<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>27775</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2019 14:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2019 14:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับได้อีก! ยึดกระเทียม-หอมใหญ่หนัก 6 ตันลักลอบนำเข้าริมแม่น้ำโขง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ม.ค.62 - นายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พ.อ.ยุทธนา มหาวัน รองผู้บังคับการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดมุกดาหาร พ.อ.สุภัทร ชูตินันทน์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 พ.ท.ธารนรินทร์ รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 พ.ต.อัครเดช อัครสาร ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่ 2110 &amp;nbsp;ตำรวจน้ำ ทหารกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดมุกดาหาร นรข. ตชด.ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมกระเทียม 264 กระสอบ น้ำหนัก 5,280 กิโลกรัม หอมหัวใหญ่ 27 กระสอบ น้ำหนัก 999 กิโลกรัม ที่ไม่ผ่านกระบวนการทางศุลกากร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สืบเนืองจากสายข่าวหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21ได้รับรายงานว่าจะมีการลักลอบขนของหนีภาษีจากประเทศเพื่อนบ้านที่บริเวณริมฝั่งโขงชุมชนนาโปน้อย ตำบลมุกดาหาร อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร จึงได้สนธิกำลังเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ดักซุ่มตามที่ได้รับแจ้ง กระทั่งกลางดึกที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่พบเรือกีบบรรทุกขนาดใหญ่แล่นมาจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน มาจอดที่ริมฝั่งแม่น้ำโขงชุมชนนาโปน้อย และมีกลุ่มชายจำนวนหนึ่งลงไปยกสิ่งของจากเรือเพื่อนำมากับไว้ที่โกดัง เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเข้าตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะแสดงตัวกลุ่มชายดังกล่าวได้พากันทิ้งสิ่งของแล้ววิ่งหลบหนี เจ้าหน้าที่สามารถจับตัวได้เพียง 1คน เป็นคนขับเรือพร้อมตรวจยึดเรือไว้ได้ จากการตรวจสอบภายในเรือพบกระเทียม 264 กระสอบ น้ำหนัก 5,280 กิโลกรัม หอมหัวใหญ่ 27 กระสอบ น้ำหนัก 999 กิโลกรัม จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดกระเทียมและหอมหัวใหญ่ทั้งหมดมาที่กองร้อยทหารพรานที่ 2110 เพื่อทำการบันทึกการจับกุมพร้อมนำส่งด่านศุลกากรมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร &amp;nbsp;กล่าวว่า ตามที่ท่านนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ได้มอบนโยบายให้จังหวัดตามแนวชายแดนให้สอดส่องเรื่องของการลักลอบขนสินค้าเกษตรโดยไม่ผ่านพิธีทางศุลกากร ซึ่งทางจังหวัดมุกดาหารได้ดำเนินการสอดส่อง โดยเฉพาะสินค้าเกษตร อาทิ กระเทียม หอมหัวใหญ่ และจากการบูรณาการที่ผ่านมาสามารถสกัดกั้นไว้ได้หลายคดี และในวันนี้ก็ถือได้ว่าเป็นอีกคดีที่ทางเจ้าหน้าที่รวมกันจับกุมไว้ได้ ซึ่งจังหวัดมุกดาหาร จะดำเนินการสอดส่องตรวจตราอย่างเคร่งครัด เพื่อมิให้ส่งผลต่อเกษตรกรไทยได้รับผลกระทบเสียหายจากการลักลอบนำเข้าพืชผลทางการเกษตร
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27775</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระเทียมหนีภาษี, จังหวัดมุกดาหาร, มุกดาหารจับกระเทียมเถื่อน, ลักลอบขนกระเทียมเถื่อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190129/image_big_5c4ffa54f34da.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26535</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/01/2019 17:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/01/2019 17:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับกระเทียมเถื่อนริมแม่น้ำโขง หนัก 7.4 ตัน แฉจนท.บางหน่วยเปิดช่อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2562 นายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร &amp;nbsp;พล.ต.ต.อรรคพงศ์ พิมลศิริ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร พันเอกบุญสิน พาดกลาง ผู้บังคับการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดมุกดาหาร พ.อ.ยุทธนา มหาวัน รองผู้บังคับการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดมุกดาหาร ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมกระเทียมเถื่อนริมฝั่งโขงน้ำหนักรวม 7.4 ตันที่ไม่ผ่านกระบวนการทางศุลกากร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การจับกุมกระเทียมเถื่อนครั้งนี้ภายใต้อำนวยการของ พ.อ.สุภัทร ชูตินันทน์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 ได้รับรายงานจากสายว่าจะมีการลักลอบขนของหนีภาษีจากประเทศเพื่อนบ้าน ที่บริเวณริมฝั่งโขงบ้านบางทรายใหญ่ ตำบลบางทรายใหญ่ และริมฝั่งโขงบ้านนาโปใหญ่ เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร จึงได้สั่งการให้ พ.ท.ธารนรินทร์ บำรุงภักดี รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารพรานที่ 21 พ.ต. อัครเดช อัครสาร ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่ 2110 ประสาน พ.ต.อ.โกเมน สุภาพ ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองมุกดาหาร ตำรวจน้ำ ทหารกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดมุกดาหาร หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง (นรข.) ศุลกากร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่โดยแบ่งกำลังออกเป็น 2 ชุด ลงพื้นที่ดักซุ่มตามที่ได้รับแจ้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนกระทั่งเจ้าหน้าที่เข้าปิดล้อมตรวจค้นโกดัง เลขที่ 61 หมู่ 2 ต.บางทรายใหญ่ อ.เมืองมุกดาหาร ตรวจพบกระเทียมแห้งที่ไม่ผ่านกระบวนการทางศุลกากร วางอยู่หลังโกดังจำนวน 120 กระสอบ น้ำหนักประมาณ 2,400 กิโลกรัม จากการตรวจสอบไม่พบเอกสารการเสียภาษีศุลกากร จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดกระเทียมทั้งหมดมาที่ บก.ร้อยทหารพรานที่ 2110 เพื่อทำการบันทึกการจับกุมดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ชุดที่ 2 ลงพื้นที่บ้านนาโปใหญ่ ดักซุ่มบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขงตามที่ได้รับแจ้ง พบเรือเหล็กขนาดใหญ่วิ่งมาจากประเทศเพื่อนบ้าน แล้วเข้ามาจอดที่ริมฝั่งแม่น้ำโขง เจ้าหน้าที่จึงได้ออกไปแสดงตัวเพื่อขอตรวจค้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ปรากฏว่าคนขับเรือดังกล่าวได้ปลดล็อคเครื่องยนต์เรือให้จมไปในน้ำโขง แล้ววิ่งหลบหนีไปได้ ตรวจสอบภายในเรือลักษณะใช้ผ้าสีดำคลุมปิดอย่างมิดชิด พบกระเทียมหัวแห้งจำนวน 250 กระสอบๆละ 20 กก. น้ำหนัก 5,000 กก. ตรวจสอบบริเวณใกล้เคียงไม่มีผู้ใดมาแสดงตนเป็นเจ้าของ จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดกระเทียมหัวแห้ง พร้อมของกลางทั้งสองรายการส่งด่านศุลกากรมุกดาหารเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง การจับกุมกระเทียมที่ลักลอบนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน นับวันยิ่งจับได้ยากขึ้น เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่บางหน่วยงานคอยให้คำปรึกษาและเปิดช่องว่างกฎหมายให้กับผู้ค้ากระเทียมเถื่อนตามริมฝั่งแม่น้ำโขง โดยจะนำมาสวมกับกระเทียมที่เสียภาษีศุลกากร หากมีการจับกุมก็จะอ้างใบเสียภาษีทุกครั้งและเจ้าหน้าที่ก็ไม่ใช้กฎหมายของแต่ละหน่วยงานทำให้เกิดช่องว่างให้กับผู้ค้ากระเทียมเถื่อนได้ใจ ถ้าหากเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและไม่มีผลประโยชน์กับกลุ่มดังกล่าว การลักลอบขนส่งสิ่งผิดกฎหมายก็จะหมดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26535</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระเทียมหนีภาษี, จังหวัดมุกดาหาร, จับกระเทียมเถื่อนริมฝั่งแม่น้ำโขง, ลักลอบขนกระเทียมเถื่อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190114/image_big_5c3c6209aad79.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18574</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2018 18:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2018 18:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยิ่งสาวยิ่งลึก! กระเทียมเถื่อนโยง &#039;ด่านศุลกากร&#039; ส่อปฏิบัติมิชอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ย.61 - จากกรณีเจ้าหน้าที่ทหารบุกจับกุมขบวนการลักลอบขนกระเทียมแห้งทางเรือข้ามแม่น้ำโขง จากสปป.ลาวมายังฝั่งบ้านบางทรายใหญ่ อ.เมืองมุกดาหาร โดยสามารถตรวจยึดกระเทียมจำนวน 196 กระสอบ น้ำหนักกระสอบละ 20 กิโลกรัมและนำส่งด่านศุลกากรมุกดาหารเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่ปรากฏว่า ด่านศุลกากรตรวจยึดไว้เพียง 100 กระสอบ แล้วคืนให้ผู้รับมอบอำนาจจากบริษัท บริบูรณ์ อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด ที่มาอ้างว่าเป็นเจ้าของ ท่ามกลางความเคลือบแคลงสงสัยว่า มีการตรวจสอบความถูกต้องอย่างรอบคอบหรือไม่ เนื่องจากมีการเข้าตรวจค้นจับกุมได้ในกลางดึกวันที่ 19 กันยายน และเจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรก็คืนกระเทียมไป 96 กระสอบในช่วงเวลาเดียวกัน โดยไม่เปิดเผยตัวบุคคลและเอกสารอ้างอิงในการนำกระเทียมกลับไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด นายสุภาพ วงศ์พัฒนวุฒิ หัวหน้ากลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภคและเภสัชสาธารณสุข สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า ในการขออนุญาตนำกระเทียมเข้ามาในราชอาณาจักรมี 2 หน่วยงานด้านสาธารณสุขที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องเนื่องจากถือเป็นอาหาร ตามพ.ร.บ.อาหาร พ.ศ.2522 คือ 1.กองควบคุมอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และ 2.กลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภคและเภสัชสาธารณสุข สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) โดยมีด่านอาหารและยาที่จุดผ่านแดนมุกดาหาร-สะหวันนะเขต ร่วมทำหน้าที่ควบคุม ตรวจสอบ ป้องกัน และปราบปราม การนำเข้า และส่งออกในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบฐานข้อมูลสถานที่ขออนุญาตนำเข้าหรือสั่งอาหารเข้ามาในราชอาณาจักร ของผู้ประกอบการค้ากระเทียมในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร ไม่พบว่า บริษัท บริบูรณ์อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด ได้แจ้งขอมีสถานที่เก็บกระเทียมนำเข้ามาในราชอาณาจักรอยู่ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร รวมทั้งบ้านเลขที่ 4 หมู่ 1 ต.บางทรายใหญ่ อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภคและเภสัชสาธารณสุข ได้รับทราบว่าในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร มีผู้ประกอบการนำหนังสืออนุญาตนำอาหารเข้ามาในราชอาณาจักร ไปใช้สวมกระเทียมลักลอบหนีภาษีศุลกากร หมุนเวียนไปมา ซึ่งเป็นการกระทำความผิดและทำให้รัฐเสียหาย ส่งผลให้เกษตรกรผู้ปลูกกระเทียมในประเทศไทยได้รับความเดือดร้อน จึงได้มีการเข้มงวดในการอนุญาตและมีการตรวจสอบอย่างรัดกุม โดยการขออนุญาตนำหรือสั่งอาหารเข้ามาในราชอาณาจักร นอกจากจะต้องแนบหลักฐานเกี่ยวกับการจดทะเบียนนิติบุคคล ทะเบียนการค้าหรือทะเบียนพาณิชย์แล้ว ยังต้องมีสถานที่เก็บอาหารที่เหมาะสม ตลอดจนเอกสารต่างๆที่กำหนดไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น ยังมีข้อให้ผู้รับอนุญาตพึงปฏิบัติคือ ต้องแสดงใบอนุญาตหรือใบแทนใบอนุญาต แล้วแต่กรณีไว้ในที่เปิดเผยเห็นได้ง่าย ณ สถานที่นำเข้าซึ่งอาหารที่ระบุไว้ในใบอนุญาต ต้องติดหรือจัดทำป้ายแสดงว่าเป็นสถานที่นำเข้าหรือสั่งอาหารเข้ามาในราชอาณาจักร สถานเก็บอาหาร เป็นต้น ทั้งยังต้องรักษาบริเวณสถานที่เก็บอาหารให้อยู่ในสภาพเดิมตรงตามที่ได้รับอนุญาต ตลอดจน รักษาความสะอาดอยู่เสมอ จัดให้มีแสงสว่าง และการถ่ายเทอากาศอย่างเพียงพอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น หากบริษัท บริบูรณ์อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด ได้ทำการแจ้งขอรับคืนกระเทียมแห้งที่ถูกตรวจค้นจับกุมในพื้นที่บ้านบางทรายใหญ่ อ.เมืองมุกดาหาร เมื่อวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยกล่าวอ้างว่าได้รับอนุญาตเข้ามาในราชอาณาจักรจริง ทั้งที่ไม่ได้มีการขออนุญาตเก็บกระเทียมไว้ในบ้านเลขที่ดังกล่าว และทางกลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภคและเภสัชสาธารณสุขมุกดาหาร ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่ก็ไม่เคยได้รับแจ้งเช่นกัน การกระทำดังกล่าวจึงถือเป็นความผิดตามมาตรา 20 และ 53 แห่ง พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ.2522 ซึ่งผู้ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมาย ให้ความเห็นว่า การที่เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรมุกดาหารปล่อยกระเทียมแห้งจำนวน 96 กระสอบ คืนให้แก่ผู้รับมอบอำนาจจากบริษัท บริบูรณ์อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด ไปอย่างรวดเร็วในคืนวันที่มีการตรวจค้นจับกุม โดยไม่ตรวจสอบอย่างรัดกุม ทั้งที่มีความไม่ปกติมากมายหลายอย่างทั้งในเรื่องว่า บริษัทดังกล่าวเป็นเจ้าของจริงหรือไม่ ได้ทำการตรวจแยกแยะกระเทียมที่กองรวมกันอยู่ที่ด่านศุลกากรอย่างไรจึงรู้ว่ากระเทียมส่วนใดถูกลักลอบนำเข้า ส่วนใดเป็นของบริษัทที่กล่าวอ้างเป็นเจ้าของ เนื่องจากเป็นกระเทียมที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันและถูกขนถ่ายเคลื่อนย้ายจากเรือขึ้นมาเก็บในบ้าน และมีการขนใส่รถยนต์จากบ้านมาเก็บไว้ที่ด่านศุลกากรถึง 2 ขั้นตอน ย่อมมีการปะปนกัน การที่ด่านศุลกากรมุกดาหารสามารถแยกแยะกระเทียมและส่งคืนได้โดยทันที จึงเป็นเรื่องที่ไม่นาเชื่อถือว่าจะทำได้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ สถานที่เก็บกระเทียมแห้งก็ไม่ถูกต้องตามที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร และกองควบคุมอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา จึงเป็นข้อพิรุธไม่น่าเชื่อว่า กระเทียมแห้งในบ้านหลังดังกล่าวจะเป็นของบริษัท บริบูรณ์อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด อีกทั้ง เหตุดังกล่าวยังถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายหลายบท รวมทั้งตาม พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ.2522 ด้วย การที่ดำเนินการปล่อยผู้ต้องหาและของกลางไป จึงอาจจะเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบทำให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งการที่ด่านศุลกากรไม่ยอมเปิดเผยตัวบุคคลและเอกสารที่นำมาใช้อ้างอิงและรับกระเทียมแห้งทั้ง 96 กระสอบคืนไป ทำให้สาธารณชนเคลือบแคลงใจว่ามีการปิดบังอำพรางซ่อนเร้นการกระทำความผิดหรือประพฤติมิชอบไว้หรือไม่อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การลักลอบนำเข้ากระเทียมเถื่อนและสิ่งของผิดกฎหมายด้านจังหวัดมุกดาหารมีการทำกันมาอย่างยาวนาน สร้างความเสียหายสูญเสียรายได้จากการจัดเก็บภาษีในแต่ละปีนับร้อยนับพันล้านบาท โดยมีปัจจัยที่หนุนเสริมจากเจ้าหน้าที่รัฐซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวข้องในการป้องกันปราบปราม หลายหน่วยวางเฉยไม่ยอมปฏิบัติหน้าที่ราวกับว่าได้รับผลประโยชน์ด้วย จึงทำให้ขบวนการค้าของเถื่อนในจังหวัดมุกดาหารเป็นขบวนใหญ่ทรงอิทธิพล เมื่อคนในขบวนการค้าของเถื่อนมีปัญหาก็จะมีหน่วยงานราชการที่รับผิดชอบในพื้นที่ออกหน้ารับเคลียร์ให้ดังที่ปรากฏเป็นข่าวทางสื่อสารมวลชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยความละเลย ละเว้น วางเฉย ปิดบัง ซ่อนเร้น ไม่โปร่งใส ไม่ยอมปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง จึงควรที่รัฐบาลและหน่วยงานผู้บังคับบัญชาในส่วนกลาง ต้องจัดการบังคับให้มีการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายอย่างเข้มแข็ง และจริงจัง โดยควรล้างบางเจ้าหน้าที่ที่วางเฉย ปล่อยให้มีการกระทำผิดกฎหมายอย่างโจ่งแจ้ง และให้เจ้าหน้าที่ที่มีความตั้งใจปฏิบัติหน้าที่จริงจัง เพื่อมิให้เกิดความเสียหายแก่รัฐเพิ่มมากขึ้นต่อไปอีก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18574</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระเทียมเถื่อนล่องหน, ขนกระเทียมข้ามแม่น้ำโขง, นายด่านศุลกากรมุกดาหาร, บริษัท บริบูรณ์ อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด, ลักลอบขนกระเทียมเถื่อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180927/image_big_5bacbf6e1e4af.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18402</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2018 16:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2018 16:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กระเทียมเถื่อน&#039; ล่องหน96กระสอบ ศุลกากรอ้างเฉยคืนผู้ประกอบการแล้ว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระเทียมเถื่อนล่องหน ทหารบุกจับขณะลักลอบขนข้ามแม่น้ำโขงจากฝั่งสปป.ลาวเข้าฝั่งไทยในยามวิกาล แต่ข้องใจจนท.ศุลกากรลงบันทึกตรวจยึดไว้แค่ 100 กระสอบทั้งที่นับได้ 196 กระสอบ นายด่านศุลกากรอ้างส่งคืนผู้ประกอบการมีใบอนุญาตนำเข้ากระเทียม 96 กระสอบ ส่วนกระเทียมของกลางต้องรีบจำหน่ายหวั่นเน่าเสีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ย.61 -&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เนื่องจากเมื่อวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา ร.อ.จำรัส บุตรสุรีย์ กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดมุกดาหาร ร่วมกับ ร.ท.พรพิทักษ์ กุลงามกิ่ม ผบ.ร้อยทหารพรานที่ 2110 มุกดาหาร ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ทหารเข้าจับกุมขบวนการลักลอบนำเข้ากระเทียมแห้งจากประเทศ สปป.ลาว โดยใช้เรือหางยาวเหล็กขนาดใหญ่บรรทุกกระเทียมแห้งข้ามแม่น้ำโขงมาส่งที่บริเวณริมฝั่งบ้านบางทรายใหญ่ ตำบลบางทรายใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร จากนั้นได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณ 20 คน ช่วยกันแบกขึ้นฝั่งมาเก็บไว้ในบ้านเลขที่ 4 หมู่ 1 บ้านบางทรายใหญ่ ซึ่งอยู่ติดกับตลิ่งริมฝั่งแม่น้ำโขง โดยเจ้าหน้าที่สามารถเข้าจับกุมผู้ลักลอบขนกระเทียมแห้งได้ 2 คนคือนายไพวัลย์ สุวรรณศรี และนายชัยมงคล ทองผา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ต้องหาทั้งสองคนให้การรับสารภาพว่า รับจ้างขนกระเทียมขึ้นฝั่งโดยเข้าไปเก็บไว้ในบ้านหลังดังกล่าวได้ค่าจ้างกระสอบละ 10 บาท เจ้าหน้าที่ทหารได้เข้าตรวจค้นภายในบ้านพบกระเทียมแห้งจำนวน 196 กระสอบ น้ำหนักกระสอบละ 20 กิโลกรัม จึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรมาดำเนินการตรวจสอบ แต่เมื่อมีการนำกระเทียมแห้งดังกล่าวมาเก็บรักษาไว้ที่ด่านศุลกากรมุกดาหาร ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ศุลกากรได้ทำบันทึกตรวจยึดไว้เพียง 100 กระสอบ น้ำหนัก 1,800 กิโลกรัม โดยมีกระเทียมหายไป 96 กระสอบ ทั้งยังบันทึกน้ำหนักขาดไปกระสอบละ 2 กิโลกรัม ทำให้น้ำหนักกระเทียมแห้งขาดหายไปหลายร้อยกิโลกรัม จนเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมรู้สึกอึดอัดใจที่เจ้าหน้าที่ศุลกากรทำการบันทึกไม่ตรงกับความเป็นจริง และเกรงว่าหากเป็นการกระทำที่มิชอบจะทำให้ตกเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดด้วย เนื่องจากไม่แน่ใจว่าเจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรได้ดำเนินการตรวจยึดอย่างถูกต้อง หรือจะทำให้ถูกมองว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเอาของกลางไปโดยไม่ทำการตรวจยึดดำเนินคดีหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประพันธ์ จันทร์ไทยศรี นายด่านศุลกากรมุกดาหาร กล่าวว่า กระเทียมแห้งที่ตรวจยึดและนำมาเก็บไว้ที่ด่านศุลกากรนั้น เป็นขั้นตอนการนำมาตรวจสอบว่าเป็นกระเทียมแห้งที่นำเข้าโดยเสียภาษีศุลกากรถูกต้อง หรือลักลอบนำเข้าผิดกฎหมาย โดยตรวจนับได้จำนวน 196 กระสอบจริง แต่ขณะเจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้มีผู้รับมอบอำนาจของบริษัท บริบูรณ์ อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด ได้นำหนังสืออนุญาตนำเข้ากระเทียมจากต่างประเทศจำนวน 750 กระสอบ น้ำหนัก 15,000 กิโลกรัม ลงวันที่ 18 กันยายน 2561 มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรว่า กระเทียมที่ถูกนำมาตรวจสอบเป็นกระเทียมแห้งนำเข้าโดยได้รับอนุญาตรวมอยู่ด้วยจำนวน 96 กระสอบ และสอบถามผู้ลักลอบขนกระเทียมที่ถูกจับกุมทั้งสองคน ก็ให้การว่าขนกระเทียมแห้งเข้ามาเก็บไว้ในบ้านเพียง 100 กระสอบ เจ้าหน้าที่ศุลกากรจึงได้ทำบันทึกตรวจยึดไว้เพียงจำนวน 100 กระสอบ และคืนให้แก่บริษัท บริบูรณ์ อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด ไปจำนวน 96 กระสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประพันธ์ กล่าวว่า ในส่วนที่มีการระบุไว้ในบันทึกการตรวจค้นจับกุมว่ายึดกระเทียมแห้งของกลางจำนวน 100 กระสอบ น้ำหนักรวม 1,800 กิโลกรัม หรือ กระสอบละ 18 กิโลกรัม ทั้งที่ในหนังสือขออนุญาตนำเข้ากระเทียมแห้งบันทึกว่ามีน้ำหนักกระสอบละ 20 กิโลกรัมนั้น เป็นการที่เจ้าหน้าที่ศุลกากรใช้วิธีคาดคะเนน้ำหนักเอง เพราะเมื่อเก็บไว้นานน้ำหนักก็จะลดลง ซึ่งโดยทั่วไปน้ำหนักกระเทียมแห้งก็จะอยู่ระหว่างกระสอบละ 18-20 กิโลกรัม ทั้งนี้ กระเทียมของกลางที่ตรวจยึดได้จำหน่ายออกไปแล้ว เหตุที่ต้องจำหน่ายโดยทันทีหลังการตรวจยึดเพราะเป็นสิ่งของที่เน่าเสียได้ง่าย โดยเป็นการจำหน่ายให้กับส่วนราชการ ไม่ได้จำหน่ายให้กับผู้ประกอบการค้ากระเทียม เพื่อป้องกันการนำมาหมุนเวียนในตลาดอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในคดีดังกล่าวทางศุลกากรมีการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาอย่างเต็มที่ว่าร่วมกันกระความผิดโดยนำกระเทียมแห้งเข้ามาในราชอาณาจักรโดยยังไม่เสียภาษี ยังไม่ได้ผ่านศุลกากรโดยถูกต้อง ซึ่งผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพ และยอมยกกระเทียมแห้งของกลางจำนวน 100 กระสอบ ให้ตกเป็นของแผ่นดิน และยินยอมเสียค่าปรับสองเท่าของราคากระเทียมแห้งรวมเป็นจำนวนเงิน 86,400 บาท คดีจึงเป็นอันระงับไม่ต้องส่งฟ้องต่อไป ส่วนใครเป็นผู้มารับกระเทียมทั้ง 96 กระสอบ และใช้เอกสารใดมาแสดงความเป็นเจ้าของที่นำเข้าโดยผ่านศุลกากรโดยถูกต้องไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะอาจจะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมเป็นคนตรงไปตรงมาไม่มีนอกมีใน ปฏิบัติตามระเบียบกฎหมายทุกอย่าง และหากพบว่ามีผู้ใต้บังคับบัญชาเข้าไปเกี่ยวข้องหรือมีส่วนร่วมในการกระทำความผิดหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบจะดำเนินการทางคดีและทางวินัยอย่างเด็ดขาดทันที&amp;quot;&amp;nbsp;นายประพันธ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่เจ้าหน้าที่ร่วมตรวจค้นจับกุมยังคงตั้งข้อสงสัยว่า การระบุน้ำหนักให้น้อยลงจากน้ำหนักบรรจุภัณฑ์ตามปกติและมีระบุในเอกสารขออนุญาตนำเข้าว่ากระสอบละ 20 กิโลกรัม ให้เหลือเพียง 18 กิโลกรัม จนทำให้น้ำหนักขาดหายไปหลายร้อยกิโลกรัม โดยไม่ทำการชั่งน้ำหนักให้ตรงกับความเป็นจริงจะเป็นการช่วยเหลือให้ผู้ลักลอบขนกระเทียมแห้งให้ได้รับโทษหรือเสียค่าปรับน้อยลง และการรีบคืนกระเทียมแห้งให้แก่ผู้อ้างตนเป็นเจ้าของกระเทียมโดยทันทีทั้งที่ยังไม่มีการพิสูจน์ตามหลักวิชาการ หรือตรวจสอบเอกสารกำกับที่แสดงชนิด ขนาด แหล่งที่มา และสถานที่จัดเก็บอย่างชัดเจนว่ากระเทียมแห้งที่กองอยู่รวมกันในบ้านหลังเกิดเหตุในขณะเข้าตรวจค้น มีวิธีการพิสูจน์หรือแยกแยะอย่างไรว่าส่วนใดเป็นการลักลอบ และส่วนใดนำเข้าโดยผ่านศุลกากร จะเป็นการกระทำที่ถูกต้องหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18402</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระเทียมเถื่อนล่องหน, กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย, ขนกระเทียมข้ามแม่น้ำโขง, จังหวัดมุกดาหาร, ทหารจับกระเทียมเถื่อน, นายด่านศุลกากรมุกดาหาร, ลักลอบขนกระเทียมเถื่อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180925/image_big_5ba9fb527a378.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
