<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114143</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2021 14:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2021 14:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปรับโฉมแบรนด์อสังหาเตรียมฝ่าทุกวิกฤติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่ามกลางสถานการณ์ที่ผันผวนจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้ทุกธุรกิจในโลกต้องปรับตัวกันอย่างโกลาหล คิดโครงการและแนวทางการดำเนินธุรกิจรูปแบบใหม่ที่จะสามารถผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่เป็นผลดีต่อองค์กร เช่นเดียวกับกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ที่ต้องเรียกว่าได้รับผลกระทบจากโควิด-19 อย่างเต็มที่ไม่แพ้กับกลุ่มธุรกิจอื่นๆ เนื่องจากรายได้ของคนในสังคมที่ลดลง ฉุดให้ความต้องการในการลงทุนหรือจับจ่ายซื้อขายในด้านต่างๆ ลดลงตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การลงทุนหรือจะใช้เงินต้องมีการวิเคราะห์และทบทวนให้รอบคอบกว่าทุกเวลาที่ผ่านมา ด้วยเหตุนี้ด้านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เองที่เป็นสินทรัพย์ขนาดใหญ่ และต้องใช้เงินลงทุนที่มีการวางแผนเยอะอยู่แล้ว จึงได้รับผลกระทบมาอย่างต่อเนื่อง ตลอดเวลาที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่อาจจะไม่ใช่กับ บริษัท แอสทิน เอสเตท จำกัด ที่ตลอดท่ามกลางวิกฤติครั้งนี้ ได้ผู้นำคนเก่งขึ้นมากุมบังเหียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรชัย กฤษฎาวรกุลปรับโฉมแบรนด์อสังหาเตรียมฝ่าทุกวิกฤติอไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้ทุกธุรกิจในโลกต้องปรับตัวกันอย่างโกลาหล คิดโครงการและแนวทางการดำเนินธุรกิจรูปแบบใหม่ที่จะสามารถผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่เป็นผลดีต่อองค์กร เช่นเดียวกับกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ที่ต้องเรียกว่าได้รับผลกระทบจากโควิด-19 อย่างเต็มที่ไม่แพ้กับกลุ่มธุรกิจอื่นๆ เนื่องจากรายได้ของคนในสังคมที่ลดลง ฉุดให้ความต้องการในการลงทุนหรือจับจ่ายซื้อขายในด้านต่างๆ ลดลงตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การลงทุนหรือจะใช้เงินต้องมีการวิเคราะห์และทบทวนให้รอบคอบกว่าทุกเวลาที่ผ่านมา ด้วยเหตุนี้ด้านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เองที่เป็นสินทรัพย์ขนาดใหญ่ และต้องใช้เงินลงทุนที่มีการวางแผนเยอะอยู่แล้ว จึงได้รับผลกระทบมาอย่างต่อเนื่อง ตลอดเวลาที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่อาจจะไม่ใช่กับ บริษัท แอสทิน เอสเตท จำกัด ที่ตลอดท่ามกลางวิกฤติครั้งนี้ ได้ผู้นำคนเก่งขึ้นมากุมบังเหียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พรชัย กฤษฎาวรกุล&amp;rdquo; กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอสทิน เอสเตท จำกัด ทายาทรุ่นที่ 2 ผู้สืบทอดธุรกิจในเครือ &amp;ldquo;ภัทรา เอสเตท&amp;rdquo; (ชื่อเดิม) บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับชั้นนำของไทยที่มีประสบการณ์ในแวดวงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มายาวนานกว่า 40 ปี ตลอดเวลาที่ผ่านถือว่าเป็นเสือซุ่มที่ค่อยๆ เติบโต จนสามารถสร้างชื่อเสียงให้เป็นที่รู้จักเป็นอย่างดี เป็นที่น่าเชื่อถือของลูกค้าในทำเลของคนเมือง ย่านทำเลพระราม 3 สาธุประดิษฐ์ ลาดพร้าว ฯลฯ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...และท่ามกลางวิกฤติการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 นี้ &amp;lsquo;พรชัย&amp;rsquo; ผู้บริหารคนเก่ง ก็เตรียมนำทัพสู้ศึก พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสทอง โดยการยกระดับองค์กรรีแบรนด์ครั้งยิ่งใหญ่ ภายใต้ชื่อใหม่ &amp;ldquo;แอสทิน เอสเตท&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;ASTIN ESTATE&amp;rdquo;!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้องยอมรับว่า พรชัย เป็นหนึ่งในผู้บริหารที่มีแนวคิดใหม่ๆ มีความสามารถอย่างเด่นชัดและน่าจับตามอง ทั้งการมองธุรกิจได้อย่างเฉียบคม วิเคราะห์และประเมินตลาดได้อย่างถูกต้อง แม้จะไม่ได้เรียนจบทางด้านวิศวะโดยตรง แต่พรชัยได้เห็นและได้เรียนรู้งานด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มาโดยตลอดมากกว่า 30 ปี เริ่มต้นตั้งแต่วัยเด็ก ซึ่งเรียนรู้งานด้านอสังหาริมทรัพย์ทั้งระบบ ทั้งงานภาคสนาม งานก่อสร้าง ตอกเสาเข็ม ฯลฯ เรียกได้ว่าความรู้และความเก่งแน่นครบเครื่องไม่แพ้ใคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยที่ผ่านมา การบริหารงานของ พรชัย คือการยกให้ทุกคนที่ทำงานให้บริษัท เป็นเสมือนครูผู้สอนที่แม่ทัพใหญ่ได้สั่งสมองค์ความรู้และซึมซับว่าจุดไหนควรดูแล จุดควรใส่ใจ พิถีพิถันกับทุกโครงการที่พัฒนา ด้วยนิยามของคำว่า &amp;ldquo;บ้าน&amp;rdquo; คือโครงสร้างความแข็งแรงที่มั่นคง มาพร้อมความปลอดภัยและมีสังคมที่ดีด้วย เพราะตระหนักดีว่าผู้คนซื้อบ้านได้แค่ครั้งเดียว จึงมุ่งมั่นและตั้งใจสร้างบ้านที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจตนารมณ์ที่มั่นคงแน่วแน่ ผสมผสานฝีมือการทำงานที่ครอบคลุมทำให้เป็นที่ยอมรับจากลูกค้ามากขึ้น และจากวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปของคนสมัยนี้ เป็นรูปแบบนิวนอร์มอล การรีแบรนด์องค์กรใหญ่ครั้งนี้ ก็มีเป้าหมายเพื่อเตรียมความพร้อมและมุ่งขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างมั่นคงยั่งยืนในระยะยาว โดยแบรนด์ใหม่ &amp;ldquo;แอสทิน เอสเตท&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;ASTIN ESTATE&amp;rdquo; ถูกยกระดับภาพลักษณ์องค์กรขึ้นสู่ระดับบริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์มืออาชีพและมากฝีมือ ตอกย้ำความน่าเชื่อถือ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรชัย พลิกโฉมแบรนด์ &amp;ldquo;แอสทิน เอสเตท&amp;rdquo; สู่รูปลักษณ์ใหม่ที่ดูสมาร์ท เท่ เรียบหรู ดูดี ถ่ายทอดออกมาผ่านทางแนวคิดและการออกแบบโครงการที่พักอาศัยและเชิงพาณิชย์ครบทุกรูปแบบเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าทุกเซ็กเมนต์ ทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม อาคารพาณิชย์ และคอนโดมิเนียม ฯลฯ มุ่งเน้นตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ทำเลเมืองที่ไม่เหมือนใคร มีเอกลักษณ์โดดเด่น เข้าถึงง่าย ทันสมัย มีสไตล์และเป็นที่น่าจดจำมากยิ่งขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่ง &amp;ldquo;แอสทิน เอสเตท&amp;rdquo; มีแนวคิดในการปรับโฉมแบรนด์ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้เข้าถึงง่าย ทันสมัย มีสไตล์มากยิ่งขึ้น แนวคิดการเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์คุณภาพที่มุ่งเน้นรายละเอียดการดีไซน์ พร้อมไปกับนวัตกรรมการอยู่อาศัยที่ให้ประโยชน์สูงสุดสำหรับชีวิตเมือง จึงเป็นแนวคิดหลักในการดำเนินงาน รวมถึงแอสทิน เอสเตท ยังมีความมุ่งมั่นที่จะยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัยในทุกรายละเอียดและสร้างสรรค์แรงบันดาลใจใหม่ๆ ในการใช้ชีวิตให้มีความหมายและความสุขสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบัน &amp;ldquo;แอสทิน เอสเตท&amp;rdquo; มีโครงการภายใต้การบริหาร 5 แบรนด์ มูลค่ารวมกัน 5,650 ล้านบาท ในปี 2564 เตรียมเปิดตัวโครงการใหม่ภายใต้แบรนด์ใหม่ที่เปิดตัวพร้อมกับการรีแบรนด์ คือ เวอริทซ์ (Veritz) สาธุประดิษฐ์ 34 ลักชัวรีทาวน์โฮมและโฮมออฟฟิศ 4 ชั้น จำนวน 35 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 20.9-25 ล้านบาท มูลค่าโครงการ 900 ล้านบาท &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนโครงการที่อยู่ภายใต้การพัฒนาของบริษัทอื่นๆ ได้แก่ โครงการเดอะพณา (The Pana) เพชรเกษม-สาย 3 บ้านเดี่ยวสไตล์โมเดิร์น บนทำเลสะดวกสบายในทุกการเดินทางย่านเพชรเกษม-พุทธมณฑลสาย 3 และบิซ แกลเลอเรีย (Biz Galleria) นวลจันทร์-เกษตรนวมินทร์ ออฟฟิศเรสิเดนซ์ สไตล์โมเดิร์นลักชัวรีที่ใหญ่ที่สุด บน ถ.เกษตร-นวมินทร์ ซึ่งทั้งสองโครงการนี้เหลือขายเพียงแค่ 4 ยูนิต คาดว่าจะปิดการขายได้ทั้งหมดภายในปี 2564 นี้ นอกจากนั้น ยังมีโครงการภายใต้บริษัทร่วมทุน บริษัท ภัทรนันท์ แอสเซท จำกัด คือ ไฮป์ (HYPE) สาทร-ธนบุรี คอนโดมิเนียมขนาด 8 ชั้น จำนวน 5 อาคาร รวม 911 ยูนิต &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งหมดนี้การันตีได้ว่าเวลานี้ &amp;ldquo;แอสทิน เอสเตท&amp;rdquo; ภายใต้การนำทัพของพรชัย ไม่ธรรมดาจริงๆ และยังก้าวหน้าไปอีกระดับแล้ว ซึ่งแน่นอนว่าผู้บริหารคนเก่งจะไม่หยุดนิ่งเพียงแค่นี้.. เพื่อจะขับเคลื่อนบริษัทให้ก้าวผ่านวิกฤติไปได้อีกครั้ง พร้อมมุ่งตอบสนองความต้องการของตลาดและยุคสมัยที่ปรับเปลี่ยนอยู่เสมอ.. อย่างแน่นอน!!.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114143</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรชัย กฤษฎาวรกุล, พระราม3, ภัทรา เอสเตท, ลาดพร้าว, สาธุประดิษฐ์, อสังหาริมทรัพย์, แอสทิน เอสเตท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210822/image_big_6121fff487b79.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107212</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2021 16:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2021 12:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>MEA จับมือ กฟผ. และ รฟท. ผนึกกำลังรองรับยานยนต์ไฟฟ้าสาธารณะ ช่วยลดมลภาวะ กระตุ้นเศรษฐกิจไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกีรพัฒน์ เจียมเศรษฐ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA พร้อมด้วย นายบุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และ นายอวิรุทธ์ ทองเนตร รองผู้ว่าการกลุ่มอำนวยการ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ร่วมพิธีเปิดสถานีต้นทางบางซื่อ การไฟฟ้านครหลวง และ สถานีไฟฟ้าแรงสูงจตุจักร การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พร้อมส่งจ่ายพลังงานไฟฟ้ารองรับสถานีกลางบางซื่อและโครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) รวมถึงรองรับการใช้ไฟฟ้าพื้นที่เมืองมหานครในอนาคต เพื่อร่วมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน รับเทรนด์การเดินทางด้วยยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อลดปัญหาการปล่อยมลพิษทางอากาศ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ณ สถานีไฟฟ้าแรงสูงจตุจักร และ สถานีต้นทางบางซื่อ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2564 ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกีรพัฒน์ เจียมเศรษฐ์ ผู้ว่าการ MEA เปิดเผยว่า MEA เริ่มดำเนินการก่อสร้างสถานีต้นทางบางซื่อตั้งแต่เดือนธันวาคม 2560 รองรับปริมาณพลังงานไฟฟ้าสูงถึง 1,800 MVA (เมกะโวลต์แอมป์) เพื่อรองรับการจ่ายไฟฟ้าพื้นที่สถานีกลางบางซื่อ และโครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) โดยผ่านการควบคุมบริหารจัดการระบบไฟฟ้าด้วยระบบ SCADA ที่ทันสมัย ทั้งยังออกแบบให้มีระบบสำรองไฟฟ้าในกรณีเหตุฉุกเฉินโดยบูรณาการร่วมกับ กฟผ. ในการเชื่อมโยงระบบสายส่งไฟฟ้าแรงสูงจากแหล่งจ่ายสถานีไฟฟ้าแรงสูงข้างเคียงของ กฟผ. ในพื้นที่โดยรอบ 3 สถานี (สถานีไฟฟ้าแรงสูงแจ้งวัฒนะ พระนครเหนือ และลาดพร้าว) รวมถึงการเชื่อมโยงจากสายส่งไฟฟ้าจากสถานีย่อยข้างเคียงของ MEA เอง ทำให้เสถียรภาพของระบบไฟฟ้ามีความมั่นคงยิ่งขึ้น โดย MEA มีความพร้อมในการจัดการควบคุมจ่ายไฟฟ้าให้กับทุกสถานีรถไฟฟ้าทั้งในปัจจุบัน นอกจากนี้ MEA ได้เตรียมความพร้อมรองรับการเชื่อมโยงระบบไฟฟ้าสำหรับการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าที่จะมาทดแทนรถยนต์น้ำมันต่อไปในอนาคต เพื่อสร้างความสะดวกสบายให้กับประชาชน ลดปัญหามลพิษทางอากาศ ตลอดจนการติดตั้งและพัฒนาสถานีอัดประจุไฟฟ้าของ MEA เชื่อมต่อ Platform ระบบบริหารจัดการเครื่องอัดประจุไฟฟ้าอัจฉริยะ วิเคราะห์ข้อมูลการชาร์จ เชื่อมต่อกับ MEA EV Application รองรับการใช้งานและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าอย่างครบวงจรในพื้นที่ให้บริการได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ MEA จึงมีความพร้อมพัฒนางานบริการเทคโนโลยีด้านระบบไฟฟ้าที่ทันสมัยขับเคลื่อนระบบพลังงานอัจฉริยะเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวว่า กฟผ. ได้ดำเนินการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคม ร่วมกับ การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) โดยก่อสร้างสถานีไฟฟ้าแรงสูงจตุจักรเพื่อเตรียมความพร้อมในการส่งจ่ายพลังงานไฟฟ้ารองรับการใช้ไฟฟ้าของสถานีกลางบางซื่อ และโครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ช่วงบางซื่อ - รังสิต และช่วงบางซื่อ - ตลิ่งชัน&amp;nbsp; ซึ่งจะเป็นศูนย์กลางการคมนาคมระบบรางของไทยแห่งใหม่ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในอาเซียน เป็นเส้นทางการคมนาคมขนส่งระบบรางที่สำคัญในอนาคตและยังถือเป็นโอกาสที่ดีในการ Restart กระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งนี้ สถานีไฟฟ้าแรงสูงจตุจักร เริ่มดำเนินการก่อสร้างเมื่อเดือนมีนาคม 2560 พร้อมส่งจ่ายไฟฟ้าให้สถานีต้นทางบางซื่อ MEA เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2563 ที่ผ่านมา เป็นสถานีไฟฟ้าแรงสูงแบบใช้ฉนวนก๊าซ (Gas Insulated Substation: GIS ) โดยเชื่อมโยงกับสถานีไฟฟ้าแรงสูงลาดพร้าว แจ้งวัฒนะ และพระนครเหนือ ด้วยสายส่งไฟฟ้าแรงสูงระดับแรงดัน 230 kV (กิโลโวลต์) รวมทั้งสิ้นจำนวน 4 วงจร พร้อมออกแบบและติดตั้งเสาไฟฟ้าแรงสูงแบบพิเศษที่มีเพียงต้นเดียวในประเทศไทย ให้สามารถใช้งานในพื้นที่จำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ และควบคุมความสูงของเสาไม่ให้ส่งกระทบต่อระบบการจ่ายกระแสไฟฟ้าเดิม โดยสามารถส่งจ่ายพลังงานไฟฟ้าได้สูงสุดถึง 2,400 MW (เมกะวัตต์) หรือเทียบเท่าโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ จำนวน 3 แห่ง รองรับการใช้ไฟฟ้าของสถานีกลางบางซื่อ และโครงการรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ช่วงบางซื่อ - รังสิต และช่วงบางซื่อ - ตลิ่งชัน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และรองรับการคมนาคมของประเทศไทยในอนาคต ซึ่งจะปรับเปลี่ยนเข้าสู่รูปแบบการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า หรือ EV มากยิ่งขึ้น ซึ่งปัจจุบัน กฟผ. ได้พัฒนานวัตกรรมรถยนต์ EV รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า และเรือไฟฟ้า เพื่อเชื่อมต่อการเดินทาง &amp;ldquo;ล้อ ราง เรือ&amp;rdquo; สร้างความสะดวกสบายในการเดินทางให้กับประชาชน สามารถช่วยลดปัญหาการปล่อยมลพิษทางอากาศและฝุ่น PM 2.5 จากภาคการขนส่ง นับเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานตามแนวคิด EGAT for ALL&amp;nbsp;เพราะ กฟผ. เป็นของทุกคน ทำเพื่อทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายอวิรุทธ์ ทองเนตร รองผู้ว่าการกลุ่มอำนวยการ รฟท. กล่าวว่า พลังงานไฟฟ้าเป็นปัจจัยสำคัญยิ่งสำหรับสถานีกลางบางซื่อ สถานีรถไฟหลักแห่งใหม่ ซึ่งจะเปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการในฐานะศูนย์กลางระบบรางที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ที่เชื่อมต่อทุกรูปแบบการเดินทางของระบบขนส่งมวลชนอื่น ๆ ได้อย่างสะดวกสบาย ทั้งทางราง ทางบก ทางอากาศ ซึ่งโครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ถือเป็นโครงการระบบขนส่งมวลชนทางรางที่เป็นโครงข่ายเชื่อมโยงการเดินทางของประชาชนระหว่างพื้นที่ใจกลางเมืองของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เป็นศูนย์กลางการคมนาคมระบบรางของไทยแห่งใหม่ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในอาเซียน และยังเป็นศูนย์เปลี่ยนถ่ายการเดินทางที่เชื่อมต่อกับรูปแบบการเดินทางอื่น ๆ ได้อย่างสะดวกสบาย โดยคดว่าสามารถเปิดให้ประชาชนทดลองใช้บริการในเดือนกรกฎาคมนี้ และให้บริการเชิงพาณิชย์ได้ ประมาณปลายปี 2564 นี้ ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตพื้นที่ชานเมือง ได้เดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองด้วยระบบรางที่มีประสิทธิภาพ และช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้โดยสารสามารถเข้าสู่โครงข่ายระบบรถไฟขนส่งมวลชนอื่นได้อย่างสะดวกรวดเร็ว สามารถรองรับรองรับประชาชนที่มาใช้บริการที่สถานีกลางบางซื่อ จำนวน 624,000 คน ต่อวัน และโครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ช่วงบางซื่อ - รังสิต และช่วงบางซื่อ - ตลิ่งชัน จำนวน 463,000 คน ต่อวัน ทำให้ทุกวันแห่งการเดินทางมีแต่รอยยิ้มแห่งความสุขที่เกิดจากคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นตลอดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107212</URL_LINK>
                <HASHTAG>EGAT for ALL, Energize smart living, Energy for city life, Gas Insulated Substation: GIS, MEA, MEA EV Application, Restart กระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ, กฟผ., การรถไฟแห่งประเทศไทย, การไฟฟ้านครหลวง, การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย, ฉนวนก๊าซ, นายกีรพัฒน์ เจียมเศรษฐ์, นายบุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร, นายอวิรุทธ์ ทองเนตร, ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง, ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย, พระนครเหนือ, พลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร, พิธีเปิดสถานีต้นทางบางซื่อ, ยานยนต์ไฟฟ้า, รฟท., ระบบ SCADA, ลดปัญหาการปล่อยมลพิษทางอากาศ, ลาดพร้าว, สถานีไฟฟ้าแรงสูงจตุจักร, สถานีไฟฟ้าแรงสูงแจ้งวัฒนะ, เพราะ กฟผ. เป็นของทุกคน ทำเพื่อทุกคน, โครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210622/image_big_60d1791cb481f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93339</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/02/2021 17:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/02/2021 13:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วุ่นทั้งลาดพร้าว! หลัง‘ต้นหอม’โพสต์ขอความช่วยเหลือ เพื่อนดาราแห่คอมเมนต์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำเอาชาวเน็ตที่อาศัยอยู่ย่านลาดพร้าวงงไปตามๆกันหลังดีเจ.ต้นหอม-ศกุนตลา เทียนไพโรจน์ โพสต์ขอความช่วยเหลือเพราะที่บ้านน้ำไม่ไหลและตนเป็นวันนั้นของเดือน จึงอยากอาบน้ำมาก และเพื่อนสนิทก็ไม่อยู่บ้านจึงโพสต์ถามเพื่อนในวงการที่อยู่บริเวณเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; หลังจากสาวต้นหอมโพสต์ไม่นาน เหล่าคนดังก็เข้ามาคอมเมนต์ให้สาวต้นหอมมาอาบน้ำที่บ้านมากมาย และชาวเน็ตที่อยู่บริเวณใกล้เคียงก็เข้ามาบอกว่าบ้านแต่ละคนก็น้ำไหลปกติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ซึ่งหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าวสาวต้นหอมได้ติดต่อ ลีเดีย-ศรัณย์รัชต์ ดีน และได้เข้าไปอาบน้ำที่บ้านสาวลีเดียพร้อมรีบโพสต์อินสตาแกรมชี้แจงว่า ชาวลาดพร้าวไม่ต้องตกใจไป ที่บ้านตนน้ำไม่ไหลเพราะมีช่างมาซ่อมปั๊มน้ำทำให้ไม่มีน้ำใช้ ผู้อาศัยเขตลาดพร้าวไม่ต้องตกใจงท่านยังใช้น้ำได้ปกติงานนี้ เล่นเอาทั้งขำทั้งสงสารกันทั้งโซเชียล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม&amp;nbsp; djtonhorm&lt;/p&gt;

&amp;nbsp;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93339</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดีเจต้นหอม, ต้นหอม-ศกุนตลา เทียนไพโรจน์, นาคนิวาส, ลาดพร้าว, ลีเดีย ดีน, ลีเดีย-ศรัณย์รัชต์ ดีน, เขตลาดพร้าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210217/image_big_602cb565712ee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19290</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2018 06:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2018 18:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จตุพรปูดแผนปิดพีซทีวี3รอบปลุกแดงกดไลค์ใช้โซเชียลสู้!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ต.ค.2561 &amp;ndash; เพจ Peace News ซึ่งเป็นเพจเฟซบุ๊กของพีซทีวีได้โพสต์หัวข้อ &amp;ldquo;ย้ำเงื่อนไขเปลี่ยน ต้องปรับวิธีสู้ใหม่เชื่อพีซกระทบขอรุกสื่อสารโซเชียล&amp;rdquo; โดยมีเนื้อหาระบุว่า ที่ร้านกาแฟ พีซ คอฟฟี่ แอนด์ไลบรารี่ อิมพีเรียลเวิลด์ ลาดพร้าว ชั้น 5 มีกิจกรรมต่อลมหายใจให้พีซทีวี โดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน พร้อมแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้มาร้องเพลงสร้างบรรยากาศความบันเทิงร่วมกับประชาชนอย่างคึกคัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร กล่าวว่า ขอต้อนรับมีพี่น้องจาก จ.ปราจีนบุรีมาเยี่ยมเยียนให้กำลังใจซึ่งกันและกันตั้งแต่ช่วงเช้า ได้มีโอกาสคุยแลกเปลี่ยนสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้ต้องวางแผนคิดอ่านกันอย่างไร ให้สอดคล้องกับความเป็นจริง
ได้อธิบายมาโดยตลอดว่า เมื่อสถานการณ์เปลี่ยน การออกแบบก็เปลี่ยน ถ้าเราไม่ปรับยุทธวิธีในการต่อสู้ เราไม่มีทางเดินไปถึงปลายทางในการต่อสู้โดยเด็ดขาด ฉะนั้น หลากหลายเรื่องราว เราต้องยอมรับความเป็นจริงว่า กลไกรัฐธรรมนูญปี 2560 นั้น มีความแยบยล แต่ทว่าในวิกฤติย่อมจะมีโอกาสอยู่เสมอ แต่ว่าเราต้องเข้าใจว่า เราจะหาโอกาสจากวิกฤตินั้นได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร กล่าวว่า ทุกเรื่องราวของบ้านเมืองนั้น จะมีทางออกอยู่เสมอ แม้ดูเสมือนหนึ่งมันจะเป็นทางตัน เพราะทุกเรื่องราวถ้าเราตั้งหลัก ตนเชื่อเหมือนกันว่า การคิดถึงสถานการณ์ทางการเมืองนั้น ต้องคิดบนพื้นฐานสถานการณ์ที่เป็นจริงก่อน ต้องไต่จากข้อมูลที่เป็นจริง หลังจากนั้น เราจึงมาวิเคราะห์คิดอ่านกันว่า เราจะกำหนดทางเลือกของเรากันอย่างไร เพราะฉะนั้นการกรำศึกกันมาเป็นระยะเวลาอันยาวนานนั้น บางเวลาเรารบในสถานการณ์หนึ่ง และเราก็รู้อยู่แล้วว่า แพ้อย่างไร ชนะอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมทั้ง กล่าวว่า เราก็ต้องยอมรับว่าหนทางสื่อสารของเรา สถานีพีซทีวี ได้รับเพิ่มเรื่องมาอีกเรื่องแล้ว ถ้าถูกปิดตามเรื่องก็จะถูกปิดเรื่องละเดือน นี่ก็สามเรื่อง สามเดือนแล้ว แต่ว่าเวลาที่มันเหลืออยู่นั้น แม้ตนเองจะยังไม่มีโอกาสเข้าไปจัดรายการใด ๆ ทั้งสิ้น ก็ใช้ช่องทางเล็ก ๆ กันในวันอาทิตย์ ในการสื่อสารอธิบายความ ในขณะที่ไม่ได้เข้าไปจัด ทีวีก็ไม่รอดอยู่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมก็เชื่อว่าไม่กี่วันก็คงจะปิดกันตามลำดับ เพราะเวลาที่เขาออกแบบจะเล่นงานพวกเรานั้น ต้องตัดแขน ตัดขา ตัดหนทางทุกอย่าง ตอนประชามติ ทีวีก็ถูกปิด นักศึกษาจะชุมนุมทีวีก็ถูกปิด มีสถานการณ์ทางการเมืองที่เขาดูแล้วไม่มั่นใจ เขาก็จะปลอดภัยไว้ก่อนเสมอ นั่นคือการปิดโทรทัศน์ ความจริงควรจะด้านชา แต่ครั้งนี้ออกแบบกันเหนียวเลย วันก่อนที่เล่าให้ฟังนั้น ออกแบบสองครั้งจะปิดสองรอบ ล่าสุดเพิ่มมาอีกรอบแล้ว จะเป็นสามรอบ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร กล่าวว่า ขนาดยังไม่ได้เกี่ยวอะไรกับตนนะ แต่ว่าเพื่อให้เห็นว่าอีกฝ่ายถ้าเขาคิดจะลงมืออะไรนั้น เขาทำทุกอย่างที่เขาจะทำได้ ฉะนั้นฝ่ายเราซึ่งเป็นผู้ถูกกระทำ ก็ต้องคิดอ่านหลากหลายเรื่องราวให้มากกว่าเดิม แต่ทั้งหมดนั้นไม่ใช่เรื่องเหลือบ่ากว่าแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เราช่วยกันกดไลค์ กดแชร์ กดติดตาม กับช่องทางของสถานีพีซทีวี ถ้าเราทำตัวเลขไปถึงยอดการดูโทรทัศน์เมื่อไรนั้น การปิดโทรทัศน์ก็จะไม่มีความหมายใดๆ แต่ว่าเราอยู่ท่ามกลางความอาวุโสกันเป็นส่วนใหญ่ มีความถนัดที่จะดูโทรทัศน์มากกว่าโซเชียลมีเดีย แต่พอเราเจอสถานการณ์แบบนี้ อยากให้พี่น้องได้รับมือกันเอาไว้ อีกไม่กี่วัน คงไม่รอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แต่ว่าไม่รอดหนนี้ จะปิดทีละเดือน ซึ่งออกแบบไว้แล้วสามครั้ง แต่ทั้งหมดนั้นมันก็มีหนทางโซเชียลมีเดีย ซึ่งเชื่อว่าถ้ายอดคนดูโทรทัศน์ ไปเท่ากับยอดโซเชียล เหมือนกับการฉีดวัคซีน จะถูกปิดกี่ครั้งก็ไม่มีความหมาย ก็ไม่รู้จะปิดไปทำไม&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19290</URL_LINK>
                <HASHTAG>Peace News, จตุพร พรหมพันธุ์, นปช., พีซทีวี, ลาดพร้าว, อิมพีเรียลเวิลด์, เพจเฟซบุ๊ก, แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181007/image_big_5bb9f06c5b4e7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9059</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ชีวิตพ่อ-แม่เดิมพัน &#039;สันธนะ&#039;ลั่นถ้าระยำจัดการได้  ตร.สอบ6ชม.ก่อนนอนห้องขัง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ลูกกตัญญู &amp;quot;สันธนะ&amp;quot; ร่ำไห้น้ำตาร่วง ใช้ชีวิตพ่อแม่เป็นเดิมพัน หากทำผิดจริง ชั่ว ระยำ เลวเหมือนที่หลายๆ คนร่วมกันประณามผม ขอให้สังคมช่วยจัดการได้เลย ขณะที่ตำรวจรวบตัวที่บ้านบิดา &amp;quot;โจ๊ก&amp;quot; ลงมือเอง สอบยาว 6 ชั่วโมง เจ้าตัวปฏิเสธทุกข้อหา สุดท้ายนอนมุ้งสายบัว บ่นพึมเคยจับโจรในห้องขังสุดท้ายถูกขังแทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 12 พฤษภาคม พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตรองผู้กำกับการตำรวจสันติบาลและประธานที่ปรึกษาบริษัท ตลาดใหม่ดอนเมือง เปิดบ้านพักที่ซอยนาคนิวาส เขตลาดพร้าว ย่านห้างสรรพสินค้าคริสตัลปาร์ค ซึ่งเป็นบ้านของบิดา โดยเรียกสื่อมวลชนพร้อมทนายความเพื่อมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังถูกศาลออกหมายจับในข้อหากรรโชกทรัพย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.ท.สันธนะร่ำไห้แถลงข่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า วันนี้สิ่งที่เกิดขึ้นกับตนและครอบครัวในช่วงชีวิตวัย 60 ถ้าเป็นไปได้ ตนจะขอคืนความเป็นคนไทยคืนกลับไปให้กับประเทศไทย อาชีพที่เคยภาคภูมิใจกับความเป็นตำรวจก็จะสูญสิ้นไม่มีอีกแล้ว ขอให้เพื่อนในสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เข้าใจความรู้สึกตน วันนี้ที่อ้างว่าปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งผู้บังคับบัญชานั้น คำสั่งจะต้องชอบด้วยกฎหมาย การปฏิบัติกับตน เป็นการปฏิบัติที่เลือกปฏิบัติ ไม่เท่าเทียมกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวเสียงดังว่า หากเป็นเช่นนี้คงไม่มีโอกาสได้พูดกับประชาชนอีกแล้ว แต่ก็ห่วงประชาชนที่จะต้องอยู่ร่วมกันกับองค์กรตำรวจ แต่เพื่อไม่ให้เหตุการณ์ยุ่งมากและจะสร้างความสูญเสียให้กับบุคคลอื่นๆ เพราะว่าตนจะไม่สามารถดูแลหลายๆ ชีวิตที่ผ่านมาได้อีก จึงตัดสินใจทำลายเอกสารที่เคยมีความตั้งใจที่จะนำไปมอบให้กับผู้ซึ่งมีอำนาจ ซึ่งมั่นใจว่าจะสามารถทำให้แก้ไขปัญหาของประเทศนี้ให้ดีขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมจึงตัดสินใจทำลายเอกสารโคตรโกงให้ไปกับชีวิต จากนี้จึงขอให้ผู้มีอำนาจได้ทราบว่าไม่ได้มาเสียน้ำตาสร้างราคาเหมือนกับบางคนที่อยู่ในอาชีพ บางคนกล่าวหาว่าผมขู่กรรโชก รีดไถ รู้มากถึงขนาดเขียนเป็นแผนผังชี้แจงแสดงให้ประชาชนเข้าใจได้ แต่ทุกอย่างต้องมีความจริงที่จะปรากฏต่อไป แม้ผมจะไม่มีโอกาสแก้ตัวแล้ว&amp;ldquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้ไม่ได้มีเอกสารอะไรไปมอบให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องเลยใช่หรือไม่ พ.ต.ท.สันธนะ ตอบว่า ได้เรียนแล้วว่าไม่ได้นำติดตัวไป ก็ขอความเมตตากับผู้ใหญ่คนนั้นเพียงเล็กน้อย เพื่อให้เดินทางไปกับตนเพื่อไปนำเอกสารมา ส่วนคนที่หาว่าตนแสร้งแสดง ก็คงเห็นเองกับตาว่าพฤติการณ์การกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจในวันนี้ว่ามันคงไม่ใช่ในเรื่องการมาจับกุมผู้ต้องหาในคดีกรรโชกทรัพย์ ที่มาแต่งเรื่องว่ามีการกรรโชกทรัพย์ 300 ล้านบาท ถามว่าตรงไหนคือความเสียหาย มีแม่ค้าคนไหนหรือคนใดแจ้งมา ไม่ใช่เฉพาะแค่แม่ค้าที่ตลาดใหม่ดอนเมือง แต่ขอประชาชนสังคม ช่วยประกาศออกไป หากธุรกิจกิจการ ประชาชนคนใด เคยถูกตนข่มขู่รีดกรรโชกเอาทรัพย์เหมือนกับเจ้าหน้าที่รัฐบางคนกำลังกระทำอยู่ให้แสดงตัว
เอาชีวิตพ่อแม่เดิมพัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หากผมกระทำจริง ขอสาบานเอาชีวิตคุณพ่อและคุณแม่ผมเป็นเดิมพันในการกระทำของผมในครั้งนี้ หากผมชั่ว ระยำ เลว เหมือนที่หลายๆ คน ทุกคนร่วมกันประณามผม ขอให้สังคมช่วยจัดการกับผมได้เลย น้ำตาลูกผู้ชายในวันนี้คงแสดงไม่ได้ขนาดนี้&amp;ldquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ตนเคยเป็นตำรวจมาก่อน กลับได้รับการปฏิบัติที่สมัยตนเป็นตำรวจไม่เคยปฏิบัติกับโจรผู้ร้ายมาก่อน แต่ตนกลับถูกกระทำ หากใครโดนแบบก็จะเข้าใจว่าก่อนนี้ทำไมถึงได้แสดงออกอย่างมากมาย จนผู้ใหญ่ในบ้านเมืองบอกว่าเป็นพฤติการณ์ที่ไม่เหมาะสม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมไม่เคยบอกว่าตัวเองเป็นคนดี แต่ก็ไม่เลวเหมือนอีกหลายคน ส่วนจะได้เป็นอิสรภาพหลังจากนี้หรือไม่ ผมไม่เคยคาดหวังกระบวนการขั้นต้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะเป็นองค์กรเดียวที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปกับสังคม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พ.ต.ท.สันธนะกล่าวว่า ที่ผ่านมาตนก็เคยมีคดีในศาลถึง 6-7 คดี และยกฟ้องทุกคดี มีความเชื่อมั่นว่าถ้าพ้นขั้นตอนของตำรวจโดยที่ยังมีลมหายใจ ศาลจะให้ความเป็นธรรมกับตนได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากแถลงข่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.โชคชัยได้แสดงหมายจับก่อนควบคุมตัว ขณะที่ พ.ต.ท.สันธนะได้ถอดเสื้อออก แสดงให้เห็นว่าไม่ได้มีการต่อสู้ขัดขวางการควบคุมตัว พร้อมตะโกนเสียงดังว่า ไม่มีอาวุธที่จะต่อสู้ขัดขืนกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทุกคนจำเอาไว้กับสิ่งที่คุณทำกับครอบครัวผม ขอให้สังคมช่วยดูแลตรวจสอบ ดูแลอำนาจตำรวจในองค์กรนี้ต่อไป&amp;rdquo; อดีตนายตำรวจกล่าว ก่อนที่จะถูกควบคุมตัวขึ้นรถตู้ไปยัง สน.โชคชัยในทันทีโดยไม่มีการขัดขืนใดๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาที่ สน.โชคชัย พล.ต.ต.ธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผบก.น.4 กล่าวว่า การควบคุมตัว พ.ต.ท.สันธนะในครั้งนี้คือการจับกุม โดยทาง พ.ต.ท.สันธนะมีการต่อรองไม่ยอมเซ็นชื่อรับทราบว่าถูกจับกุม เนื่องจากจะมีผลต่อการขอประกันตัว แต่อย่างไรก็ตาม หลังจากเจรจากันพ.ต.ท.สันธนะให้ความร่วมมือยอมเซ็นรับทราบแต่โดยดี ขั้นตอนต่อไปคือการควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ดอนเมือง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอน และอยู่ที่พนักงานสอบสวน สน.ดอนเมือง ว่าจะคัดค้านการประกันตัวหรือไม่ หากคัดค้าน ทางเจ้าหน้าที่มีอำนาจควบคุมตัวไว้ 48 ชม. เพื่อส่งฝากขังศาลอาญารัชดาฯ ในวันที่ 14 พ.ค. เวลาไม่เกิน 12.00 น.ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.ท.สันธนะกล่าวกับผู้สื่อข่าวอีกครั้งว่า ยังต้องรอระยะเวลา เนื่องจากว่าการที่มีการนำหมายจับมาแสดงจับกุมตนในวันนี้ มีเพียงหมายจับหมายเดียว จึงแจ้งความประสงค์ว่า หากมีการออกหมายจับกุมคดีร่วมกันกรรโชกทรัพย์ ก็ขอนำหมายจับทั้งหมดมาแจ้งข้อกล่าวหาที่ สน.โชคชัย อีกทั้งกรณีนี้ ตนมีความประสงค์ที่จะมอบตัวตั้งแต่ช่วงเมื่อคืน แต่เมื่อมีการจับกุมตามหมายจับ ก็จะกลายเป็นว่าถูกจับกุมที่ สน.โชคชัย จึงต้องต่อรองเพื่อใช้สิทธิ เนื่องจากตนจะไม่ยื่นประกันที่ สน.ดอนเมือง แต่จะยื่นประกันในชั้นฝากขังที่ศาล
เคยขังโจรมาก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัว พ.ต.ท.สันธนะมาถึงสถานีตำรวจนครบาลดอนเมืองเมื่อเวลา 11.15 น. ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยจากเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมสิบนาย เมื่อลงจากรถ พ.ต.ท.สันธนะ ได้ชูมือขึ้นพร้อมตะโกนว่า &amp;quot;โอ้ยยย&amp;quot; ก่อนจะเดินไปกอดหอมเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่ง และพูดว่า &amp;quot;แต่ก่อนห้องขังนี้ที่ตัวเองเคยทำงานไว้ใช้ขังผู้ร้ายหรือโจร แต่มาวันนี้กลายเป็นตำรวจอย่างตัวเองที่ถูกขังแทน&amp;quot; และเชื่อว่าจะนอนในห้องขังได้อย่างสบาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ พ.ต.ท.สันธนะได้ตั้งข้อสังเกตว่า หมายจับมีความผิดปกติ เนื่องจากไม่มีผู้เสียหาย อีกทั้งตามหมายจับที่ระบุวันที่ตัวเองกรรโชกทรัพย์นั้นเกิดขึ้นในวันที่ตัวเองเดินทางไปต่างประเทศ พร้อมปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และปฏิเสธการเซ็นเอกสาร โดยจะขอให้การในชั้นศาล
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธีรวัฒน์ เทียบที ทนายความร่วมผู้รับมอบอำนาจจาก พ.ต.ท.สันธนะ ระบุว่า หมายจับที่ออกมาที่ได้รับขณะนี้มีอยู่ทั้งสิ้น 8 หมาย ทั้งหมดเป็นข้อหากรรโชกทรัพย์ รู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากแต่ละหมายไม่ได้ออกมาพร้อมกัน และยังพบว่าไม่มีผู้เสียหายร้องทุกข์แจ้งความในหมายด้วย ซึ่งอาจเป็นข้อผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ ยืนยันว่ายังปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และจะยื่นประกันตัว พ.ต.ท.สันธนะทันที แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าจะใช้หลักทรัพย์เป็นเงินสดหรือหลักทรัพย์ประเภทใด จำนวนเท่าใด พร้อมยืนยันว่าพ.ต.ท.สันธนะได้เข้ามอบตัวเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ มิใช่ถูกจับกุม ซึ่งตามที่พบในเอกสารการบันทึกรับตัว พบว่าเป็นการจับกุม พ.ต.ท.สันธนะ จึงปฏิเสธที่จะเซ็นรับเอกสารดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) คาดว่าจะนำตัว พ.ต.ท.สันธนะไปฝากขังที่ศาลได้ในช่วงเที่ยงวันที่ 13 พ.ค. แต่หากมีการยื่นขอประกันตัว จะต้องพิจารณาก่อนว่าพฤติการณ์หลังจากนี้ของผู้ต้องหาเป็นอย่างไร หลักทรัพย์เท่าใด แล้วการสอบปากคำเป็นอย่างไร ยืนยันว่า การออกหมายจับ พ.ต.ท.สันธนะเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีผู้เสียหายมาร้องทุกข์ และมีพยานหลักฐานในการเอาผิด จึงได้นำไปให้ศาลพิจารณาออกหมายจับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การจับกุมทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ที่มีการจับกุมตัวผู้ต้องหาตามหมายศาล ยืนยันเป็นการเข้าจับกุมตัวตามหมายจับ ไม่ใช่เป็นการเข้ามอบตัวเอง ส่วนการกล่าวอ้างว่ามีการแจ้งให้มาจับควบคุมตัวนั้น ก็ถือเป็นข้อโต้แย้งในการต่อสู้คดีต่อไป แต่ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่ที่สำนวนในการสอบสวนว่ามีพฤติการณ์ในการได้ตัวผู้ต้องหามาอย่างไร ส่วนจะคัดค้านการประกันตัวในชั้นสอบสวนหรือไม่นั้น ยังไม่สามารถตอบได้ เพราะต้องพิจารณาตามขั้นตอนกฎหมาย พฤติการณ์ของผู้ต้องหา และหลักการในการปล่อยตัวชั่วคราว&amp;quot; รอง ผบ.ตร.กล่าว
&amp;quot;โจ๊ก&amp;quot; มาสอบเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. และพล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ร่วมกันเปิดเผยภายหลังการเข้าสอบปากคำ พ.ต.ท.สันธนะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.รุ่งโรจน์เปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างสอบปากคำ พ.ต.ท.สันธนะ ซึ่งรายละเอียดของการสอบปากคำบางส่วน เจ้าหน้าที่ขอสงวนไว้เพื่อใช้ในการประกอบสำนวนคดี ส่วนจะมีการแจ้งข้อหาอื่นๆ เพิ่มเติม อาทิ ข้อหาซ่องโจรหรือไม่นั้น ต้องขอเวลาในการสอบพยานหลักฐานเพื่อดูว่าผู้ต้องหามีพฤติกรรมที่เข้าข่ายในข้อหาดังกล่าวหรือไม่ แต่ปัจจุบันพบมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความเพียง 9 คน และเจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินคดีกับ พ.ต.ท.สันธนะ รวมทั้งหมด 8 หมายจับ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการยื่นขอประกันตัวนั้น ล่าสุดยังตอบไม่ได้ว่าเจ้าหน้าที่จะคัดค้านหรืออนุญาตให้มีการประกันตัวหรือไม่ เพราะต้องรอให้การสอบปากคำดำเนินการแล้วเสร็จก่อน อีกทั้งยังต้องพิจารณาสภาพแวดล้อม รวมถึง พฤติกรรมของ พ.ต.ท.สันธนะ ว่าสุ่มเสี่ยงที่จะหลบหนี หรือจะสร้างความเดือดร้อนให้กับพยานและเจ้าหน้าที่หรือไม่ โดยหากพบว่ามีพฤติกรรมเสี่ยง ก็เป็นอำนาจที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถคัดค้านการขอยื่นประกันตัวได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า ได้มีการประเมินหลักทรัพย์ที่จะต้องใช้สำหรับการยื่นขอประกันตัวผู้ต้องหาไว้ที่คดีละ 100,000 บาท ซึ่งการคุมตัวหรือคุมขังนั้น ก็เป็นไปตามปกติ ไม่ได้ให้อภิสิทธิ์อะไรกับผู้ต้องหา แม้ว่าจะเป็นอดีตข้าราชการตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ประกอบกับทางผู้ต้องหาก็ไม่ได้เรียกร้องอะไรเป็นพิเศษ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เรื่องที่ก่อนหน้านี้ ผู้ต้องหามีการพูดจาที่คล้ายกับการดูหมิ่นองค์กรตำรวจนั้น ขณะนี้ฝ่ายกฎหมายกำลังตรวจสอบอยู่ว่าเข้าข่ายที่จะสามารถฟ้องร้องดำเนินการเอาผิดได้หรือไม่ ส่วนประเด็นที่ พ.ต.ท.สันธนะมีการวิพากษ์วิจารณ์การได้ตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. นั้น ส่วนตัวไม่ขอตอบคำถามในกรณีนี้ ต้องให้ทางพล.ต.อ.จักรทิพย์เป็นผู้ตัดสินใจว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงเย็น นายอภิชาติ ครัวเชื้อ ทนายความของพ.ต.ท.สันธนะ ให้สัมภาษณ์ว่า พนักงานสอบสวนได้ทำการสอบสวน พ.ต.ท.สันธนะจนเสร็จสิ้นแล้ว คงเหลือแต่ขั้นตอนพิมพ์ลายนิ้วมือ หลังจากนั้นจะนำตัวผู้ต้องหาเข้าไปคุมขังไว้ที่ สน.ดอนเมืองหนึ่งคืนก่อนที่จะนำตัวไปฝากขังที่ศาลอาญา โดยเบื้องต้นได้เตรียมหลักทรัพย์ประกันตัวไว้ 8 แสนบาท แต่ทั้งนี้มีการเพิ่มข้อกล่าวหาซึ่งน่าจะเป็นข้อหากรรโชกทรัพย์เช่นเดียวกัน ทางทนายความก็เตรียมหลักทรัพย์เพิ่มสำหรับการประกันตัวเสนอศาลในวันพรุ่งนี้
จะถ่ายท่าไหน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า หากพนักงานสอบสวนลงความเห็นค้านการประกันตัว ก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล เนื่องจากในบันทึกการจับกุมก็จะมีการลงรายละเอียดว่า พ.ต.ท.สันธนะมีการติดต่อเข้ามอบตัว ไม่ได้เป็นการหลบหนี แม้จะถูกอ้างว่าถูกจับกุมตัวตามหมายจับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากมีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่ม เราก็พร้อมจะสู้ ให้รวมแจ้งมาทีเดียว แต่ถ้ามีการขอออกหมายจับเพิ่มอีกเราก็พร้อมที่จะค้านขอเพิกถอนหมายจับ ทั้งนี้ จากการโทรศัพท์สอบถาม พ.ต.ท.สันธนะในช่วงบ่ายที่อยู่ระหว่างการสอบสวน ระบุว่าตั้งแต่เช้ายังไม่ได้รับประทานอาหารเลย แต่ใจยังสู้อยู่&amp;quot; ทนายความผู้นี้กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับการสอบสวน พ.ต.ท.สันธนะที่ สน.ดอนเมือง เริ่มสอบปากคำทั้งหมดตั้งแต่ช่วงเวลา 11.00 น. จนถึง 16.50 น. เป็นเวลากว่า 6 ชั่วโมง จึงสอบสวนแล้วเสร็จ จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวไปยังห้องคุมขังของ สน.ดอนเมืองทันที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พ.ต.ท.สันธนะให้สัมภาษณ์สั้นๆ ว่า &amp;quot;ผมไม่ได้มีความหนักใจอะไรทั้งนั้น อีกทั้งมองว่าเป็นการถูกกลั่นแกล้ง และจะขอสู้คดีจนถึงที่สุด&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ขณะที่ พ.ต.ท.สันธนะเดินเข้าห้องควบคุมผู้ต้องหานั้น ได้บอกผู้สื่อข่าวว่า ขอสู้ทุกคดี และระหว่างเดินผ่านลูกกรงห้องขัง ได้ตะโกนถามช่างภาพสื่อมวลชนว่า &amp;quot;จะถ่ายภาพพี่ท่าไหน ให้เกาะลูกกรงห้องขังไหม&amp;quot; &amp;nbsp;ก่อนจะหยุดให้ช่างภาพถ่ายรูปท่าเกาะลูกกรงภายในห้องควบคุมผู้ต้องขังของ สน.ดอนเมือง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9059</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธีรวัฒน์ เทียบที, นอนมุ้งสายบัว, พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์, พล.ต.ต.ธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์, พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม, ลาดพร้าว, สน.ดอนเมือง, สน.โชคชัย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิชาติ ครัวเชื้อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180512/image_big_5af6e7a575930.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
