมู่บ้านซึ่งเป็นพื้นที่ที่ไม่มีใครเป็นโรคดังกล่าว ก็ยังไม่ได้ประกาศงด แต่มี กรรมการมัสยิด เตรียมการจะตรวจผู้ที่มาร่วมมัสยิดว่าปฎิบัติตัวถูกต้องหรือไม่ รวมทั้งมีเจล แอลกอฮอล์วางไว้เพื่อให้ใช้ก่อนเข้าไปในมัสยิดทุกครั้ง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61111</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, กักตัว14วัน, จุฬาราชมนตรี, ปัตตานี, มัสยิด, ละหมาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200327/image_big_5e7d77be8f5d2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
