<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>74055</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/08/2020 08:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/08/2020 08:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บีทีเอสจับมือลาดกระบังศึกษารถไฟฟ้าล้อยางให้บริการนำร่อง2เส้นทาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ส.ค. 2563 นายกวิน กาญจนพาสน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS เปิดเผยว่า บริษัทฯ บริษัท บางกอก สมาร์ทการ์ด ซิสเทม จำกัด และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการในการพัฒนาระบบขนส่งมวลชน ในการศึกษาความเป็นไปได้ในการนำระบบรถไฟฟ้าล้อยาง (Tram Bus) มาใช้เป็นครั้งแรกของประเทศไทย ซึ่งเป็นการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนสาธารณะระบบรางขนาดรอง

ทั้งนี้โดยจะเชื่อมต่อพื้นที่ภายในสถาบันการศึกษา กับระบบขนส่งมวลชนหลัก ได้แก่ รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ที่สถานีลาดกระบังและใช้เทคโนโลยีโดยเฉพาะ ระบบ E-Payment และ Non-Payment ผ่านบัตรแรบบิท ที่สามารถเชื่อมต่อกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน ซึ่งภายใต้ความร่วมมือนี้จะทำให้นักศึกษาเกิดการเรียนรู้ เข้าถึงเทคโนโลยีสมัยใหม่จากประสบการณ์จริงอีกด้วย

อย่างไรก็ตามยังจะเป็นโอกาสอันดีที่ทางบริษัทฯ จะได้แลกเปลี่ยนความรู้ด้านเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับระบบขนส่งมวลชน และระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงฟังก์ชันการใช้งานด้านดิจิทัลอื่นๆ กับ สจล. ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาที่มีองค์ความรู้ มีผลงานวิจัยมากมาย และยังสามารถนำมาใช้ในการศึกษาเพื่อนำไปสู่การเรียนการสอนในชั้นเรียนได้อีกด้วย

ด้านนายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการบริหาร บริษัท บีทีเอส กรุ๊ปฯ กล่าวว่า ในเบื้องต้นได้มีการศึกษารูปแบบ &amp;ldquo;ระบบรถรางไฟฟ้าล้อยาง&amp;rdquo; (Tram Bus) ในเส้นทางที่มีความเป็นไปได้ไว้จำนวน 2 เส้นทาง เส้นทางที่ 1 รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ จากสถานีลาดกระบัง-หัวตะเข้ ระยะทาง 4 กิโลเมตร ประกอบด้วย 3 สถานี ได้แก่ สถานีพระจอมเกล้า และสถานีหัวตะเข้เส้นทางที่ 2 วิ่งรอบภายในพื้นที่ของสถาบัน และเชื่อมต่อรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์

สำหรับรถรางไฟฟ้าล้อยางเป็นระบบขนส่งมวลชนสาธารณะที่ได้รับความนิยมใช้ตามเมืองหลวงต่างๆ ในต่างประเทศ มีลักษณะคล้ายรถโดยสารทั่วไปแต่จะทันสมัยกว่า และมีการพ่วงตู้โดยสาร โดยในรถ 1 ขบวนจะมี 3 ตู้ ซึ่งจะสามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึง 250 คนต่อขบวน ใช้ความเร็วได้สูงสุด 75 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ไม่มีมลพิษเนื่องจากใช้ระบบไฟฟ้าในการขับเคลื่อน

ทั้งนี้ ใน 2 เส้นทางจะต้องใช้รถรางไฟฟ้าล้อยาง จำนวน 4 ขบวน ในการให้บริการ ซึ่งคาดว่าจะเพียงพอรองรับการเดินทางของผู้โดยสารที่ใช้บริการภายในสถาบันฯ และประชาชนทั่วไป โดยรูปแบบการใช้บริการสามารถใช้บัตรแรบบิทในการเดินทาง และสามารถเชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชนในปัจจุบันได้อย่างต่อเนื่อง

&amp;ldquo;โครงการนี้ยังอยู่ในระหว่างการศึกษา และหากสามารถนำไปสู่การดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมต่อไปได้จะใช้เวลาประมาณ 2-3 ปี โครงการนี้จึงจะเสร็จสมบูรณ์ และเป็นระบบรถรางไฟฟ้าล้อยางแห่งแรกที่จะวิ่งในสถาบันการศึกษาของประเทศไทยและจะเป็นต้นแบบให้กับโครงการอื่นๆ ที่จะมีต่อไปในอนาคตได้&amp;rdquo;นายสุรพงษ์ กล่าว

นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวว่า การลงนามความร่วมมือกับบีทีเอส และ บริษัท บางกอก สมาร์ทการ์ด ซิสเทม ซึ่งเป็นบริษัทฯ ที่เป็นเลิศทางด้านธุรกิจระบบขนส่งสาธารณะทางราง สื่อโฆษณาอสังหาริมทรัพย์ และผู้นำทางด้านเทคโนโลยีด้านการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งได้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ โดยทั้ง 2 บริษัทจะเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของนักศึกษาให้มีความสะดวกสบาย ทั้งด้านการเดินทาง การใช้ชีวิตประจำวันให้ดียิ่งขึ้นโดยเฉพาะการเดินทางสัญจรภายในบริเวณสถาบันฯ และเขตชุมชนใกล้เคียง

อย่างไรก็ตามปัจจุบันเป็นปัญหาอย่างมากเนื่องจากมีทางรถไฟวิ่งผ่านกลางสถาบันฯ มีผู้โดยสารเดินทางมาขึ้น-ลงจำนวนมาก ประชาชนนำรถยนต์ส่วนตัวออกมาขับขี่แทนการใช้ระบบขนส่งมวลชน ทำให้ในช่วงเวลาเร่งด่วนเช้า-เย็นเกิดปัญหาจราจรติดขัดเป็นเวลานาน ก่อให้เกิดการสะสมมลพิษ ส่งผลต่อสภาพแวดล้อมภายในสถาบันฯ สุขภาพของนักศึกษา และประชาชนทั่วไปอีกด้วย


&amp;ldquo;จากปัญหาดังกล่าว ทางบีทีเอสฯ ได้เข้ามาร่วมแก้ไขปัญหาโดยการศึกษาเส้นทาง &amp;ldquo;ระบบรถรางไฟฟ้าล้อยาง&amp;rdquo; (Tram Bus) เพื่อใช้เป็นระบบขนส่งมวลชนหลักในการเดินทางของนักศึกษา และบุคลากรภายในสถาบันฯ ในการเดินทางเชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชนสาธารณะที่มีอยู่ในปัจจุบัน และลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว แก้ปัญหาจราจร พร้อมทั้งลดมลพิษภายในสถาบันฯ ให้เป็นไปตามนโยบายของภาครัฐ และยังสามารถตอบโจทย์ให้แก่นักศึกษาซึ่งเป็นวัยรุ่นยุคใหม่ที่เน้นความรวดเร็ว และสะดวกสบายในการเดินทางเป็นหลัก&amp;rdquo;นายสุชัชวีร์กล่าว
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74055</URL_LINK>
                <HASHTAG>บีทีเอส, ลาดกระบัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200811/image_big_5f31f7b239f3f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57387</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/02/2020 10:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/02/2020 10:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;อ้อนทำงานเพื่อคนทั้งประเทศอย่าเกลียดกันเลย ยันรบ.ใช้เงินไม่เกินตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.พ. 63 &amp;ndash; เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ศูนย์ชุมชนโครงการเคหะร่มเกล้า 2 ถนนร่มเกล้า เขตลาดกระบัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นประธานมอบสัญญาเช่าในโครงการ &amp;ldquo;บ้านของเรา ก้าวไปด้วยกัน&amp;rdquo; โดยการเคหะแห่งชาติ ให้กับผู้ได้รับสิทธิเช่าราคาพิเศษในโครงการเคหะร่มเกล้า 2 และโครงการเคหะลาดกระบัง 2 จำนวน 50 คน โดยมี นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) นายณัฐพงศ์ พันธเกียรติไพศาล ประธานกรรมการการเคหะแห่งชาติ ดร.ธัชพล กาญจนกูล ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ คณะผู้บริหารการเคหะฯ รวมถึงที่อยู่อาศัยในโครงการเคหะร่มเกล้า 2 ร่วมให้การต้อนรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวว่า เห็นรอยยิ้มและเห็นใบหน้าทุกคนมีความสุขตนก็มีความสุข รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติที่ได้เป็นประธานเปิดโครงการในวันนี้ ซึ่งตนคิดเรื่องนี้มาตลอดตั้งแต่เข้ามาทำหน้าที่ ว่าทำอย่างไรให้ทุกคนมีความสุขมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องปัจจัยพื้นฐาน ทั้งบ้าน อาชีพ รายได้และโครงสร้างพื้นฐานให้เข้าสู่การดูแลของรัฐ ซึ่งต้องใช้เวลาพอสมควรจึงมีแผนยุทธศาสตร์ชาติและแผนปฏิรูป ดังนั้นโครงการดีๆ เหล่านี้ต้องไม่จบเพียงที่แรกหรือโครงการ 2-3 แต่ต้องมีต่อๆไป เพื่อให้คนมีบ้านพักหรือที่อยู่อาศัยที่ดีกว่าเดิม วันนี้เราทำหลายอย่าง รัฐบาลทำแบบนี้ทั้งที่อยู่อาศัย บ้านให้เช่า บ้านริมคลอง และอะไรต่างๆ ที่ทำให้ทุกคนมีความสุข แต่ต้องเห็นใจรัฐบาลด้วย เพราะยังมีปัญหาหลายอย่าง แต่ต้องทำให้ทุกคนเท่าเทียมโอกาส โดยผู้มีรายได้น้อยต้องดูแลเป็นพิเศษ ซึ่งประชาธิปไตยที่ถูกต้องต้องเป็นแบบนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตั้งแต่เข้ามาเห็นรอยยิ้มมาตลอด ไม่เห็นใครหน้าบึ้ง หรือคงไม่แสดงให้เห็น แต่ถึงอย่างไรอย่าโกรธ อย่าเกลียด อย่าโมโหตนเลย ตนกำลังทำทุกอย่างให้ทุกคนในประเทศนี้ รวมทั้งรัฐมนตรีทุกคนก็ช่วยกันทำงาน คนดียังมีอีกเยอะส่วนคนไม่ดีก็ต้องขจัดออกไปซึ่งมีกฎหมายทุกตัว เชื่อว่าหากพูดจาหารือกันก็จะหาทางออกได้ทุกเรื่อง ดีกว่าทะลาะเบาะแว้งกันบ้านเมืองไม่ได้อะไรขึ้นมา อย่างไรก็ตามประเทศประกอบด้วยผืนดิน ผืนน้ำและอากาศ และที่ทำให้ประเทศมีคุณภาพคือคนที่อยู่ในผืนแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์นี้ ซึ่งประเทศไทยมีทรัพยากรมายถ้าเราไม่ทำลาย ไม่ว่าที่ไหนก็ตามนี่คือแผ่นดินไทย แผ่นดินของเรา ฝากทุกคนดูแลด้วย ไม่ใช่แค่บ้านเราเอง ทุกคนต้องเป็นคนที่มีศักยภาพ เป็นคนดีและเป็นคนเก่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยวันนี้เราจำเป็นสร้างเศรษฐกิจฐานรากที่เป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ ซึ่งยากเหมือนกันที่ทำให้ทุกคนมีรายได้สูงขึ้นทันที รัฐบาลจึงต้องสร้างโครงสร้างหลายอย่าง แต่ต่อให้รัฐทำอะไรออกมาถ้าไม่ร่วมมือกันก็ไปไม่ได้ทั้งหมด แต่การยกระดับรายได้น้อยเป็นรายได้ปานกลางไม่ไกลเกินเอื้อม รัฐบาลกำลังพยายามทำหลายอย่างมีหลายมาตรการออกมา ซึ่งถ้าไม่ฟังอะไรเลยก็เหมือนตามหากันไม่เจอ ขณะเดียวกันวันนี้รัฐบาลมอบหมาย พม. ให้กำหนดกรอบที่อยู่อาศัยระยะยาวของประเทศ ทำต่อเนื่องในระยะ ที่5-20 ปี ทำต่อจนกว่าทุกคนจะมีที่อยู่อาศัย ถ้าเรามีประชาชนที่มีรายได้น้อย ภาษีได้รับน้อยก็ไม่มีเงินทำอย่างอื่น ขณะที่วันนี้ยังมีปัญหาโลกเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาดิจิตอล รวมทั้งมีความขัดแย้งในหลายประเทศมีสงคราม ซึ่งเราไม่เคยมีสิ่งเหล่านี้ แล้วจะให้เกิดขึ้นได้อย่างไรความขัดแย้งในชาติ เราต้องเอาทุกอย่างมาเป็นบทเรียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม หากไม่ตั้งเป้าหมายจะไม่เห็นว่า แต่ละปีจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง จึงต้องมียุทธศาสตร์ชาติ เพื่อวางแผนไม่ให้ใช้เงินเกินตัว วันนี้ยังไม่ได้ทำอะไรเกินเลยสักอย่าง แต่มีผลงานให้ประชาชนสัมผัสได้ สิ่งที่ตนและรัฐบาลนี้ทำเป็นการทำเพื่ออนาคตไม่ใช่เพื่อปัจจุบันอย่างเดียว เพราะถ้าแค่เปิดแล้วปิดงานมันง่าย จึงต้องทำให้ยากขึ้นโดยวางเป้าหมายทุกเรื่อง เช่น 5-10 ปีจะมีประชาชนมีที่อยู่อาศัยเท่าไหร่ และต้องบริหารจัดการทุกอย่างให้ต่อเนื่อง ทั้งเรื่องที่อยู่อาศัย สิ่งแวดล้อม ขยะ และเรื่องอื่นๆ สิ่งเหล่านี้ทุกอย่างมีผลทำให้ทุกคนหลับสบาย ฝันดี และไม่ต้องไปปวดหัวกับข่าวสารที่ทำรกสมอง วันเสาร์อาทิตย์นายกฯ นอนหลับสบาย ใครจะว่าอะไร ไม่ได้อ่าน เพราะสุขภาพจิตมันเสีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วันนี้อยากคุยกับพวกเราเพราะนานๆ เจอที เห็นทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใสทำให้ นายกฯ มีกำลังใจทำงานให้พวกเราต่อไป ไม่ใช่เฉพาะที่นี่แต่เป็นทุกที่ที่เป็นประเทศไทย ซึ่งผมไม่เคยละเว้นพื้นที่ใด จึงเป็นสิ่งที่ยาก เพราะไม่ใช่แค่ไปเฉพาะพื้นที่ สิ่งสำคัญทุกคนต้องรู้รักสามัคคี คนบ้านใกล้กันต้องรักกัน อย่าทะเลาะกัน สงสารตำรวจเหนื่อยทุกคนต้องอยู่ด้วยกันให้ได้ เพราะนี่คือพี่น้องประชาชนคนไทย เราเคยมีนิสัยน่ารักแต่ไม่รู้อะไรเกิดขึ้นทำให้ความขัดแย้งมาก แต่ย้ำว่ากฎหมายก็คือกฎหมายเราไม่ก้าวล่วงได้ แต่วันนี้กลับมีการวิเคราะห์กันมากเกินไป ขอให้เป็นหน้าที่ศาลและกระบวนการยุติธรรม ใครมีปัญหาฟ้องร้องตามกฎหมาย หากไม่มีเงินสู้คดีก็มีกองทุนยุติธรรม&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ช่วงหนึ่ง นายกฯ กล่าวว่า ขอบคุณทุกคน รัฐมนตรี ผู้ว่าฯ รวมถึงทุกคนที่ไม่เอ่ยชื่อ แต่ไม่ต้องกลัวตำแหน่งยังอยู่กับท่านอยู่แล้ว ยังไม่ไปไหนตอนนี้ หากทำงานดีก็เจริญก้าวหน้า ขณะเดียวกันรัฐบาลก็เดินหน้าแก้ปัญหาหนี้สินให้กับประชาชน ไปย้อนดูก่อนหน้านี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ดังนั้นอยากให้พูดในสิ่งดีๆ สิ่งที่ไม่ใช่ ไม่จริงไม่มีข้อมูลพูดไปเรื่อยเปื่อยตนจำเป็นต้องชี้แจงว่ารัฐบาลทำอะไรไปแล้วบ้าง อย่างไรก็ตามหลังจบงานวันเดียวกันนี้มีแขกต่างประเทศรอเข้าพบ ซึ่งมีคนบอกไม่มีคนอยากคบกับตน แต่มีแขกต่างประเทศมาหาทุกวัน พร้อมชื่นชมตนและรัฐบาลมาตลอด จึงไม่รู้ไปเอาจากไหนที่บอกว่าไม่มีคนอยากคบตนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีนายกฯเยี่ยมชมนิทรรศการ และบูธกิจกรรมชุมชน ก่อนเดินทางกลับ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57387</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฯ, บิ๊กตู่, บ้านของเรา ก้าวไปด้วยกัน, พม., รัฐบาล, ลาดกระบัง, เคหะร่มเกล้า, เคหแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200217/image_big_5e4a09d17b9f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23206</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/12/2018 11:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/12/2018 09:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประมูลชิง ICD ลาดกระบังเหงา กลุ่มเอแอลจี ยื่นซองรายเดียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รฟท.เปิดรายชื่อเอกชนยื่นประมูลพื้นที่ ICD. ลาดกระบัง วงเงิน4หมื่นล้านบาท เตรียมประกาศผลคัดเลือกภายใน45 วัน และเสนอ ครม.เห็นชอบต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศิริพงศ์ พฤทธิพันธุ์ รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการซ่อมบำรุงรถจักรและล้อเลื่อนกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการคัดเลือกเพื่อดำเนินการสรรหาเอกชนเพื่อรับสัมปทานเป็นผู้ประกอบการสถานีบรรจุและแยกสินค้ากล่อง (ไอซีดี) ลาดกระบังขนาด 647 ไร่ระยะเวลา 20 ปีวงเงินลงทุน 40,000 ล้านบาท ลาดกระบัง ว่า ตามที่การรถไฟฯ ได้เปิดให้บริษัทเอกชนที่มีความสนใจเข้าซื้อเอกสารข้อเสนอร่วมลงทุนโครงการสรรหาเอกชนเพื่อร่วมลงทุนเป็นโครงการดังกล่าวเมื่อวันที่ 3 ก.ย.-30 พ.ย. พบว่ามีเอกชน 1 รายยื่นข้อเสนอ. จากจำนวนผู้ซื้อเอกสารประกวดราคาทั้งหมด10 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศิริพงษ์กล่าวว่าที่ผ่านมาได้มีบริษัทเอกชนและบุคคลเข้าซื้อเอกสาร จำนวน 10 ราย และได้มีการชี้แจงรายละเอียดและตอบคำถามแก่บริษัทที่สนใจเมื่อวันที่ 2 พ.ย.61 โดยกำหนดรับซองข้อเสนอราคาในที่ 30 พ.ย.นี้ ซึ่งมีกลุ่มบริษัทเข้ายื่นข้อเสนอ จำนวน 1 ราย คือ กิจการร่วมค้า เอ แอล จี(ประเทศไทย) ประกอบด้วย บริษัท อีสเทิร์นซี แหลมฉบังเทอร์มินัล จำกัด &amp;nbsp; บริษัท เอเวอร์กรีนคอนเทนเนอร์ เทอร์มินัล (ประเทศไทย) จำกัด &amp;nbsp;บริษัท โอเชี่ยนเน็ตเวิร์ค เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท ไทย อินเตอร์เนชั่นแนล โลจิสติกส์ จำกัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการสรรหาเอกชนเพื่อร่วมลงทุนเป็นผู้ประกอบการสถานีบรรจุและแยกสินค้ากล่อง (ไอซีดี) ที่ลาดกระบัง ได้ดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี ซึ่งให้การรถไฟฯ เป็นผู้ดำเนินการสรรหาเอกชนเพื่อรับสัมปทานเป็นผู้ประกอบการไอซีดี ลาดกระบังใหม่ ตามพระราชบัญญัติให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2556ในการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานด้านการบรรจุและแยกตู้สินค้า (Container) ที่มีการนำเข้า หรือการส่งออกสินค้าไปยังต่างประเทศ ลดต้นทุนด้านการใช้พลังงานขนส่งสินค้าตามนโยบายของรัฐ และช่วยลดต้นทุนในการขนส่งให้ผู้ส่งออก และนำเข้าของต่างประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศิริพงษ์. กล่าวว่าหลังจากนี้ คณะกรรมการคัดเลือก จะดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติ และตรวจสอบเอกสารที่ใช้ประกอบการยื่นข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอที่ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติเบื้องต้น จะต้องชำระค่าธรรมเนียการประเมินข้อเสนอให้แก่การรถไฟฯ เป็นจำนวนเงิน 2 แสนบาท และผู้ยื่นเสนอที่ผ่านการประเมินข้อเสนอจะต้องวางหลักประกันสัญญาที่ออกโดยธนาคารให้กับการรถไฟฯ ในวันที่เข้าทำสัญญาร่วมทุนเป็นมูลค่า 250 ล้านบาท เพื่อเป็นหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาร่วมลงทุนของเอกชนคู่สัญญา ทั้งนี้จะประกาศผลการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุน ภายใน 45 วัน นับจากวันที่ยื่นซองเอกสารเสนอราคาที่ทำการ การรถไฟแห่งประเทศไทย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23206</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยื่นซองประมูล, รฟท., ลาดกระบัง, ศิริพงศ์ พฤทธิพันธุ์, ศูนย์ไอดีซี, สถานีบรรจุและแยกสินค้ากล่อง (ไอซีดี) ลาดกระบัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181201/image_big_5c01ec931974d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14915</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2026 17:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2018 18:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พม. ผนึกกำลังภาคีเครือข่ายพัฒนาระบบฐานข้อมูลและการบังคับคดีค้ามนุษย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลตำรวจเอก ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ ประธานอนุกรรมการบูรณาการและพัฒนาระบบฐานข้อมูลในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ให้ยั่งยืน ให้ ภายหลังพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 10 แห่ง เพื่อพัฒนาความร่วมมือในการจัดทำระบบฐานข้อมูลเพื่อป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ของประเทศไทย ภายในงาน Thailand Social Expo 2018 ณ ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุม อิมแพค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี&amp;nbsp; โดยได้กล่าวถึง ความสำคัญของการจัดทำระบบฐานข้อมูลของประเทศไทย ในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Default&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Default&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo; การจัดทำระบบข้อมูลสารสนเทศ และการเชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ระดับชาติ เป็นเรื่องสำคัญ และมีความสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ภายใต้การนำของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา&amp;nbsp;


fifa356 นายกรัฐมนตรี ที่จะนาพาประเทศไทย ไปสู่ &amp;ldquo;ไทยแลนด์ 4.0&amp;rdquo; ประกอบกับ ที่ผ่านมา พบปัญหาในการจัดเก็บข้อมูลด้วยมือ (manual) ทำให้ข้อมูลไม่เที่ยงตรง ไม่เป็นปัจจุบัน และไม่ทันการณ์ &amp;nbsp;ส่งผลต่อการจัดทำรายงานสถานการณ์และผลการดำเนินงานสำคัญของประเทศไทย &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Default&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ในปี 2558&amp;nbsp;


bnk789&amp;nbsp;กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) &amp;nbsp;ได้ร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบัง และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร จัดทำระบบฐานข้อมูลของประเทศไทยขึ้น และได้รับความร่วมมือจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ และสำนักงานอัยการสูงสุด โดยขณะนั้น ได้พัฒนาระบบฐานข้อมูลหลัก 2 ส่วน คือ ด้านการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด และด้านการช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ เพื่อประโยชน์ในการติดตามสถิติ สถานะทางคดี รวมทั้งสถิติและสถานการณ์ให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Default&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันสถานการณ์การค้ามนุษย์มีความซับซ้อนมากขึ้น รัฐบาลจึงได้จัดตั้งหน่วยงานเฉพาะเพิ่มเติม เช่น บก.ปคม. สำนักงานอัยการคดีค้ามนุษย์ และแผนกคดีค้ามนุษย์ ในสำนักงานศาลยุติธรรม เพื่อให้การดำเนินคดีและการบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น 


save168&amp;nbsp;ดังนั้น เพื่อให้สามารถรองรับการบันทึกข้อมูลสารสนเทศการดำเนินคดี การบันทึกข้อมูลสารสนเทศของผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ การเชื่อมโยงข้อมูลคดีที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานต่าง ๆ รวมถึงการประมวลผลข้อมูลจากระบบฐานข้อมูล เพื่อประโยชน์ในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ของประเทศไทย ทั้งในระดับนโยบายและระดับผู้ปฏิบัติ &amp;nbsp;จึงได้ขยายความร่วมมือเรื่องฐานข้อมูลค้ามนุษย์ระหว่างหน่วยงานเพิ่มเติมจากเดิม 4 หน่วยงาน เป็น 10 หน่วยงาน ประกอบด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Default&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;กระทรวง พม. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานศาลยุติธรรม สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กรมการปกครอง และสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน)&amp;nbsp;


สล็อต &amp;nbsp;เพื่อกำหนดแนวทางพัฒนาระบบฐานข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน ถูกต้อง ครบถ้วน และครอบคลุม และเพื่อให้เกิดการบูรณาการข้อมูลสารสนเทศระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และนำไปต่อยอดการศึกษาวิเคราะห์เส้นทางและรูปแบบของการค้ามนุษย์ เพื่อประโยชน์ในการหารือกับประเทศต้นทาง ทางผ่าน และปลายทางของการค้ามนุษย์ ในการป้องกันมิให้เกิดการค้ามนุษย์โดยแก้ที่สาเหตุของปัญหาอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14915</URL_LINK>
                <HASHTAG>Thailand Social Expo 2018, กระทรวง พม., ค้ามนุษย์, นนทบุรี, พลตำรวจเอก ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์, ลาดกระบัง, อิมแพค เมืองทองธานี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180807/image_big_5b697f96b1714.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7872</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2018 09:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/04/2018 21:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยึดไม้พะยูงล็อตใหญ่ซุกโกงดังลาดกระบัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 เม.ย.61-ช่วงค่ำที่ผ่านมา พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน &amp;nbsp;รอง ผบ.ตร.(ปป) &amp;nbsp;พร้อมด้วยพล.ต.ต.ปัญญา ปิ่นสุข ผบก.ปทส. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปทส. , เจ้าหน้าที่ทหาร กอ.รมน. &amp;nbsp;และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ร่มเกล้า &amp;nbsp;เข้าตรวจสอบ โกดังเลขที่ 68/1ซ.แฮปปี้เพลส ถ.เจ้าคุณทหาร &amp;nbsp;แขวงคลองสามประเวศ เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ &amp;nbsp;พบไม้พะยูง จำนวน 141 ท่อน/เหลี่ยม ปริมาตร 2.958 ลบ.ม. &amp;nbsp;รูปรอยดวงตรา ต.10849 &amp;nbsp;วางอยู่ในโกดัง , ไม้พะยูงท่อน จำนวน &amp;nbsp;371 &amp;nbsp;ท่อน &amp;nbsp;ปริมาตร 7.6666 ลบ.ม. &amp;nbsp;อยู่ในรถบรรทุก 6 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ หมายเลขทะเบียน 71-2769 สมุทรปราการ ซึ่งจอดอยู่บริเวณข้างโกดัง , เลื่อยโซ่ยนต์ไฟฟ้าดัดแปลง ยี่ห้อ MAKITA พร้อมบาร์และโซ่ &amp;nbsp; ขนาดบาร์ &amp;nbsp;32 นิ้ว &amp;nbsp; จำนวน &amp;nbsp; &amp;nbsp;1 &amp;nbsp; เครื่อง วางอยู่ในกองขี้เลื่อย , รถยกโฟคลิฟ &amp;nbsp;จำนวน &amp;nbsp; &amp;nbsp;1 &amp;nbsp; &amp;nbsp;คัน &amp;nbsp;ไว้สำหรับยกท่อนไม้ &amp;nbsp;อยู่ภายในโกดัง , เครื่องชั่งน้ำหนักดิจิตอล &amp;nbsp;หมายเลข S/N: 16E170313072 &amp;nbsp; &amp;nbsp;จำนวน 1 &amp;nbsp; เครื่อง ไว้สำหรับชั่งน้ำหนักท่อนไม้ &amp;nbsp;อยู่ภายในโกดัง , คีมจับไม้ ขนาดความยาว &amp;nbsp; 1.60 เมตร &amp;nbsp; จำนวน &amp;nbsp; 1 &amp;nbsp;คีม อยู่ภายในโกดัง , รถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นไฮลัควีโก้ สีขาว หมายเลขทะเบียน ฒณ 3416 &amp;nbsp;กรุงเทพ ฯ &amp;nbsp;จำนวน 1 คัน จอดอยู่ภายในโกดัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติฯ กล่าวว่า &amp;nbsp;การปฏิบัติการจับกุมเครือข่ายค้าไม้พะยูงข้ามชาติในครั้งนี้ ซึ่งได้รับรายงานว่ามีการลักลอบนำไม้พะยูงมาเก็บไว้ที่ โกดัง เลขที่ 68/1 ซ.แฮปปี้เพลส ถ.เจ้าคุณทหาร แขวงคลองสามประเวศ &amp;nbsp;เขตลาดกระบัง กรุงเทพ เพื่อบรรจุหีบห่อส่งที่ท่าเรือคลองเตย จึงให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปทส. ลงสืบสวนหาข่าว &amp;nbsp;และได้ประสานเจ้าหน้าที่ทหารและเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ เพื่อวางแผนร่วมกันเข้าตรวจค้นและจับกุมดังกล่าว การจับกุมครั้งนี้ ประเมินมูลค่าของกลาง กว่า 20 ล้านบาท.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7872</URL_LINK>
                <HASHTAG>จับไม้พะยูง, ปทส., พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน, รองผบ.ตร., ลาดกระบัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180425/image_big_5ae08f1cd5162.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4631</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/03/2018 16:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/03/2018 16:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคม เตรียมตัวปรับสถานีรถทัวร์ให้ทันสมัย  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขนส่งฯจับมือสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เผยร่างแผนแม่บทในการดำเนินการและการพัฒนาสถานีขนส่งคนโดยสารระยะ 20 ปี ผุดแผนออกแบบสถานีขนส่งในอนาคต มุ่งสู่การเป็น Smart Bus Terminal เทียบเท่าสากล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มี.ค.61-นายเชิดชัย สนั่นศรีสาคร รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก(ขบ.) เปิดเผยถึงการสัมมนาเพื่อรายงานผลการศึกษาและรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ พร้อมนำเสนอแผนแม่บทในการดำเนินการและการพัฒนาสถานีขนส่งคนโดยสารระยะ 20 ปี และแนวคิดการออกแบบสถานีขนส่งในอนาคต ตามโครงการศึกษาและจัดทำแผนแม่บทในการดำเนินการและการพัฒนาสถานีขนส่งคนโดยสาร ซึ่งร่างแผนแม่บทการพัฒนาสถานีขนส่งคนโดยสารระยะ 20 ปี แบ่งเป็น 3 ระยะ คือ ระยะสั้น 1-5 ปี (2561-2565) ระยะกลาง 6-10 ปี (66-70) ระยะยาว 11-20 ปี (71-80) โดยกรมฯและสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ได้เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ และภาคประชาชนที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการสถานีขนส่งคนโดยสาร เพื่อทดสอบแนวคิดและความเป็นไปได้ของการนำแผนแม่บทฯ ไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยได้คัดเลือกสถานีขนส่งคนโดยสารในชุมชนเมืองที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจในแต่ละภูมิภาคจำนวน 5 แห่ง ได้แก่ สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร), สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดสงขลา, สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดระยอง, สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดนครราชสีมา และสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเป็นพื้นที่ศึกษานำร่องในการจัดทำแผนปฏิบัติการระยะเร่งด่วน 5 ปี เพื่อพัฒนาให้สถานีขนส่งคนโดยสารนำร่องให้เป็นต้นแบบการพัฒนาสถานีขนส่งคนโดยสารในอนาคต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเชิดชัย กล่าวว่ากรมฯให้ความสำคัญกับการเพิ่มพื้นที่รองรับปริมาณผู้โดยสารและรถโดยสาร พร้อมปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนทุกกลุ่มเพื่อให้สามารถเข้าถึงบริการได้อย่างเท่าเทียม เช่น คนสูงอายุ และคนพิการ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อยกระดับการให้บริการภายในสถานีขนส่งและเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการตารางการเดินรถ เพื่ออำนวยความสะดวกและปลอดภัยในการเดินทางให้แก่ประชาชน เตรียมนำระบบ Smart Bus Terminal และระบบ GPS Tracking ที่กำหนดให้ติดตั้งในรถโดยสารสาธารณะทุกคัน มาใช้เชื่อมโยงกับศูนย์บริหารจัดการเดินรถระบบ GPS เพื่อติดตามการเดินรถ พร้อมแสดงเวลาเข้า-ออก เช่นเดียวกับสนามบิน เช่น ใช้ระบบตรวจเช็กเวลาเข้าออกรถอัตโนมัติ, ระบบขายตั๋วร่วม, ระบบบริหารจัดการช่องจอดอัตโนมัติ การพัฒนาระบบการเชื่อมต่อกับการขนส่งระบบอื่นๆ ทุกโหมดการเดินทางตามนโยบาย One Transport ของกระทรวงคมนาคม ตลอดจนการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ตามศักยภาพของพื้นที่เพื่อเพิ่มรายได้ให้ผู้ประกอบการ และนำอัตลักษณ์ของแต่ละจังหวัดมาเป็นเอกลักษณ์การให้บริการเฉพาะตัวของท้องถิ่น สอดคล้องกับการวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่ คาดว่าจะเริ่มให้บริการเพื่อให้ทันต่อการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4631</URL_LINK>
                <HASHTAG>Smart Bus Terminal, กรมการขนส่งทางบก, ขนส่ง, คมนาคม, ลาดกระบัง, สถานีขนส่ง, เชิดชัย สนั่นศรีสาคร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180309/image_big_5aa253cfb8f6e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
