<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120298</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2026 13:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 12:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ศาลอาญา’ออกหมายจับอดีตผู้จัดการฝ่ายบัญชีสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจเจตนาลักทรัพย์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;20 ต.ค. 2564 คณะกรรมการสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ขอแจ้งความคืบหน้าของคดี กรณีสมาคมฯ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนางสาวกุศลิน นามวัฒน์ อดีตรองผู้จัดการและผู้จัดการฝ่ายบัญชีสมาคมฯ ในข้อหาลักทรัพย์ของสมาคมฯ ในฐานะนายจ้าง ซึ่งเป็นการกระทำผิดอาญา&amp;nbsp; ปัจจุบันคดีอาญาดังกล่าวศาลอาญาได้ออกหมายจับ นางสาวกุศลิน &amp;nbsp;นามวัฒน์&amp;nbsp;


แทงบอลออนไลน์ อยู่ระหว่างการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งศาลอาญาได้มีคำสั่งให้ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ และเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมจับกุมตัวจำเลยนำส่งศาล ภายในกำหนดวันที่ 29 พฤศจิกายน 2564 เวลา 9.00 น. ปรากฎตามหมายจับตามแนบ&amp;nbsp;


แทงสล็อต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้ คณะกรรมการสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ได้ออกหนังสือถึงผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์และผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรอำเภอลำดวน ให้ช่วยจับกุมตัวจำเลยนำส่งศาลแล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ส่วนกรณีคดีที่พนักงานอัยการได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนางสาวกุศลิน นามวัฒน์ อดีตรองผู้จัดการและผู้จัดการฝ่ายบัญชีสมาคมฯ&amp;nbsp;


แทงหวยออนไลน์​​​​​​​ ในข้อหาคดีปลอมแปลงเอกสารและทุจริตลักทรัพย์ของสมาคมฯ ในฐานะนายจ้างซึ่งเป็นการกระทำผิดอาญาซึ่งหน้ามีหลักฐานแจ้งชัดกรรมการสมาคมฯได้ดำเนินการไล่ นางสาวกุศลิน นามวัฒน์ ออกจากงานและได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลพหลโยธิน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;ปัจจุบันคดีอาญาดังกล่าวพนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องคดีต่อศาลอาญา&amp;nbsp;


เครดิตฟรีทดลองเล่น แล้วเป็นคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.1537 / 2563 ความเสียหายประมาณ 17.7 ล้านบาท โดยศาลอาญานัดสืบพยานโจทก์วันที่ 1 และ 2 ธันวาคม 2564 เวลา&amp;nbsp; 9.00 - 16.00 น. และสืบพยานจำเลยในวันที่ 3 ธันวาคม 2564 เวลา 9.00 &amp;ndash; 16.00 น. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;คณะกรรมการสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ขอยืนยันว่าจะไม่นิ่งนอนใจและจะดำเนินคดีแก่จำเลยให้ถึงที่สุด หากคดีมีความคืบหน้าประการใด คณะกรรมการสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จะรายงานให้สมาชิกสมาคมฯ ทราบต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120298</URL_LINK>
                <HASHTAG>กุศลิน นามวัฒน์, ลักทรัพย์, ศาลอาญา, สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211020/image_big_616fae02eaaf7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109334</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2021 13:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2021 13:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กล้องCCTV บช.น.แผงฤทธิ์รวบ2คนร้ายลักทรัพย์ฝั่งธน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ค.64-พ.ต.อ.สายชล ปัญจชัย ผกก.สน.บุคคโล และพ.ต.ท.กำพล เลี้ยงเจริญทรัพย์ รอง ผกก.สส.สน.บุคคโล พร้อมฝ่ายสืบสวน สน.บุคคโล ร่วมกันจับกุม นายณัฐพงษ์ ภิรมย์ ชม อายุ 20 ปี ผู้ต้องหาลักทรัพย์ อยู่บ้านเลขที่ 78 ซอยแก้วเงินทอง 6 แขวงคลองชักพระ เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร ในข้อหา ร่วมกันลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไปและมอมหน้าเพื่อไม่ให้เห็นหรือจำหน้าได้ ตามหมายจับ ศาลอาญาธนบุรี ที่ 327/2564 ลงวันที่ 9&amp;nbsp; ก.ค.2564 พร้อมของกลาง จักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น Wave i 125 สีดำแดง ป้ายทะเบียน 1 ขจ 9475 กท (ใช้ขี่ขณะก่อเหตุ) เสื้อยืดแขนขาวสีแดง จำนวน 1 ตัว กางเกงยืดขายาวสีน้ำเงิน ลายคาดหนังสีส้ม&amp;nbsp; จำนวน 1 ตัว (ใช้สวมใส่ขณะก่อเหตุ) หมวกนิรภัยแบบครึ่งใบ สีเทา จำนวน 1 ใบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.ตำรวจชุดสืบสวนรับแจ้งมีเหตุลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ บริเวณท้าย ซอยรัชดา-ท่าพระ 15 แขวงดาวคะนอง เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร จึงได้สืบสวน ตรวจสอบกล้องวงจรปิด ( CCTV ) ตามโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการสืบสวนและป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสืบสวนพบ คนร้ายเป็นชาย 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่นเวฟ110i สีดำเทา ไม่ทราบเลขทะเบียน มาจอดบริเวณที่เกิดเหตุ จากนั้นได้ก่อเหตุลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่นซีบีอา&amp;nbsp; ของผู้เสียหายไปจากที่เกิดเหตุ ตำรวจชุดจับกุมจึงสืบสวนหาข่าวจนทราบชื่อของคนร้าย จากนั้นจึงได้ทำการวบรวมพยานหลักฐาน ให้พนักงานสอบสวนขออนุมัติหมายจับนายณัฐพงษ์&amp;nbsp; ภิรมย์ชม&amp;nbsp; อายุ 20 ปี ต่อมาศาลอาญาธนบุรี
ก่อนนำกำลังเข้าจับกุม นายณัฐพงษ์ฯ บริเวณหน้าบ้านของผู้ต้องหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนอีกราย ตำรวจชุดสืบสวน สน.เพชรเกษม ตามแกะรอยจากกล้อง CCTV ตามโครงการของ ผบ.ตร.&amp;nbsp; จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาลักทรัพย์สายเคเบิ้ล บริษัท TOT โดยมี พ.ต.อ.วิสิษฐ์ วัฒนพงษ์พิทักษ์&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผกก.สน.เพชรเกษม ,พ.ต.ท.สุนทร มาลาเวช รอง ผกก.สส.สน.เพชรเกษม พ.ต.ท.สยาม ชื่นครุฑ&amp;nbsp; สว.สส.สน.เพชรเกษม พร้อมด้วยฝ่ายสืบสวน สน.เพชรเกษม ร่วมกันจับกุม นายทนงเกียรติ หรือ&amp;nbsp; เกียรติ แสงสว่าง อายุ 30 ปี นายสุพล หรือ ตี๋ เหมือนโพธิ์ อายุ 45 ปี นายยัน ลิน นาย หรือ ทน อายุ 39 ปี ในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์เวลากลางคืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมของกลาง เศษเปลือกสายเคเบิ้ลทองแดง ขนาด 600.5 AT และ 200.4 AT จำนวน&amp;nbsp; 1 กอง รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นไฮลักรีโว่ สีขาว ทะเบียน 1 ฒห-2783 กทม. คีมตัดเหล็ก ขนาด 22 นิ้ว เบอร์ 600 จำนวน 2 อัน คีมตัดเหล็ก ขนาด 42 นิ้ว จำนวน 2 อัน กรรไกรตัดท่อปะปา กรรไกรตัดสายไฟ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.เพชรเกษม ได้รับแจ้งจากบริษัท TOT ว่ามีเหตุคนร้ายตระเวณลักทรัพย์ตัดสายเคเบิ้ลติดต่อกันหลายเหตุในพื้นที่กรุงเทพฯ และจังหวัดรอยต่อปริมณฑล&amp;nbsp; จึงได้ร่วมกันไป ตรวจสถานที่เกิดเหตุ ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุตามเส้นทางหลบหนี โดยได้ภาพจากกล้องวงจรปิดตามโครงการ ผบ.ตร.จนทราบว่า คนร้ายมีจำนวน 3 คน จนสามารซุ่มเฝ้าจับ กุมได้พร้อมของกลาง และขยายผลได้ผู้ร่วมขบวนการเพิ่มเติมอีก 2 คน นำส่งพนักงานสอบสวน สน.เพชรเกษม&amp;nbsp; เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109334</URL_LINK>
                <HASHTAG>กล้องCCTV, ตำรวจ, นครบาล, ลักทรัพย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210711/image_big_60ea875a9c412.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106913</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/06/2021 19:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2021 19:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบยกแก๊งคนร้ายซ้ำเติมทุกข์ชาวนา ตระเวนขโมยเครื่องสูบน้ำทำเกษตร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 มิ.ย.64 - ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 3&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;พลตำรวจโท ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 แถลงผลการจับกุมขบวนการลักเครื่องยนต์การเกษตร ได้ผู้ต้องหารวม 6 คน&amp;nbsp;มีพฤติกรรมก่อเหตุตระเวนลักขโมยเครื่องยนต์- คนรับซื้อ และผู้ชำแหละเครื่องยนต์ ทั้งหมดถูกตั้งข้อหาร่วมกันลักทรัพย์หรือรับของโจร มีของกลางเครื่องยนต์การเกษตรที่ใช้สำหรับสูบน้ำ ไถไร่ไถนา ยี่ห้อคูโบต้า ถูกถอดชิ้นส่วนชำแหละแยกอะไหล่ หรือดัดแปลงเป็นเครื่องใหม่ บางเครื่องยังอยู่สภาพเดิม ตรวจยึดได้ที่ร้านจำหน่ายอะไหล่เครื่องยนต์อุปกรณ์การเกษตรที่ อำเภอบำเหน็จณรงค์&amp;nbsp;จังหวัดชัยภูมิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยก่อนหน้านี้มีชาวบ้านในเขต อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา และพื้นที่ใกล้เคียงหลายราย แจ้งความตำรวจ ถูกคนร้ายบุกขโมยถอดเอาเครื่องสูบน้ำหายไป ขณะกำลังสูบน้ำเข้าที่นา สร้างความเดือดร้อน ซ้ำเติมความทุกข์ยากลำบากในการทำมาหากิน ตำรวจชุดสืบสวนเร่งสืบหาเบาะแสจนพบว่า คนร้ายขโมยไปขายให้กับร้านจำหน่ายอุปกรณ์การเกษตร ราคาเครื่องละ 3,000-7,000 บาท แล้วแต่สภาพใหม่เก่า จากนั้นคนงานในร้านจะชำแหละชิ้นส่วน แปรสภาพเป็นเครื่องยนต์มือสองขายราคา 20,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงขออนุมัติหมายศาลจังหวัดสีคิ้วออกหมายจับ นายศรัทธา เจ้าของร้าน ก่อนขยายผลจับกุมหัวขโมยได้ยกแก๊ง พบความเสียหายในพื้นที่ จ.นครราชสีมา 13 เครื่อง และ จ.ชัยภูมิอีก 19 เครื่อง รวม 32 เครื่อง มูลค่ากว่า 1.2 ล้านบาท ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหา 6 คนส่งฟ้องศาล ดำเนินคดีต่างกรรมต่างวาระ ซึ่งมีโทษจำคุกวาระละ 7 ปี หรือมีโทษจำคุกรวม 224 ปี หลังจากนี้ตำรวจจะเร่งติดตามเครื่องยนต์ที่สูญหาย นำมาคืนให้เกษตรกรให้ได้มากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นางสาคร มูลสูงเนิน อายุ 49 ปี ชาวนาหมู่ 2 ต.บ้านแปรง อ.ด่านขุนทด บอกว่า เดือดร้อนมากหลังถูกโจรแอบมาขโมยเครื่องสูบน้ำ ขณะกำลังเร่งสูบน้ำเข้าที่นา มูลค่ากว่า 40,000 บาท ต้องหาเงินมาซื้อเครื่องใหม่ ดีใจที่ได้เครื่องยนต์กลับคืน และอยากประณามคนร้ายไม่น่ามาซ้ำเติมชาวไร่ชาวนา ลำบากอยู่แล้ว ยังต้องมาสูญเสียเครื่องมือทำมาหากินซ้ำอีก วิงวอนอย่าทำแบบนี้อีกเลย ไม่ทำให้รวยขึ้น และต้องติดคุกแน่นอน ทำงานหากินสุจริตดีกว่า&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106913</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดนครราชสีมา, รับของโจร, ลักทรัพย์, เครื่องมือเกษตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210619/image_big_60cde4bc0f68f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50499</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/11/2019 09:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/11/2019 09:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.บุรีรัมย์โชว์ฝีมือรวบหนุ่มขโมยรถโยกคนพิการวัย62 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 พ.ย.62-ความคืบหน้าเหตุคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์มาขโมยรถโยกคนพิการของนายประโยชน์ เอี่ยมรัมย์ &amp;nbsp;ตาวัย 62 ปี ในหมู่บ้านบ้านยาง ต.บ้านยาง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ &amp;nbsp;ซึ่งจอดไว้ข้างต้นไม้ริสระน้ำใกล้กับ อบต. เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น หลังจากน.ส.ปณิดา &amp;nbsp;เอี่ยมรัมย์ &amp;nbsp;อายุ 42 ปี ลูกสาวของคุณตาผู้เสียหาย ได้นำคลิปภาพจากกล้องวงจรปิดที่สามารถบันทึกภาพ ขณะคนร้ายลักขโมยรถโยกคนพิการของพ่อไปโพสต์ลงในเฟสบุ๊ก เพื่อประกาศตามหาบุคคลในภาพให้นำรถโยกคนพิการมาคืนพ่อของตัวเอง หากเอามาคืนจะไม่เอาเรื่อง แต่ถ้าเอาไปขายเป็นเศษเหล็กก็จะแจ้งความเอาผิดตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทั่งเวลา 20.00 น.วันที่ 17 พ.ย.62 ที่ผ่านมา พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ ศรีเสริม ผกก.สภ.เมืองบุรีรัมย์ พร้อมพ.ต.ท.ภานุวัฒน์ &amp;nbsp;มากมูล &amp;nbsp;รองผกก.สส. และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบ สภ.เมืองบุรีรัมย์ &amp;nbsp;สามารถติดตามจับกุมตัวคนร้ายได้แล้ว คือ นายณัฐพงศ์ &amp;nbsp;โคตรทุม &amp;nbsp;อายุ 24 ปี พร้อมของกลางรถโยกคนพิการที่ขโมยไป เสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันเกิดเหตุ &amp;nbsp;และรถจักรยานยนต์ที่ใช้เป็นยานหานะในการประกอบเหตุ ตามที่ปรากฏในภาพกล้องวงจรปิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐพงศ์ให้การว่า วันเกิดเหตุได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมายังบริเวณริมถนนสาธารณะทางเข้าบ้านยาง ม.2 ต.บ้านยาง ก็มองเห็นรถโยกสามล้อสำหรับคนพิการจอดอยู่ข้างต้นไม้ โดยไม่รู้ว่าเป็นของผู้ใด และคิดว่าเจ้าของน่าจะนำมาทิ้งเพราะสภาพค่อนข้างเก่า &amp;nbsp;ตนจึงได้เข็นรถโยกคันดังกล่าวกลับบ้าน ทั้งอ้างตั้งใจจะเอารถโยกคนพิการคันดังกล่าว ไปให้ตาของตัวเองใช้ เพราะตาอายุมากแล้วทั้งยังหลังค่อมเดินไปไหนมาไหนลำบาก จึงอยากเอาไปให้ตาใช้ &amp;nbsp;โดยที่ตนเองไม่ได้บอกตาว่าขโมยมา &amp;nbsp;บอกแค่ว่าเห็นจอดทิ้งไว้จึงเอามาให้ตา แต่ตายังไม่ทันได้ใช้เลยก็มาถูกจับกุมเสียก่อน ทั้งนี้นายณัฐพงษ์ ยังได้ฝากขอโทษคุณตาผู้เสียหายด้วย เพราะไม่ได้ตั้งใจจะขโมยแต่คิดว่าเจ้าของเอามาทิ้ง &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังสอบสวนเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ก็ได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย &amp;nbsp;ซึ่งเบื้องต้นถูกแจ้งข้อหา ลักทรัพย์หรือรับของโจร &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50499</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขโมยรถเข็นคนพิการ, คนร้าย, จ.บุรีรัมย์, ตำรวจ, ลักทรัพย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191118/image_big_5dd20031438f0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28792</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/02/2019 08:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/02/2019 08:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กแป๊ะ&#039;ฉุน&#039;รองสว.สันติบาล&#039;เป็นโจรเสียเองงัดรถขโมยทรัพย์สินในสตช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11ก.พ.62-พ.ต.อ.กฤษณะ &amp;nbsp;พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจกองรักษาการณ์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ควบคุมตัว ร.ต.อ.เอกชัย เพ็งจันทร์ รอง สารวัตรฝ่ายธุรการและกำลังพล บก.อก.บช.ส. ส่งพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ดำเนินคดี ขณะก่อเหตุใช้ไขควงงัดรถยนต์ภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่า ได้รับรายงานจาก กองบัญชาการตำรวจสันติบาลว่า เมื่อ วันที่ 9 ก.พ.2562 เวลาประมาณ 05.00 น. ส.ต.ท.อนุสรณ์. บุษบาบาล ได้เดินทางไปที่ลานจอดรถบริเวณด้านหน้าอาคารพิสูจน์หลักฐาน (อาคาร 16 ) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบ ร.ต.อ.เอกชัย &amp;nbsp;เพ็งจันทร์ ผู้ต้องหา (ทราบชื่อสกุลภายหลัง) กำลังทำการงัดแงะรถยนต์ ฮอนด้า ซีวิค สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน ภจ-3641 กรุงเทพมหานคร ของ ส.ต.ท.อนุสรณ์ ทำให้กระจกบานใหญ่ด้านหน้าและกระจกประตูด้านหลังฝั่งขวาแตกเสียหาย ส.ต.ท.อนุสรณ์ จึงเข้าไปแสดงทำการตรวจสอบและสอบถาม ร.ต.อ.เอกชัย รับสารภาพกำลังลักทรัพย์สินภายในรถยนต์คันดังกล่าวจริง ส.ต.ท.อนุสรณ์ จึงได้ประสานให้เจ้าที่ตำรวจกองรักษาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทำการเข้าตรวจค้นตัว โดยก่อนการตรวจค้นตัวได้แสดงความบริสุทธิ์ใจให้ดูจนเป็นที่พอใจแล้ว ร.ต.อ.เอกชัย จึงยินยอมให้ทำการตรวจค้นพบไขควงสีเขียวอยู่ในมือข้างขวาของ ร.ต.อ.เอกชัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามให้การรับสารภาพว่าได้ลักเอารองเท้าคอมแบท จำนวน 1 คู่และรองเท้าผ้าใบจำนวน 2 คู่ออกมาจากรถยนต์คันดังกล่าวและวางไว้ที่บริเวณด้านท้ายของรถยนต์คันดังกล่าวและได้ลักเอายางอะไหล่รถยนต์ 1 เส้น และ พระเครื่องเหลี่ยมพลาสติกพร้อมสร้อยเชือก จำนวน 1 เส้น ออกมาจากรถยนต์คันดังกล่าว แล้วนำไปเก็บรักษาไว้ภายในรถยนต์ กระบะ โตโยต้า วีโก้ สีบลอนด์ทอง หมายเลขทะเบียน บธ-8959 กาญจนบุรี ของ ร.ต.อ.เอกชัยฯที่จอดไว้ใกล้เคียงกันภายในลอนจอดรถไว้ก่อนหน้าที่จะถูกจับกุมตัวได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร.ต.อ.เอกชัย ได้ให้การรับสารภาพว่าได้ลักเอา 1.เครื่องพีซีคอมพิวเตอร์ จำวน 3 ตัว , 2.เครื่อง Baseline Switch 2250 plus(3 com) จำนวน 1 ตัว , 3.เครื่อง Switch ยี่ห้อ D-Link จำนวน 1 ตัว , 4.เครื่อง Switch 3 com ตัวเล็ก จำนวน 1 ตัว , 5.เครื่อง Mainboard Print จำนวน 1 ตัว และ 6. ตลับม้วนเทป จำนวน 5 ตลับ มาจากบริเวณชั้น 4 อาคาร 6 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แล้วนำมาเก็บไว้ภายในรถยนต์กระบะของ ร.ต.อ.เอกชัยฯ ก่อนหน้าที่จะถูกจับกุม นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล ได้มีคำสั่งตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ร.ต.อ.เอกชัย และ มีคำสั่งให้ออกจากราชไว้ก่อนแล้ว เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม โปร่งใส กับทุกฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รอง โฆษก ตร. กล่าวต่ออีกว่า พนักงานสอบสวนได้ดำเนินคดีกับ ร.ต.อ.เอกชัยฯ ในความผิดฐาน &amp;ldquo;ลักทรัพย์ในสถานที่ราชการ ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะในการกระทำความผิด&amp;rdquo; และ ตนได้รายงานให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. รับทราบแล้ว ได้สั่งการให้ดำเนินการ สอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานด้วยความรอบคอบ โปร่งใส รวดเร็ว เป็นธรรม ซึ่งหากทำผิดจริง ต้องเอาโทษให้ถึงที่สุด ทั้งทางวินัยและทางอาญา อย่างเด็ดขาด โดยจะต้องรับโทษหนักกว่าบุคคลธรรมดา เพราะว่าเป็นผู้บังคับใช้กฎหมายแต่กลับทำผิดเสียเองและจะไม่มีใครสามารถช่วยเหลือได้อย่างแน่นอนเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความมั่นใจให้กับประชาชนอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผบ.ตร. รับไม่ได้กับเหตุการณ์ดังกล่าวและจะไม่เลี้ยงคนประเภทนี้ไว้อยู่แล้ว ก่อเหตุภายในรั้วสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย ไม่เคารพต่อเกียรติของตำรวจ และ กำชับให้กองกำกับการตำรวจสันติบาล 3 เพิ่มความเข้มงวดในการรักษาความปลอดภัย สอดส่อง ตรวจตรา ความสงบเรียบร้อย รวมไปถึง มาตรการในการป้องกันเหตุ โดยเน้นย้ำ อย่าให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเช่นนี้ขึ้นอีก และได้กำชับกองบัญชาการทุกภาคส่วน ให้กำกับ ดูแล ผู้ใต้บังคับบัญชาในสังกัด อย่างใกล้ชิด คอยสอดส่อง ดูแล ให้ประพฤติปฏิบัติตนให้อยู่ในระเบียบวินัย ตามคำสั่ง ตร.ที่ 1212/2537 โดยต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่ประพฤติปฏิบัติตนเป็นผู้กระทำความผิดเสียเองหรือสร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่น&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28792</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนร้าย, ตำรวจ, ตำรวจสันติบาล, บิ๊กแป๊ะ-พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, ลักทรัพย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180827/image_big_5b839779c1601.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25434</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/12/2018 16:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/12/2018 16:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฮ้อ!ปีใหม่ไม่มีหยุด&#039;หัวขโมย&#039;ย่องเบาบ้าน&#039;หัวหน้า สกย.ตรัง&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ธ.ค.61-พ.ต.ท.ปัญญา ไล่คง สารวัตรเวรสอบสวน สภ.เมืองตรัง รับแจ้งเหตุงัดแงะบ้านพักข้าราชการภายใน สำนักงาน กยท.(การยางแห่งประเทศจังหวัดตรัง) จึงเดินทางพร้อมด้วยตำรวจสายตรวจ 191 ชุดอินทรี ไปตรวจสอบบ้านพักเลขที่ 18/5 ถ.รักษ์จันทน์ ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง ซึ่งเป็นบ้านพักของนางนันทวรรณ วงศ์วิวรรธน์ หัวหน้ากองบริหารกองทุน สำนักงานกองทุนสงเคราะห์สวนยาง จ.ตรัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางนันทวรรณ พร้อมด้วยสามีให้การว่า เมื่อช่วงเช้าของวันนี้ประมาณ 08.00 น. ตนเองและสามีได้ออกจากบ้านไปทานอาหารเช้านอกบ้าน และมั่นใจว่าก่อนออกจากบ้านได้ปิดประตูหน้าต่างเรียบร้อยแล้ว จากนั้นช่วงเที่ยงประมาณ 12.00 น. ตนได้กลับเข้ามายังบ้านพักก็ไม่ได้เอะใจอะไร &amp;nbsp;แต่หันไปเห็นว่าทีวีที่วางอยู่บนเก้าอี้ได้หายไป ก็เข้าใจว่าสามียกขึ้นไปที่ห้องนอนชั้น 2 แต่พอขึ้นไปพบว่าโน๊ตบุ๊คที่อยู่บนห้องนอนและทีวีก็ไม่มี จึงเดินไปสำรวจประตูหน้าต่างพบว่าประตูด้านหลังไม่ได้ล็อค จึงได้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้ามาตรวจสอบ ซึ่งทรัพย์สินที่หายไปมีทีวี ซัมซุงจอแบน &amp;nbsp;21 นิ้ว 1 เครื่อง &amp;nbsp; 8,000 บาทโน๊ตบุ๊ค &amp;nbsp;เดล &amp;nbsp;1 เครื่อง พร้อมอุปกรณ์ครบชุด &amp;nbsp;20,000 บาท มูลค่าเกือบ &amp;nbsp;30,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สำรวจบริเวณใกล้เคียงพบว่าด้านหลังของ บ้านพักเป็นบ้านเช่าห้องแถวมีรั้วปูนกั้นไว้ และหน้าประตูทางเข้าสำนักงาน กยท.มี รปภ.เฝ้าตลอดเวลา คาดว่าคนร้ายน่าจะปีนกำแพงเข้ามา สำรวจดูแล้วไม่มีรอยงัดแงะเชื่อว่าเข้ามาทางประตูหลังบ้าน ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่จะของตรวจสอบดูกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงเพื่อหาตัวคนร้ายรายนี้ต่อไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25434</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขโมยย่องเบา, จ.ตรัง, ตำรวจ, ลักทรัพย์, สำนักงาน กยท.ตรัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181230/image_big_5c288811103d8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16459</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เรื่อง &#039;แหม่มกะปิ&#039; ที่เกาะเต่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศไทยเรา &amp;quot;โคตรเพชร&amp;quot; ดีๆ นี่เอง!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น่าเสียดาย ตรงที่ว่า....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พวกเราคนไทยเป็นสสารประเภทคงที่อยู่ในเนื้อเพชร มองไม่เห็นโคตรในความเป็นเพชรของตัวเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงเห็นคนไทยบางพวก เหยียด เหยียบย่ำ และให้ร้ายป้ายสีบ้านเมืองตัวเองบ่อยๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็นฝรั่ง-ต่างชาติ เป็นเทวดาเหนือไทย ฝรั่งพูดอะไร-ทำอะไร ก็ถูก ก็ใช่ เชื่อทันที ไม่มีพินิจใคร่ครวญกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และสะใจมาก........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จะได้นำที่กากฝรั่ง-ต่างชาติถุย มาเป็นเชื้อกระหน่ำซ้ำเติมให้เกิด &amp;quot;ภาพวิบัติ&amp;quot; แก่บ้านเมืองตัวเอง!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างเรื่องที่เป็นข่าวตอนนี้ หญิงสาวชาวอังกฤษมาเที่ยวเกาะเต่า ในเขตอำเภอเกาะพะงัน สุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เธอมาเมื่อเดือนมิถุนายน ๒๕๖๑ ช่วงฟุตบอลโลกนั่นแหละ!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลับอังกฤษไปร่วมสองเดือน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เธอก็ไปให้ข่าวกับเดลิเมล์และเดอะซัน หนังสือพิมพ์ประเภท &amp;quot;ข่าวชาวบ้าน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ว่าขณะเธอนอนอาบจันทร์อยู่บริเวณหาดทรายรี ระหว่างคืน ๒๕-๒๖ มิ.ย.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถูกคนร้ายลอบวางยา แล้วข่มขืนเธอ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มารู้สึกตัวอีกที ก็ร่างเปลือยเปล่า ชายหนึ่งนอนข้างๆ ไม่รู้ใคร แล้วก็วิ่งหนีไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอาทรัพย์สิน เช่น โทรศัพท์มือถือเธอไปด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บัตรเดบิต คือบัตรใช้แทนเงินสดอีก ๔ ใบ พร้อมเงินสด ๓,๐๐๐ บาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่ออังกฤษรายงานจากปากคำหญิงสาวคนนั้น ว่า วันที่ ๒๗ มิ.ย.เธอไปแจ้งความที่ สภ.เกาะพะงัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ตำรวจกลับลงบันทึกประจำวันแค่ &amp;quot;ถูกลักทรัพย์&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๒ ก.ค.เธอกลับประเทศอังกฤษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ห่างมาอีกเดือน คือเมื่อ ๒๖ ส.ค.นี่เอง เรื่องนี้ก็หราในหน้าหนังสือพิมพ์และสื่ออังกฤษ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เธอบอกสื่อ เก็บเสื้อยืดที่ใส่ในวันเกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน น่าจะมีดีเอ็นเอคนร้ายติดอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่ออังกฤษตบท้ายข่าว ด้วยการนำปูมคดีเก่าๆ ที่เกิดกับนักท่องเที่ยวบนเกาะเต่ามาประกอบข่าว แล้วสรุป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เกาะเต่า&amp;quot; เป็น &amp;quot;เกาะแห่งความตาย&amp;quot;!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครับ...
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เข้าใจว่าข่าวนี้ คงสะดุดหู-สะดุดตาท่าน เพราะสื่อยุคออนไลน์ กลุ่มวิจิตรศิลป์ชำนาญด้านระบายสีประเทศ ไม่รีรอที่จะระบายกันพรึ่บพรั่บ ดังเห็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟังดูแล้ว เกิดมโนภาพ &amp;quot;เกาะเต่า&amp;quot; ของไทย เป็นเกาะแห่งความตายจริงๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คงเป็นแดนเถื่อน....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เต็มไปด้วยคนโฉด อิทธิพลถิ่นไม่เหนือกฎหมาย แต่เหนือสำนึกเจ้าหน้าที่บ้านเมือง ประมาณนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงเกิดคดีฆาตกรรม อาชญากรรม กับนักท่องเที่ยวครั้งแล้ว-ครั้งเล่า ฉาวกระฉ่อนทั่วโลก &amp;quot;เกาะเต่า-เกาะโฉด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไปเที่ยว ต้องทำใจ ตอนไป &amp;quot;ตัวเป็นๆ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ตอนกลับ......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาจต้อง &amp;quot;เซ่นวิญญาณ&amp;quot; กลับ!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมจึงพินิจเรื่องนี้ดู ว่ามันยังไงกันแน่ อ่านหลายๆ เวอร์ชัน ได้ความรู้สึกตอบสนองว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝรั่ง นอกจากฟุด ฟิด ฟอ ไฟ แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บางทีก็ &amp;quot;ตอแหลเป็นไฟ&amp;quot; เหมือนคนไทยหนีคุกบางคนเหมือนกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนอื่น ต้องทำความรู้จักความเป็นหมู่เกาะในอ่าวไทย แถวๆ สุราษฎร์ธานีก่อนว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากดอนสัก ไปเกาะสมุยแล้ว เกาะพะงัน-เกาะเต่า-เกาะนางยวน ที่นั่งเรือไปถึงกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็น &amp;quot;เกาะสวาท-หาดสวรรค์&amp;quot; ในนิยามฝันของนักท่องเที่ยวประเภท &amp;quot;เสพนิยม&amp;quot; ทั่วโลก โดยเฉพาะฝรั่งตะวันตก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โอโซน ซัน ซี แซนด์ สุรา และ เซ็กซ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพียบพร้อมในเกาะสวรรค์ ที่ยากชี้ขาดว่า เทพหรือมารเป็นผู้ประทานให้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเฉพาะเกาะพะงัน เป็นเกาะแห่งยุคบุปผามาลีฮวนน่าเบ่งบานในลมหายใจ ซาบซ่านซอกเหงือกไม่เคยห่างหาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟูล มูน ปาร์ตี้........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าผิดไปจากที่เกาะพะงัน ต่อให้ปาร์ตี้มันขนาดไหน ก็ยังไม่ใช่ ปาร์ตี้ ตามความหมายนิยม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เดือนหนึ่ง ฟูล มูน แค่ ๒ ครั้ง ไม่พอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดี๋ยวนี้ จึงมีทั้ง ฟูล มูน, ฮาล์ฟ มูน ขนาดนั้น ก็ยังไม่พอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทุกวันนี้ เกาะพะงัน จึงมี แบล็ก มูน ปาร์ตี้ เรียกว่า ทั้งข้างขึ้น-ข้างแรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ซัน-ซี-แซนด์-สุรา-เซ็กซ์&amp;quot; เป็นปาร์ตี้มีให้มันกันทุกวัน-ทุกคืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่อย่าเข้าใจว่า เป็นเกาะนอกกฎหมาย เอากันตามใจชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทุกอย่างอยู่ในกรอบกฎหมาย &amp;quot;เมืองท่องเที่ยว&amp;quot; มีเจ้าหน้าที่บ้านเมือง ทั้งตำรวจ-ทหาร ควบคุม ตรวจตรา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเขานิยมมา เราก็บริหาร-จัดการ ไม่ให้เกินเลยไปนัก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วชาวบ้าน-ร้านถิ่นในเกาะ ก็ได้ทำมาค้าขาย มีรายได้ ด้วยสินค้าเอกลักษณ์ &amp;quot;ถิ่นชาวเกาะ&amp;quot; ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็ทำความเข้าใจเอกลักษณ์ท่องเที่ยวเกาะพะงัน-เกาะเต่า ที่นักเที่ยวฝรั่ง-จีน นิยมเที่ยวควบคู่กัน พอสังเขป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความจริง ผมก็ยังไม่เคยไป กับเกาะทั้งหลาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุยๆ กับท่านนี่แล้ว......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็นท่าจะต้องแอบย่องไปดูพระจันทร์ข้างแรมซักคืน!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนี่ย สาวผู้ดีอังกฤษรายที่เป็นข่าว เธอกับพวก ๔-๕ คน ก็มาเที่ยวเกาะเต่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็นมั้ย ตอนแหม่มอังกฤษมาถูกฆ่าเมื่อปี ๕๗ ข่าวประโคมไปทั้งโลก นึกว่าจะผวาข่าว แล้วเลิกมาเที่ยวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็ยังมากันโครมๆ เต็มหาด-เต็มเกาะ ยั่นกันที่ไหน หนุ่มๆ สาวๆ ชาวอังกฤษเอง ชื่นชอบเป็นพิเศษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แสดงว่า ในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติ กับความเป็นไปที่เกาะเต่า-เกาะพะงัน ซึ่งพวกเขาสร้างค่าเป็นสโมสรในหมู่พวกเขา จะมาเฮฮาปาร์ตี้กัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จริงๆ แล้ว มันน่ากลัวหรือไม่น่ากลัว.....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นเกาะแห่งความตายหรือเกาะสวาท-หาดสวรรค์กลางทะเลกันแน่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และธรรมชาติที่เป็นอยู่ มีความปลอดภัยมากกว่าอันตรายตามที่ประโคมเฉพาะด้านร้ายกันไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;........อย่างนั้นหรือไม่?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในหมู่นักนิยมเกาะ เขารู้ดี ในความจริงมากกว่าพวกเรา ที่ส่วนหนึ่ง รู้จากความเป็น &amp;quot;ทาสข่าว&amp;quot; ระบายสี จากพวกชังชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สาวอังกฤษตามข่าว ตอนแรก จองห้องพัก ๓ คืน ติดใจ เช่าต่ออีก ๓ คืน จาก ๒๑ มิ.ย.จนถึง ๒๖ &amp;nbsp;มิ.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าของที่เช่าบอก เธอพักกับเพื่อนอีก ๔ คน อายุแค่ ๑๙ แต่ปาร์ตี้ดื่มเหล้า เมากลับห้องพักตี ๓ ตี &amp;nbsp;๔ ทุกคืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอนเช้า ๒๖ มิ.ย.บอกถูกข่มขืน ให้ไปแจ้งความก็ไม่ไป อ้างจะลงเรือ จากเกาะเต่า ไปฟูล มูน &amp;nbsp;ปาร์ตี้ ที่เกาะพะงัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๒๗ มิ.ย.ไปแจ้งความที่เกาะพะงัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งเป็นคนละวัน คนละท้องที่ กับที่อ้างว่าถูกข่มขืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมเล่าคร่าวๆ นะ แต่พิเคราะห์แล้ว เธอจะมีอะไรทางเพศกับใครหรือไม่ ไม่ทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ที่อ้าง &amp;quot;ถูกข่มขืน&amp;quot; ไม่น่าใช่!?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะดูพฤติกรรม เธอไม่อาทรร้อนทุกข์เยี่ยงหญิงสาวถูกข่มขืน พอใจ ฟูล มูน ปาร์ตี้ มากกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พลิกปฏิทินดูแล้ว คืน ๒๕-๒๖ มิ.ย.ที่อ้างถูกข่มขืน เป็นคืน ขึ้น ๑๔ ค่ำ หมายความว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คืนนั้น พระจันทร์ต้องฉ่ำฟ้า!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงนั้น ถ่ายทอดบอลโลกด้วย นักท่องเที่ยวเต็มเกาะ-เต็มหาด แต่ไม่ปรากฏมีใครเห็นว่าเธอถูกข่มขืนกลางหาดโล่งเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตรงกันข้าม ที่ว่ากล้องวงจรปิดเสีย ความจริง &amp;quot;ทุกตัว&amp;quot; ไม่เสีย ก็ไม่ปรากฏร่องรอยของเรื่องราว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าของที่พักบอกด้วยซ้ำ ช่วง ๒๑-๒๓ มิ.ย.เธอมาปรารภทำนองปรับทุกข์.......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ว่าไม่น่าเลย เดี๋ยวแฟนก็จะบินตามมาอยู่แล้ว!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือเธอได้ &amp;quot;ซี-แซนด์-สุรา-เซ็กซ์&amp;quot; กับเพื่อนชายคนหนึ่ง ก่อนที่จะอ้างว่า &amp;quot;ถูกข่มขืน&amp;quot; กลางหาด ระหว่าง ๒๕-๒๖ มิ.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าถูกข่มขืนจริง เธอต้องแจ้งความที่ สภ.เกาะเต่าแล้ว ทั้งที่เจ้าของที่พักแนะนำ ก็กลับอ้างจะรีบไปเกาะพะงัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็ ๒๗ มิ.ย.ตรงกับขึ้น ๑๕ ค่ำ.......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ฟูล มูน ปาร์ตี้&amp;quot; ชนิด ชุดใหญ่ ไฟกะพริบของแท้ ที่นักเสพนิยมรอคอย เธอก็ไปถึง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๒๗ มิ.ย.นายมาร์ตินกับเธอไปแจ้งความที่ สภ.พะงัน ตำรวจบอก &amp;quot;มันคนละท้องที่เกิดเหตุ&amp;quot; ซึ่งเธอก็ไม่ติดใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพียงแต่ขอแจ้งว่าถูกลักทรัพย์ บอกจะใช้เป็นหลักฐานไป &amp;quot;เคลมประกัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๔ ก.ค.นายมาร์ตินยังไปปรึกษาเจ้าของที่พัก จะไปแจ้งความว่า เพื่อนสาวคนนั้นถูกข่มขืนที่ สภ.เกาะเต่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจบอก แจ้งได้ แต่ต้องให้ &amp;quot;เจ้าตัว&amp;quot; มาแจ้งเอง ซึ่งตามกฎหมายก็ต้องเป็นอย่างนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่องราวสรุปๆ เป็นอย่างนี้.....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเกิดเป็นข่าว ทั้งรัฐบาล ทั้ง ผบ.ตร. ทั้งตำรวจท้องที่ ไปตรวจสอบหาข้อเท็จจริงในพื้นที่กันชนิดพลิกเกาะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็ไม่ได้ปักใจเชื่อชนิด &amp;quot;ฟังความข้างเดียว&amp;quot; แต่พิเคราะห์ตามพฤติกรรม ไม่มีอะไรยืนยันถึงการวางยาแล้วข่มขืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีแต่พิรุธของหญิงสาวเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ยอมแจ้งความ เพื่อนให้แจ้ง ก็ยังแจ้งแค่ว่าถูกลักทรัพย์ แต่เมื่อกลับไปบ้าน กลับไปออกข่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แบบนี้ ประเทศไทยเสียหาย!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่แม่ของหญิงสาวบอกจะเดินทางมาแจ้งความเองที่เมืองไทย พร้อมเสื้อที่อ้างมีคราบ เพื่อนำไปตรวจดีเอ็นเอ โดยไม่ยอมให้ลูกสาวมา นั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจที่ไหนก็รับแจ้งไม่ได้ ในเมื่อ &amp;quot;ผู้เสียหาย&amp;quot; ไม่มาให้สอบปากคำเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าเจตนาต้องการ &amp;quot;ทำให้เป็นข่าว&amp;quot; เพื่อให้ไทยเสียหาย นั่นละก็ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความเห็นผม เรื่องนี้ ตำรวจต้องรุก &amp;quot;สถานทูตอังกฤษ&amp;quot; ในไทย เอาตัวหญิงคนนั้น มาสอบเอาข้อเท็จจริงประจักษ์ให้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่งั้น ไทยจะกลายเป็น &amp;quot;จำเลย&amp;quot; ของ &amp;quot;เจ้าทุกข์เท็จ&amp;quot; ไปตลอดชาติ!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สังคมยุคนี้ ความจริงทางคดี เป็นเรื่องอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การรุก ด้วย &amp;quot;ให้ข้อมูลก่อน&amp;quot; ต่อสังคมในยุคข่าวสารครองโลก เป็นเรื่องสำคัญในปัจจุบัน.........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ตำรวจและรัฐบาล ต้องใช้ &amp;quot;เทคโนโลยีสารสนเทศ&amp;quot; ให้เกิดประสิทธิผล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่งั้นเสร็จ.........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พวก &amp;quot;ออนไลน์ขายข่าวล่มชาติ&amp;quot; มันถล่มเละ!&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16459</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตอแหลเป็นไฟ, ฟูล มูน ปาร์ตี้, ภาพวิบัติ, ลักทรัพย์, เกาะเต่า, โคตรเพชร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180511/image_big_5af4fe504cfd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
