<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>22169</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/11/2018 18:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/11/2018 18:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ความเชื่อแบบตะวันออก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาพจราจรในกรุงพาราณสี รัฐอุตตรประเทศ สาธารณรัฐอินเดีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลังกา เป็นย่านที่ได้ชื่อว่ามีผู้อยู่อาศัยหนาแน่นที่สุดในกรุงพาราณสี เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยฮินดูบานาเรส&amp;nbsp;(Banares Hindu University : BHU)&amp;nbsp;ซึ่งบานาเรส&amp;nbsp;(Banares)&amp;nbsp;และเบนาเรส&amp;nbsp;(Benares)&amp;nbsp;คือชื่อที่จักรวรรดิอังกฤษใช้เรียกกรุงพาราณสีในสมัยที่พวกเขาเข้ายึดครอง มหาวิทยาลัยแห่งนี้ใช่ว่าจะเปิดสอนเฉพาะด้านศาสนาฮินดูตามชื่อ หากแต่มีถึง&amp;nbsp;6&amp;nbsp;สถาบัน&amp;nbsp;14&amp;nbsp;คณะ และ&amp;nbsp;140&amp;nbsp;ภาควิชาอยู่ภายใน ทั้งด้านศิลปะ เทคโนโลยี การบริหารจัดการ กฎหมาย การแพทย์ การเกษตร สิ่งแวดล้อม ฯลฯ สถาปนาขึ้นเมื่อ&amp;nbsp;102&amp;nbsp;ปีก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักศึกษาอยู่อาศัยในหอพักภายในพื้นที่มหาวิทยาลัยถึงกว่า&amp;nbsp;3&amp;nbsp;หมื่นคน ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นจำนวนที่มากที่สุดในทวีปเอเชีย นอกจาก&amp;nbsp;BHU&amp;nbsp;แล้วย่านลังกายังเป็นที่ตั้งของโรงพยาบาลขนาดใหญ่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แห่ง โรงเรียนที่มีคุณภาพและมีชื่อเสียงระดับประเทศ &amp;nbsp;1&amp;nbsp;แห่ง อีกทั้งบรรดาพิพิธภัณฑ์ ธนาคาร ร้านอาหาร ร้านหนังสือ และร้านขายยาจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดรุณี สาวจากอำเภอพุทธคยาก็พักอยู่ในย่านนี้ใกล้ๆ กับสำนักงานธนาคารแห่งอินเดีย&amp;nbsp;(State Bank of India : SBI)&amp;nbsp;ที่ทำงานของเธอ ก่อนจะจากกันเธอชี้บอกผมให้ข้ามถนน&amp;nbsp;BHU-Lanka Road&amp;nbsp;ไปขึ้นออโต้อีกฝั่ง ผมก็ข้ามไปตามเธอว่า เรียกออโต้ได้คันหนึ่งถามราคาเพื่อไปยังท่าน้ำอัศวเมศ โชเฟอร์บอก&amp;nbsp;50&amp;nbsp;รูปีผมก็ตกลง นึกว่าเป็นแบบเหมาแต่ที่ไหนได้เขารับผู้โดยสารขึ้นมาจนเต็มคันและเก็บคนเหล่านั้นแค่คนละ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;รูปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รถจอดที่วงเวียน&amp;nbsp;Girja Ghar&amp;nbsp;คนขับบอกว่าตำรวจห้ามไปต่อ ผมจึงต้องลงเดินอีกประมาณ&amp;nbsp;300&amp;nbsp;เมตร โดยมีชาวพาราณสีผู้น่ารักร้องทักตลอดทาง ทั้งชวนแลกเงินและเสนอที่พัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนหนึ่งเข้ามาถามว่ามีเกสต์เฮาส์หรือยัง ผมตอบว่ามีแล้ว เขาก็ถามว่าเกสต์เฮาส์ชื่ออะไร ผมนึกว่าเขาหยั่งเชิงคิดว่าผมยังไม่ได้จองที่ไหน ผมก็บอกชื่อ&amp;nbsp;Baba Guest House&amp;nbsp;นึกว่าจะจบเรื่อง เขาบอกให้ผมเดินตามไป &amp;ldquo;มาทางนี้ มาทางนี้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้จะบอกเขาว่าผมรู้เส้นทาง เขาก็ยังเดินนำไปอยู่ดี หลายครั้งผมแกล้งทำเป็นหยุดดูนั่นดูนี่เขาก็ยืนรอด้วยความอดทน จากถนนท่าน้ำอัศวเมศ(Dashashwamedh Ghat Road)&amp;nbsp;เลี้ยวเข้าไปยังซอยแคบๆ แค่คนเดินสวนกันชื่อ &amp;ldquo;บังกาลีโตลา&amp;rdquo;&amp;nbsp;(Bangali Tola Road)&amp;nbsp;จนถึงเกสต์เฮาส์ ระยะทางประมาณ200&amp;nbsp;เมตร พ่อพระแห่งพาราณสีขอค่าเดินมาส่ง&amp;nbsp;50&amp;nbsp;รูปี ผมล้วงให้ไป&amp;nbsp;20&amp;nbsp;รูปี คิดเสียว่าเป็นค่าอาชีพที่สร้างสรรค์พลิกแพลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พิจารณาดูแล้วที่พาราณสีใครๆ ก็มีงานทำ ขอแค่มีไหวพริบสักนิดและหน้าหนาสักหน่อย รับรองไม่อดตาย พ่อพระรับเงินจากผมไปแล้วก็กล่าวเชิญให้ไปเยี่ยมร้านเสื้อผ้าของเขาในวันหลัง เท่ากับว่างานเดินส่งนักท่องเที่ยวนี้เป็นเพียงแค่อาชีพไซด์ไลน์เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะผมนั่งอยู่ในล็อบบี้ของเกสต์เฮาส์มีฝรั่งสาวหน้าตาดีเดินเข้ามาแนะนำตัวเองว่าชื่อ &amp;ldquo;อนา&amp;rdquo; เป็นผู้จัดการของเกสต์เฮาส์ ทราบภายหลังว่าเธอมาจากประเทศยูเครน ติดอกติดใจพาราณสีจนไม่ยอมกลับประเทศและได้งานทำที่เกสต์เฮาส์แห่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จุดประสงค์หลักของการเดินทางมายังพาราณสีของผมครั้งนี้คือการมาร่วมงานพิธีลอยอังคารของเพื่อนฝรั่งเยอรมันชื่อ &amp;ldquo;ยุตทา&amp;rdquo; เธอเสียชีวิตลงเมื่อเกือบ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปีก่อน โดยได้ฝากฝังสามีไว้ว่าหากเธอลาลับไปแล้วให้เผาร่างของเธอแล้วนำเถ้ากระดูกไปโปรยที่คงคามหานที ณ กรุงพาราณสี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยุตทาผูกพันกับแม่น้ำคงคา กรุงพาราณสี และประเทศอินเดีย ซึมซับเอาความเชื่อหลายอย่างแบบฮินดูไปเต็มๆ จากการใช้ชีวิตร่วมสิบปีในดินแดนชมพูทวีปเมื่อครั้งยังสาว เธอกับไมเคิลผู้เป็นคู่ชีวิตเดินทางไปทั่วอินเดียเพื่อทำแผนที่ในระบบคอมพิวเตอร์ให้กับบริษัทแห่งหนึ่งในสมัยที่ยังไม่มีกูเกิลแมป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราเจอกันที่กรุงเทพฯ สองหรือสามครั้งเท่านั้นแต่สนิทสนมกันอย่างรวดเร็ว ยุตทาติดต่อทางอีเมลกับผมอยู่เป็นระยะ ในช่วงหลังเราส่งข้อความหากันน้อยลง แต่อย่างน้อยก็ต้องกล่าวสวัสดีปีใหม่ต่อกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากเธอเสียชีวิต ไมเคิลผู้ไม่มีอีเมลของผม ไม่มีรหัสผ่านอีเมลของยุตทา แต่อาศัยความเป็นยอดเซียนด้านคอมพิวเตอร์จัดการแฮ็กอีเมลของยุตทาจนได้อีเมลแอดเดรสของผมแล้วแจ้งข่าวเศร้าให้ทราบ พร้อมกับหมายมั่นจะทำตามคำสั่งของภรรยาผู้ล่วงลับ จึงบอกข่าวการเดินทางมายังกรุงพาราณสีแก่ผมที่กำลังวางแผนจะเดินทางมาสักการะพุทธสังเวชนียสถานอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไมเคิล, ซิลเวีย ผู้เป็นแฟนใหม่, สเวน ลูกติดจากแฟนใหม่, แกร์นอท เพื่อนรุ่นพี่ของสเวน และกุนเธอร์ เพื่อนเก่าแก่ของยุตทาบินจากเยอรมนีสู่กรุงนิวเดลีเมื่อสี่ห้าวันก่อน และวันแรกที่เมืองหลวงของประเทศอินเดีย ซิลเวียตกบันไดโรงแรมขาหัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในกลุ่มที่มาด้วยกันไม่มีใครทำประกันชีวิตมาเลยยกเว้นซิลเวีย หลังการผ่าตัดใส่เหล็กให้กับขาท่อนบนทุกคนก็รู้ว่าไม่มีทางที่ซิลเวียจะสามารถเดินทางมายังกรุงพาราณสีได้ เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์จากเยอรมนีบินด่วนมายังโรงพยาบาลในกรุงนิวเดลีเพื่อนำเธอขึ้นเครื่องบินกลับประเทศทันทีที่ร่างกายพอไหว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไมเคิลแจ้งข่าวให้ผมทราบตั้งแต่ตอนที่ผมอยู่พุทธคยา ผมจึงมีเวลาลุ้นใบโพธิ์จากต้นพระศรีมหาโพธิ์ในฤดูที่ใบไม้ยังไม่ร่วงอยู่ถึง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;วัน ก่อนเขาจะบอกว่ากุนเธอร์นั่งรถไฟมาพาราณสีได้สองสามวันแล้วเพราะในกรุงนิวเดลีไปทางไหนก็เจอแต่ฝุ่นควันมลพิษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ยิ่งใหญ่ในซอยบังกาลีโตลา เขตเมืองเก่ากรุงพาราณสี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมไม่รู้จักกุนเธอร์มาก่อนแต่เขาเพิ่งมาอินเดียเป็นครั้งแรกในวัย&amp;nbsp;65&amp;nbsp;ปี จึงละทิ้งโอกาสที่จะลุ้นใบโพธิ์ต่อแล้วเดินทางมาสมทบที่พาราณสีเผื่อว่าเขาต้องการความช่วยเหลือใดๆ และกุนเธอร์นี่เองที่เป็นเจ้าของเบอร์โทรศัพท์ปริศนาที่ผมไม่ยอมรับสายเพราะกลัวว่าจะเป็นสายของแขกขายประกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝ่ายไมเคิล, ลูกติด และเพื่อนลูกติดมีกำหนดจะตามมาทันทีที่ซิลเวียขึ้นเครื่องบินกลับเยอรมนี และในความเป็นจริงแล้วพวกเขาเดินทางมายังพาราณสี&amp;nbsp;1&amp;nbsp;วันก่อนที่ซิลเวียจะกลับเยอรมนีด้วยซ้ำ อาจเพราะเกรงใจผมที่รอจนต้องปรับแผนการเดินทางหลายตลบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กุนเธอร์โผล่มาตอนที่ผมอ้าปากค้างเพื่อสรรหาคำพูดมาตอบ &amp;ldquo;อนา&amp;rdquo; สาวสวยจากยูเครน เขาโผเข้ากอดทักทายเหมือนว่ารู้จักกันมานาน ใบหน้าและรอยยิ้มของเขาบ่งชัดว่าเป็นคนดีมีน้ำใจ กุนเธอร์จองห้องพักไว้ให้ผมก่อนแล้ว ฝ่ายอนาก็เอาโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูปพาสปอร์ตหน้าข้อมูลส่วนบุคคลของผมเพื่อจะนำไปลงทะเบียนในแบบฟอร์มที่ต้องส่งทางการทีหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมนึกว่ากุนเธอร์จะโดดเดี่ยวเดียวดายในดินแดนวุ่นวายโกลาหลแห่งนี้ ที่ไหนได้เขามีเพื่อนใหม่เป็นพราหมณ์หนุ่ม ลูกหลานพราหมณ์ตระกูลใหญ่ของเมือง ต่อมาเขาก็ได้กลายเป็นเพื่อนของผมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กุนเธอร์โชคดีมหาศาลที่ได้เจอและพูดคุยกับพราหมณ์หนุ่มบนรถไฟตอนที่เขาเดินทางมาจากกรุงนิวเดลี แม้จะร่ำลากันแล้วที่หน้าสถานี&amp;nbsp;Varanasi Junction&amp;nbsp;แต่ตอนที่กุนเธอร์ผู้มีความมัธยัสถ์เป็นเลิศไม่ยอมลงให้กับการเรียกราคาของออโต้และสามล้อถีบและกำลังเดินหาคันใหม่อยู่บนถนนนั้น พราหมน์หนุ่มก็เรียกให้เขาขึ้นออโต้โดยสารไปในคันเดียวกัน และจ่ายราคาคนท้องถิ่นคือ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;รูปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้นทั้งคู่ก็เจอกันทุกวัน พราหมณ์หนุ่มได้เชิญให้กุนเธอร์ไปที่บ้านซึ่งเป็นสถานปฏิบัติพิธีบูชาตามแบบฮินดู ในช่วงกลางวันที่เขาไม่ได้ทำพิธีใดๆ ให้กับฮินดูผู้มากศรัทธาเขาก็จะโทรศัพท์ถามไถ่กุนเธอร์ด้วยความเป็นห่วงเป็นใย และหลังเสร็จพิธีในช่วงกลางคืนเขาก็จะถอดชุดพราหมณ์แล้วสวมกางเกงยีนส์ เสื้อยือ รองเท้าแตะ เดินมาหากุนเธอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พราหมณ์หนุ่มขอตัวกลับบ้านตอนที่ผมชวนไปกินมื้อค่ำที่ร้าน&amp;nbsp;Jyoti&amp;nbsp;ริมถนนบังกาลีโตลา ไม่ห่างจากเกสต์เฮาส์ ร้านนี้ผมกินสามสี่ครั้งในการมาเยือนพาราณสี&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปีก่อน จัดการสั่ง&amp;nbsp;Chicken Biryani&amp;nbsp;ซึ่งมีรสชาติคล้ายข้าวหมกไก่ แต่กุ๊กและเจ้าของร้านในร่างเดียวกันผัดมาซะชุ่มน้ำมัน ส่วนกุนเธอร์สั่งฟาลาเฟล อาหารตะวันออกกลาง เขาเผยโฉมมังสวิรัติแก่ผม และไม่ใช่มังสวิรัติธรรมดาแต่เป็นมังสวิรัติขั้นกว่า เรียกว่า &amp;ldquo;วีแกน&amp;rdquo;&amp;nbsp;(Vegan)&amp;nbsp;และจากนี้ไปคนดีของผมจะเริ่มเผยโฉมอะไรอีกหลายๆ อย่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กินมื้อค่ำเสร็จกุนเธอร์ชวนผมขึ้นไปบนดาดฟ้าของเกสต์เฮาส์ ด้านนอกของร้านอาหารที่ปิดไปแล้ว หลายคนที่นั่งอยู่ก่อนชวนให้ร่วมโต๊ะ ในกลุ่มนี้มีเจ้าของเกสต์เฮาส์ชาวอินเดียที่พักอาศัยอยู่เป็นครอบครัวที่ชั้นล่างสุด, อนา ผู้จัดการเกสต์เฮาส์, ราชูและเอมี คู่รักอินเดีย-ฝรั่งเศส ผู้จัดการร้านอาหารของเกสต์เฮาส์บนชั้นดาดฟ้านี้, ราเจซ กุ๊กจากพุทธคยา และคนอื่นๆ อีกสี่ห้าคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกือบทั้งหมดค่อยๆ ทยอยลงไปนอน เหลือราเจซและพนักงานวัยรุ่นไม่กี่คน เพราะพวกเขานอนกางมุ้งอาบเดือนห่มดาวกันบนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กุนเธอร์พูดถึงเหตุการณ์ที่ซิลเวียตกบันไดขาหักว่าอะไรจะซวยขนาดนั้น ผมแสดงความเห็นถึงการรับน้องโหดของอินเดียว่าหากเป็นเมืองไทยเราก็คงจะพูดกันว่าสาเหตุมาจากยุตทาไม่ต้องการให้ซิลเวียเดินทางมาด้วย บรรดาชาวอินเดียที่ร่วมโต๊ะก็มีคำอธิบายไม่ต่างกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนจะแยกย้านเข้านอน กุนเธอร์โทรศัพท์ถามความคืบหน้าอาการของซิลเวียที่ซ่อนความหมายอยู่ในนั้นว่าเมื่อไหร่พวกคุณจะเดินทางมายังพาราณสี พร้อมทั้งเผยโฉมความเป็นคนไร้ความลับ เล่าข้อสันนิษฐานเรื่องซิลเวียขาหักของชาวเอเชียไปยังคณะฝรั่งทางนิวเดลี &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วางสายจากพวกเขาแล้วกุนเธอร์ก็บอกผมว่าแกร์นอทผู้ไม่มีสัมพันธ์ใดกับซิลเวียเชื่อตามคำอธิบายแบบตะวันออกของพวกเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งานนี้ แฟนเก่าหักขาแฟนใหม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22169</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงพาราณสี, ลังกา, วิฑูรย์ ทิพย์กองลาศ, อินเดีย, เบื้องหน้าที่ปรากฏ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a376835176cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
