<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>77252</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ชวน’กรีดคนโกงโทษรธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ชวน&amp;quot; กรีดยับ! รัฐธรรมนูญทุกฉบับดี แต่พฤติกรรมของนักการเมืองบางส่วนที่ละเมิดรัฐธรรมนูญ หาผลประโยชน์ ทำผิดกฎหมาย ทำให้หลายคนติดคุก &amp;quot;จุรินทร์&amp;quot; แนะแก้ รธน.ให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ให้วิปทั้ง 3 ฝ่ายหารือสรุปประเด็นร่วมกันก่อน &amp;quot;วันชัย&amp;quot; ชี้ฝ่ายค้านวางแผนพลาด แฉมีคนวางแผนโยนบาปให้ ส.ว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 12 กันยายน ที่โรงแรมแกรนด์ เมอร์เคียว กรุงเทพฯฟอร์จูน นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนาโครงการเสริมสร้างความเป็นพลเมืองในระบอบประชาธิปไตยตามวิถีรัฐธรรมนูญประจำปี 63 กิจกรรมการเสริมสร้างความเป็นพลเมืองในระบอบประชาธิปไตยของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวนกล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง &amp;quot;การมีส่วนร่วมของพลเมืองกับการเมืองสุจริต&amp;quot; ตอนหนึ่งว่า รัฐธรรมนูญทุกฉบับเป็นรัฐธรรมนูญที่ดี แต่พฤติกรรมของนักการเมืองบางส่วนที่ละเมิดรัฐธรรมนูญ หาผลประโยชน์ ทำผิดกฎหมาย จึงทำให้มีนักการเมืองหลายคนติดคุก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ความสุจริตจึงต้องเป็นหัวใจของบ้านเมืองในอนาคต หากเราสามารถป้องกันการทุจริตได้ ประเทศไทยก็จะพัฒนาไปได้ไกลกว่านี้มาก&amp;quot; ประธานรัฐสภากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์&amp;nbsp; กล่าวถึงสถานการณ์การแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ทุกฝ่ายในสังคมเห็นไปในทางเดียวกันว่าควรมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพียงแต่ยังมีทั้งจุดเหมือนและจุดต่างกันในเรื่องเนื้อหาและรูปแบบ ซึ่งการแก้รัฐธรรมนูญจะสัมฤทธิผลได้จริงนั้น อย่างน้อย 3 ฝ่ายต้องเห็นพ้องต้องกันคือ ส.ส.รัฐบาล ส.ส.ฝ่ายค้านไม่น้อยกว่า 20% และสมาชิกวุฒิสภาไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ก่อนนำไปสู่การทำประชามติถามประชาชน หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่เห็นพ้องด้วย การแก้รัฐธรรมนูญก็จะไม่สามารถทำได้จริง ทำได้แค่ยื่นญัตติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้นเพื่อให้การแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้เกิดผลสัมฤทธิ์จริง จึงขอเสนอให้วิปทั้ง 3 ฝ่าย ประกอบด้วย วิปรัฐบาล วิปฝ่ายค้าน และวิปวุฒิสภา ได้ประชุมหารือเพื่อหาข้อสรุปร่วมว่ามีประเด็นใดบ้างที่จะนำไปสู่การแก้ไขได้สำเร็จ แล้วร่วมมือร่วมใจกันบนแนวทางสันติ เพื่อให้เรามีรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยยิ่งขึ้นกว่าฉบับปัจจุบันได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์มีจุดยืนชัดเจนเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ ตั้งแต่การกำหนดเป็นเงื่อนไขก่อนการเข้าร่วมรัฐบาล และได้ร่วมเสนอร่างแก้ไขในนามพรรคร่วมรัฐบาลไปแล้ว โดยให้มีการเลือก ส.ส.ร.ขึ้นมาร่างรัฐธรรมนูญใหม่ โดยไม่แตะหมวด 1 หมวด 2 และเพื่อให้การแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้สำเร็จได้จริง&amp;nbsp; การหารือร่วมกันระหว่างวิปทั้ง 3 ฝ่าย ที่เป็นผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญตัวจริง ในรัฐสภาจึงเป็นเรื่องจำเป็น โดยผมได้มอบหมายให้วิปของพรรคประชาธิปัตย์เร่งไปหารือเรื่องนี้กับวิปรัฐบาลแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่พรรคร่วมฝ่ายค้านเสนอญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 4 ฉบับว่า เมื่อมีการเสนอหลายร่างก็ต้องไปพูดคุยกัน คงไม่น่ามีปัญหา ในส่วนของ พปชร.จะมีความเห็นอย่างไรเดี๋ยวค่อยว่ากัน เพราะต้องมีหลายฝ่ายหลายส่วนและความเห็นจากหลายพรรคมาประกอบกัน ต้องมีการระดมความคิดเห็นและนำมาแลกเปลี่ยนกันก่อน เพราะเป็นเรื่องของหลายพรรคการเมืองที่ต้องนำมาพูดคุยกันและใช้หนทางของสภาในการแก้ปัญหา
อุดมคติของประชาธิปไตย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า การเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญหลายร่างอาจจะทำให้ขั้นตอนกระบวนการมีระยะเวลาอีกยาวกว่าจะเห็นเป็นรูปร่าง นายอนุชาตอบว่า คงยังไม่ต้องออกไปถึงตรงนั้น เอาเป็นว่า ให้ทุกฝ่ายเดินไปในแนวทางที่จะแก้ปัญหาเรื่องนี้กันในสภา เพื่อดำเนินการตามวิถีทางที่ทั้งสองสภากำหนด ควรเป็นไปเพื่อบ้านเมืองและพี่น้องประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เผยว่า ไม่ง่ายที่จะคุยกันเรื่องรัฐธรรมนูญ เพราะรัฐธรรมนูญต่างกับกฎหมายธรรมดา เพราะรัฐธรรมนูญมีอุดมคติของประชาธิปไตยและอุดมคติแห่งรัฐอยู่ในนั้นด้วย ถ้าเราไม่ทราบอุดมคติแห่งประชาธิปไตยและอุดมคติแห่งรัฐ ก็ยากที่จะคุยกันรู้เรื่อง เริ่มต้นก็ล่ารายชื่อคนแก้และคนไม่แก้รัฐธรรมนูญกันแล้ว มันก็ขัดแย้งกันอย่างนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราไม่เคยตกผลึกในเรื่องรัฐธรรมนูญ เราใช้รัฐธรรมนูญเปลืองมากที่สุดในโลก ถามว่ารัฐธรรมนูญปี 40, 50, 60 ต่างกันอย่างไร มีข้อดี-ข้อเสียอย่างไร ถ้าเราไม่รู้เราก็ไปไม่ถูกหรอก ก็ไปตายเอาดาบหน้ากันอีก การจะรู้ว่าทำไมรัฐธรรมนูญ 40, 50, 60 เป็นอย่างนั้น ก็ต้องย้อนกลับไปดูว่าตอนนั้นเกิดอะไรขึ้นในประเทศ ถ้าเราไม่รู้ประวัติศาสตร์ เราก็ให้เหตุผลไม่ถูกหรอก ที่กล่าวว่า รธน.ปี 40 เป็นประชาธิปไตยมากที่สุด ก็ต้องรู้ประวัติศาสตร์ว่ารัฐธรรมนูญปี 40 เกิดขึ้นในช่วงที่ประเทศมีประชาธิปไตยสูงสุด ต้องยกความดีให้รัฐบาลชวนและรัฐบาลบรรหาร ที่เป็นผู้ก่อกำเนิดให้มีรัฐธรรมนูญปี 40 แต่การจะให้ประชาชนรู้รายละเอียดมันยากมาก เพราะประชาชนต้องทำมาหากิน ประชาชนจึงต้องมีผู้แทนราษฎรเป็นตัวแทนตัดสินเรื่องนี้ให้ ปัญหาคือผู้แทนราษฎรของเรารู้เรื่องเหล่านี้ดีพอที่จะตัดสินใจแทนประชาชนหรือไม่ คนนอกวงการอย่างเราก็ได้แต่นั่งดู ดูให้สนุกครับ ดูกึ๋นผู้แทนฯ ของเราว่าจะแก้ปัญหานี้อย่างไร&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ยังระบุว่า เวลาพูดถึงผู้แทนราษฎร บางคนก็ด่าว่าผู้แทนราษฎรแบบสาดเสียเทเสีย ผมนี่ไม่ด่าผู้แทนราษฎรนะ ผมให้กำลังใจเสียด้วยซ้ำ เพราะผู้แทนราษฎรของเราเราไม่ได้ไปขุดเขาออกมาจากโพรงไม้ แต่เราเดินเข้าไปในคูหาแล้วไปเลือกเอาตามที่เราชอบ เหมือนเราไปเลือกสินค้าอย่างไรอย่างนั้น ผู้แทนราษฎรจึงเป็นสินค้าส่งออกของชุมชนของเรา ผู้แทนฯ เป็นอย่างไร ประชาชนก็เป็นอย่างนั้นแหละ ไม่มีทางที่ผู้แทนฯ จะดีกว่าหรือเลวกว่าประชาชน ด่าผู้แทนฯ ของเราก็เหมือนเราด่าตัวเราผู้ผลิตสินค้าส่งออกของเรานั่นแหละ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หาอุดมคติของประชาธิปไตยและอุดมคติแห่งรัฐให้เจอ เราก็จะผลิตรัฐธรรมนูญที่ดีได้ ถ้าเราเลิกด่าคนอื่น หันมาด่าตัวเองเสียบ้าง นั่นเป็นการเริ่มต้นที่ถูกต้องครับ&amp;quot; นายนิพิฏฐ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา เผยว่า การแก้รัฐธรรมนูญโดยตั้ง ส.ส.ร. แม้ ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้านและพรรคร่วมฝ่ายรัฐบาลจะเห็นตรงกัน แต่เนื้อในลึกๆ ก็รู้อยู่ว่ามีความขัดแย้งกันอยู่ในตัว ทั้งเรื่องบัตรใบเดียวและบัตรสองใบ บางพรรคอยากได้บางพรรคไม่อยากได้ แต่ก็เก็บอาการกันเอาไว้ โดยคิดว่าเมื่อมี ส.ส.ร.แล้วคงไปตกลงกันเอาข้างหน้า ได้กันบ้างเสียกันบ้าง เป็นอันว่าเรื่องตั้ง ส.ส.ร.ก็เดินหน้ากันต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่พอมาโผล่รายมาตราเฉพาะมาตราเดียวเรื่องไม่ให้ ส.ว.เลือกนายกฯ ก็ยังพอไปได้ แต่เอามา 4 เรื่อง 4 ญัตติก็จะไปกันใหญ่ เพราะบางเรื่องบางมาตราบางพรรคเอาด้วย บางพรรคไม่เอาด้วย ฝ่ายค้านเอา ฝ่ายรัฐบาลไม่เอา เป็นความขัดแย้งกันอยู่ในตัว ยิ่งในส่วนของ ส.ว. มีความเป็นอิสระ 250 คน ก็ไปคนละทิศคนละแนว ยิ่งทำให้พลังในการลงมติกระจัดกระจายไปมากยิ่งขึ้น
ฝ่ายค้านวางแผนผิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมว่าเป็นการวางแผนที่ผิดพลาด เป้าหมายไม่ชัดเจน ไม่มีเข็มมุ่งที่เป็นเอกภาพ ทั้งที่จะได้เสียง ส.ส.ให้เป็นหนึ่งเดียวกันก็ยากอยู่แล้ว ยิ่งในส่วนของ ส.ว.ก็จะไปกันใหญ่ ความจริงจะเอาเรื่องไหนก็ควรจะเอาสักเรื่องหนึ่ง แล้วประสานให้เป็นพลังเดียวกัน ขนาดใน ส.ส.ด้วยกันยังรวมกันไม่ค่อยได้ แล้ว ส.ว. 250 คนมากันคนละสาขาอาชีพ คนละที่คนละแห่ง ไม่มีพรรคการเมือง จะไปทางเดียวกันได้อย่างไร&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวันชัยกล่าวด้วยว่า ตนยืนหยัดมานานแล้วว่าแก้มาตรา 272 เรื่อง ส.ว.เลือกนายกรัฐมนตรี ตัดไปมาตราเดียวก็แก้ปัญหาของบ้านเมือง ลดความขัดแย้งไปได้เกินกว่าครึ่งแล้ว แม้จะแก้ให้มีส.ส.ร. ก็ไม่ขัดข้อง ยืนยันในหลักการนี้มาตลอด แต่บางเรื่องบางญัตติที่เสนอขอแก้มานั้นไม่มีความจำเป็นเลย แล้วก็ไม่รู้ว่าจะเสนอแก้มาทำไม ดูเหมือนว่าจะมีใครวางแผนหรือเปล่าว่าที่รัฐธรรมนูญแก้ไขไม่ได้ในครั้งนี้ โดยจะผลักภาระหรือโยนบาปมาให้ส.ว.ว่าเป็นคนที่ทำให้แก้ไม่ได้ ทั้งที่แท้จริงแล้วมีความขัดแย้งกันอยู่ในตัวของผู้ที่เสนอแก้ต่างหาก ซึ่งไม่เกี่ยวกับ ส.ว. ตนพอจะได้กลิ่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือวิปฝ่ายค้าน ยืนยันว่าพรรคฝ่ายค้านไม่มีใครโยนบาปให้ ส.ว. แต่วันนี้คนรู้ว่าการที่รัฐธรรมนูญจะทำได้หรือไม่ อยู่ที่เสียงของ ส.ว.เป็นหลัก เพราะ ส.ส.ทั้งซีกรัฐบาลและฝ่ายค้านเห็นร่วมกันกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้ว ซึ่งญัตติในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 256 เพื่อเปิดทางให้มี ส.ส.ร.ก็ยังอยู่ พรรคร่วมรัฐบาลและพรรคร่วมฝ่ายค้านก็เสนอในประเด็นเดียวกัน แตกต่างกันเพียงแต่รายละเอียดเล็กน้อยในเรื่องที่มาและเงื่อนเวลาเท่านั้น หากที่ประชุมรัฐสภาในช่วงปลายสมัยประชุมนี้มีมติรับหลักการก็ไปทำงานหาจุดร่วมกันต่อในชั้นกรรมาธิการ (กมธ.) ได้ ซึ่งการที่ฝ่ายค้านยื่นเพิ่มเติมอีก 4 ญัตติเป็นประเด็นรายมาตรานั้น ถือเป็นก๊อก 2 รองรับไว้เท่านั้น หากก๊อกแรกในการแก้ไขมาตรา 256 พบปัญหาหรือล่าช้าไม่ทันสถานการณ์ ก็จะได้หยิบก๊อก 2 มาแก้รายมาตราไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า เนื้อหาทั้ง 4 ญัตติที่ฝ่ายค้านยื่นเพิ่มเติมไปนั้น พรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมฝ่ายค้านก็ไม่ได้คิดเอง เพราะเรานำมาจากข้อเสนอแนะในรายงานของคณะ กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ปี 2560 ที่สภามีมติเห็นชอบร่วมกันเสนอไปให้รัฐบาลแล้ว โดยใน กมธ.ก็มีสัดส่วนจากทุกพรรคการเมืองร่วมกันพิจารณา ไม่ใช่ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดังนั้นวันนี้ ส.ว.ต้องเข้าใจบริบทด้วย อย่าเอาแต่ได้ ขวางทุกเรื่อง เพราะพวกท่านรู้ดีอยู่แล้วว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีที่มาอย่างไร แล้วพวกท่านได้อำนาจมาอย่างไร จึงทำให้วันนี้สังคมเขาไม่ยอมรับที่มาของพวกท่าน อย่าหวงอำนาจตนเองจนลืมเหตุลืมผลเลย แม้จะมีการตั้ง ส.ส.ร.เพื่อทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะทำให้พวกท่านอาจจะไม่ได้อยู่จนครบวาระ 5 ปี แต่พวกท่านก็ไม่ได้เสียหายมาก เพราะยังอยู่ได้อีกหลายปี จึงอยากหักมุมคิดแล้วเข้าสภาเพื่อมาแก้ปัญหาร่วมกันดีกว่า อย่าบีบให้คนต้องลงถนนเยอะกว่านี้เลย&amp;quot; นายสมคิดกล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก และประธานยุทธศาสตร์กลุ่มไทยภักดี โพสต์เฟซบุ๊กว่า ต้องขอขอบคุณ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่ให้คำแนะนำพวกเราว่าการลงชื่อคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ต้องรวบรวมให้ถึง 50,000 รายชื่อก็ได้ สิ่งนั้นพวกเรากลุ่มไทยภักดีเข้าใจ เพราะเราไม่ได้เสนอกฎหมาย แต่เจตนาของพวกเราต้องการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนเจ้าของเสียง 16.8 ล้านเสียง ส่งเสียงเตือนนักการเมือง เพื่อแสดงพลังให้ทราบ และให้เคารพการตัดสินใจที่ผ่านมาของประชาชน ดังนั้นการแสดงพลังจึงจำเป็นต้องเชิญชวนประชาชนมาร่วมลงชื่อมากๆ และขณะนี้ผ่านไป 2 วัน มีประชาชนมาร่วมลงชื่อเกิน 1 แสนคนแล้ว และจะยังเปิดต่อไปจนถึง 20 ก.ย.นี้ พร้อมระบุแฮชแท็ก #ถามประชาชนหรือยัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นพ.วรงค์ยังได้โพสต์คลิปที่มีประชาชนเข้ามาร่วมคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ที่จนถึงเวลา 12.00 น. มีผู้มาลงชื่อแล้วเกิน 110,000 คน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77252</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนโกงโทษรัฐธรรมนูญ, ชวน หลีกภัย, นักการเมืองละเมิดรัฐธรรมนูญ, รัฐธรรมนูญ, ละเมิดรัฐธรรมนูญ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ รธน., แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200910/image_big_5f5995cd67b78.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77171</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2020 08:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หวังเทม็อบลงถนน! แก้วสรรชี้เหตุปลดแอกใช้มธ. ‘ก้าวหน้า’ปลุกอ้างใกล้เส้นชัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ปิด มธ.พอกันทีวีรชน! &amp;quot;แก้วสรร&amp;quot; แถลงเจตจำนงในฐานะศิษย์เก่า ล่ารายชื่อคัดค้านใช้พื้นที่มหาวิทยาลัยเป็นฐานในการละเมิดรัฐธรรมนูญ ชี้ม็อบเพนกวินเป็นมวลชนแห่งความจงเกลียดจงชัง ก้าวร้าวราวกับเรดการ์ดจนยากที่จะเชื่อหรือหวังในความสงบ ชุมนุมไม่สุจริต ไม่โปร่งใส ไม่มีความสามารถและความรับผิดชอบที่ต่ำกว่ามาตรฐานประชาธิปไตย ขณะที่แกนนำม็อบ 3 นิ้วยันจะใช้ มธ.ท่าพระจันทร์ จัดชุมนุมใหญ่ 19 ก.ย. แน่นอน ดันข้อเรียกร้องสุดเพดาน ด้าน &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ย้ำไม่ได้ต้องการอำนาจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 11 กันยายน ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ นายแก้วสรร อติโพธิ อดีตรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะศิษย์เก่ารุ่น 2512 แถลงเจตจำนงยืนยันจะส่งเรื่องถึงกรรมการสภามหาวิทยาลัย และผู้บริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ถึงกรณีขอให้ระงับการใช้พื้นที่ภายในมหาวิทยาลัยเพื่อการชุมนุมใหญ่ของแนวร่วมกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม ในวันที่ 19 ก.ย.นี้ (ปิด มธ. พอกันทีวีรชน)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในหนังสือชี้แจงต่อสื่อมวลชนมีใจความระบุว่า ด้วยฐานะบรรดาศิษย์เก่าธรรมศาสตร์ผู้ที่มีรายนามท้ายบันทึกดังกล่าวได้พร้อมกันเล็งเห็นว่า นักศึกษา &amp;quot;แนวร่วมกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม&amp;quot; ไม่มีทั้งความโปร่งใส, ความรับผิดชอบ และความสามารถที่จะจัดชุมนุมโดยสงบสมตามที่กล่าวอ้างได้ จึงขอเรียนไปยังผู้ที่รับผิดชอบ ได้โปรดพิจารณามีคำสั่งปฏิเสธคำขอใช้พื้นที่ชุมนุมในมหาวิทยาลัยของนักศึกษากลุ่มนี้ด้วย ตามเหตุผลดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.เป้าประสงค์ : กลุ่มนักศึกษาผู้ขอจัดการชุมนุมแถลงยืนยันไว้ชัดเจนว่า จะเปิดชุมนุมนักศึกษาและประชาชน 1 วัน 1 คืน จากนั้นจะเดินขบวนไปยังทำเนียบรัฐบาล ตัวเลขโดยประมาณอยู่ที่ 40,000 คนขึ้นไป เพื่อ &amp;quot;ต่อสู้สร้างแผลให้เผด็จการอย่างไม่รู้ลืม&amp;quot; และสัญญาว่า &amp;quot;พี่น้องจะไม่กลับมือเปล่าอย่างแน่นอน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.สงบแต่ปาก : ขบวนที่จะมารวมและยกไปทำเนียบฯ นี้ กลุ่มศิษย์เก่ากลุ่มนี้เห็นว่ามีคุณภาพเป็นมวลชนแห่งความจงเกลียดจงชัง ที่ผ่านการปลุกปั่นมายาวนานในโลกไซเบอร์ ซึ่งเมื่อออกจากทวิตเตอร์มารวมตัวกันจริงๆ บนท้องถนนแล้ว ก็ยิ่งจะก้าวร้าวราวกับเรดการ์ด จนยากที่จะเชื่อหรือหวังในความสงบและการเจรจากันเช่นวิถีทางประชาธิปไตยได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.สุ่มเสี่ยงสูงสุด : สำหรับความสามารถและความรับผิดชอบนั้น ก็มองไม่เห็นเลยว่านักศึกษากลุ่มนี้จะมีความสามารถในการนำ ควบคุม จัดการ คุ้มครอง ผู้ชุมนุมได้อย่างไร เห็นมีแต่ความสามารถทางวาทกรรมเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำกล่าวที่ว่าจะชุมนุมโดยสงบ จึงเป็นเรื่องเกินศักยภาพทั้งสิ้น ยิ่งวางแผนว่าจะเทม็อบ 40,000 คนใส่ทำเนียบรัฐบาลด้วยแล้ว ก็ยิ่งน่าห่วงว่า จะได้เห็นร่างวีรชนต้องจากไปอีกหลายคนเหมือนคราวที่เทม็อบพฤษภาทมิฬอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.ไว้วางใจไม่ได้ : ท้ายที่สุดกลุ่มศิษย์เก่าเห็นว่าเป็นไปไม่ได้เลยที่นักศึกษากลุ่มนี้จะมีการนำและการจัดการโดยอิสระลำพังกลุ่มตนเองได้ แทนที่นักศึกษาและคนพวกนี้จะกล้าประกาศรวมตัวให้ปรากฏเป็น &amp;quot;แนวร่วมต่อต้านเผด็จการ&amp;quot; ที่โปร่งใสชัดเจน ชัดทั้งการนำและอิสระทางการเมืองตลอดจนที่มาของค่าใช้จ่ายและจุดแห่งชัยชนะที่ต้องการ พวกเขากลับดันให้เด็กนักศึกษาของเราไม่กี่คนมาออกหน้า ความลับๆ ล่อๆ เช่นนี้ เป็นไปแล้วและเป็นไปได้ก็ด้วยเหตุที่กฎหมายชุมนุมสาธารณะได้ยกเว้นไว้ ไม่ให้นำมาตรการตรวจสอบมาใช้กับการชุมนุมในสถานศึกษาจนเปิดช่องให้มีการวางแผนเลี่ยงกฎหมาย โดยขอจัดชุมนุมในมหาวิทยาลัยส้องสุมกำลังก่อน แล้วยกขบวนออกไปอาละวาดนอกมหาวิทยาลัยต่อไป
ใช้มธ.ละเมิดรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.ธรรมศาสตร์มีส่วนร่วมด้วยไม่ได้ : ด้วยเหตุผลที่กล่าวมา ศิษย์เก่าท้ายบันทึกดังกล่าวจึงเห็นว่า คำขอจัดชุมนุมครั้งนี้ไม่สุจริต ไม่โปร่งใส ไม่มีความสามารถและความรับผิดชอบที่ต่ำกว่ามาตรฐานประชาธิปไตย จนไม่อาจรับรองให้ชุมนุมโดยอิสระในสถานศึกษาได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายแก้วสรรกล่าวต่อว่า หลังจากนี้จะมีกระบวนการลงชื่อท้ายหนังสือดังกล่าว ซึ่งจะใช้เวลาร่วมลงชื่อจนถึงวันอังคารที่ 15 ก.ย.นี้ เวลา 16.00 น. ก่อนที่จะนำไปยื่นต่อผู้บริหารมหาวิทยาลัย พร้อมยืนยันคณะที่ออกมาคัดค้าน มาในนามศิษย์เก่ากลุ่มหนึ่งเท่านั้น ไม่ใช่ในนามธรรมศาสตร์ทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ สิ่งที่ตนไม่เห็นด้วยกับการชุมนุมของกลุ่มนักศึกษา ไม่ใช่ว่าไม่เห็นด้วยกับการใช้สิทธิเสรีภาพ แต่เป็นสิทธิการชุมนุมที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ในฐานะที่เป็นศิษย์เก่า ไม่เห็นด้วยที่จะใช้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นฐานทัพในการละเมิดรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายพริษฐ์ หรือเพนกวิน ชิวารักษ์ แกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ตอบโต้ทันทีหลังนายแก้วสรรแถลงจบ โดยระบุว่า &amp;quot;ฟังการแถลงข่าวของนายแก้วสรร อคติโพธิ ศิษย์เก่าธรรมศาสตร์แล้ว ไม่แน่ใจว่าพี่แกจบจากธรรมศาสตร์หรือจบจาก จปร. ถึงได้มีความเห็นปฏิปักษ์ต่อประชาธิปไตยได้ขนาดนี้ ออกมาโวยวายเราจะไปทำเนียบฯ ถือเป็นเผด็จการ แล้วไอ้ที่พันธมิตรฯ ยึดทำเนียบฯ ครึ่งค่อนปีนี่ คุณแก้วสรรจะเรียกว่าอะไรครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า ขอให้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ช่วยคิดกันใหม่ คุยกันอย่างศิษย์กับอาจารย์มากกว่าเป็นผู้บริหารมหาวิทยาลัยเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ให้ดีขึ้น และไม่เลวร้ายไปกว่านี้ ถ้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ปิดประตู เมื่อมีคนมาจำนวนมาก อีกอย่างสนามหลวงไม่ให้เข้าไปอีก แน่นอนเป้าหมายที่สามต้องไปทำเนียบรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น สมรภูมิก็คล้ายกับเหตุการณ์พฤษภา 2535 ในการเคลื่อนขบวนจากสนามหลวงไปยังทำเนียบรัฐบาล แล้วไปติดที่กำแพงลวดหนามสะพานผ่านฟ้าฯ เชื่อว่าสถานการณ์ทุกอย่างถ้ารู้จักใช้วิธีก็สามารถแก้ไขได้ ยกเว้นมีแนวคิดต้องการเร่งสถานการณ์ให้สั้นขึ้นเท่านั้น หลักคิดนี้ การเร่งสถานการณ์ ใครก็คิดได้ และสามารถอธิบายว่ามีเจตนาอะไร ถ้าไม่คิดอะไรก็คิดใหม่ หรือเจตนาต้องการเร่งเป้าหมายให้เร็วขึ้น เพราะ 19 ก.ย.เที่ยวนี้หลายฝ่ายจับตาว่าจะถูกหยิบฉวยมานำไปสู่การทำรัฐประหารหรือไม่ สิ่งสำคัญแล้ว รัฐบาลต้องทำหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัย ต้องทำตามคำพูดว่า มองนักเรียน นิสิต นักศึกษา เหมือนลูกหลาน ถ้ามหาวิทยาลัยไม่เปิดประตูให้แล้ว ดังนั้นทุกจุดการชุมนุมเคลื่อนไหวต้องเป็นหน้าที่ของรัฐบาล โดยให้จัดวางกำลังดูแลความปลอดภัยให้สมบูรณ์ ขอไม่พูดอย่างปากว่าตาขยิบกัน
รับใช้เผด็จการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านแนวร่วมกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม นำโดย น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง แถลงยืนยันจะจัดชุมนุมใหญ่ 19 ก.ย. นี้ ว่าเพื่อทวงอำนาจคืนราษฎร หลังจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ออกเอกสารไม่อนุญาตให้ใช้สถานที่ โดยอ้างไม่เป็นไปเงื่อนไข แต่ขอยืนยันว่าทางกลุ่มได้ดำเนินการตามขั้นตอน มีอาจารย์ที่ปรึกษาเซ็นรับรองถูกต้อง การที่มหาวิทยาลัยไม่อนุญาตให้ใช้จะเป็นการจงใจผลักนักศึกษาออกไปชุมนุมเผชิญอันตรายข้างนอก ทั้งที่พื้นที่มหาวิทยาลัยควรเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับนักศึกษา เพราะธรรมศาสตร์บอกว่าทุกตารางนิ้วในมหาวิทยาลัยมีเสรีภาพ และมีประวัติศาสตร์การต่อสู้ประชาธิปไตยอย่างยาวนาน ซึ่งเป็นที่น่าผิดหวัง เพราะครั้งแรกที่ก้าวเข้ามา ตั้งแต่การปฐมนิเทศ พูดถึงจิตวิญญาณทำให้นักศึกษาซึมซับของรุ่นพี่ตั้งแต่เหตุการณ์เดือนตุลา ซึ่งแปลกใจที่มหาวิทยาลัยอ้างเหตุผลที่ไม่สอดคล้อง พร้อมกันนี้ขอเรียกร้องอธิการบดีและอาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ทุกคน ให้แสดงจุดยืนในการต่อสู้เรียกร้องยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย เหมือนนักต่อสู้ของธรรมศาสตร์รุ่นก่อน ที่ต่อสู้เรียกร้อง เสียสละ จนธรรมศาสตร์เป็นสัญลักษณ์ของเสรีภาพ เป็นที่พึ่งของประชาชน ไม่ใช่มารับใช้เผด็จการและระบบทุนนิยม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ปนัสยากล่าวว่า ขอเรียกร้องให้อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นางเกศินี วิฑูรชาติ อย่าสันหลังหวะ หวังว่าจะไม่ลืมจิตวิญญาณของธรรมศาสตร์ไป และคาดหวังว่าธรรมศาสตร์จะไม่ใช่ดีแค่กินบุญเก่าที่คนอื่นได้ทำมา และยืนยันว่าจะเดินหน้าชุมนุมที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ และจะไม่เปลี่ยนหรือย้ายสถานที่ หากล็อกประตูก็จะตัดโซ่เข้ามา พร้อมจะพูดถึงการปฏิรูปสถาบัน ที่หลายคนมีความกังวล จะถูกพูดถึงในการชุมนุมแน่นอน ไม่เปลี่ยนแปลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ปนัสยายังกล่าวว่า ทางกลุ่มพร้อมเจรจา 3 ฝ่าย ร่วมกับ มหาวิทยาลัยและตำรวจ แต่ไม่ใช่มาลิดรอนหรือตัดสิทธิ์กันแบบนี้ ส่วนเรื่องความปลอดภัย ยอมรับว่าหลายคนมีความเป็นห่วง แต่กลุ่มก็จะจัดการ์ดคอยดูแลควบคู่กับตำรวจ เพราะห่วงอาจมีผู้ไม่หวังมาดีเข้ามาสร้างสถานการณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวเป็นห่วงจะมีการไล่เช็กบิลตามหมายจับที่เคยถูกดำเนินคคีแกนนำก่อนถึงวันชุมนุมในวันที่ 19 ก.ย. แต่ไม่ว่าตนเองหรือนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน จะถูกจับ แต่กิจกรรมทุกอย่างจะเดินหน้าต่อไป เพราะได้เตรียมการไว้หมดแล้ว
ก้าวหน้ายุยงไปชุมนุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ภายหลังจากการแถลงข่าวเสร็จสิ้น น.ส.ปนัสยาได้นำพวงหรีดที่มีดอกไม้สีแดงเหลืองซึ่งเป็นสีสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และข้อความอาลัยจิตวิญญาณธรรมศาสตร์ ไปวางไว้หน้าอนุสาวรีย์ปรีดี พนมยงค์ พร้อมกล่าวด้วยว่า &amp;quot;จะเป็นเด็กดื้อต่อไป ไม่ฟังคำสั่งอธิการบดีคนปัจจุบัน และฝันว่าพ่อปรีดีและทนายอานนท์มาบอกให้ใช้ธรรมศาสตร์จัดชุมนุม 19 ก.ย.นี้ได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพจเฟซบุ๊กคณะก้าวหน้า - Progressive Movement โพสต์ข้อความ ระบุว่า ทางเดียวกัน-มาด้วยกัน มุ่งสู่ชัยชนะของประชาชนบนเส้นทางประชาธิปไตย ที่เดินมา 88 ปีใกล้ถึงเส้นชัยเต็มที 19 กันยายนนี้ ในวันที่ถนนทุกสายมุ่งหน้าสู่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ใครมีรถ อยากหาเพื่อนร่วมทาง ใครมีเพื่อนร่วมทาง แต่ยังไม่มีรถ ใครยังไม่มีอะไรเลย แต่มีใจรักที่จะมาร่วมชุมนุมกับผองเพื่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะก้าวหน้าขอมีส่วนร่วมในการอำนวยความสะดวกให้พี่น้องผู้รักประชาธิปไตยทุกท่าน ด้วยการเปิดพื้นที่สำหรับการ car pool แชร์รถ แชร์ค่าเดินทาง เพื่อมาร่วมชุมนุมในวันที่ 19 กันยายนนี้ ทางเดียวกัน มาด้วยกัน สู่เส้นชัยในวันที่อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เป็นการนัดชุมนุมใหญ่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ในวันที่ 19 กันยายนนี้ ภายใต้ชื่อ &amp;quot;19 กันยาฯ ทวงอำนาจ คืนราษฎร&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ ที่ห้องพิจารณาคดี 809 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดไต่สวนคดีละเมิดอำนาจศาลหมายเลขดำ ลศ. 9/2563 ที่ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการประจำศาลอาญา กล่าวหานายพริษฐ์ หรือเพนกวิน ชิวารักษ์ แกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ผู้ถูกกล่าวหาเรื่องละเมิดอำนาจศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายพริษฐ์ ผู้กล่าวหา ได้ยื่นคำให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา อย่างไรก็ตามก่อนเริ่มการไต่สวนทนายความของนายพริษฐ์ ผู้ถูกกล่าวหา แถลงต่อศาลยอมรับว่าผู้ถูกกล่าวหาได้กล่าวถ้อยคำตามคำกล่าวหาจริง แต่ไม่ได้มีเจตนาเป็นปฏิปักษ์กับศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลตรวจสำนวนแล้วปรากฏว่าผู้ถูกกล่าวหายังไม่ได้รับแผ่นบันทึกภาพและเสียง ซึ่งบันทึกเหตุการณ์ในวันที่ 8 ส.ค.2563 ตามคำกล่าวหา ซึ่งเป็นหลักฐานที่ผู้กล่าวหาจะนำมาสืบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาทนายความของนายพริษฐ์ ผู้ถูกกล่าวหา แถลงต่อศาลอีกว่า ประสงค์จะให้ศาลไต่สวนพยานของผู้ถูกกล่าวหาจำนวน 2 ปาก คือผู้ถูกกล่าวหาและนายอานนท์ นำภา เพื่อพิสูจน์ว่าการกระทำของผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้เป็นการขัดขวาง รบกวนการดำเนินกระบวนพิจารณาของศาล
เลื่อนไต่สวน&amp;quot;เพนกวิน&amp;quot;ละเมิดศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า เนื่องจากผู้ถูกกล่าวหายังไม่ได้รับแผ่นบันทึกภาพและเสียงเหตุการณ์ตามคำกล่าวหา เพื่อให้ผู้ถูกกล่าวหามีโอกาสในการแก้ข้อกล่าวหา และเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง&amp;nbsp; จึงให้นำสำเนาแผ่นบันทึกภาพและเสียงมอบให้ผู้ถูกกล่าวหา หากผู้ถูกกล่าวหามีข้อคัดค้าน หรือคำชี้แจงให้ยื่นเป็นคำแถลงเข้ามาในนัดหน้า และให้ ผอ.สำนักอำนวยการประจำศาลอาญาตรวจสอบว่าหลังจากวันที่ 8 ส.ค.ที่ผ่านมา มีเหตุการณ์ทำนองเดียวกับคำกล่าวหาเกิดขึ้นในบริเวณศาลอีกหรือไม่ แล้วรายงานให้ศาลทราบภายในนัดหน้า จึงให้เลื่อนไปไต่สวนละเมิดอำนาจศาล ในวันที่ 28 ต.ค.นี้ เวลา 09.00 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพริษฐ์เปิดเผยว่า ตนไม่มีพฤติการณ์เข้าข่ายละเมิดศาล และขอให้ศาลใช้ดุลยพินิจในการพิจารณากรณีนี้ด้วยความเป็นธรรม โดยขอให้ต่อสู้คดีนี้ไปตามข้อเท็จจริง อีกทั้งยังขอยืนยันว่าจะชุมนุมใหญ่ในวันที่ 19 ก.ย.นี้ แม้ว่า ม.ธรรมศาสตร์จะไม่อนุญาตให้ใช้สถานที่ก็ตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ นายพริษฐ์ยังปฏิเสธกรณีมีข่าวอ้างชื่อแกนนำม็อบ พ. ไปขอรับเงินบริจาคจาก ส.ส.พรรคเพื่อไทย โดยเชื่อว่าเป็นเรื่องที่ถูกสร้างมาให้ร้ายตัวเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้แล้วนายพริษฐ์ยังมีกรณีที่พนักงานสอบสวน สน.สำราญราษฎร์ ได้เคยยื่นคำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยเพิกถอนการประกันตัวในชั้นฝากขังด้วย ซึ่งศาลอาญากำหนดนัดไต่สวนในวันที่ 8 ต.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยกรณีนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน แกนนำผู้ชุมนุมเผาหมายเรียก ขณะนำแกนนำผู้ชุมนุมไปรายงานตัวที่ สภ.เมืองขอนแก่น เมื่อวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา เพื่อแสดงให้เห็นความไม่ยุติธรรมที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาโดยใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินมาควบคุมนั้น พนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่นอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลว่าเอกสารที่นายพริษฐ์เผาเป็นหมายเรียกฉบับจริงหรือเป็นเพียงสำเนา หากเป็นฉบับจริง จะเข้าข่ายความผิดฐานทำลายเอกสารราชการ มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวหลังเป็นประธานในพิธีมอบ &amp;ldquo;บ้านใหม่&amp;rdquo; ให้ชุมชนบึงบางซื่อ ตามโครงการสานพลังประชารัฐว่า เป็นรัฐบาลมา 2 สมัยแล้ว ดูแลทุกคน ทุกฝ่าย ทุกระดับ ทุกอาชีพ ซึ่งอาจจะมากบ้างน้อยบ้าง ต้องใช้เวลาบ้าง ก็ต้องค่อยๆ เดิน และคิดว่าวางฐานรากไว้ ขอบคุณทุกฝ่าย ทั้งหมดสำเร็จได้ด้วยความร่วมมือจากทุกฝ่าย รัฐบาลพยายามทำให้ทุกคนมีความสุข โดยรัฐบาลให้ความช่วยเหลืออย่างเท่าเทียม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอให้ระมัดระวังไอ้ผู้หลอกลวงมากกว่า รัฐบาลหลอกลวงใครไม่ได้ หรือจะพูดบิดเบือนไม่ได้ ไม่เหมือนกับบางคนที่เขาพูด เพราะเขาคุ้มครองตัวเขาได้ จึงใช้ทุกโอกาสที่มี แต่วันนี้ผมมาพบกับท่านตัวเป็นๆ พูดจากตัวจริง จากการพูดจากโทรทัศน์เป็นคนละประเภทกัน วันนี้ถือว่าได้มาพบกับผู้ทรงเกียรติ เพราะประชาชนคือผู้ทรงเกียรติของผม แต่พวกท่านก็เลือกผู้ทรงเกียรติเข้าไป ก็ดูๆแล้วกัน&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว
ไม่ได้ต้องการอำนาจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า ทุกช่วงเวลามีการเปลี่ยนแปลง การจะเปลี่ยนอะไรแบบรื้อทีเดียวไม่รู้จะทำได้หรือเปล่า ต้องขอให้ช่วยกันทำความเข้าใจ ขออย่างเดียว ให้บ้านเมืองสงบสุข หลายอย่างก็จะเดินหน้าต่อไปได้ เศรษฐกิจก็จะค่อยๆ ดีขึ้น วันนี้เศรษฐกิจไม่ได้แย่ไปทั้งหมด หรือเลวไปทั้งหมด ไม่ใช่อะไรก็เลวอะไรก็แย่ แล้วจะทำให้คนมีกำลังใจได้อย่างไร ข้อเท็จจริงทุกคนก็รู้อยู่ว่าสาเหตุหลักเพราะโควิดเข้ามา ถ้าไม่มีก็อาจจะทำอะไรได้เร็วขึ้นกว่านี้ หลายอย่างตกไป โดยเฉพาะรายได้ของประเทศ ขณะที่ทุกคนมีแต่ความต้องการ แล้วรัฐบาลจะเอาเงินจากที่ไหน วันนี้พยายามกู้เงินให้น้อยที่สุด เพราะถ้ากู้มากก็เป็นภาระ แล้วทั้งหมดอยู่ภายใต้กฎหมายทุกประการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บางทีมันก็ไม่เป็นเรื่อง แล้วก็พยายามให้มันเป็นเรื่อง ไอ้ที่ไม่ควรจะเป็นเรื่องก็ทำให้มันเป็นเรื่อง นี่คือปัญหาที่เราเจออยู่ในขณะนี้ ผมขออย่างเดียว ขอให้ประชาชนมีความสุข บ้านเมืองสงบสุข มีความรักความสามัคคี ไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชนซึ่งกันและกัน ไม่ละเมิดทำให้คนอื่นวุ่นวาย ใครจะทำอะไรผมถือว่าเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่ต้องดำเนินการอยู่แล้ว แต่ผมก็หวังจากประชาชนจะช่วยทำให้ทุกอย่างเรียบร้อยด้วยวิธีการอย่างสันติ ก็คือพูดจากัน ผมไม่ได้มีอะไรกับใครทั้งสิ้น ไม่ได้ต้องการรักษาตำแหน่ง ไม่ได้ต้องการอำนาจหรือผลประโยชน์ใดๆ ทั้งสิ้น ผมต้องการอำนาจเพื่อบริหารทำงานให้ประชาชน จึงต้องมีกฎหมายตัวนี้ และผมต้องเป็นคนรับผิดชอบอยู่ดี ผมทำอะไรผิดไม่ได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า รัฐบาลต้องดูแลคนทุกกลุ่มถึงต้องเป็นรัฐบาล ถ้าไม่มีรัฐบาลแล้วเอาคนเก่งสักคนมาบริหาร แต่ตนบริหาร ด้วยระบบการบริหารราชการแผ่นดิน มันไม่ดีก็แก้ไขก็เปลี่ยนแปลง แต่ทั้งหมดต้องใช้กฎหมาย ใช้กระบวนการของรัฐสภา นั่นคือระบอบประชาธิปไตยของประเทศไทยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ก่อนการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบกวาระพิเศษระดับผู้การกรมและผู้บังคับกองพันทั่วประเทศ จำนวน 655 นาย พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้เดินเข้ามาทักทายและพูดคุยกับสื่อมวลชนตามปกติก่อนเข้าหอประชุม ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถามในเรื่องของการสั่งการพิเศษในวันนี้ รวมถึงสถานการณ์ทางการเมือง โดย พล.อ.อภิรัชต์ได้ปฏิเสธการตอบคำถามและยิ้มรับให้สื่อเพียงอย่างเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ก่อนเข้าสู่วาระการประชุมดังกล่าว พล.อ.อภิรัชต์ให้โอวาทกำลังพลว่า ขอชื่นชมหน่วยที่ยังดำรงด้านการพัฒนาชีวิตกำลังพล โดยเฉพาะทหารกองประจำการ หวังว่าทุกหน่วยจะแข่งขันกันทำความดี ดูแลคุณภาพชีวิตของกำลังพลและครอบครัวของตัวเองอย่างดีที่สุด ได้อยู่อย่างพอเพียง มีความจงรักภักดี และห่างไกลยาเสพติด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีความหนักหนาสาหัส จนสามารถเปลี่ยนแปลงและสร้างความโกลาหล สร้างความเข้าใจผิดในการโน้มน้าวจิตใจเปลี่ยนพฤติกรรมของมนุษย์ได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่อันตรายได้ กองทัพบกมีโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า โรงเรียนนายสิบทหารบก ถือเป็นต้นน้ำ ต้นทางของกองทัพบกซึ่งก็ได้ส่งเจ้าหน้าที่ให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ เพราะฉะนั้นวันข้างหน้าอาจจะมีเหล่าไซเบอร์&amp;quot; พล.อ.อภิรัชต์กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77171</URL_LINK>
                <HASHTAG>19 ก.ย., ก้าวหน้า, จัดชุมนุมใหญ่, ชุมนุมไม่สุจริต, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์, ละเมิดรัฐธรรมนูญ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เรดการ์ด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200911/image_big_5f5b88e2c2c7b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
