<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106214</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2021 14:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2021 14:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผวาทั้งหมู่บ้าน!ซากวัวตายปริศนาโผล่ริมถนน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มิ.ย.64 - &amp;nbsp;นายธนพงษ์ สัญวงษ์ หรือกำนันนุช ต.ควนปริง &amp;nbsp;จ.ตรัง และ พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และอสม. ได้ลงไปตรวจสอบซากวัวพื้นบ้านขนาดใหญ่ เพศผู้ มาทิ้งโดยไม่ทราบสาเหตุริมถนนในหมู่บ้าน ม.7 บ้านนาป้อ ต.ควนปริง จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบสภาพซากขึ้นอืดส่งกลิ่นเหม็นคาวคละคลุ้ง แมลงวันหึ่งบินตอมจนทำให้ชาวบ้านหวาดผวาเพราะช่วงนี้มีกระแสข่าวการแพร่ระบาดของเชื้อโรคลัมปี สกิน (Lumpy skin disease) โรคอุบัติใหม่ในโค กระบือ อยู่ในในหลายพื้นที่ แม้ไม่เป็นโรคติดต่อสู่คนแต่ประสานทีมฆ่าเชื้อและฝังทำลายทันทีเพื่อป้องกันโรคอื่นๆ ที่จะตามมา จึงขอฝากประกาศแจ้งเตือนหากต้องการความช่วยเหลือโทรแจ้ง 075-258782ต่อ 13 อบต.ควนปริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายธนพงษ์ หรือกำนันนุช &amp;nbsp;ระบุว่า ช่วงเวลาก่อนเที่ยง มีชาวบ้านแจ้งมายังตนว่าพบซากวัวตายอยู่ข้างถนนใกล้รางรถไฟ พื้นที่ ม.7 บ้านนาป้อ จึงเดินทางตรวจสอบพบว่าเป็นซากวัวที่ตายไปแล้วอายุประมาณ 1 ปีเศษ เพศผู้ สภาพเท้าคู่ด้านหลังมีร่องรอยผูกเชือกไว้ บริเวณลำตัวก็ไม่ได้พบบาดแผลอะไร และเริ่มเน่าเปื่อย มีแมลงวันตอมเต็ม ตนจึงแจ้งไปยังตำรวจสายตรวจ ต.ควนปริง พร้อม ดร.ทักษิณ รักจริง นายก อบต.ควนปริง มาตรวจสอบ ขณะเดียวกันก็ได้ประสานไปยังปศุสัตว์ จ.ตรัง โดยให้ขุดหลุมฝังได้เลยเพราะสภาพเริ่มเน่าเปื่อยแล้ว และแนะนำให้ใช้ปูนขาวโรยในหลุมก่อนฝัง โดยใช้รถแบ็คโฮขุดหลุมฝังเรียบร้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนพงษ์ กล่าวอีกว่า ตนเองคิดว่าไม่น่าจะเกิดจากโรคระบาดแต่อาจจะเกิดจากอุบัติเหตุตกหล่นจากรถขณะเคลื่อนย้ายจึงถูกลากมาทิ้ง ตนเองก็ไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าของวัว แต่ทราบจากชาวบ้านว่ามีคนลากมาช่วงกลางดึก คนที่มาทิ้งน่าจะคิดว่าเป็นจุดทิ้งขยะซึ่งตอนนี้ทางนายก อบต.ควนปริง ก็ได้ดำเนินการทำความสะอาด และติดป้ายประกาศสั่งห้ามทิ้งขยะบริเวณดังกล่าวแล้ว ซึ่งบริเวณดังกล่าวไม่ใช่เป็นจุดที่ทิ้งขยะแต่เป็นจุดที่มีคนสัญจรน้อยชาวบ้านไม่รู้มาจากไหนมาทิ้งขยะกัน เชื่อว่าน่าจะไม่ใช่คนในพื้นที่ ต.ควนปริง ดูจากขยะส่วนใหญ่เป็นไข่ไก่ ไข่เป็ด น่าจะเป็นกลุ่มพ่อค้า แม่ค้าขายอาหาร หลังจากนี้หากมีคนฝ่าฝืนก็ต้องลงโทษตามกฎหมาย เพราะทาง ต.ควนปริง เรามีการรณรงค์เรื่องขยะอยู่แล้ว มีการคัดแยกขยะ เพื่อให้ขยะลดลง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106214</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรัง, ลัมปีสกิน, วัวตาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210613/image_big_60c5b02562af3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105537</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2021 12:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2021 12:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลัมปีสกินระบาดหนัก! บุรีรัมย์ประกาศพื้นที่ประสบภัยโรคระบาดสัตว์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มิ.ย. 64 - นายอภิชาติ สุวรรณชัยรบ ปศุสัตว์จังหวัดบุรีรัมย์ เปิดเผยว่า จากการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคลัมปีสกินในโค และกระบือ พร้อมร่วมกันหารือระเบียบ เตรียมเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ในการประกาศเป็นเขตประสบภัยพิบัติโรคระบาดสัตว์ และวางแนวทางในการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาดดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์โรคลัมปีสกินในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ ขณะนี้พบการแพร่ระบาดทั้ง 23 อำเภอทั้งจังหวัด ข้อมูล ณ วันที่ 6 มิถุนายน 2564 มีสัตว์ป่วยสะสม 3,742 ตัว รักษาหายป่วยแล้ว 183 ตัว สัตว์ตาย 148 ตัว สัตว์ป่วยคงเหลือ 3,559 ตัว เกษตรกรได้รับผลกระทบ 2,067 ราย ในพื้นที่ 23 อำเภอ 188 ตำบล และขณะนี้ปศุสัตว์แต่ละอำเภอลงพื้นที่สำรวจ และรายงานเข้ามา เพื่อที่จะสรุปข้อมูลอย่างละเอียดอีกครั้งโดยเฉพาะจำนวนสัตว์ที่ป่วยหรือเสียชีวิต
ในส่วนมาตรการต่างๆ ปศุสัตว์จังหวัดบุรีรัมย์ ให้การช่วยเหลือเฉพาะหน้า เพื่อป้องกัน ควบคุมและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคร่วมกับหน่วยที่เกี่ยวข้อง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดหน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่รักษาพยาบาลสัตว์ป่วย การอบรมให้ความรู้เกษตรกร, การจัดกิจกรรม Kick off รณรงค์ป้องกันและกำจัดโรคลัมปี สกิน ในโค-กระบือการฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคและและการฉีดพ่นยากำจัดแมลงพาหะการสนับสนุนเวชภัณฑ์ สารกำจัดแมลงและอื่นๆ ได้เริ่มดำเนินการไปแล้วในทุกท้องที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จังหวัดบุรีรัมย์ ประกาศเขตโรคระบาดทั้งจังหวัด ควบคุมการเคลื่อนย้ายโคกระบือ ลดการแพร่เชื้อโรค การปิดตลาดนัดโค กระบือ ซึ่งการประกาศเขตภัยพิบัติและประกาศเขตช่วยเหลือเยียวยาเพื่อชดเชย เยียวยากรณีสัตว์ตายด้วยโรคระบาด ซึ่งจะเริ่มเปิดให้เกษตรกรยื่นคำขอหลังจากการประกาศเขตภัยพิบัติ โดยมีขั้นตอนการดำเนินงานและอัตราการชดเชยตามจริงแต่ไม่เกินรายละ 2 ตัว เป็นเงินสด ผ่านบัญชีเงินฝากเกษตรก
สำหรับอัตราเงินชดเชยรายได้ให้เกษตรกรเจ้าของโค กระบือ ตามจริง แต่ไม่เกินรายละ 2 ตัว เป็นเงินสดผ่านบัญชีเงินฝากเกษตรกร สัตว์อายุ น้อยกว่า 6 เดือน โคจ่ายเงินเยียวยา 6,000 บาทต่อตัว กระบือเยียวยา 8,000 บาทต่อตัว จ่ายตามจริง แต่ไม่เกินรายละ 2 ตัวต่อราย, อายุ 6 เดือนถึง 1 ปี โคจ่ายเงินเยียวยา 12,000 บาทต่อตัว กระบือเยียวยา 14,000 บาทต่อตัว, อายุมากกว่า 1 ปี ถึง 2 ปี โคจ่ายเงินเยียวยา 16,000 บาทต่อตัว กระบือเยียวยา 18,000 บาทต่อตัว, อายุมากกว่า 2 ปี โคจ่ายเงินเยียวยา 20,000 บาทต่อตัว กระบือเยียวยา 22,000 บาทต่อตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ขอเน้นย้ำว่าสัตว์ที่เป็นโรคนี้ แม้ดูจากภายนอกแล้วจะน่ากลัว เพราะเป็นตุ่ม เป็นแผล ซึ่งโรคนี้สามารถรักษาหาย เนื้อกินได้ และไม่ติดคน เป็นเฉพาะในโค กระบือเท่านั้น และที่สำคัญเนื้อโคทุกตัวที่จะเข้าโรงฆ่าสัตว์นั้นจะต้องได้รับการตรวจโรคและสุขภาพ เพราะฉะนั้นอยากให้ประชาชนมั่นใจว่าเนื้อปลอดภัยบริโภคได้ และอยากฝากถึงพี่น้องเกษตรกรหากพบว่าโค กระบือของตัวเองเริ่มป่วย โดยมีอาการซึม ไม่ค่อยกินหญ้า ควรรีบแยกตัวออกจากฝูง หากเป็นไปได้ให้กางมุ้ง เพื่อที่จะไม่เป็นพาหะไปยังตัวอื่น และใช้ยาทาป้องกันทุกตัว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105537</URL_LINK>
                <HASHTAG>บุรีรัมย์, ลัมปีสกิน, อภิชาต สุวรรณชัยรบ, โค-กระบือ, โรคระบาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210607/image_big_60bda8bd68593.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105426</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/06/2021 14:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/06/2021 14:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เกษตรกรน้ำตาตก!รัฐช้าเป็นเต่าปล่อยลัมปีสกินระบาดไฟลามทุ่ง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 มิ.ย.64 - นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส.พะเยา พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงปัญหาการระบาดของโรคลัมปีสกิน ในวัวพื้นที่ต่างๆว่า สถานการณ์ขณะนี้ต้องยอมรับว่ามีการแพร่ระบาดไปทั่วประเทศแล้ว ที่ผ่านมาการแก้ไขปัญหาของภาครัฐล่าช้า ทั้งการจัดหาวัคซีนและยารักษา ทำให้เกษตรกรต้องดิ้นรนหาหนทางรักษาวัวที่ติดเชื้อกันเองแบบผิดๆ ถูกๆ ได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้าง แต่ก็จำเป็นต้องทำเพื่อหาทางรอดให้วัวที่เลี้ยงและความอยู่รอดของตัวเอง แม้ค่าใช้จ่ายจะสูงและเสี่ยงที่จะเสียเงินฟรี ปัญหาก็เกิดจากการที่ภาครัฐล่าช้าในการแก้ไขและไม่มีความชัดเจนในแนวทางการรักษาให้กับเกษตรกร ทั้งๆ ที่ภาครัฐ โดยกรมปศุสัตว์ ควรให้ข้อมูลกับเกษตรกรก่อนหน้านี้แล้วว่าแนวทางป้องกันและการรักษาควรเป็นอย่างไร จะต้องใช้ยาอะไร ประเภทไหน ซึ่งจะช่วยให้พี่น้องเกษตรกรรักษาที่ไปในทิศทางเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาภาครัฐล่าช้าอย่างมากทั้งในส่วนของการจัดหาวัคซีนและยารักษา ส่งผลให้เกษตรกรต้องยากลำบาก เพราะวัวที่เลี้ยงไว้และมีมูลค่านับแสนบาทต้องติดโรคชนิดนี้ไปเป็นจำนวนมาก แม้วันนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะนำเข้าวัคซีนมาแล้ว 60,000 โดสและประกาศว่าจะนำเข้ามาอีกประมาณ 300,000 โดส แต่ก็ยังไม่น่าจะเพียงพอและไม่ทันการณ์ วัคซีนก็ยังไม่ถึงมือเกษตรกร ดังนั้นกรมปศุสัตว์ ควรประสานงานไปยังมหาวิทยาลัยหรือสถานศึกษาต่างๆ ที่มีการเรียนการสอนเกี่ยวกับปศุสัตว์ เพื่อเปิดให้นักศึกษาและอาสาสมัครเข้ามาช่วยการกระจายการฉีดวัคซีนให้รวดเร็วยิ่งขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105426</URL_LINK>
                <HASHTAG>ลัมปีสกิน, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210606/image_big_60bc721896d1e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104658</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2021 13:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2021 13:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลัมปีสกินอาละวาดเมืองช้าง!วัวล้มป่วยตายระนาว ชาวบ้านร้องรัฐเยียวยา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ค.64 - สถานการณ์การระบาดของไวรัสลัมปีสกิน ทำให้ชาวบ้านในเขตพื้นที่ตำบลบุฤาษี อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ได้รับความเดือดร้อนอย่างต่อเนื่อง โดย มีวัวที่ชาวบ้านเลี้ยงเอาไว้ได้ป่วยเป็นโรคลัมปีสกินที่ล้มตายไปจำนวนหลายตัว &amp;nbsp;นาย ทองด้วง แย้มงาม อายุ62 ปี ประธานอสม.อำเภอเมืองสุรินทร์ และสมาชิกอบต.หมู่บ้านสก็วนหมู่ที่5ตำบลบุฤาษี กล่าวว่า &amp;nbsp;ตนเองมีโคมาเลี้ยงจำนวน 8 ตัวและ และเมื่อวันที่28พ.ค.64ที่ผ่านมาเวลา18.30น.วัวของตัวเองเพศเมียอายุราว7เดือนก็ได้ล้มป่วยด้วยโรคลัมปีสกินอย่างน่าเสียดายและยังมีของชาวบ้านที่ล้มป่วยตายอีกจำนวน4ตัวเลยทีเดียวในเขตพื้นที่ตำบลบุฤาษี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทองด้วง กล่าวอีกว่า กรณีที่วัวของชาวบ้านที่ได้ป่วยกันเป็นจำนวนมากในขณะนี้ตลอดจนล้มป่วยตายทางหน่วยงานของอำเภอหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องน่าจะเข้ามาดูแลและหาทางช่วยเหลือให้กับสัตว์ที่ป่วยและล้มตายควรจะมีการเยียวยาให้กับผู้ที่เลี้ยงโคกระบือที่มีผลกระทบในครั้งนี้เพราะลำพังไวรัสโควิด-19ที่กำลังระบาดหนักอยู่ในขณะนี้ตลาดนัดโคกระบือในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ก็ถูกปิดพี่น้องที่ทำอาชีพเกษตรกรรมก็ลำบากมากครับอยากให้มีหน่วยงานเข้ามาดูแลในการเยียวยาให้กับผู้เลี้ยงโคด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางด้าน นางสาวจิระฐา ชัยชนะไพศาล นายกอบต.บุฤาษี ได้กล่าว่า ทางอบต.บุฤาษีก็ไม่ได้นิ่งนอนใจได้ประชาสัมพันธ์พร้อมกับแนะนำเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์จังหวัดสุรินทร์ออกมาแนะนำพ่นฉีดคอกสัตว์ให้กับชาวบ้านอย่างต่อเนื่องพร้อมกับแนะนำให้การดูแลเป็นอย่างดีเพราะโรคคลัมปีสกินเป็นโรคใหม่ที่ซึ่งมีแมลงดูดเลือดเป็นพาหะนำโรค กัดจากสัตว์ที่ป่วยไปแพร่เชื้อให้กับสัตว์ที่ไม่ป่วยซึ่งจะควบคุมได้ยากมากถ้าพบสัตว์ป่วยก็ควรให้แยกออกจากฝูงและมีการพ่นยาฆ่าแมลงกำจัดแหล่งหาหะนำโรคหรือติดต่อเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ที่อยู่ใกล้บ้านให้มาดู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดจังหวัดสุรินทร์ประกาศกำหนดเขตโรคระบาดชนิดโรคลัมปีสกิน(Lumpy SKin disease)ในโคนม โคเนื้อ กระบือ อย่างต่อเนื่องหลายพื้นที่ในจังหวัดสุรินทร์และมีแนวโน้มที่จะแพร่กระจายไปในวงกว้าง ฉะนั้นอาศัยตามความในมาตรา21 แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์พ.ศ.2558 ข้อ.1 กำหนดให้ทุกท้องที่ทุกหมู่บ้านทุกตำบลทุกอำเภอในจังหวัดสุรินทร์เป็นเขตโรคระบาดชนิดโรคลัมปีสกินชนิดสัตว์ควบคุมโคนมโคเนื้อกระบือ ให้เจ้าของสัตว์แจ้งต่อเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่สารวัตร หรือสัตวแพทย์ภายใน12ชั่วโมงนับแต่ เวลาสัตว์ป่วยหรือตายตลอดจนหากพบมีการเคลื่อนย้ายโคนมโคเนื้อและกระบือเข้าหรืออกหรือผ่านในเขตนั้นเว้นแต่ จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากสัตวแพทย์ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบประจำเขตนั้น ตลอดจนเจ้าของสัตว์ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของสัตวแพทย์ทุกประการผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติหรือคำสั่ง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน2ปีหรือปรับไม่เกิน2หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับตามมาตรา65 แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104658</URL_LINK>
                <HASHTAG>ลัมปีสกิน, สุรินทร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210530/image_big_60b334f1782bd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
