<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>88123</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/12/2020 17:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/12/2020 17:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ผบ.ฉก.นราธิวาส&#039;สั่งตรึงกำลังแนวชายแดนป้องกันใช้ช่องทางธรรมชาติเข้าไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ธ.ค.63-พล.ต.ไพศาล หนูสังข์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่15 และผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชุดควบคุมป้องกันชายแดน (ชค.ปชด) รับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับมาตรการสกัดกั้นตามแนวชายแดน โดยสั่งกำชับเพิ่มมาตรการ คุมเข้ม สกัดกั้นป้องกันการลักลอบข้ามแดนโดยผิดกฎหมายของแรงงานต่างด้าว ในช่องทางธรรมชาติให้เข้มงวด รัดกุม ในการดูแลรักษาความปลอดภัยตามลำน้ำ ตลอดตะเข็บแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการลักลอบของผู้ที่มีเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) เข้ามาในประเทศไทยได้โดยเด็ดขาด ซึ่งขณะนี้ประเทศไทย กำลังเผชิญกับการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) รอบที่ 2 ให้หน่วยในพื้นที่บูรณาการ กำลังทุกภาคส่วน และประชาชนในพื้นที่มีส่วนร่วมในการป้องกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ได้เน้นย้ำกำลังพลที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ให้ปฎิบัติตัวอย่างเคร่งครัด การ์ดห้ามตก ตามวิถี New Normal ใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือ รักษาระยะห่างทางสังคม หลีกเลี่ยงไปสถานที่ที่มีความเสี่ยงสูง และสื่อสาร ให้ถึงประชาชนขอให้ประชาชนตระหนัก แต่ไม่ตื่นตระหนก เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของ โควิด-19 ให้มีประสิทธิภาพต่อไป &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88123</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉก.นราธิวาส, ช่องทางธรรมชาติ, พล.ต.ไพศาล หนูสังข์, ลักลอบเข้าประเทศ, แนวงทางแดน, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201227/image_big_5fe85ece508c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87632</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/12/2020 01:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พท.ขู่ซักฟอกซัดรัฐบาลประมาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พท.&amp;quot; ขู่! ซักฟอกรัฐบาลประมาททำโควิดระบาดรอบใหม่ ซัดเลินเล่อปล่อยแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าประเทศ &amp;quot;เจ๊หน่อย&amp;quot; จี้รัฐเร่ง 3 มาตรการด่วนป้องกันแพร่กระจาย &amp;quot;ส.ส.ก้าวไกล จ.สมุทรสาคร&amp;quot; ขออย่าหาแพะรับบาป &amp;quot;แรมโบ้&amp;quot; แจงนายกฯ ทำงานหนักเพื่อประชาชน&amp;nbsp; วอนอย่าตำหนิอย่างเดียวให้ช่วยกันแก้ปัญหา &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; ประกาศกักตัวโควิด 14 วัน หลังลงหาเสียงพื้นที่เสี่ยง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 รอบใหม่ว่า เรื่องนี้ตนเห็นว่าเป็นความประมาทเลินเล่อและสะเพร่าของฝ่ายรัฐบาลที่ปล่อยปละละเลย ทั้งที่จริงๆ แล้วทางสาธารณสุขมีมาตรการจัดการที่ชัดเจน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเราเห็นได้ว่ามีการนำเข้ามาจากชายแดนโดยเฉพาะด่านธรรมชาติ ฟ้องได้ชัดเจนว่าแทนที่จะเข้มงวดกับการเข้าสู่ประเทศของเรา แต่กลับปล่อยปละละเลยจนกระทั่งเกิดเหตุนี้ขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รัฐบาลจะต้องรับผิดชอบ อยากฝากไว้ว่าถ้าเรามีรัฐบาลอย่างนี้เราก็ต้องช่วยเหลือตัวเองเป็นหลัก มาตรการต่างๆ ที่จะป้องกันไม่ให้ติดเชื้อไม่ว่าจะเป็นเรื่องการใส่หน้ากากอนามัย การล้างมือ ประชาชนต้องระมัดระวังช่วยตัวเองเป็นหลัก&amp;quot; นพ.ชลน่านกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าจะนำการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ครั้งนี้ไปอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในปีหน้าหรือไม่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ก็เป็นประเด็นที่ถือว่าประเทศเสียหายมาก ทีมงานต้องนำมาพิจารณาว่าสมเหตุสมผลหรือไม่ เพราะผลกระทบมันเยอะมาก ถ้ามีการล็อกดาวน์อีกรอบคงจะเสียหายหนัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในวันที่ 22 ธ.ค. คณะทำงานของพรรคเพื่อไทยจะมีการประชุมว่าจะกำหนดประเด็นอะไรในการอภิปรายที่จะถึง&amp;quot; ส.ส.เพื่อไทยรายนี้ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรค พท.กล่าวว่า สถานการณ์การระบาดโควิด-19 รอบที่สอง พรรคมีความกังวลในการคัดกรองแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาอย่างผิดกฎหมาย มีความห่วงใยในการดูแลสถานการณ์ของ&amp;nbsp; ผอ.ศบค.ที่ไร้ประสิทธิภาพในการจัดการปัญหา ทั้งมิติด้านความมั่นคงและหลักสุขภาพ การมีอยู่ของ ศบค.สะท้อนการรวมศูนย์อำนาจ แต่ยังหาผู้รับผิดชอบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ แรงงานต่างด้าวที่หลบหนีจากประเทศเพื่อนบ้านมีผู้ติดเชื้อสูงสุด การเฝ้าระวังตามแนวชายแดนเป็นสิ่งสำคัญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พรรคเข้าใจในสถานการณ์เป็นอย่างดี ขอให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์, อสม. และอยากให้ประชาชนตระหนักในมาตรการป้องกัน แม้รัฐบาลจะการ์ดตกไปบ้าง แต่ประชาชนอย่าการ์ดตก ส่วนการล็อกดาวน์เราเป็นห่วงว่าจะกระทบกับเศรษฐกิจในไตรมาส 4 ควรจำกัดวงในการล็อกดาวน์ เพื่อให้ผลกระทบทางเศรษฐกิจเกิดน้อยที่สุด&amp;quot; โฆษกพรรค พท.ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ สมาชิกกลุ่มสร้างไทย โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง &amp;quot;เราพลาดไม่ได้อีกต่อไปแล้ว 3&amp;nbsp; มาตรการที่ต้องรวดเร็ว เร่งด่วน รัดกุม เพื่อรับมือการ ระบาดโควิด-19 รอบใหม่&amp;quot; โดยสรุประบุว่า &amp;quot;ขอบอกอย่างตรงไปตรงมาเราพลาดไม่ได้อีกต่อไปแล้ว จึงขอเสนอ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp; มาตรการเร่งด่วนที่ต้องทำทันที ทำให้เร็วอย่างเข้มข้นและรัดกุมมากที่สุด คือ 1.ล็อกดาวน์จริงจังป้องกันการแพร่ข้ามอำเภอ ข้ามจังหวัด 2.เข้มข้นตรวจตรา เฝ้าระวังชายแดน&amp;nbsp; และ 3.ปูพรมตรวจเชื้อทุกจังหวัด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายทองแดง เบ็ญจะปัก ส.ส.จังหวัดสมุทรสาคร&amp;nbsp; เขต 1 พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ขณะนี้พบผู้ติดเชื้อในจังหวัดสมุทรสาครแล้วหลายร้อยคน และมีทีท่าว่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในอัตราเร่ง จึงสร้างความกังวลให้ประชาชนอย่างสูง เพราะเพิ่งฟื้นตัวจากผลกระทบที่ผ่านมาระลอกแรก หากเศรษฐกิจฟุบอีกการสร้างความเชื่อมั่นให้กลับมาคงไม่สามารถทำได้ง่าย เว้นแต่ครั้งนี้จะมีแนวทางบริหารจัดการที่ดีขึ้นกว่าเดิม และเป็นการจัดการปัญหาอย่างเข้าใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายทองแดงกล่าวว่า สิ่งที่รัฐบาลจำเป็นต้องทำอย่างเร่งด่วนคือ สร้างการรับรู้ของประชาชนทั้งในระดับจังหวัดและระดับประเทศ ไม่สร้างแพะรับบาปเพราะไม่มีใคร อยากที่จะป่วยเป็นโรค ต้องไม่สร้างความเกลียดชังระหว่างเชื้อชาติ รวมทั้งต้องสร้างความเชื่อมั่นว่าจะมีระบบการดูแลประชาชน หากมีการล็อกดาวน์เข้มงวดขึ้นเรื่อยๆ ไม่ให้ประชาชนโดยเฉพาะในพื้นที่สมุทรสาครแห่กักตุนสินค้าอุปโภคบริโภค หน้ากาก เจลล้างมือ จนกลายเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์เข้าไปอีกเหมือนที่เคยเกิดมาแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ชี้แจงกรณีพรรคเพื่อไทยตำหนิการแก้ปัญหาสถานการณ์โควิด-19 รอบใหม่ของรัฐบาลว่า การทำงานของรัฐบาลที่ผ่านมาได้ทำงานอย่างหนัก มีมาตรการต่างๆ ที่เข้มงวดออกมาดูแลตามแนวชายแดนมาโดยตลอด เจ้าหน้าที่มีการตรวจเข้มทั้งกลางวันและกลางคืน แต่ด้วยพื้นที่ตามแนวชายแดนมีระยะทางที่ไกลจึงอาจทำให้มีการเล็ดลอดเข้ามาได้&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สถานการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ นายกฯ หรือรัฐบาล แม้แต่ประชาชนทุกคนและคนในพรรคเพื่อไทยเองไม่อยากให้เกิดขึ้น ดังนั้นคนในพรรคเพื่อไทยที่เป็นตัวแทนของประชาชนก็ต้องให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาด้วย ดีกว่าจะออกมาตำหนิรัฐบาลเพียงฝ่ายเดียว&amp;nbsp; ทั้งที่ผ่านมารัฐบาลได้ทำงานหนักในการแก้ไขปัญหานี้ และได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าสามารถทำได้เป็นอย่างดี เป็นที่ยอมรับ และในครั้งนี้ตนเองเชื่อว่ารัฐบาลยังจะสามารถบริหารจัดการได้เช่นเดียวกัน&amp;quot; นายสุภรณ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า ส.ส.พรรคพลังประชารัฐได้หารือและแสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่กำลังเกิดขึ้นในหลายจังหวัด โดยเชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะสามารถรับมือกับสถานการณ์ได้ แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือความร่วมมือของภาคประชาชน ดังนั้นจึงขอให้ประชาชนเชื่อมั่นและร่วมมือกับรัฐบาล ปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด พร้อมขอให้เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดในวงกว้างและเพื่อความปลอดภัยของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เวลานี้ขอให้ทุกฝ่ายร่วมมือกับรัฐบาล มากกว่าที่จะมาโทษกันไปมาว่าใครผิดใครถูก ซึ่งไม่ได้ก่อประโยชน์ให้กับประชาชน พร้อมเรียกร้องถึงการแสดงความคิดเห็นและข้อมูลที่ควรเป็นประโยชน์ต่อการแก้ปัญหา ไม่ใช่การสื่อสารข้อมูลที่บิดเบือนจากข้อเท็จจริงที่จะนำไปสู่การเข้าใจผิดได้&amp;quot; โฆษกพรรค พปชร.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า &amp;quot;ผมและทีมหาเสียงคณะก้าวหน้าขอกักตัวเพื่อเฝ้าสังเกตอาการโรคติดเชื้อโควิด-19 สืบเนื่องจากการที่เดินทางไปยังสมุทรสาครและหลายพื้นที่ที่พบการแพร่ระบาดของโควิด-19 เพื่อหาเสียงเลือกตั้ง อบจ.ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้เป็นบุคคลที่เสี่ยงติดเชื้อ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอเรียนให้พี่น้องประชาชนทราบว่าผมได้เข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาลทันทีที่ทราบข่าวการแพร่ระบาดครั้งใหม่ที่สมุทรสาคร และผลออกมาว่าผมไม่ได้ติดเชื้อโควิด-19 โดยผมได้แนบเอกสารยืนยันผลการตรวจมาในโพสต์นี้แล้ว อย่างไรก็ตาม ผมและทีมหาเสียงที่เดินทางไปยังพื้นที่ที่พบการระบาดของโรค จะกักตัวและเฝ้าสังเกตอาการตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุขเป็นระยะเวลา 14 วัน&amp;nbsp; โดยนับจากวันนี้เป็นต้นไป เพื่อให้ครบระยะฟักตัวของเชื้อโรค จึงเรียนมาเพื่อความสบายใจของประชาชนทุกท่าน&amp;nbsp; เราจะผ่านพ้นการระบาดระลอกใหม่นี้ไปด้วยกัน&amp;quot; นายธนาธรระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87632</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซักฟอกรัฐบาล, ประมาททำโควิดระบาดรอบใหม่, ปล่อยแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าประเทศ, ลักลอบเข้าประเทศ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แรงงานต่างด้าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201221/image_big_5fe0af62b6982.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87455</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/12/2020 18:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/12/2020 18:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป้อม&#039;สั่งลุยล้างขบวนการลักลอบขนแรงงานเข้าปท.ต้นเหตุโควิดระบาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ธ.ค.63-พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี(พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) กล่าวถึงการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิดในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร ซึ่งคาดว่านำพามาพร้อมกับกลุ่มแรงงานต่างชาติเมียนมา ที่ลักลอบเข้ามาทำงานโดยไม่ผ่านการคัดกรองว่า พล.อ.ประวิตรได้สั่งกระทรวงแรงงาน และกระทรวงมหาดไทย ประสานการทำงานกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและกระทรวงสาธารณสุข เร่งดำเนินมาตรการเชิงรุก ลงพื้นที่ตรวจสอบ คัดกรองและสนับสนุนสอบสวนโรคเข้มข้นกับแรงงานต่างชาติ ที่รวมตัวทำงานทั้งโรงงานและแหล่งพักอาศัยในพื้นที่เสี่ยงต่างๆ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงที่มาจากประเทศเมียนมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;รองนายกฯกำชับให้ร่วมกันสอบสวนทวนความแหล่งที่มาและเส้นทางขนย้ายแรงงานต่างชาติลักลอบเข้าเมืองโดยไม่ผ่านคัดกรอง ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง โดยให้ดำเนินการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาดกับขบวนการลักลอบนำพาแรงงานต่างชาติเข้าเมืองผิดกฏหมาย &amp;nbsp;โดยเฉพาะหากมีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้อง เพื่อหยุดยั้งขบวนการนำพาแรงงานเถื่อนให้ได้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.คงชีพ กล่าวว่า ขอให้ส่วนราชการในทุกพื้นที่ รวมทั้ง กทม.ร่วมกันย้ำประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักรู้ ตื่นตัวกับประชาชน ไม่ประมาทและตื่นตระหนก ร่วมป้องกันและแก้ปัญหาตามมาตรการรัฐที่กำหนด โดยเฉพาะประชาชนที่หมุนเวียนเข้าพื้นที่เสี่ยง ต้องให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการสอบสวนโรค สังเกตตนเองและเฝ้าระวัง &amp;nbsp;มีความรับผิดชอบต่อตนเองและส่วนรวมมากขึ้น การ์ดไม่ตกในมาตรการทุกกิจกรรมการรวมตัวต่างๆ ต่อเนื่องจริงจังไปด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สำหรับพื้นที่ชายแดน กองทัพได้เสริมกำลังป้องกันชายแดนทั้งทางบกและทางน้ำ รวมทั้งเพิ่มมาตรการสกัดกั้นและเฝ้าตรวจตามช่องทางต่างๆมากขึ้น โดยเฉพาะชายแดนภาคเหนือและภาคตะวันตกที่เป็นแนวยาว และมีช่องทางธรรมชาติ โดยได้ติดตั้งติดตั้งไฟส่องสว่างและกล้องวงจรปิดกว่า 40 ตัว รวมทั้งวางแนวรวดหนามกว่า 100 ช่องทาง ระยะทางกว่า 6,000 เมตร ควบคู่กับการเพิ่มกำลังชุดปฎิบัติและเครื่องมือ ลาดตระเวนกลางวันและกลางคืน ทั้งทางบก ทางน้ำและทางอากาศ พร้อมทั้งตั้งจุดตรวจภายในหมู่บ้าน ร่วมกับ ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านและอาสาสมัครสาธารณสุขประจำพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ให้ตรวจสอบคัดกรองกลุ่มเสี่ยงและบุคคลต่างด้าวลักลอบหลบหนีเข้าเมือง​ รวมทั้งได้ประสานการทำงานร่วมกับคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นจังหวัดท่าขี้เหล็ก และพื้นที่อื่น คัดกรองและกักตัวคนไทยที่เข้าไปทำงานผิดกฎหมาย เพิ่มความเข้มข้นมาตรการเฝ้าระวังป้องกันร่วมกันมากขึ้น ทั้งนี้ คนไทยที่เดินทางเข้าประเทศ ต้องเข้ามาตามช่องทางที่กำหนด และยังต้องอยู่ในมาตรการกักตัวควบคุมโรคของรัฐที่กำหนด
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87455</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, ลักลอบเข้าประเทศ, แรงงานต่างด้าว, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200106/image_big_5e12b0fe1aafa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85799</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แก๊งสาวโควิดเข้ากทม.! สธ.เผยติดเชื้อแล้ว10คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โควิดเข้า กทม.แล้ว สธ.แถลงพบป่วยโควิดลักลอบเข้าประเทศเพิ่มอีก 6 ราย เปิดไทม์ไลน์นั่งเครื่องบินเข้า กทม. 3 ราย ไปเที่ยวงานสิงห์ปาร์ค อยู่ที่เชียงราย พิษณุโลก พะเยา พิจิตร ราชบุรี และเชียงใหม่ ก๊วนเดียวกับสถานบันเทิงท่าขี้เหล็ก รวมทั้งหมดติดเชื้อ 10 ราย แนะผู้สงสัยว่าอยู่ใกล้ชิดแสดงตัวกับบุคลากรสธ. ด้าน ศบค.เผยผู้ป่วยใหม่ 18 รายจากต่างประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม ที่ศูนย์แถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร รักษาราชการแทนรองปลัด สธ. และ นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค แถลงข่าวความคืบหน้าการสอบสวนโรคผู้ป่วยโควิด-19 จากจังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย นพ.ธงชัยกล่าวว่า ขณะนี้เราพบคนไทยจำนวน 10 ราย ที่ติดเชื้อโควิด-19 มาจากจังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา โดยเข้ามาทางช่องทางธรรมชาติและเดินทางไปสถานที่ต่างๆ โดยทั้งหมดอยู่ระหว่างการกักตัวและรักษาในโรงพยาบาล อาการอยู่ในเกณฑ์ปกติ ส่วนผู้สัมผัสของผู้ป่วยทั้ง 10 ราย จากการตรวจหาเชื้อโควิด- 19 เบื้องต้นยังไม่พบว่ามีรายใดติดเชื้อ สรุปว่ายังไม่มีการติดเชื้อภายในประเทศ เป็นการนำเข้าเชื้อมา ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนมั่นใจในระบบการควบคุมป้องกันโรคว่าจะไม่เกิดการระบาดเหมือนช่วงต้นปี 2563 เนื่องจากประเทศไทยมีองค์ความรู้และประสบการณ์มากขึ้น แต่ต้องขอความร่วมมือประชาชนช่วยกันเฝ้าระวังภายในพื้นที่ของตนเองว่ามีคนไทยหรือชาวต่างชาติที่ลักลอบเข้ามาโดยไม่ได้รับการกักกัน 14 วันหรือไม่ หากพบ ขอให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุข กำนัน หรือผู้ใหญ่บ้าน มิเช่นนั้นอาจกลายเป็นผู้สัมผัสหรือเป็นผู้ติดเชื้อเองได้ และขอให้ทุกคนยังคงมาตรการป้องกันตนเองโดยการสวมหน้ากาก ล้างมือ และเว้นระยะห่าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผู้ลักลอบเข้าประเทศมีความผิดตามกฎหมาย ทั้ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง, พ.ร.บ.โรคติดต่อ และ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ทั้งนี้ ขอให้ผู้ที่ไปทำงานในต่างประเทศและจะเดินทางกลับมา มีความรับผิดชอบต่อสังคมและประเทศ ด้วยการเข้าเมืองอย่างถูกกฎหมายตามช่องทางที่วางไว้ เพื่อเข้ารับการกักกัน 14 วัน และตรวจหาเชื้อ หากพบเชื้อจะได้รับการรักษา แต่หากลักลอบเข้ามาและไปในสถานที่ต่างๆ ทำให้มีผู้สัมผัสจำนวนมาก และต้องใช้งบประมาณสูงในการดำเนินการควบคุมสอบสวนโรค ติดตามผู้สัมผัสมาตรวจหาเชื้อ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายไม่น้อยกว่า 2,000 บาทต่อราย&amp;quot; นพ.ธงชัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.โสภณกล่าวว่า ผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่มาจาก จ.ท่าขี้เหล็กประเทศเมียนมา 10 ราย แบ่งเป็นผู้ป่วยเก่าที่แถลงข่าวไปแล้ว 4 ราย คือ เพศหญิงอายุ 29 ปี ที่ จ.เชียงใหม่ เพศหญิงอายุ 26 ปี, 23 ปี และ 25 ปีที่ จ.เชียงราย จากการตรวจหาเชื้อผู้สัมผัสยังไม่พบผู้ใดติดเชื้อ โดยเฉพาะกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูงของรายที่เชียงใหม่ ที่มีการไปเที่ยวสถานบันเทิงด้วยกัน มีการตรวจหาเชื้อครั้งที่ 2 ก็ยังไม่พบการติดเชื้อเช่นกัน สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ 6 ราย เป็นเพศหญิงทั้งหมด โดยเกี่ยวข้องกับสถานบันเทิงเดียวกันที่ จ.ท่าขี้เหล็ก มีรายละเอียดดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพศหญิง อายุ 28 ปี จ.พะเยา กลับเข้าประเทศไทยวันที่ 27 พ.ย. โดยเส้นทางธรรมชาติมายัง อ.แม่สาย, วันที่ 28 พ.ย. เพื่อนขี่จักรยานยนต์มาส่ง จากนั้นเหมารถแท็กซี่มาที่อำเภอเมืองเชียงราย พักห้องเช่าของเพื่อน มีออกไปซื้ออาหาร, วันที่ 29 พ.ย. อยู่ในห้องพัก ช่วงเย็นแฟนขับรถยนต์พาไปเที่ยวงานสิงห์ปาร์ค แต่อยู่เฉพาะลานเบียร์ จากนั้นไปโรงแรมที่พัก, วันที่ 30 พ.ย. ออกจากโรงแรมไปรับการตรวจหาเชื้อที่ จ.เชียงใหม่ เดินทางกลับพะเยามาเข้ารับการรักษาในห้องแยกโรค โรงพยาบาลพะเยา, วันที่ 1 ธันวาคม ทราบผลว่าเป็นโควิด-19 &amp;nbsp;
นั่งเครื่องเข้า กทม.
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพศหญิง อายุ&amp;nbsp; 21 ปี กรุงเทพมหานคร (กทม.) วันที่ 17-27 พ.ย. ไปเที่ยวสถานบันเทิงที่ท่าขี้เหล็กพร้อมเพื่อนที่อยู่ จ.พิจิตร, วันที่ 28 พ.ย. กลับเข้าประเทศไทยโดยเส้นทางธรรมชาติที่ อ.แม่สาย มีรถจักรยานยนต์รับจ้างมาส่งที่โรงแรม ต่อมาเริ่มมีไข้ เจ็บคอ น้ำมูก จากนั้นเรียกรถไปส่งที่สนามบินเชียงรายขึ้นเครื่องบินมาลงสนามบินดอนเมือง นั่งแท็กซี่กลับที่พัก, วันที่ 29 พ.ย. ไปรับการตรวจที่คลินิกแพทย์ ได้รับคำแนะนำให้ไปโรงพยาบาล จึงนั่งรถยนต์ส่วนตัวมากับแฟนไปตรวจที่โรงพยาบาลเอกชน ผลการตรวจพบเชื้อโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพศหญิง อายุ 25 ปี จ.พิจิตร เป็นเพื่อนที่ไปเที่ยวสถานบันเทิงที่ท่าขี้เหล็กกับราย กทม. โดยเดินทางกลับมาพร้อมกันจนถึงสนามบินดอนเมืองเมื่อวันที่ 28 พ.ย. จากนั้นต่อเครื่องไปลงสนามบินพิษณุโลก มีเพื่อนมารับกลับ จ.พิจิตร พักอาศัยกับเพื่อนที่มารับ โดยวันที่ 28-30 พ.ย. ออกไปรับประทานอาหารข้างนอกและทำเล็บ, วันที่ 1 ธันวาคม เมื่อทราบผลการสอบสวนโรคของราย กทม. สำนักงานสาธารณสุข จ.พิจิตร จึงติดตามมาตรวจหาเชื้อ นำเข้าสู่การกักกัน และผลตรวจยืนยันพบเชื้อ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพศหญิง อายุ 36 ปี จ.ราชบุรี วันที่ 3-28 พ.ย. อยู่ที่เมียนมา โดยวันที่ 23-24 พ.ย. ไปเที่ยวสถานบันเทิงแล้วสังเกตว่าเพื่อนร่วมห้องเริ่มมีอาการป่วย, วันที่ 26 พ.ย. ตนเองเริ่มมีอาการไอ น้ำมูก เจ็บคอ ปวดกล้ามเนื้อ จึงซื้อยามากิน, วันที่ 29 พ.ย. เดินทางกลับประเทศไทยโดยช่องทางธรรมชาติ จากนั้นไปสนามบินเชียงรายด้วยรถยนต์ของเพื่อน นั่งเครื่องบินถึงสนามบินดอนเมือง ขึ้นแท็กซี่ไปสถานีขนส่งหมอชิต นั่งรถตู้กลับ จ.ราชบุรี เมื่อถึงใช้บริการรถจักรยานยนต์รับจ้างไปโรงพยาบาลเอกชนเพื่อตรวจรักษา, วันที่ 1 ธ.ค. ทราบผลว่าเพื่อนติดเชื้อโควิด-19 แพทย์จึงส่งตรวจหาเชื้อและส่งต่อรักษาโรงพยาบาลราชบุรี, วันที่ 2 ธันวาคม ผลตรวจยืนยันพบเชื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพศหญิง อายุ 23 ปี และ 25 ปี จ.เชียงใหม่ วันที่ 26 พ.ย. เดินทางกลับเข้าประเทศทางช่องทางธรรมชาติ พร้อมเพื่อนรวมเป็น 3 คน, วันที่ 27 พ.ย. นอนค้างบ้านเพื่อนที่ อ.แม่สาย, วันที่ 28 พ.ย.เดินทางกลับมาที่พักที่เชียงใหม่, วันที่ 29 พ.ย. ให้ประวัติว่าอยู่ในที่พักตลอด, วันที่ 30 พ.ย. ผู้ติดเชื้อที่พะเยามาหาหลังจากไปตรวจหาเชื้อ, วันที่ 1 ธันวาคม ไปฟังผลแทนเพื่อนพบว่าราย จ.พะเยาติดเชื้อ ทำให้เพื่อน 2 คนมารับการตรวจด้วย ผลพบติดเชื้อ 2 ราย เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลนครพิงค์ ส่วนอีกรายผลเป็นลบ อยู่ระหว่างการกักกันเฝ้าระวังอาการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โสภณกล่าวว่า ทั้งหมดเป็นการติดเชื้อจากต่างประเทศ โดยกำลังเร่งติดตามผู้สัมผัสทุกราย ซึ่งผู้ป่วยแต่ละรายมีผู้สัมผัสมากน้อยต่างกัน หากมีความรับผิดชอบสูงจะแยกตัว มีกิจกรรมภายนอกน้อย ทำให้มีผู้สัมผัสน้อย แต่บางรายมีการออกไปทำกิจกรรมจำนวนมาก ทำให้มีผู้สัมผัสมาก ถือเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง โดยผู้สัมผัสเสี่ยงสูงจะได้รับการกักกัน 14 วัน และตรวจหาเชื้อ 2 ครั้ง ส่วนผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำจะให้แยกตนเองเฝ้าระวังอาการ หากมีอาการให้รีบติดต่อเพื่อตรวจหาเชื้อ โดยเป็นมาตรฐานการปฏิบัติงานของทุกพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผู้ป่วยทั้งหมด 10 ราย พบว่า ไม่มีอาการ 5 ราย ทำให้มีโอกาสแพร่เชื้อน้อยกว่าผู้ที่มีอาการ ส่วนอีก 5 รายมีอาการแต่ไม่รุนแรง สำหรับผู้ที่สงสัยว่าเกี่ยวข้องอยู่ใกล้ชิดหรืออยู่ในสถานที่เสี่ยงเดียวกับผู้ป่วยทั้ง 10 รายนี้ ขอให้ไปแสดงตัวกับบุคลากรสาธารณสุขในโรงพยาบาลเพื่อรับคำแนะนำในการปฏิบัติตนเอง&amp;quot; นพ.โสภณ กล่าว
มาจากต่างประเทศ 18 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศไทยว่า พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 18 ราย โดยเป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศและเข้าสถานกักกัน (Quarantine Facilities) 17 ราย ประกอบด้วย ตุรกี 1 ราย, คูเวต 1 ราย, เยอรมนี 1 ราย, อียิปต์ 1 ราย, อิสราเอล 1 ราย,&amp;nbsp; ญี่ปุ่น 2 ราย, สวีเดน 1 ราย, ซูดาน 1 ราย, สวิตเซอร์แลนด์ 5 ราย,&amp;nbsp; สหรัฐอเมริกา 1 ราย และเมียนมา 2 ราย ส่วนผู้ติดเชื้ออีก 1 รายเดินทางมาจากเมียนมา แต่ไม่ได้เข้าในสถานที่กักกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสมในประเทศ ล่าสุดอยู่ที่ 4,026 ราย เป็นผู้ป่วยที่ติดเชื้อภายในประเทศ 2,454 ราย และผู้ป่วยที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 1,572 ราย ส่วนผู้ป่วยรักษาหายแล้วเพิ่มอีก 11 ราย รวมเป็น 3,822 ราย ยังมีผู้ป่วยรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 144 ราย ยอดผู้เสียชีวิตสะสมคงที่ 60 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นายประทีป กีรติเรขา รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ในฐานะหัวหน้าสำนักงานเลขาธิการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นห่วงและสั่งกำชับเจ้าหน้าที่ประจำเขตแดนเฝ้าระวังไม่ให้มีการลักลอบเข้าเมืองตามช่องทางธรรมชาติอย่างเข้มงวด การลักลอบเข้าเมืองถือเป็นความผิดตามกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณ จ.เชียงราย เชียงใหม่ พร้อมกำชับมาตรการการจัดการ สถานที่กักตัวทางเลือกแห่งรัฐสำหรับชาวต่างชาติ ASQ ให้ประชาชนเชื่อมั่น มั่นใจ ทั้งนี้ ยืนยันว่ารัฐบาลยังสามารถควบคุมสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประทีปกล่าวยืนยันว่า กรณีผู้ป่วยหญิงไทยที่ตรวจพบว่ามีการติดเชื้อโควิด-19 ได้ส่งตัวไปรักษาและติดตามกลุ่มเสี่ยงที่สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยเพื่อตรวจคัดกรองโรคแล้วกว่า 100 ราย ซึ่งยังไม่พบว่ามีผู้ป่วยเพิ่มเติม ในส่วนของประชาชนและอาสาสมัครสาธารณสุข ขอให้ช่วยกันดูแลหมู่บ้าน ชุมชนของตน หากพบคนแปลกหน้า ต้องตรวจสอบว่าเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยอย่างถูกกฎหมายหรือไม่ ผ่านกระบวนการควบคุมโรคอย่างถูกต้องหรือไม่ ซึ่งตามมาตรการป้องกันและสกัดกั้นผู้หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายนั้น รัฐบาลได้ตั้งจุดตรวจจุดสกัดเพิ่มเติม ดำเนินการตรวจคัดกรองบุคคลอย่างเข้มงวด จึงขอให้ประชาชนไม่ต้องเป็นกังวล แต่เป็นกำลังสำคัญของรัฐในการช่วยกันสอดส่องดูแล.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85799</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, งานสิงห์ปาร์ค, ผู้ติดเชื้อโควิด-19, ลักลอบเข้าประเทศ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เปิดไทม์ไลน์นั่งเครื่องบิ, โควิด 19, โควิด-19, โควิดเข้า กทม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201202/image_big_5fc7b507f18f4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71420</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/07/2020 15:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/07/2020 15:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับแรงงานต่างด้าว 3 พันคนลักลอบเข้าเมือง ตรวจไม่พบเชื้อโควิด-กักตัวตร.ระยอง 6 นายกลุ่มเสี่ยงต่ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.ค.63 -&amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์&amp;nbsp; ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า หลังผ่อนปรนมาตรการระยะที่ 5 ปรากฎมีแรงงาน 3 สัญชาติ กัมพูชา ลาว และเมียนมา ลักลอบเข้าประเทศผ่านช่องทางธรรมชาติ ตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย.ทั่วประเทศ จับกุมแล้วกว่า 3,000 คน ซึ่งเข้ามาในลักษณะกองทัพมด โดยมีขบวนการนำพาเข้าพื้นที่ชั้นใน ส่วนใหญ่เป็นการลักลอบเข้าทางตำรวจภูธรภาค 2 ซึ่งติดแนวชายแดนประเทศกัมพูชา ตำรวจภูธรภาค 5 พื้นที่ภาคเหนือ และตำรวจภูธรภาค 6 ซึ่งมีตะเข็บชายแดนติดประเทศลาว นอกจากนี้ในพื้นที่ชั้นในของตำรวจภูธรภาค 1 ยังจับแรงงานได้อีกจำนวนมาก ซึ่งทั้ง 3,000 คน ได้ตรวจหาเชื้อโควิด-19 แล้ว แต่ไม่พบ จึงได้ผลักดันออกนอกประเทศไปทั้งหมดแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีเจ๊เพชร จ่าย 4 พันรอด 100% และเจ๊ต้อย วังน้ำเย็น ซึ่งถูกระบุเป็นเอเย่นต์นำพาแรงงานเข้าประเทศผิดกฎหมาย ในพื้นที่อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว อยู่ระหว่างให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองตรวจสอบข้อเท็จจริง ว่ายังเคลื่อนไหวสั่งการนำพาแรงงานผิดกฎหมายอยู่หรือไม่ พร้อมยอมรับ ความต้องการแรงงานของผู้ประกอบการที่ได้รับการผ่อนปรนระยะ 5 เป็นปัจจัยให้มีการลักลอบนำแรงงานผิดกฎหมายเข้าประเทศ เบื้องต้นยังไม่พบมีตำรวจเข้าไปแสวงหาผลประโยชน์จากการเก็บค่าหัวคิวแรงงานเถื่อน เตือนผู้ประกอบการที่ใช้แรงงานเถื่อนจะถูกดำเนินคดี ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง ฐานให้ที่พักพิงและใช้แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย และสั่งปิดสถานประกอบการทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ขณะนี้รัฐบาลอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะให้แรงงาน 3 สัญชาติดังกล่าว เข้าประเทศ แต่มีเงื่อนไขต้องกักตัวตามขั้นตอนคัดกรองโรค โดยประเด็นนี้ยังไม่มีบทสรุป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ช่วย ผบ.ตร. กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กำชับตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง เพิ่มความเข้มข้นในการสกัดกั้นการลักลอบเข้าประเทศของแรงงานเถื่อน โดยให้ตั้งจุดตรวจ ทั้งในพื้นที่ชายแดนและพื้นที่ชั้นใน เช่นเดียวกับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้สืบสวนหาข่าวกลุ่มเอเย่นต์ ผู้ที่นำพาให้การช่วยเหลือนำพาแรงงานผิดกฎหมาย รวมทั้งจัดชุดสายตรวจร่วม ออกตรวจ ตักเตือน ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะสถานบริการกลางคืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กล่าวอีกว่า มีการกักตัวตำรวจ 6 นาย สังกัดภูธรจังหวัดระยอง ได้ร่วมกับคณะกรรมควบคุมโรค เข้าไปตรวจเชื้อทหารอียิปต์ที่โรงแรมในจังหวัดระยอง เบื้องต้นทั้งหมดได้รับการตรวจเชื้อและกักตัว 14 วันตามขั้นตอน ซึ่งเป็นกลุ่มมีความเสี่ยงน้อย เพราะไม่ได้เป็นผู้เข้าประชิดตัว ส่วนตำรวจตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานอู่ตะเภา เป็นชุดเฉพาะกิจที่เข้าไปตรวจสอบคณะทหารอียิปต์เท่านั้น ส่วนรายละเอียดเป็นอำนาจการท่าอากาศยานฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสถิติการจับกุมแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. ถึง 12 ก.ค.2563 สามารถจับกุมได้ 11,053 คน เป็นชาวเมียนมา 6,131 คน กัมพูชา 3,502 คน และลาว 1,336 คน นอกจากนี้ จับกุมขบวนการนำพาคนต่างด้าวเข้าประเทศผิดกฎหมาย 15 คน และผู้ให้ที่พักพิง 51 คน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71420</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์, ลักลอบเข้าประเทศ, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200714/image_big_5f0d6d4f5591f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65420</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สงขลาขยาย ด่านคัดกรอง ผวา!ลักลอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;สงขลา&amp;quot; เปิดมัสยิดละหมาดวันศุกร์ครั้งแรกของเดือนรอมฎอน ชาวไทยมุสลิมร่วมพิธีจำนวนมาก &amp;quot;ผู้ว่าฯ&amp;quot; เพิ่มจุดตรวจคัดกรองโควิด-19 อีก 10 แห่ง หลังคุมตัว 5 หญิงไทยลอบข้ามฝั่งจากมาเลเซียเข้าประเทศ &amp;quot;บุรีรัมย์&amp;quot; คลายล็อก 5 กิจกรรมตั้งแต่ 9 พ.ค.นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ที่ 8 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการละหมาดญุมอะห์ หรือละหมาดวันศุกร์ ครั้งแรกของเดือนรอมฎอน หลังจากที่ต้องงดมากว่า 1 เดือน จากมาตรการป้องกันโควิด-19 ของ จ.สงขลา ปรากฏว่ามีชาวไทยมุสลิมต่างร่วมพิธีละหมาดวันศุกร์ที่มัสยิดต่างๆ จำนวนมาก โดยมัสยิดที่เปิดให้ละหมาดวันศุกร์มีการคัดกรองผู้ที่เดินทางมาละหมาดอย่างละเอียด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่มัสยิดปากีสถาน ย่านถนนรัถการ เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา เจ้าหน้าที่ อสม.มาตรวจวัดไข้ที่บริเวณประตูทางเข้ามัสยิด และมีบางคนที่ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปละหมาด เนื่องจากอุณหภูมิร่างกายสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด ต้องกลับไปละหมาดที่บ้าน รวมทั้งต้องใช้เจลทำความสะอาดมือและมีการแจกหน้ากากอนามัยจำนวน 100 ผืนไว้ที่มัสยิด เพื่อแจกให้กับผู้ที่อาจจะลืมสวมใส่มา และเมื่อถึงเวลาละหมาดต้องยืนตามระยะห่าง 1 เมตร และปิดประตูทันทีเพื่อไม่ให้ผู้ที่มาทีหลังและไม่ผ่านการคัดกรองเข้าไปละหมาด รวมทั้งใช้เวลาที่สั้นกว่าปรกติเพื่อไม่ให้มีการรวมตัวกันนานเกินไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ทางมัสยิดปากีสถานก็มีกฎของมัสยิดเพิ่มเติมในช่วงเดือนรอมฎอน ทั้งงดการทำอาหารในมัสยิด ห้ามรวมกลุ่มเกิน 5 คน งดละหมาดตารอเวียะห์ งดการเอี๊ยะห์ติกัฟ หรือการเข้าพำนักพักอาศัยในมัสยิด และเว้นระยะห่าง 1 เมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้มีคำสั่งให้เพิ่มจุดตรวจคัดกรองโควิด-19 เพิ่มขึ้นอีก 10 จุด ครอบคลุมพื้นที่ทั้งถนนสายหลักและถนนสายรองที่เชื่อมต่อระหว่างจังหวัดและระหว่างอำเภอ ทั้งเขตรอยต่อ จ.นครศรีธรรมราช พัทลุง ปัตตานี และยะลา เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งยอดผู้ป่วยทั่วไปของ จ.สงขลา ยังนิ่งอยู่ที่ 44 คน ไม่พบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นต่อเนื่องมากว่า 2 สัปดาห์ และยังไม่มีผู้เสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ชุดตรวจชายแดนกองร้อย ตชด.437 อ.สะเดา จ.สงขลา นำโดย พ.ต.ต.สุริวงค์ สมทรง ผบ.ร้อย ตชด.437, &amp;nbsp;ร.ต.ท.ชวิศศา บุญมี หน.ชฝต.4305/5 ร้อย ตชด.437 ออกลาดตระเวนป้องกันบุคคลทั้งคนไทยและชาวต่างชาติลักลอบเข้า-ออกทางช่องทางธรรมชาติ ชายแดนไทย-มาเลเซียโดยที่ไม่ผ่านการตรวจคัดกรองโควิด-19 โดยออกลาดตระเวนตั้งแต่กลางคืนต่อเนื่องจนถึงเช้า บริเวณหลักเขตแดนที่ 31/62 บ.ทุ่งเปรียง ม.4 ต.ประกอบ อ.นาทวี จ.สงขลา และพบกลุ่มคนไทย 5 คน ซึ่งเป็นผู้หญิงทั้งหมดและมีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ จ.นราธิวาส ขณะขี่รถจักรยานยนต์ 3 คันออกมาจากประเทศมาเลเซีย ประกอบด้วย น.ส.รูซือลัน สาเร๊ะ อายุ 43 ปี, น.ส.นูรียาณา ดอเล๊าะ อายุ 34 ปี, &amp;nbsp;น.ส.ปัทมา สาแม อายุ 36 ปี, น.ส.ซูนีตา สาแม อายุ 35 ปี และ น.ส.ยามีล๊ะ สาแม อายุ 32 ปี &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวทั้ง 5 คนส่งด่านกักกันโรค ด่านพรมแดน ประกอบ ต.ประกอบ อ.นาทวี เพื่อเข้าสู่กระบวนการคัดกรองโรคโควิด-19 ที่ศูนย์คัดกรองในพื้นที่ จัดเก็บดีเอ็นเอ ตรวจสอบประวัติบุคคลตามหมายจับ ดำเนินการเปรียบเทียบปรับตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง และนำเข้าสู่การกักตัว 14 วันในศูนย์กักในพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในส่วนบรรยากาศการจ่ายเงินเยียวยาโควิด-19 จำนวน &amp;nbsp;5,000 บาท ตามหน้าธนาคารต่างๆ ใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ยังคงเต็มไปด้วยประชาชนทั้งที่ได้รับเงินเยียวยาและไปถอนเงินมาใช้ รวมทั้งผู้ที่ไปติดต่อธนาคารเนื่องจากยังมีปัญหาเรื่องเอกสาร &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบถามวินจักรยานยนต์รับจ้างคนหนึ่งที่ไปถอนเงินกับธนาคารบอกว่า ได้รับข้อความแจ้งสิทธิ์เมื่อตอนหัวรุ่ง เมื่อธนาคารเปิดจึงรีบมาถอนเงินโดยเงินเข้ามา 1 หมื่นบาท บางส่วนก็ต้องเอาไปใช้หนี้ที่หยิบยืมเพื่อนมาใช้ เพราะรายได้จากการขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างไม่พอใจ เนื่องจากแทบไม่มีผู้โดยสาร ในขณะที่อีกหลายคนยังร้อนใจเพราะยังมีปัญหาเรื่องบัญชีและบัตรประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับ จ.ปัตตานี ตั้งแต่ช่วงเช้าประชาชนได้เดินทางไปธนาคารของรัฐทุกธนาคาร เพื่อเปิดบัญชีใหม่และผูกบัญชีเงินฝากกับพร้อมเพย์รองรับลงทะเบียนรับสิทธิเงินช่วยเหลือสำหรับผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยทางธนาคารได้จัดคิวให้ผู้มาลงทะเบียนได้เข้าไปลงทะเบียนทีละคน โดยกำหนดผู้มาใช้บริการวันละ 30 ราย และต้องผ่านการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย และใช้เจลล้างมือ เพื่อป้องกันโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.ยะลา เจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจทหารพราน (ฉก.ทพ.) 41 นำกำลังพลร่วมกับผู้นำชุมชนและ อสม.ในพื้นที่จัดทำอาหาร พร้อมกับผลอินทผลัมไปมอบให้กับประชาชนผู้มีฐานะยากจนและอยู่ในพื้นที่ทุรกันดารพื้นที่ห่างไกลได้บริโภคและละศีลอดในช่วงเดือนรอมฎอน ตามโครงการ &amp;ldquo;Army Delivery&amp;rdquo; โดย (&amp;ldquo;Pran 41 &amp;nbsp;Delivery ถึงจะลำบากและไกลแค่ไหน เราก็ไปถึง) โดยในครั้งนี้ ได้เข้าไปในพื้นที่ ต.ยะต๊ะ อ.รามัน จ.ยะลา เพื่อให้การช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.นครศรีธรรมราช นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช รับมอบน้ำดื่มจำนวน 3,500 ขวด จากผู้บริหารโรงแรมเดอะบูติกขนอม อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากโควิด-19 นอกจากนี้ยังเดินทางไปเยี่ยมให้กำลังใจกลุ่มนครธรรมาภิบาลและช่างตัดผมชาย-หญิง ที่ร่วมกันเปิดจุดบริการตัดผมฟรีให้แก่ประชาชน ในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช 4 จุด เป็นเวลา 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 8-10 พ.ค. ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.ภูเก็ต นพ.ธนิศ เสริมแก้ว นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต กล่าวขอบคุณประชาชนในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตทุกคนที่ได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในการควบคุมและป้องกันโรคโควิด-19 &amp;nbsp;ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อน้อยลง หรือบางวันไม่มีผู้ติดเชื้อเลย แต่ยังคงเน้นย้ำให้ร่วมมือร่วมใจกันต่อไปอีกระยะหนึ่ง เพื่อให้จังหวัดภูเก็ตปลอดโรคโควิด-19 และยังคงเน้นย้ำให้ประชาชนทุกคนสวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้า กินร้อน ช้อนกลาง (ส่วนตัว) ล้างมือบ่อยๆ และเว้นระยะห่าง 1-2 เมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนมาตรการป้องกันช่วงถือศีลอดของผู้นับถือศาสนาอิสลาม อยากจะเน้นย้ำเรื่องการปฏิบัติตัว โดยเฉพาะการงดกิจกรรม รวมตัวทั้งในมัสยิดและสถานที่อื่น อยู่แต่ในที่พักอาศัยและสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา การรับประทานอาหารละศีลอดควรทานในบ้านและห่างกันมากกว่า 1 เมตร และงดการพูดคุยกัน&amp;quot; นายแพทย์ สธ.ภูเก็ตระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.บุรีรัมย์ นายธัชกร หัตถาธยากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ออกคำสั่งจังหวัดบุรีรัมย์ ที่ 2308/2563 ตอนหนึ่งระบุว่า สถานที่ดังต่อไปนี้สามารถดำเนินการเปิดได้ภายใต้เงื่อนไขผ่อนปรนตามมาตรการป้องกันเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยต้องปฏิบัติตามมาตรการของจังหวัดบุรีรัมย์ ตามเอกสารแนบท้ายคำสั่งนี้ 1.ร้านเสริมสวย แต่งผมหรือตัดผม สำหรับบุรุษหรือสตรีให้เปิดเฉพาะกิจกรรมสระ ตัด ซอยผม แต่งผม และต้องไม่มีผู้นั่งในร้าน 2.สนามกอล์ฟ หรือสนามฝึกซ้อมกอล์ฟ ให้เปิดได้ แต่ต้องไม่มีผู้ชมมาชุมนุมกันหรือเป็นการแข่งขัน 3.สนามกีฬาเฉพาะกีฬาประเภทกลางแจ้งและตามกติกาสากล ผู้เล่นต้องมีระยะห่างทางสังคม ละไม่คลุกคลีกันอยู่แล้ว เช่น เทนนิส ขี่ม้า ยิงปืน ยิงธนู และต้องไม่มีผู้ชมมาชุมนุมกันหรือเป็นการแข่งขัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.สวนสาธารณะ ลาน-พื้นที่กิจกรรมสาธารณะ สถานที่ออกกำลังกาย สนามกีฬา ลานกีฬา ให้เปิดได้เฉพาะพื้นที่โล่งเพื่อการเดิน วิ่ง ขี่ หรือปั่นจักรยาน หรือการออกกำลังกาย ด้วยวิธีอื่นเป็นส่วนบุคคล โดยไม่มีผู้มาชุมนุมกัน หรือเป็นการแข่งขัน การละเล่น การแสดง 5.สถานที่ให้บริการดูแลรักษาสัตว์ สปา อาบน้ำ ตัดขน รับเลี้ยงหรือรับฝากสัตว์ ตั้งแต่วันที่ 9-31 พ.ค.2563 หรือจนกว่าจะมีคำสั่งหรือประกาศเปลี่ยนแปลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.เชียงใหม่ ที่พุทธสถานเชียงใหม่ อำเภอเมืองฯ เจ้าหน้าที่งานสาธารณสุขเทศบาลนครเชียงใหม่ เทศกิจเทศบาลนครเชียงใหม่ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่วมกันจัดระเบียบการรับแจกสิ่งของ ซึ่งคณะกรรมการศาสนิกสัมพันธ์? 5? ศาสนา พุทธ คริสต์? อิสลาม พราหมณ์-ฮินดู? ศาสนาซิกข์ ซิกข์นามธารี ในจังหวัดเชียงใหม่ รวมน้ำใจมอบถุงยังชีพ 500 ถุงให้ 500 ครัวเรือน ในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ เพื่อช่วยผู้ได้รับผลกระทบจากการแพ่รระบาดของเชื้อโควิด-19 ซึ่งเป็นข้าวสาร อาหารแห้ง ไข่ไก่ สิ่งของเครื่องใช้จำเป็น พืชผักผลไม้ เพื่อนำไปยังชีพได้ถึง 1-2 สัปดาห์ หลังจากหลายครัวเรือนไม่มีงานไม่มีเงิน ยังต้องอาศัยการช่วยเหลือผ่านถุงยังชีพรับการแจกของในแต่ละวัน?&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ก่อนรับมอบทุกคนจะผ่านการคัดกรอง ตรวจวัดไข้ ติดสติกเกอร์ ฉีดพ่นแอลกอฮอล์?ล้างมือ เว้นระยะห่างจากกัน ต้องสวมหน้ากากอนามัยทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเด็กและผู้ใหญ่ ไม่ให้จับกลุ่มนั่งคุยกัน หลังจากรับแจกแล้วต้องกลับบ้านทันที เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 รายใหม่ตามมาตรการขณะนี้? ซึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ สถานการณ์การแพร่ระบาดเริ่มคงที่ ไม่พบผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่มาติดต่อกันเป็นเวลา 30 วันแล้ว และผู้ป่วยที่มีอยู่ 40 ราย ก็หายกลับบ้าน 39 ราย เสียชีวิต 1 ราย.?
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65420</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, คลายล็อก, ละหมาด, ลักลอบเข้าประเทศ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เปิดมัสยิด, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200508/image_big_5eb557783b482.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
