<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>62209</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2020 21:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไล่ล่าพรานพม่า ดวลกันสนั่นป่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 พรานป่าชาวพม่าลักลอบล่าสัตว์ในป่าสงวนวังใหญ่ เจ้าหน้าที่สกัดจับ เจอปืนยิงใส่ ดีที่ไม่ถูกใคร รวบได้ 1 คนพร้อมซากตะกวด ลิงลม กระรอก ส่วนอีก 4 หลบหนีไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 5 เมษายนนี้ นายไพโรจน์ เขียวแก้ว หัวหน้า นปพ.ที่ 12/หน.หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ กจ.1 อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี นายณรงค์ บุญรักษา ผช.หน.หน่วย กจ.1 พ.ต.อ.สมเกียรติ โฉมฉาย ผกก.สภ.ไทรโยค ได้รับรายงานว่ามีกลุ่มคนลักลอบล่าสัตว์ป่า บริเวณป่าห้วยวายอ หมู่ที่ 2 ตำบลบ้องตี้ ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติวังใหญ่-แม่น้ำน้อย จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ป่าไม้ จนท.อุทยานฯ ไทรโยค ปกครอง ทหาร ฉก.ลาดหญ้า จนท.บก.ปทส. ตร.สภ.ไทรโยค ตชด.136 เข้าตรวจสอบ โดยเมื่อเดินทางเข้าไปบริเวณที่ได้รับแจ้ง ดักซุ่มตามเส้นทางเข้าป่า พบกลุ่มบุคคลเป็นชาย 5 คน สะพายอาวุธปืนยาวครบทุกคน เดินมาตามเส้นทางลำลองจากป่า มุ่งหน้าเข้าสู่หมู่บ้านบ้องตี้ล่าง จึงได้ส่งสัญญาณให้หยุด พร้อมแสดงตนเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ แต่ชายทั้ง 5 ได้พากันวิ่งหลบหนีเข้าป่า และใช้อาวุธปืนยาวยิงใส่เจ้าหน้าที่ 1 นัด กระสุนไม่ถูกใคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะเจ้าหน้าที่ได้วิ่งติดตามคนร้าย พร้อมใช้อาวุธปืนยิงขู่ขึ้นฟ้า แต่พรานป่าทั้ง 5 คน ได้แยกกันวิ่งหลบหนีเป็น 2 กลุ่ม และใช้อาวุธปืนยิงใส่คณะเจ้าหน้าที่อีก 1 นัด เจ้าหน้าที่จึงยิงโต้ตอบ พร้อมกับวิ่งไล่และสามารถจับกุมได้ 1 คน ชื่อนายนาทู ไม่มีนามสกุล สัญชาติพม่า อายุ 30 ปี อยู่บ้านบ้องตี้ล่าง หมู่ที่ 2 ต.บ้องตี้ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี พร้อมอาวุธปืนยาวขนาด .22 ยี่ห้อ CZ 455 หมายเลขทะเบียน กท.6159069 มีกระสุนในรังเพลิง 1 นัด กระสุนอยู่ในแม็กกาซีนอีก 5 นัด ตรวจสอบภายในกระสอบปุ๋ย ที่ทำเป็นเป้สะพายหลัง พบกระสุนปืนลูกซองเบอร์ 12 จำนวน 21 นัด และซากสัตว์ป่า ประกอบด้วย ตะกวด 1 ซาก ลิงลมหรือนางอาย 1 ซาก กระรอกป่า 6 ซาก รวมทั้งอุปกรณ์ยังชีพในป่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สอบสวนเบื้องต้น นายนาทูซึ่งฟังและสามารถพูดภาษาไทยได้ดี สารภาพว่า ตนและพวกที่หลบหนีชักชวนกันเข้าป่าห้วยวายอ ทำการล่าสัตว์ตั้งแต่กลางดึกวันที่ 3 เม.ย. โดยพักแรมในป่าบริเวณแนวชายแดนไทย-เมียนมา ก่อนออกมาพบเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ได้นำนายนาทูพร้อมของกลางซากสัตว์ป่า อาวุธปืน กระสุน ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ไทรโยค ดำเนินคดี และติดตามกลุ่มผู้กระทำผิดที่หลบหนีอีก 4 คน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62209</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดวลสนั่นป่า, ป่าสงวนวังใหญ่, พรานป่าชาวพม่า, ลักลอบล่าสัตว์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200405/image_big_5e89df1f86b6f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15651</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2018 14:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2018 14:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบ 2 พรานป่าลักลอบล่าสัตว์เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยทับทันห้วยสำราญ  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค.61 -&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ รายงานว่า ชุดปฏิบัติการวัดเขาศาลา อ.บัวเชด จ.สุรินทร์ ได้รับแจ้งว่า มีชาวพรานป่าใจบาป จำนวนหนึ่ง กำลังเข้ามาลักลอบล่าสัตว์ เพื่อนำไปจำหน่าย อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยทับทันห้วยสำราญ &amp;nbsp;ชายแดน ไทย-กัมพูชา ด้าน จ.สุรินทร์ &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการวัดเขาศาลา โดยการนำของ ด.ต.สามทิศ ลาพัน ผบ.หมู่ ต.ช.ด.214 พร้อมกับพระสงฆ์วัดเขาศาลา &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธ์สัตว์ และทหาร ร.227 พัน ร.22 ,ทหารพราน 2606 ทพ.กรม 26 &amp;nbsp;และจิตอาสา ลาดตระเวณเข้าตรวจสอบในพื้นที่ๆได้รับแจ้ง จากนั้นได้พบเห็น พรานป่ากำลังล่าสัตว์ป่าอยู่จำนวน 2 คน เจ้าหน้าที่ได้เข้าแสดงตัวเข้าจับกุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ได้ผู้ต้องหาเป็นชาย 2 &amp;nbsp;คน &amp;nbsp;ประกอบด้วย นายพูน ทนทาน อายุ 55 ปี อยุ่บ้านเลขที่ 94 บ้านการละแวก ต.เทพรักษา องสังขะ จ.สุรินทร์ และ นายอนุรักษ์ ศิลางาม อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 24 บ้านคะนา ต.ตาตุม อ.สังขะ จ.สุรินทร์ พร้อมของกลาง เป็นซากอีเห็นลายเสือ 3 ซาก และ ปืนยาวไทยประดิษฐ์ (ปืนแก๊ป) จำนวน 1 กระบอก ลูกตะกั่ว และ แก๊ป 1 ขวด ถุงย่ามสำหรับใส่ตะกั่ว และขวดแก๊ป จำนวน 1 ถุง
&amp;nbsp;
โดยผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ให้การรับสารภาพ จึงถูกจับกุมดำเนินคดีในข้อหากระทำความผิดตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า 2535 ล่าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา 16 , 47 เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการวัดเขาศาลา อ.บัวเชด จ.สุรินทร์ จึงควบคุมตัว ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน พร้อมของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน ไป สภ.บัวเชด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15651</URL_LINK>
                <HASHTAG>จับพรานป่า, ลักลอบล่าสัตว์, สุรินทร์, เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยทับทันห้วยสำราญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180818/image_big_5b77c639a37b3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6574</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เห็นแย้งอัยการ&#039;5ข้อหา&#039; &#039;ศรีวราห์&#039;โยนศาลชี้ขาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ศรีวราห์&amp;rdquo; เผยรออัยการส่งหนังสือถามความเห็นสั่งไม่ฟ้อง &amp;quot;เปรมชัย&amp;quot; 5 ข้อหา ยันเห็นแย้งในทุกประเด็น ลั่นถ้าพยานหลักฐานไม่ครบดันทุรังฟ้องไม่ได้ แนะควรเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทุกข้อหาให้ศาลเป็นผู้ชี้ขาด โฆษกกรมอุทยานฯ รับได้สั่งฟ้อง 6 ข้อหาที่เหลือเป็นคดีประกอบ อธิบดีอัยการภาค 7 แจงใช้ดุลยพินิจและพยานหลักฐานที่ปรากฏไม่มีหมกเม็ดหรือเข้าข้างใคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันที่ 5 เมษายน &amp;nbsp; พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. กล่าวถึงกรณีที่อัยการภาค 7 ไม่สั่งฟ้อง 5 ข้อหา นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร บ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน ) กับพวก ร่วมกันลักลอบล่าสัตว์ว่า อำนาจในการฟ้อง-ไม่ฟ้องเป็นอำนาจของพนักงานอัยการ เราต้องเคารพในอำนาจหน้าที่ของท่าน แต่ในส่วนความเห็นของเรา ทางอัยการต้องถามมาว่าเรามีความเห็นอย่างไร ซึ่งถ้าไม่ถามเราก็คงไม่ตอบ แต่ถ้ามีหนังสือถามมาเราก็คงกราบเรียนไปตามแนวทางเดิม คือมีความเห็นสั่งฟ้องทุกข้อหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ขณะนี้ทางอัยการภาค 7 ยังไม่ได้ส่งหนังสือสอบถามมา หากมีหนังสือมาก็จะมีการเรียกทาง บช.ภ.7 มาประชุมหารือกัน แต่ต้องรอเอกสารที่เป็นทางการก่อน การยื่นแย้งไม่มีกรอบระยะเวลา แต่ต้องอยู่ในอายุความ แต่ถ้ามีหนังสือมาทางเรา ใช้เวลาแค่ 2 ชั่วโมงก็น่าจะดำเนินการเสร็จ ส่วนกรณีแย้งเราคงเห็นแย้งในทุกประเด็นที่สั่งไม่ฟ้อง เช่น ข้อหาพยายามล่าสัตว์ นายธานี ทุมมา เอาปืนใครไปล่า คุณธานีไม่ได้เอานิ้วไปยิง เอาเป็นปืนของนายเปรมชัย กรรณสูต ไปยิง ซึ่งในความเห็นของผม ถ้าไม่ผิดเรื่องตัวการก็เป็นความผิดฐานสนับสนุน เรามั่นใจมาตลอดว่าพยานหลักฐานเพียงพอต่อการฟ้อง ส่วนกรณีที่อัยการสั่งไม่ฟ้องเป็นดุลพินิจของท่าน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า การเข้าไปในอุทยาน นายวิเชียร ชิณวงษ์ ไม่มีสิทธิ์อนุญาต อำนาจอนุญาตเป็นของอุทยานเขตบ้านโป่ง หรือ ผอ.สำนัก ในกรุงเทพฯ ประเด็นนี้ทางกรมอุทยานฯ ยืนยันมา ซึ่งประกอบกับกรณีนี้ทางรัฐเป็นผู้เสียหายค่าธรรมเนียมไม่ได้เก็บทางเราจึงต้องยืนยันฟ้องไป กรณีที่ทางอัยการเรียกค่าเสียหายทางแพ่งประมาณกว่า 4 แสนบาท ตรงนี้เป็นในส่วนตัวเสือ แต่ยังมีในส่วนของระบบนิเวศให้ทางกรมอุทยานฯ ไปฟ้องเอง แม้ไม่มีบทกำหนดโทษ แต่ถ้าทางอาญาศาลชี้ว่าเป็นความผิด โอกาสเรียกค่าเสียหายของทางกรมอุทยานฯ ก็จะมีสูงขึ้นเยอะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การจะฟ้องคดีใดไม่ฟ้องคดีใดเป็นเรื่องของอัยการ แต่เราต้องทำความเห็นไปให้ดีที่สุด ส่วนที่เหลือสำนวนคดีงาช้าง และสำนวนคดีรับสินบน เราไม่มีความหวั่นใจ ทางอัยการรับสำนวนไปตั้งแต่วันที่ 30 มี.ค. จากนี้ต้องรอว่าทางอัยการจะว่าอย่างไร เรามั่นใจทุกสำนวน หากฟ้องไม่ได้ก็ไม่สั่งไปตั้งแต่ต้นอยู่แล้วผมไม่อายหรอก ถ้ารวบรวมพยานหลักฐานไม่ครบแล้วไปดันทุรังฟ้องเขาไม่ได้ ถ้าหลักฐานพอมีก็ควรเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทุกข้อหา กระบวนการยุติธรรมต้องไปสิ้นสุดที่ศาลเป็นผู้ชี้ขาด&amp;quot; พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมโภชน์ มณีรัตน์ โฆษกกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงกรณีอัยการภาค 7 มีความเห็นสั่งฟ้องนายเปรมชัย 6 ข้อหา จาก 11 ข้อหาว่า สำหรับ 6 ข้อหาที่อัยการสั่งฟ้องนายเปรมชัย ถือเป็นคดีหลักที่มีความครอบคลุมในการทำความผิด ส่วนที่เหลือถือเป็นคดีประกอบ ซึ่งศาลจะพิจารณาคดีหลักที่มีโทษสูงเป็นหลัก จึงถือว่าเรายอมรับได้ ส่วนค่าเสียหายทางคดีอาญาเกี่ยวกับเสือดำที่ถูกยิงตาย จำนวน 4.6 แสนบาทนั้น คงเป็นการคำนวณเฉพาะในส่วนของเสือดำ ซึ่งกรมอุทยานฯ ยังต้องดำเนินการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งคู่ขนานไปกับในส่วนของคดีอาญาด้วย โดยคณะกรรมการพิจารณาคิดคำนวณค่าเสียหายทางแพ่ง กรมอุทยานฯ จะมีการพิจารณาคิดวิเคราะห์ค่าเสียหายต่อระบบนิเวศประกอบเพื่อดำเนินการต่อไป&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางสมศรี วัฒนไพศาล อธิบดีอัยการภาค 7 เปิดเผยว่า หลังจากเมื่อวันที่ 4 เม.ย. อัยการแถลงสรุปความเห็นสั่งฟ้องนายเปรมชัย 6 ข้อหา จาก 9 ข้อหา ขั้นตอนจากนี้ต้องส่งความเห็นไปยังผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ว่าจะมีความเห็นแย้งกับอัยการหรือเห็นพ้อง ซึ่งขั้นตอนทั้งหมดต้องทำให้แล้วเสร็จก่อนครบกำหนดฝากขัง 7 ผลัด ซึ่งคดีนี้จะครบกำหนดฝากขังผลัดที่ 6 ในวันที่ 7 เม.ย.นี้ แต่อัยการจะต้องยื่นคำร้องขอฝากขังครั้งที่ 6 ในวันที่ 5 เม.ย. เนื่องจากวันที่ 6 และ 7 เม.ย. จะติดช่วงวันหยุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ความเห็นของคณะทำงานอัยการได้ใช้ดุลยพินิจในฐานะของนักกฎหมายและพยานหลักฐานที่ปรากฏ พร้อมกับระมัดระวังความรู้สึกของประชาชนที่รู้สึกสูญเสียเสือดำซึ่งถือเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ยอมรับว่าก่อนหน้านี้นายเปรมชัยได้ยื่นคำร้องขอความเป็นธรรมเข้ามา แต่อัยการก็พิจารณาข้อเท็จจริงทางสำนวนของพนักงานสอบสวนด้วย ยืนยันว่าคณะทำงานอัยการคดีนี้ไม่ได้ประวิงเวลา พร้อมจะตอบคำถามสังคมได้ทุกประเด็น เพื่อให้ประชาชนคลายความกังวลว่าคดีนี้อัยการไม่ได้ทำงานแบบหมกเม็ดหรือเข้าข้างใครอย่างแน่นอน&amp;quot; นางสมศรีกล่าว.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6574</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีงาช้าง, คดีรับสินบน, ดันทุรังฟ้อง, ฝากขัง 7 ผลัด, พล.ต.อ.ศรีวราห์  รังสิพราหมณกุล, ลักลอบล่าสัตว์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เปรมชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180405/image_big_5ac62ffc12b42.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
