<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>31739</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2019 17:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2019 17:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชัชชาติ&#039;ขู่กกต.ระวังมีคนร้องเอาผิดม.157 อบรมทำงานให้สมกับไปดูงานต่างประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 มี.ค.62- &amp;nbsp; นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อ ให้สัมภาษณ์ว่าคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) &amp;nbsp;ต้องแยกประเด็นและต้องแก้ไขเรื่องปัญหาที่เกิดขึ้น ในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่17มีนาคม &amp;nbsp;หากไม่มีการแก้ไขอาจจะซ้ำรอยอดีตซึ่งอาจจะมีผู้ร้องเรียนการกระทำความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 &amp;nbsp;ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติโดยมิชอบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงควรทำหน้าที่ให้คุ้มค่ากับที่ใช้ในการศึกษาดูงานที่ต่างประเทศ การเลือกตั้งแต่ละครั้งใช้งบประมาณเยอะ ควรจะทำให้ดีขึ้น ปัญหาวันที่ 24 มีนาคมจะมีปัญหาใหม่เกิดขึ้นแน่ กกต.ต้องมีการคาดการณ์ เตรียมรับมือว่าจะแก้ไขปัญหาฉุกเฉินอย่างไร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31739</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., ชัชชาติ  สิทธิพันธุ์, พรรคเพื่อไทย, ม.157, ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190319/image_big_5c90c4c8a71ce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27858</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/01/2019 11:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/01/2019 11:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลื่อนอ่านฎีกา&#039;คุณหญิงเป็ด -อดีตผอ.บุคคล สตง.&#039;คดีจัดสัมมนาเท็จ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ม.ค.62 -&amp;nbsp; ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี ศาลนัดอ่านคำพิพากษาฎีกา คดีหมายเลขดำ 2054/2559 ที่พนักงานอัยการ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา อดีตผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และนายคัมภีร์ สมใจ อดีตผู้อำนวยการสำนักบริหารงานและทรัพยากรบุคคล สตง. ในความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีจัดให้มีการสัมมนาที่ จ.น่าน วันที่ 31 ต.ค. 2546 ทั้งๆ ที่ไม่ได้มีการสัมมนากันจริง แต่จัดสัมมนาเพื่อให้ข้าราชการที่มีรายชื่อเข้ารับการสัมมนานั้น ได้ไปร่วมงานถวายผ้าพระกฐินพระราชทานที่จัดขึ้นในวันเดียวกัน แล้วให้เบิกค่าเดินทาง ค่าที่พัก และค่าใช้จ่ายต่างๆ ในงบเดียวกัน 294,440 บาท ทำให้ สตง.เสียหาย ซึ่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)&amp;nbsp;ได้ชี้มูลความผิดคุณหญิงจารุวรรณและนายคัมภีร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 30 พ.ย. 2558 ว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามมาตรา 157 ให้จำคุกคนละ 2 ปี โดยไม่รอการลงโทษ จากนั้นคุณหญิงจารุวรรณ และนายคัมภีร์ ได้ยื่นสมุดบัญชีเงินฝากคนละ 200,000 บาทขอปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์คดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่คดีได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ไปเมื่อวันที่ 23 ก.พ. 2560 เห็นว่าพฤติการณ์บ่งชี้ตรงกันว่า การจัดและอนุมัติโครงการสัมมนากระทำไปเพื่อให้ข้าราชการ สตง. ไปร่วมการถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน และการทอดผ้ากฐินสามัคคี โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายด้วยตัวเอง แต่เบิกจ่ายงบประมาณ สตง. ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมของส่วนราชการ พ.ศ.2545 โดยไม่มีการสัมมนาที่แท้จริง เป็นการเบิกจ่ายโดยไม่มีสิทธิทำให้ สตง.เสียหาย โดยจำเลยทั้งสองร่วมรู้เห็นตั้งแต่ต้นการกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตามมาตรา 157 ตามที่ศาลชั้นต้นพิพากษา อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองข้อนี้ฟังไม่ขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ว่า ควรลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษ เห็นว่าจำเลยทั้งสองรับราชการที่ สตง.มางานจนดำรงตำแหน่งระดับสูงนับว่าได้ทำคุณประโยชน์ให้กับราชการ ประกอบกับจำเลยทั้งสองมีอายุมากประมาณ 70 ปี มีเหตุควรปราณี ที่ศาลชั้นต้น ลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสอง คนละ 2 ปี จึงหนักเกินไป สมควรแก้ไขให้เหมาะสม จึงพิพากษาแก้โทษจำคุกเหลือ 1 ปี โดยไม่รอลงอาญาเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ระหว่างฎีกาคุณหญิงจารุวรรณและนายคัมภีร์ อดีต ผอ.สำนักบริหารงานและทรัพยากรบุคคล สตง. ได้ประกันตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้คุณหญิงจารุวรรณ จำเลยที่ 1 มาศาล ส่วนนายคัมภีร์ อดีต ผอ.สำนักบริหารงานและทรัพยากรบุคคล สตง. จำเลยที่ 2 ไม่มาศาล โดยมีบุตรชายและทนายความมาแทน ยื่นคำร้องขอเลื่อนนัดการอ่านคำพิพากษาฎีกาออกไปก่อน เนื่องจากจำเลยมีอาการภาวะหัวใจล้มเหลว ซึ่งทนายความได้นำใบรับรองแพทย์จากรพ.รามคำแหง และ รพ.พระมงกุฏเกล้า มาแสดงต่อศาลว่าจำเลยที่ 2 จะต้องรอผ่าตัด ใช้เวลาพักฟื้นประมาณ 2 เดือน ซึ่งบุตรชายจำเลยที่ 2 ก็ยืนยันอาการป่วยต่อศาลด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า กรณีมีเหตุจำเป็นเกี่ยวกับอาการป่วยของจำเลย จึงอนุญาตให้เลื่อนไปอ่านคำพิพากษาฎีกาอีกครั้งในวันที่ 22 เม.ย.นี้ เวลา 10.00 น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27858</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา, นายคัมภีร์ สมใจ, ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ, อดีตผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190130/image_big_5c5122f0436a1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8961</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เบญจา-หมอเลี้ยบ&#039; ถึง &#039;วัฒนา&#039;ยกนี้ &#039;ลุ้นหนัก&#039;!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้จะมีอดีตรัฐมนตรี-อดีตข้าราชการประจำระดับสูงหลายคนที่ทำงาน มีตำแหน่ง ในยุครัฐบาลไทยรักไทยสมัย ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี แล้วมีปัญหาเกิดคดีความจนถูกศาลตัดสินว่ามีความผิด ให้ลงโทษจำคุก แต่ก็จะพบว่า อดีตรัฐมนตรี-อดีตข้าราชการประจำ ที่ต้องรับโทษจำคุกจริงๆ พบว่าในสารบบ ก็มีแค่ หมอเลี้ยบ-นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีต รมว.คลัง-อดีตเลขาธิการพรรคพลังประชาชน ที่ถูกเอาผิดสมัยเป็น รมว.ไอซีที ยุคทักษิณเป็นนายกฯ ในความผิดกรณีเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะไปอนุมัติแก้ไขสัญญาสัมปทานโครงการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ เพื่อลดสัดส่วนการถือหุ้นของบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่ต้องถือในบริษัท ชิน แซทเทลไลท์ จำกัด (มหาชน) จากไม่น้อยกว่า 51% เป็นไม่น้อยกว่า 40% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด ทำให้เอกชนคือ บริษัทชินฯ ที่ตระกูล ชินวัตร เคยถือหุ้นใหญ่ ได้ประโยชน์ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ ตัดสินจำคุก 1 ปี โดยไม่รอลงอาญา แต่ปัจจุบันพ้นโทษมาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่อดีตรัฐมนตรี-ขรก.ประจำคนอื่นๆ บางคนก็หนีคดี บางรายก็อยู่ระหว่างการรอลุ้นคำตัดสินในขั้นสุดท้าย เช่น &amp;ldquo;ประชา มาลีนนท์ อดีต รมช.มหาดไทยยุคทักษิณ&amp;rdquo; ที่หนีคดีทุจริตจัดซื้อรถดับเพลิงอยู่ในตอนนี้ หรือ &amp;ldquo;เบญจา หลุยเจริญ อดีตรมช.คลัง สมัยยิ่งลักษณ์ ชินวัตร&amp;rdquo; แต่ถูก ป.ป.ช.ฟ้องเอาผิดในสมัยเป็นรองอธิบดีกรมสรรพากร ที่ตอนนั้นทักษิณเป็นนายกฯ กรณีมีพฤติการณ์ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อช่วยเหลือพานทองแท้ และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร บุตรของนายทักษิณ ไม่ต้องเสียภาษีอากร หรือเสียภาษีน้อยกว่าที่จะต้องเสียในการซื้อขายหุ้นชินคอร์ป เมื่อปี 2549 โดยศาลอุทธรณ์ตัดสินจำคุกนางเบญจา 3 ปี คดีอยู่ระหว่างการรอฟังคำตัดสินของศาลฎีกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนอดีต รมต.คนอื่น แม้ศาลจะตัดสินจำคุก แต่ก็รอลงอาญา เช่น &amp;ldquo;วราเทพ รัตนากร อดีต รมช.คลัง&amp;rdquo; ในคดีหวยบนดิน ที่ศาลฎีกาฯ ตัดสินให้จำคุก 2 ปี แต่ให้รอลงอาญา ขณะที่คดีทุจริตปล่อยกู้ธนาคารกรุงไทย ซึ่งเกิดสมัยทักษิณเป็นนายกฯ ที่ศาลฎีกาฯ ตัดสินจำคุกจำเลยหลายคน ส่วนใหญ่เป็นอดีตบอร์ดกรุงไทย ไม่มีอดีต รมต.แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงตอนนี้เมื่อดูสารบบคดีความในศาลฎีกาและศาลอาญาคดีทุจริตฯ แม้จะมีบางคดีจำเลยเป็นอดีตรัฐมนตรี แต่ก็เป็นคดีที่เกิดในช่วงที่ทักษิณไม่ได้เป็นนายกฯ แต่ก็มีความเกี่ยวเนื่อง เช่น คดีของ สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีต รมว.ต่างประเทศ กรณี&amp;nbsp; ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ เรื่องออกหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) ให้กับทักษิณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เวลานี้มีคดีความซึ่งจำเลยเป็น &amp;quot;อดีตรัฐมนตรี&amp;quot; ในสมัยทักษิณเป็นนายกฯ ในชั้นศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ เพิ่มขึ้นอีก 1 คดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;กับคดีที่อัยการสูงสุดยื่นฟ้อง &amp;ldquo;วัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย&amp;rdquo; ในความผิดกรณีสมัยนายวัฒนาเป็นอดีต รมว.การพัฒนาสังคมฯ ที่รับผิดชอบโครงการก่อสร้างบ้านเอื้ออาทร ที่อัยการฟ้องว่า ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีดังกล่าวที่เริ่มต้นมาจากชั้น คตส.ก่อนมาถึง ป.ป.ช.และส่งให้อัยการ จนมีความเห็นสั่งฟ้อง กินเวลาร่วม 12 ปี กว่าจะมีการฟ้องคดีต่อศาลฎีกาฯ ที่ผ่านมา ผู้เกี่ยวข้องกับการสอบสวนมั่นใจพยานหลักฐานหลายอย่าง โดยเฉพาะเรื่องเอกสารการทำธุรกรรม ที่เชื่อมโยงระหว่างบริษัทเอกชนผู้รับเหมาก่อสร้างบ้านเอื้ออาทรกับผู้รับผิดชอบในการอนุมัติโครงการทั้งอดีตบอร์ดการเคหะแห่งชาติและฝ่ายการเมืองในเวลานั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ &amp;ldquo;เสี่ยไก่-วัฒนา&amp;rdquo; ย้ำว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องการเมือง เพราะคดีเริ่มจากการยึดอำนาจเมื่อปี 2549 คือมูลเหตุจูงใจทางการเมือง เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับการยึดอำนาจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในชั้นศาลจะแสดงให้เห็นถึงความไม่ปกติของการดำเนินคดี ตั้งแต่ในชั้น คตส.ก็มีการจูงใจข่มขู่พยาน มันเป็นความไม่ปกติ รวมถึงกระบวนการตั้งข้อกล่าวหาอ้างว่าผมสั่งให้ออกทีโออาร์ที่ผิด แล้วคนที่ทำมันไม่ผิด แล้วผมจะไปผิดได้ยังไง ถ้าสิ่งที่ผมทำผิด คนที่รับไปปฏิบัติก็ต้องผิดด้วย แต่ทำไมเหลือผมอยู่คนเดียว ปล่อยทุกคนหมด ถ้ามันไม่เป็นเรื่องทางการเมืองแล้วเป็นเรื่องของอะไร&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ชะตากรรมของ &amp;ldquo;เสี่ยไก่-วัฒนา&amp;rdquo; แกนนำเพื่อไทย ที่มักบินไปหาทักษิณที่ต่างประเทศบ่อยครั้ง และเป็นหนึ่งในแกนนำเพื่อไทยเบอร์ต้นๆ ที่อยู่ในการจับตามองของ คสช. หลังที่ผ่านมาออกมาวิพากษ์วิจารณ์ คสช.อย่างต่อเนื่องรุนแรง เส้นทางคดีของวัฒนาจะจบลงแบบไหน คาดว่าไม่เกิน 2 ปี นับจากนี้จะรู้ผล เมื่อมีคำพิพากษาออกมา&amp;nbsp;หลังก่อนหน้านี้ วัฒนาที่เคยตกเป็นจำเลยร่วมคดีจัดซื้อรถ-เรือดับเพลิง ได้เฮมาแล้ว เมื่อศาลยกฟ้อง แต่กับคดีบ้านเอื้ออาทร วัฒนาจะได้เฮอีกรอบหรือไม่ ต้องรอลุ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8961</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, ทักษิณ ชินวัตร, มีปัญหาเกิดคดีความ, ยุครัฐบาลไทยรักไทย, รมว.ไอซีที, ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ, วัฒนา เมืองสุข, หมอเลี้ยบ, อดีตรัฐมนตรี-อดีตข้าราชการ, เบญจา หลุยเจริญ, แกนนำพรรคเพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180510/image_big_5af45c1c8b63f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
