<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>92484</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/02/2021 16:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/02/2021 16:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์ยิ้มไทยไม่ติดลิสต์ขายของปลอมสหรัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.พ. 2564 นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ได้ออกรายงานทบทวนรายชื่อตลาดที่มีการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาสูงทั่วโลก ประจำปี 2563 (2020 Review of Notorious Markets for Counterfeiting and Piracy) ทั้งตลาดที่มีการขายสินค้าละเมิด (Physical Markets) และตลาดออนไลน์ &amp;nbsp;(Online &amp;nbsp;Markets) &amp;nbsp;โดยในการรายงานครั้งนี้ ไม่มีรายชื่อย่านการค้าหรือศูนย์การค้าของไทยปรากฏอยู่ในกลุ่มตลาดที่มีการละเมิดสูง (Notorious Markets) แม้แต่แห่งเดียว จากเดิมที่เคยมีการระบุชื่อย่านพัฒน์พงษ์ ในรายงานฉบับปี 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เป็นเรื่องน่ายินดีและสะท้อนถึงการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างจริงจังและต่อเนื่องของไทย ประกอบกับสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 จึงส่งผลให้การจำหน่ายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญามีจำนวนลดลงหรือไม่พบการละเมิดแล้ว แต่กรมฯ และหน่วยงานด้านการบังคับใช้กฎหมายยังคงมีแผนดำเนินงานเชิงรุก โดยจะประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง ในการติดตามสถานการณ์การจำหน่ายสินค้าละเมิดในย่านการค้าต่างๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้มีการนำสินค้าละเมิดกลับมาจำหน่ายอีก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับตลาดออนไลน์ของไทย ยังพบข้อมูลการจำหน่ายสินค้าละเมิดอยู่บ้าง ซึ่งกรมฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยจะเร่งดำเนินการตามมาตรการป้องปรามร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไป โดยล่าสุด เมื่อวันที่ 11 ม.ค.2564 ที่ผ่านมา ได้ร่วมมือกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ลงนาม MOU ร่วมกับ 3 แพลตฟอร์มออนไลน์ชั้นนำของไทย ได้แก่ Shopee Lazada และ JD Central เพื่อระงับการจำหน่ายสินค้าละเมิดบนแพลตฟอร์มออนไลน์ และเสริมสร้างองค์ความรู้เรื่องทรัพย์สินทางปัญญาให้แก่ผู้ค้าออนไลน์ ซึ่งจะช่วยสร้างความไว้วางใจของผู้บริโภคในการซื้อของออนไลน์ ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างประเทศในการเข้ามาดำเนินธุรกิจการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในไทยมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ เพื่อให้การจัดทำรายงานทบทวนรายชื่อตลาดที่มีการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาสูงทั่วโลกของ USTR ในอนาคตไม่ปรากฏรายชื่อตลาดละเมิดในไทย กรมฯ จะหารือกับฝ่ายสหรัฐฯ เพื่อให้รับทราบถึงมาตรการและการดำเนินการด้านการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา รวมทั้งความก้าวหน้าในระบบการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของไทย ซึ่งน่าจะมีส่วนช่วยทำให้ผลการจัดทำรายงานประจำปี 2564 เป็นไปในเชิงบวกแก่ประเทศมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92484</URL_LINK>
                <HASHTAG>ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา, วุฒิไกร ลีวีระพันธุ์, สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201119/image_big_5fb6312ee456d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43870</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2019 16:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2019 16:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แก้วBNK48&#039;ขอโทษแฟนๆ ชาวเน็ตจวกละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากที่เป็นกระแสบนโลกโซเชียลมาหลายวัน สำหรับกรณีของไอดอลสาว &amp;quot;แก้ว BNK48&amp;quot; หรือ ณัฐรุจา ชุติวรรณโสภณ ที่ได้โพสต์รูปโดยมีของแบรนด์เนมแบรนด์หนึ่ง แต่ชาวเน็ตเข้าไปจับผิดว่าเธอใช้ของปลอม แถมยังมีภาพที่เจ้าตัวให้ของขวัญเพื่อนร่วมวงเป็นกระเป๋าแบรนด์เนมแต่ก็ถูกหาว่าปลอมเช่นเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จนทางเพจของ BNK48 ก็ได้ออกมาประกาศพักงาน และกิจกรรมทั้งหมดของเธอเป็นระยะเวลา 1 เดือน รวมถึงถูกตัดสิทธิไม่ให้ร่วมงานเทศกาลกีฬาบางกอก๔๘ และล่าสุดสาวแก้วก็ได้โพสต์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;จากเหตุการณ์ในกระแสโซเชียลเมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมาแก้วขอถือโอกาสนี้ขอโทษกับทุกคนที่ทำให้ผิดหวัง เสียความรู้สึกหรือเสียใจ ทั้งผู้บริหาร คุณครู เมมเบอร์ทุกคน ครอบครัว แฟนคลับตลอดจนทุกคนที่รักแก้วและให้การสนับสนุนแก้วมาตลอด การกระทำที่เป็นแบบอย่างที่ไม่ดีในครั้งนี้ แก้วยอมรับและเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก แก้วไม่มีความสุขเลยสักวินาทีเดียวตั้งแต่มีกระแสออกมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตลอดช่วงระยะเวลาที่ถูกพักงานนี้ แก้วสัญญาว่าแก้วจะนำความผิดพลาดในครั้งนี้เป็นบทเรียนไปปรับปรุงตัว และเหตุการณ์ในครั้งนี้จะเป็นสิ่งที่เตือนตัวแก้วให้ระลึกเสมอว่าให้รอบคอบมากกว่านี้ในทุกๆเรื่อง แก้วเสียใจและขอโอกาสให้แก้วได้พิสูจน์ตัวเอง ความเชื่อมั่นที่อาจหายไปแก้วจะสร้างสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาใหม่ให้ได้อีกครั้งค่ะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แก้วขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมาให้แก้ว แก้วรับรู้และขอบคุณทุกคนจากใจจริงๆค่ะ และแก้วจะเป็นแก้วที่เติบโตขึ้นแข็งแรงขึ้นทั้งด้านความคิดและจิตใจ ตั้งใจทำงานพัฒนาความสามารถพร้อมๆกับก้าวเดินต่อไปโดยมีทุกคนที่รักแก้วอยู่ข้างๆแก้วแบบนี้เสมอและตลอดไปค่ะ ขอบคุณและขอโทษจากใจจริงของแก้วค่ะ Kaew BNK48&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งหลังจากที่เจ้าตัวขอโทษกับเหตุการ์ที่เกิดขึ้น ก็มีเสียงวิจารณ์ต่างๆมากมาย บ้างก็ให้กำลังใจให้เธอปรับปรุงตัวและสู้ต่อไป บ้างก็แย้งว่าสิ่งที่เธอชี้แจงนั้นไม่ได้เคลียร์ประเด็นการให้ของปลอมเพื่อนและพอถึงคราวเพื่อนให้ เพื่อนก็ให้ของจริงเธอตอบแทน อีกทั้งการใช้ของปลอมยังเหมือนเป็นการสนับสนุนการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43870</URL_LINK>
                <HASHTAG>BNK48, กระเป๋าแบรนด์เนม, ณัฐรุจา ชุติวรรณโสภณ, ดราม่า, นักร้อง, ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา, แก้วBNK48, แบรนด์เนม, แบรนด์เนมปลอม, ไอดอล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190820/image_big_5d5bbd147c052.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8053</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2018 14:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2018 14:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฮลั่น!สหรัฐถอดไทยจากบัญชีต้องจับตามองละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สหรัฐเปิดเผยรายงานประจำปี 2561 ว่าด้วยการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาโดยประเทศคู่ค้าของสหรัฐ 36 ประเทศ ยืนยันไทยหลุดจากบัญชีต้องจับตามองเป็นพิเศษที่เคยติดอยู่นาน 10 ปี มาอยู่ในกลุ่มถูกจับตา ส่วนแคนาดาคู่ค้าสำคัญของสหรัฐขยับขึ้นติดกลุ่มแทนไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงานผู้แทนการค้าของสหรัฐ (ยูเอสทีอาร์) เผยแพร่รายงานประจำปีว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิทรัพย์สินทางปัญญาโดยประเทศคู่ค้าตามกฎหมายการค้าสหรัฐปี 2517 มาตรา 301 พิเศษ ประจำปี 2561 เมื่อวันศุกร์ที่ 27 เมษายน 2561 ที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่นของกรุงวอชิงตัน โดยมี 36 ประเทศที่รัฐบาลสหรัฐกล่าวหาว่ายังไม่ดำเนินการอย่างเพียงพอในการปกป้องสิทธิทรัพย์สินทางปัญญา (ไอพี) ของสหรัฐ ซึ่งเป็นจำนวนที่เพิ่มจากรายงานประจำปีที่แล้ว 2 ประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การจัดกลุ่มประเทศที่ถูกจับตามองแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือประเทศที่ต้องได้รับการจับตามองเป็นพิเศษ (Priority Watch List) หรือพีดับเบิลยูแอล และประเทศที่ถูกจับตา (Watch List) หรือดับเบิลยูแอล โดยในกลุ่มแรก ปีนี้มี 12 ประเทศ โดยเพิ่มแคนาดาและโคลอมเบียเข้าไว้ในกลุ่มนี้ ขณะที่ประเทศไทย ซึ่งเคยติดกลุ่มพีดับเบิลยูแอลมาตั้งแต่ปี 2550-2560 ถูกปรับลงมาอยู่ในกลุ่มดับเบิลยูแอลแทน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายชื่อประเทศในกลุ่มที่สหรัฐจับตามองเป็นพิเศษเรื่องการละเมิดไอพี ได้แก่ จีน, อินโดนีเซีย, อินเดีย, แอลจีเรีย, คูเวต, รัสเซีย, ยูเครน, อาร์เจนตินา, แคนาดา, ชิลี, โคลอมเบีย และเวเนซุเอลา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในกลุ่มจับตาอีก 24 ประเทศ ประกอบด้วย ไทย, เวียดนาม, ปากีสถาน, ทาจิกิสถาน, เติร์กเมนิสถาน, อุซเบกิสถาน, อียิปต์, เลบานอน, ซาอุดีอาระเบีย, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, กรีซ, โรมาเนีย, สวิตเซอร์แลนด์, ตุรกี, เม็กซิโก, คอสตาริกา, สาธารณรัฐโดมินิกัน, กัวเตมาลา, บาร์เบโดส, จาเมกา, โบลิเวีย, บราซิล, เอกวาดอร์ และเปรู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีของไทยนั้น ยูเอสทีอาร์กล่าวว่า ผลจากการทบทวนสถานะนอกรอบระหว่างเดือนกันยายน-ธันวาคม 2560 ทำให้ยูเอสทีอาร์ตัดสินใจขยับไทยพ้นจากกลุ่มประเทศที่ต้องจับตามองเป็นพิเศษ โดยยูเอสทีอาร์เห็นว่า รัฐบาลไทยได้ดำเนินการด้านการคุ้มครองสิทธิทรัพย์สินทางปัญญาและการบังคับใช้กฎหมาย โดยเป็นส่วนหนึ่งของกรอบความตกลงด้านการค้าและการลงทุนระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกา (TIFA) ระหว่างสหรัฐและไทย อันส่งผลให้เกิดความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญต่อการแก้ไขความห่วงกังวลด้านไอพีของสหรัฐในหลากหลายด้าน ซึ่งรวมถึงการบังคับใช้กฎหมาย, สิทธิบัตรและยา, เครื่องหมายการค้า และ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การลงทุนสหรัฐฯ-ไทย ความร่วมมือกันนี้ทำให้มีผลคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในหลากหลายเรื่อง อาทิ การบังคับใช้, สิทธิบัตรและยา เครื่องหมายการค้า และลิขสิทธิ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานยกตัวอย่างว่า ไทยได้จัดตั้งคณะกรรมการนโยบายทรัพย์สินทางปัญญาแห่งชาติ และตั้งคณะอนุกรรมาธิการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ที่มีนายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ตามลำดับ การให้ความสนใจอย่างมากจากบุคคฃระดับสูงที่สุดของรัฐบาลส่งผลให้การประสานงานระหว่างหน่วยงานภาครัฐต่างๆ ทำได้ดีขึ้น รวมถึงยังปรับปรุงและส่งเสริมให้การปราบปรามสินค้าปลอมและละเมิดลิขสิทธิ์ทั่วประเทศเป็นไปอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปีนี้รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงสถานะจีน ซึ่งเป็นประเทศคู่ค้ารายใหญ่ของสหรัฐ ไว้ในบัญชีพีดับเบิลยูแอลเป็นปีที่ 14 ติดต่อกันแล้ว โดยยูเอสทีอาร์ระบุว่าจีน &amp;quot;จำเป็นอย่างเร่งด่วน&amp;quot; ที่ต้องแก้ไขข้อวิตกของสหรัฐเกี่ยวกับไอพี ซึ่งรวมถึงการขโมยความลับทางการ, การละเมิดลิขสิทธิ์ทางออนไลน์ และการบังคับให้ถ่ายโอนเทคโนโลยี ขณะเดียวกัน สหรัฐได้ลดระดับแคนาดา ประเทศคู่ค้าในกลุ่มนาฟตา จากกลุ่มจับตามาอยู่ในกลุ่มพีดับเบิลยูแอลเท่ากับจีน โดยอ้างถึงการบังคับควบคุมชายแดนอย่างหย่อนยาน โดยเฉพาะสินค้าปลอมที่ขนส่งผ่านชายแดนตอนเหนือของสหรัฐ และความวิตกเกี่ยวกับการคุ้มครองไอพีเกี่ยวกับยา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8053</URL_LINK>
                <HASHTAG>การคุ้มครองสิทธิทรัพย์สินทางปัญญา, ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา, สหรัฐจับตาไทย, ไทยถูกจับตามอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180428/image_big_5ae4208f714dd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
