<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105715</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐเปิด‘วอร์รูม’ คุมโรคลัมปีสกิน นำเข้าวัคซีนเพิ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายกฯ กำชับคุมระบาดลัมปี สกิน สั่งเข้มเคลื่อนย้ายสัตว์ชายแดน ก.เกษตรนำเข้าวัคซีนป้องกันอีก 3 แสนโดสสัปดาห์หน้า กระจายฉีดในอีสานระบาดหนัก &amp;lsquo;ประภัตร&amp;rsquo; สั่งตรวจสอบที่ชัยภูมิหลังวัวควายตาย เผยมาตรการชดเชยตามจริงเงินสดไม่เกินรายละ 2 ตัว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 8 มิ.ย.ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ติดตามและห่วงใยต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคลัมปี สกิน ที่กำลังระบาดในหลายจังหวัด ซึ่งเป็นโรคไวรัสผิวหนังในโค-กระบือ ไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทยมาก่อน มีแมลงเป็นพาหะ ทั้งนี้ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์รายงาน พบว่ามีโค-กระบือ ป่วยเป็นโรคลัมปี สกิน 2.9 หมื่นตัว รักษาหายแล้ว 1 หมื่นตัว เสียชีวิต 374 ตัว ซึ่งกรมได้เข้าดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อรักษาตัวที่ป่วยอยู่ให้หายขาด โดยจะใช้เวลาประมาณ 30 วัน และไม่ติดต่อสู่คน หรือสัตว์ชนิดอื่น เมื่อรักษาหายขาด เนื้อนำมาบริโภคได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.รัชดา กล่าวว่า รมว.เกษตรฯ สั่งการให้กรมปศุสัตว์เข้มงวดเรื่องการเคลื่อนย้ายสัตว์ โดยเฉพาะการลักลอบเคลื่อนย้ายตามแนวชายแดนทุกแห่ง หากพบผู้กระทำผิดให้ดำเนินการทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด รวมถึงได้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการป้องกัน ควบคุม และเตรียมความพร้อมเผชิญเหตุโรคลัมปี สกิน เพื่อทำหน้าที่ติดตามสถานการณ์โรคระบาด วางแผนการกระจายวัคซีน การป้องกันกำจัดโรค ส่วนมาตรการชดเชยเยียวยาเกษตรกรก็มีความชัดเจนเป็นไปตามระเบียบกระทรวงการคลัง นายกรัฐมนตรีเชื่อมั่นในแนวทางของกระทรวงเกษตรฯ ที่ดำเนินการอยู่จะควบคุมการแพร่ระบาดโรคลัมปี สกิน ได้
นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรฯ กล่าวว่า&amp;nbsp; ในส่วนของวัคซีน&amp;nbsp;LSDV&amp;nbsp;ป้องกันโรคลัมปี สกิน กรมปศุสัตว์ได้มีการนำเข้าวัคซีนมาแล้ว&amp;nbsp;60,000 โดส&amp;nbsp;และได้กระจายไปยังพื้นที่ต่างๆ ทั้งหมดที่มีการระบาดแล้ว และสัปดาห์หน้าจะนำเข้าวัคซีนมาเพิ่มอีก&amp;nbsp;300,000&amp;nbsp;โดส&amp;nbsp;ในเบื้องต้นได้สั่งการให้กระจายการฉีดวัคซีนในพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดอย่างหนัก โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังได้กำชับให้กรมปศุสัตว์วางแผนในการฉีดวัคซีนให้เกิดประสิทธิภาพ&amp;nbsp;และให้เป็นไปตามแผนการป้องกันการแพร่ระบาดที่เกิดขึ้นอย่างทั่วถึง เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดให้ได้มากที่สุด โดยหลังจากที่มีข่าวว่ามีโค-กระบือเสียชีวิต&amp;nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ ล่าสุดสั่งการให้กรมเข้าไปดำเนินการตรวจสอบและใช้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดอย่างเต็มที่และลดความเดือดร้อนของเกษตรกร
นายประภัตร กล่าวต่อว่า สำหรับมาตรการที่กรมปศุสัตว์เตรียมการเยียวยาเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบจากโรคลัมปี สกิน ในกรณีที่เป็นการชดเชยกรณีสัตว์ตายหรือป่วยตายนั้น จะดำเนินการตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ.2562 โดยมีขั้นตอน คือ 1.รวบรวมข้อมูลความเสียหาย 2.รวบรวมข้อมูลเสนอคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติอำเภอ (ปศุสัตว์อำเภอ) 3.รวบรวมข้อมูลเสนอคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจังหวัด (ปศุสัตว์จังหวัด) และ 4.ขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คือ ปศุสัตว์จังหวัดหรือกรมปศุสัตว์
&amp;ldquo;จะชดเชยตามจริง แต่ไม่เกินรายละ 2 ตัว เป็นเงินสดผ่านบัญชีเงินฝากของเกษตรกรตามหลักเกณฑ์ คือ&amp;nbsp;กรณีโค-กระบือ อายุ 6 เดือน&amp;nbsp;โดยโคจะชดเชย 6,000 บาท กระบือชดเชย 8,000 บาท&amp;nbsp;กรณีโค-กระบือ อายุ 6 เดือน-1 ปี&amp;nbsp;โคชดเชย 12,000 บาท กระบือชดเชย 14,000 บาท&amp;nbsp;กรณีโค-กระบือ อายุ 1-2 ปี&amp;nbsp;โคชดเชย 16,000 บาท กระบือชดเชย 18,000 บาท&amp;nbsp;และกรณีโค-กระบือ อายุ 2 ปี&amp;nbsp;โคชดเชย 20,000 บาท กระบือชดเชย 22,000 บาท&amp;quot; นายประภัตร กล่าว
หากเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์รายใดได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคลัมปี สกิน และมีความประสงค์จะขอรับการเยียวยา ขอให้ติดต่อสำนักงานปศุสัตว์อำเภอ หรือสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดใกล้บ้าน หรือศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านปศุสัตว์ กองส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์ ทางโทรศัพท์&amp;nbsp;0-2653-4444&amp;nbsp;ต่อ&amp;nbsp;3315&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;e-mail :&amp;nbsp;disaster@dld.go.th&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105715</URL_LINK>
                <HASHTAG>ลัมปี สกิน, วัคซีนป้องกัน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อีสานระบาดหนัก, เคลื่อนย้ายสัตว์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210608/image_big_60bf81332bed8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105607</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปศุสัตว์บุรีรัมย์ เสนอประกาศ เขตประสบภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดบุรีรัมย์เตรียมเสนอผู้ว่าราชการจังหวัด ประกาศเป็นเขตประสบพิบัติภัยโรคระบาดสัตว์ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากโรคลัมปี สกิน หลังพบโคป่วยและตายจำนวนมาก ย้ำเนื้อโคที่ผ่านโรงฆ่าสัตว์ปลอดภัย บริโภคได้ และโรคนี้ไม่ติดสู่คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิชาติ สุวรรณชัยรบ ปศุสัตว์จังหวัดบุรีรัมย์ เปิดเผยว่า จากการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคลัมปี สกิน ในโคและกระบือ พร้อมร่วมกันหารือระเบียบ เตรียมเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ในการประกาศเป็นเขตประสบภัยพิบัติโรคระบาดสัตว์ และวางแนวทางในการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาดดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์โรคลัมปี สกิน ในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ ขณะนี้พบการแพร่ระบาดใน 23 อำเภอของจังหวัด ข้อมูล ณ วันที่ 6 มิถุนายน 2564 มีสัตว์ป่วยสะสม 3,742 ตัว รักษาหายป่วยแล้ว 183 ตัว สัตว์ตาย 148 ตัว สัตว์ป่วยคงเหลือ 3,559 ตัว เกษตรกรได้รับผลกระทบ 2,067 ราย ในพื้นที่ 23 อำเภอ 188 ตำบล และขณะนี้ปศุสัตว์แต่ละอำเภอลงพื้นที่สำรวจและรายงานเข้ามา เพื่อที่จะสรุปข้อมูลอย่างละเอียดอีกครั้งโดยเฉพาะจำนวนสัตว์ที่ป่วยหรือเสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนมาตรการต่างๆ ปศุสัตว์จังหวัดบุรีรัมย์ให้การช่วยเหลือเฉพาะหน้า เพื่อป้องกัน ควบคุมและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดหน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่รักษาพยาบาลสัตว์ป่วย การอบรมให้ความรู้เกษตรกร การจัดกิจกรรม Kick off รณรงค์ป้องกันและกำจัดโรคลัมปี สกิน&amp;nbsp; ในโค-กระบือ การฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคและการฉีดพ่นยากำจัดแมลงพาหะ การสนับสนุนเวชภัณฑ์ สารกำจัดแมลงและอื่นๆ ได้เริ่มดำเนินการไปแล้วในทุกท้องที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์ประกาศเขตโรคระบาดทั้งจังหวัด ควบคุมการเคลื่อนย้ายโค-กระบือ ลดการแพร่เชื้อโรค การปิดตลาดนัดโค-กระบือ ซึ่งการประกาศเขตภัยพิบัติและประกาศเขตช่วยเหลือเยียวยาเพื่อชดเชย เยียวยากรณีสัตว์ตายด้วยโรคระบาด ซึ่งจะเริ่มเปิดให้เกษตรกรยื่นคำขอหลังจากการประกาศเขตภัยพิบัติ โดยมีขั้นตอนการดำเนินงานและอัตราการชดเชยตามจริงแต่ไม่เกินรายละ 2 ตัว เป็นเงินสด ผ่านบัญชีเงินฝากเกษตรกร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับอัตราเงินชดเชยรายได้ให้เกษตรกรเจ้าของโค-กระบือตามจริง แต่ไม่เกินรายละ 2 ตัว เป็นเงินสดผ่านบัญชีเงินฝากเกษตรกร สัตว์อายุน้อยกว่า 6 เดือน โคจ่ายเงินเยียวยา 6,000 บาทต่อตัว กระบือเยียวยา 8,000 บาทต่อตัว จ่ายตามจริง แต่ไม่เกินรายละ 2 ตัวต่อราย, อายุ 6 เดือนถึง 1 ปี โคจ่ายเงินเยียวยา 12,000 บาทต่อตัว กระบือเยียวยา 14,000 บาทต่อตัว, อายุมากกว่า 1 ปี ถึง 2 ปี โคจ่ายเงินเยียวยา 16,000 บาทต่อตัว กระบือเยียวยา 18,000 บาทต่อตัว, อายุมากกว่า 2 ปี โคจ่ายเงินเยียวยา 20,000 บาทต่อตัว กระบือเยียวยา 22,000 บาทต่อตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ขอเน้นย้ำว่าสัตว์ที่เป็นโรคนี้ แม้ดูจากภายนอกแล้วจะน่ากลัว เพราะเป็นตุ่ม เป็นแผล ซึ่งโรคนี้สามารถรักษาหาย เนื้อกินได้ และไม่ติดคน เป็นเฉพาะในโค-กระบือเท่านั้น และที่สำคัญเนื้อโคทุกตัวที่จะเข้าโรงฆ่าสัตว์นั้นจะต้องได้รับการตรวจโรคและสุขภาพ เพราะฉะนั้นอยากให้ประชาชนมั่นใจว่าเนื้อปลอดภัยบริโภคได้ และอยากฝากถึงพี่น้องเกษตรกร หากพบว่าโค-กระบือของตัวเองเริ่มป่วย โดยมีอาการซึม ไม่ค่อยกินหญ้า ควรรีบแยกตัวออกจากฝูง หากเป็นไปได้ให้กางมุ้ง เพื่อที่จะไม่เป็นพาหะไปยังตัวอื่น และใช้ยาทาป้องกันทุกตัว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105607</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประกาศเขตประสบภัย, ปศุสัตว์, ปศุสัตว์จังหวัดบุรีรัมย์, ลัมปี สกิน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, โรคลัมปี สกิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210607/image_big_60be25166977a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105491</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลัมปีสกินแพร่2ด. เสียหาย500ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ลัมปี สกิน&amp;rdquo; ระบาดส่งผลให้ภาคใต้เสียหายหนัก&amp;nbsp; 2 เดือนกว่า 500 ล้านบาท &amp;ldquo;โคกุรบาน&amp;rdquo; พิธีศาสนาอิสลาม มูลค่า 300 ล้าน ไม่สามารถเคลื่อนย้ายไป 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตลอดจนถึงประเทศมาเลเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายหมี่รัน ขำนุรักษ์ ที่ปรึกษาวิสาหกิจชุมชนคนเลี้ยงวัวลังกาสุกะพัทลุง และตลาดกลางลังกาสุกะกรุ๊ป โค-กระบือ แพะ อ.กงกรา จ.พัทลุง เปิดเผยว่า จากโรคโค-กระบือ ลัมปี สกิน ที่เกิดขึ้นทางภาคอีสาน ที่กำลังระบาดอยู่ในขณะนี้ โดยกรมปศุสัตว์ได้ประกาศห้ามเคลื่อนย้ายโค-กระบือ จนได้ส่งผลกระทบตลาดโค-กระบือทางภาคใต้อย่างหนัก ที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ เพื่อป้องกันโรคลิมปี สกิน&amp;nbsp; โดยภาคใต้ได้วางมาตรการควบคุมมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2564 จนถึงขณะนี้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเฉพาะตลาดกลางลังกาสุกะ ก่อนเกิดโรคลัมปี สกิน จะมีโคเคลื่อนไหวซื้อขายประมาณ 2,000 และ 3,000 ตัว/เดือน ราคาเฉลี่ยไม่เกิน 30,000 บาท/ตัว จะเป็นเงินประมาณ 60 ล้านบาท และถึง 90 ล้านบาท/เดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ตอนนี้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม เดือนมิถุนายน และไปถึงเดือนกลางเดือนกรกฎาคม 2564 ยุติหมด&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากยังไม่มีการเคลื่อนย้าย เงินหมุนเวียนซื้อขายโคก็จะหายไปประมาณกว่า 200 ล้านบาท เฉพาะในเครือข่ายลังกาสุกะทางภาคใต้ และนอกนั้นยังมีโคกุรบานที่จะมีการซื้อขายเคลื่อนย้ายไปยัง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ตลอดไปถึงประเทศมาเลเซียในห้วงระยะกว่า 2 เดือนนี้ ที่มีความต้องการกว่า 10,000 ตัว เป็นเงินประมาณ 300 ล้านบาท ก็จะต้องหายไปอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;รวมเม็ดเงินที่หายไปในเครือข่ายลังกาสุกะทั่วภาคใต้ จนถึง จ.ประจวบคีรีขันธ์และจังหวัดใกล้เคียง ภาพรวมประมาณกว่า 500 ล้านบาท ยังไม่รวมถึงกลุ่มโคอื่นๆ อีกจำนวนหนึ่ง&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายหมี่รันกล่าวอีกว่า สำหรับภาคใต้ โรคโคลัมปี สกิน สามารถควบคุมกันเองได้ โดยเคลื่อนย้ายภายในเขตระหว่างปศุสัตว์เขต 8 และปศุสัตว์เขต 9 แต่ห้ามเด็ดขาดคือการเคลื่อนย้ายโค-กระบือ ตลอดจนถึงการลักลอบขนโคจากข้างบนลงมาข้างล่าง โดยพื้นที่จะต้องป้องกันอย่างเข้มงวดเด็ดขาด ตั้งแต่ จ.ประจวบคีรีขันธ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ซึ่งเคยประสบปัญหาเรื่องโรคระบาดสุกร เช่น โรคเพิร์สที่สุกรขนมาจาก จ.สุราษฎร์ธานี มาลงที่ จ.พัทลุง จนเกิดโรคเพิร์สกับสุกรในพื้นที่ จ.พัทลุง ถูกทำลายทิ้งไปจำนวนหนึ่ง และห้ามเคลื่อนย้าย จนสร้างความเสียหายมาแล้ว จึงไม่อยากให้เกิดกับวงการโคซ้ำอีก&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายหมี่รันกล่าวอีกว่า ดังนั้นจึงเรียนถึงภาครัฐ รัฐบาล น่าจะมีการทบทวนมาตรการการควบคุมการเคลื่อนย้ายโคในพื้นที่ภาคใต้ ระหว่างปศุสัตว์เขต 8 และปศุสัตว์เขต 9 ใหม่ โดยให้สามารถเคลื่อนย้ายภายในพื้นที่ และการส่งออกไปยังประเทศมาเลเซีย โดยเฉพาะมาเลเซีย ต้องการโคกุรบานตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนกรกฎาคม 2564 กว่า 10,000 ตัว และอาจจะถึง 20,000 ตัว ซึ่งเป็นโคกุรบานที่เอาไปทำบุญพิธีทางศาสนาอิสลาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าของฟาร์มโคขนาดใหญ่รายหนึ่งเปิดเผยว่า โรคลัมปี สกิน กระแสออกมาแรงมาก จนส่งผลให้กับกลุ่มผู้ค้าวัวที่มีข้ออ้างจะต้องถูกกดดันเรื่องราคาลงอีกมาก โดยขณะนี้มีการกดราคาลงจาก 100 บาท/กก. โดยจะถูกกดลง 20 บาท/กก. เหลือ 80 บาท/กก. จากประมาณ 100 และ 110 บาท/กก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105491</URL_LINK>
                <HASHTAG>ลัมปี สกิน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เสียหาย500ล้าน, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, โคกุรบาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210606/image_big_60bcdeef1a40c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105262</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2021 15:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2021 15:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผวา &#039;ลัมปี สกิน&#039; ลามเข้ากรุง &#039;อัศวิน&#039; สั่ง 50 เขตสกัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มิ.ย.64 - พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. เป็นประธานการประชุมหัวหน้าหน่วยงานของกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 6/2564 ผ่านระบบประชุมทางไกล (Teleconference) ซึ่งในที่ประชุม สำนักการแพทย์และสำนักอนามัย กทม. รายงานการบริหารจัดการสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ในประเทศไทย ประจำวันที่ 4 มิ.ย.64 พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 2,631 ราย เป็นผู้ป่วยรายใหม่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวน 995 ราย ผลการให้บริการวัคซีนCOVID-19 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครมีผู้ที่ได้รับวัคซีนสะสม ครบ 2 เข็ม จำนวน 243,688 ราย และผู้ที่ได้รับวัคซีน 1 เข็ม จำนวน 490,005 ราย ทั้งนี้ ในที่ประชุมเห็นชอบให้รวบรวมปัญหาอุปสรรคในการให้บริการวัคซีนใน รพ.สังกัดกรุงเทพมหานคร 11 แห่ง และหน่วยบริการวัคซีนนอก รพ. 25 แห่ง โดยให้ที่ปรึกษาของผู้ว่าฯกทม.ร่วมติดตามการดำเนินงานทุกจุดบริการอย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น สำนักงานปศุสัตว์พื้นที่กรุงเทพมหานคร ได้รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคลัมปี สกิน (Lumpy skin disease : LSD) ซึ่งพบครั้งแรกในจังหวัดร้อยเอ็ด และพบการแพร่ระบาดในพื้นที่ 41 จังหวัด ซึ่งข้อมูล ณ วันที่ 2 มิ.ย. 64 ยังไม่มีรายงานการพบโรคลัมปี สกิน ในพื้นที่กทม. ทั้งนี้ สำนักงานปศุสัตว์พื้นที่กรุงเทพมหานคร ได้รายงานมาตรการการเฝ้าระวังโรคลัมปี สกิน ของกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดังนี้ 1. ให้จังหวัดที่อยู่ในรัศมี 50 กิโลเมตร ประกาศเป็นเขตโรคระบาดสัตว์ ชนิดโรคลัมปี-สกิน ในสัตว์ชนิดโค กระบือ 2. รณรงค์ (kick-off) ป้องกันและกําจัดโรคลัมปี-สกิน โดยเมื่อวันที่ 31 พ.ค.64 สํานักงานปศุสัตว์พื้นที่กรุงเทพมหานคร ได้จัดทีมเคลื่อนที่เร็วลงพื้นที่ออกประชาสัมพันธ์ ให้ความรู้เกษตรกรเรื่องโรคลัมปี สกิน พร้อมทั้งฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อและยาฆ่าแมลงทำความสะอาดคอกเลี้ยงสัตว์ ไม่ให้เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของแมลงพาหะ รวมถึงกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงและแมลงดูดเลือด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักรู้เพื่อเร่งค้นหาโรค 4. ควบคุมการเคลื่อนย้าย โดยอนุญาตให้เคลื่อนย้ายเฉพาะเข้าโรงฆ่าในพื้นที่เท่านั้น กรณีอื่นให้ขออนุญาตที่สำนักควบคุม ป้องกันและบำบัดโรคสัตว์ และ 5. การฉีดวัคซีนป้องกันโรค กรมปศุสัตว์ได้รับวัคซีน LSDV เมื่อวันที่ 30 พ.ค. 64 จํานวน 60,000 โดส เพื่อนำไปฉีดให้กับโค กระบือของเกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่ที่มีการระบาดเป็นหลักก่อน และจะฉีดรอบจุดเกิดโรคเพื่อควบคุมการแพร่กระจายของโรคออกจากจุดเกิดโรคตามหลักวิชาการควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดโดยเร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผู้ว่าฯกทม. มีความห่วงใยต่อเกษตรกรในพื้นที่ กทม. จึงได้กำชับผู้อำนวยการเขต 50 เขต โดยเฉพาะเขตชั้นนอก ประชาสัมพันธ์ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ได้รับทราบข้อมูลการแพร่ระบาดของโรคลัมปี สกิน และให้สังเกตอาการป่วยหรืออาการผิดปกติของโค กระบือ หากพบตุ่มบนผิวหนังของสัตว์บริเวณต่าง ๆ ตามร่างกาย ภายในโพรงจมูก และช่องปาก หากพบสัตว์มีอาการดังกล่าวสามารถแจ้งข้อมูลได้ที่ปศุสัตว์พื้นที่กรุงเทพมหานคร ทั้ง 14 แห่ง ดังนี้ ปศุสัตว์พื้นที่ 1 รับผิดชอบพื้นที่เขตหนองจอก ปศุสัตว์พื้นที่ 2 รับผิดชอบพื้นที่เขตมีนบุรี และคลองสามวา ปศุสัตว์พื้นที่ 3 รับผิดชอบพื้นที่เขตลาดกระบัง และสะพานสูง ปศุสัตว์พื้นที่ 4 รับผิดชอบพื้นที่เขตหลักสี่ ดอนเมือง บางเขน และสายไหม ปศุสัตว์พื้นที่ 5 รับผิดชอบพื้นที่เขตบางซื่อ จตุจักร ดินแดง ลาดพร้าว และห้วยขวาง ปศุสัตว์พื้นที่ 6 รับผิดชอบพื้นที่เขตบางกะปิ บึงกุ่ม คันนายาว และวังทองหลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปศุสัตว์พื้นที่ 7 รับผิดชอบพื้นที่เขตดุสิต พญาไท ราชเทวี พระนคร และป้อมปราบศัตรูพ่าย ปศุสัตว์พื้นที่ 8 รับผิดชอบพื้นที่เขตบางคอแหลม ยานนาวา สาทร บางรัก ปทุมวัน และสัมพันธวงศ์ ปศุสัตว์พื้นที่ 9 รับผิดชอบพื้นที่เขตสวนหลวง วัฒนา และคลองเตย ปศุสัตว์พื้นที่ 10 รับผิดชอบพื้นที่เขตประเวศ พระโขนง และบางนา ปศุสัตว์พื้นที่ 11 รับผิดชอบพื้นที่เขตตลิ่งชัน ทวีวัฒนา บางพลัด และบางกอกน้อย ปศุสัตว์พื้นที่ 12 รับผิดชอบพื้นที่เขตราษฎร์บูรณะ บางกอกใหญ่ ธนบุรี คลองสาน และจอมทอง ปศุสัตว์พื้นที่ 13 รับผิดชอบพื้นที่เขตหนองแขม บางแค บางบอน และภาษีเจริญ และปศุสัตว์พื้นที่ 14 รับผิดชอบพื้นที่เขตบางขุนเทียน และทุ่งครุ หรือติดต่อสำนักควบคุม ป้องกันและบำบัดโรคสัตว์ (สบค.) กรมปศุสัตว์ หรือสายด่วนแจ้งโรคระบาดกรมปศุสัตว์ โทร 06 3225 6888 หรือแจ้งผ่านแอปพลิเคชัน DLD 4.0 &amp;quot;แจ้งการเกิดโรคระบาด&amp;quot; ได้ตลอดเวลา
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105262</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง, ลัมปี สกิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210531/image_big_60b48a1b66bb5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104164</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ประภัตร’เร่งคุม ยับยั้งลัมปีสกิน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;lsquo;ประภัตร&amp;rsquo; เร่งกำจัดโรคลัมปี สกิน ในโค-กระบือ ปล่อยขบวนสัตวแพทย์รักษา พร้อมหน่วยพ่นยาทำเชื้อโรค ยับยั้งระบาด ยันเป็นแล้วหาย เนื้อกินได้ ไม่ติดต่อสู่คน พบเกิดโรคใน 20 จังหวัดอีสาน สัตว์ป่วยเกือบ 9 พันตัว ลุย 5 มาตรการควบคุมโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 25 พ.ค. ที่จังหวัดขอนแก่น นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงานคิกออฟรณรงค์ป้องกันและกำจัดโรคลัมปี สกิน โดยมีนายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เข้าร่วมนายประภัตรกล่าวว่า จากการติดตามสถานการณ์การระบาดของโรคลัมปี สกิน อย่างใกล้ชิด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้กำชับให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งแก้ไขปัญหาการควบคุมโรคอย่างเร่งด่วน เพื่อคลายความวิตกกังวลของเกษตรกร กระทรวงเกษตรฯ จึงร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคิกออฟรณรงค์ป้องกันและกำจัดโรคลัมปี สกิน ในวันที่ 25-26 พ.ค.64 จังหวัดขอนแก่น สกลนคร และมุกดาหาร
นายประภัตรกล่าวว่า กิจกรรมประกอบด้วยปล่อยขบวนสัตวแพทย์เคลื่อนที่ไปตามพื้นที่ต่างๆ เพื่อรักษาโค-กระบือที่ป่วย โดยเป็นการรักษาตามอาการในเบื้องต้น, ปล่อยขบวนหน่วยพ่นยาทำลายเชื้อโรคและพ่นสารเคมีกำจัดแมลง ซึ่งเป็นพาหะของโรค เพื่อยับยั้ง ชะลอการแพร่ระบาด และแจกสารเคมีกำจัดแมลงที่เป็นพาหะ แจกยารักษาแผลภายนอก ยาบำรุง แร่ธาตุ พร้อมทั้งสั่งการให้หน่วยงานในพื้นที่ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ของโรคอย่างใกล้ชิด
นายประภัตรกล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯ ได้ติดตามระยะของโรคมาตั้งแต่ต้นปี 2564 ซึ่งมีการระบาดในประเทศเพื่อนบ้าน และมีการสั่งปิดด่านเคลื่อนย้ายสัตว์ระหว่างชายแดนตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ แต่การระบาดของโรคลัมปี สกิน ได้มาปรากฏขึ้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดเป็นจังหวัดแรก ขณะนี้กระจายไปทั่ว 20 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สร้างความตื่นตระหนกกับเกษตรกรอย่างมาก เพราะเป็นโรคอุบัติใหม่ในประเทศไทย เกษตรกรไม่รู้รายละเอียดของโรค ขณะนี้กระทรวงเกษตรฯ ได้ข้อสรุปของโรคแล้ว ขอรับรองว่ารักษาหาย เนื้อทานได้ ไม่ติดต่อถึงคน พร้อมวางมาตรการป้องกันและกำจัดโรคลัมปี สกิน แล้ว ขอให้เกษตรกรอย่าวิตกกังวล ให้รับข้อมูลจากเจ้าที่ปศุสัตว์เป็นหลัก โดยเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์จะลงพื้นที่เชิงรุกอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเข้าใจให้กับเกษตรกร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประภัตรกล่าวว่า การแก้ไขปัญหาและแนวทางมาตรการป้องกันโรคระบาด โรคลัมปี สกิน ในพื้นที่เขต 3 และเขต 4 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในเรื่องการสื่อสารทำความเข้าใจกับเกษตรกรในเรื่องของการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรค และความเข้าใจในตัวของโรคลัมปี สกิน&amp;nbsp; ปัจจุบันพบรายงานการเกิดโรคในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือแล้ว 20 จังหวัด สัตว์ป่วยรวมจำนวน 8,964 ตัว ดังนั้น เพื่อเป็นการควบคุมโรค กรมปศุสัตว์ออก 5 มาตรการควบคุมโรค 1.ควบคุมการเคลื่อนย้ายโคกระบือ 2.เฝ้าระวังการเกิดโรคอย่างใกล้ชิด 3.กำจัดแมลงนำโรค อาทิ แมลงดูดเลือด ยุง เห็บ โดยใช้สารกำจัดแมลงทั้งบนตัวสัตว์ และบริเวณรอบฟาร์ม 4.รักษาสัตว์ป่วยตามอาการ 5.ฉีดวัคซีนควบคุมโรค ทั้งนี้ การออกให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันแก่โค-กระบือของเกษตรกร จะดำเนินการตามแผนปฏิบัติการของคณะกรรมการแก้ไขปัญหาโรคลัมปี สกิน เป็นผู้พิจารณา โดยนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ลงนามแต่งตั้งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประภัตรกล่าวว่า สำหรับมาตรการต่อไปที่กระทรวงเกษตรฯ เน้นย้ำหน่วยงานในพื้นที่ให้เพิ่มความเข้มงวด ไม่ให้มีการขนย้ายสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาตโดยเด็ดขาด และเตรียมเสนอเรื่องเข้าคณะรัฐมนตรี เพื่อขอใช้งบกลางในการสนับสนุนอุปกรณ์และปัจจัยต่างๆ ได้แก่ มุ้งสีฟ้าตาถี่ สำหรับแจกจ่ายให้เกษตรกรใช้กางให้กับสัตว์ เพื่อป้องกันแมลงดูดเลือด และยุงที่เป็นพาหะนำโรค ยารักษาโรคสัตว์ป่วยทั่วไป ยาฉีดกำจัดปรสิต ยาทาภายนอกสำหรับกำจัดปรสิต ยาฆ่าเชื้อไวรัส เครื่องพ่นหมอกควัน สำหรับให้เกษตรกรไว้ใช้พ่นหมอกควันกำจัดแมลงในชุมชน นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้หน่วยงานปศุสัตว์ในพื้นที่รณรงค์ให้เกษตรกรหันมาทำประกันสัตว์ ซึ่งจ่ายเบี้ยประมาณ 400 บาทต่อ 6 เดือน แต่คุ้มครองการตายของสัตว์ทุกกรณี 30,000 บาท.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104164</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยับยั้งลัมปีสกิน, ลัมปี สกิน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, โรคลัมปี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210525/image_big_60ad13f7cbab2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
