<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>84199</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/11/2020 08:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/11/2020 08:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วิเคราะห์เหตุ&#039;พระราชมงคลดิลก&#039;ลาสิกขาสายฟ้าแลบ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 พ.ย.2563 - เว็บไซต์อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม ซึ่งเป็นเว็บของวัดไทยในลาสเวกัส สหรัฐอเมริกาได้เขียนบทวิเคราะห์ในหัวข้อ &amp;ldquo;อาฟเตอร์ช็อก ! มือขวาสมเด็จชินลาสิกขา ปัญหาใหญ่ในวัดราชบพิธ&amp;rdquo; ไว้น่าสนใจว่า ก็ต้องถือว่าดังระดับ &amp;quot;ลานเทสะเทือน&amp;quot; สำหรับการ &amp;quot;ลาสิกขา&amp;quot; ของเจ้าคุณประกอบ-พระราชมงคลดิลก ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธ เจ้าคณะเขตพระโขนง เจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์ และมีดีกรีการศึกษาระดับ &amp;quot;ดอกเตอร์&amp;quot; โกอินเตอร์ได้สบายๆ เป็นที่ไว้วางใจของสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ หรือสมเด็จชิน จนได้รับฉายา &amp;quot;มือขวาสมเด็จชิน&amp;quot; รักษาเนื้อรักษาตัวให้ดี ก็มีสิทธิ์ไปไกลถึง &amp;quot;สมเด็จ&amp;quot; ในอนาคต เหมือนสมเด็จชินเจ้านาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่กลับกลายเป็นว่า &amp;quot;ลาสึกเงียบ&amp;quot; ไม่บอกไม่ลา ไม่มีพิธีรีตองใดๆ ในวัดราชบพิธ ไม่มีใครไปเป็นสักขีพยานให้กำลังใจ แถมยังไปสึกเสียไกลที่ &amp;quot;วัดเสนาสนาราม&amp;quot; กรุงศรีอยุธยา ซึ่งแรกนั้นข่าวออกมาว่า &amp;quot;สึกที่พิษณุโลก&amp;quot; วันนี้เปลี่ยนเป็นที่อยุธยาไปเสียแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลำพัง &amp;quot;สถานที่สึก&amp;quot; ก็ยังลับลวงพราง อย่างอื่นคงไม่ต้องพูดถึง แต่ยังไงก็เลี่ยงไม่พ้นที่จะต้องพูด เพราะคนใหญ่คนโตระดับ &amp;quot;มือขวาสมเด็จชิน&amp;quot; แถมยังเป็น &amp;quot;ศิษย์ก้นกุฏิ&amp;quot; สมเด็จพระสังฆราช เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธ สึกเงียบแบบนี้ ไม่พูดถึงไม่ได้หรอก นักข่าวตามตัวแจเชียว เจ้าคุณแป๊ะสึกเงียบแต่ดัง ฉันใด เจ้าคุณประกอบสึกเงียบก็ไม่สงบ ฉันนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า สาเหตุแห่งการสึกของเจ้าคุณประกอบนั้นคืออะไร ? คำตอบก็คือว่า น่าจะมาจากปัญหาหลัก คือ เรื่องงานและเรื่องเงิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องงานนั้น มี 2 งานหลัก คือ งานในวัดราชบพิธ หรือสำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ซึ่งจะต้องสนองงานสมเด็จพระสังฆราช ซึ่งงานส่วนนี้จะอยู่ในการควบคุมดูแลของ &amp;quot;สมเด็จชิน&amp;quot; ถ้างานส่วนนี้มีปัญหา สมเด็จชินต้องรับผิดชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งานหลักอีกงานหนึ่งก็คือ งานในมหามกุฎราชวิทยาลัย ซึ่งสมเด็จพระสังฆราชทรงดำรงตำแหน่งนายกสภา และสมเด็จชินก็เป็น &amp;quot;อุปนายก&amp;quot; แถมเจ้าคุณสมคิดก็เป็นอธิการบดี งานด้านนี้ ก็ตกอยู่ในความดูแลของ &amp;quot;สมเด็จชิน&amp;quot; อีกเช่นกัน และเมื่อเจ้าคุณประกอบ เป็นที่ไว้วางใจของสมเด็จชิน ก็คงจะได้เข้าไปช่วยงานอย่างเต็มตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มมร. ปีนี้ มีปัญหาหลายเรื่อง ที่การประเมินคุณภาพที่ไม่ผ่าน ทั้งปัญหา &amp;quot;เงินทอน&amp;quot; ที่ปูดออกมาจากคนภายใน ทำให้ต้องหาผู้รับผิดชอบแทนเจ้านายคือสมเด็จชิน ไม่งั้นจะลามไปถึงสมเด็จพระสังฆราช นี่ก็อาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เจ้าคุณประกอบต้องลี้หนีหน้าไปสึกไกลถึงอยุธยาเมืองเก่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แน่นอนว่า ปัญหาแต่ละเรื่องที่ประดังเข้ามาที่สำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ซึ่งก็คือ สมเด็จชิน นั้น ต้องเป็นปัญหาใหญ่ระดับ &amp;quot;คอขาดบาดตาย&amp;quot; ซึ่งวงการพระเรียกว่า &amp;quot;ข้อหาปาราชิก&amp;quot; ไม่งั้นคงไม่ถึงกับจะให้เจ้าคุณราชต้อง &amp;quot;ลาสิกขา&amp;quot; เพื่อตัดไฟเสียแต่ต้นลม การแก้ปัญหาเช่นนี้ได้ผลชะงัด แต่ก็ไม่สามารถจะห้ามความเสียหายด้านอื่นได้ เพราะการลาสิกขาของพระผู้ใหญ่ในวัดสังฆราช ต้องสามารถตอบคำถามสังคมพุทธไทยให้ได้ว่า สึกทำไม และทำไมไม่สึกอย่างถูกต้องตามประเพณีไทย หลบลี้หนีหน้าไปเช่นนี้ มันเสียศักดิ์ศรีวัดอันดับหนึ่งของประเทศไทยไปหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอ้า ! ถามใครไม่ได้ ก็ต้องถาม &amp;quot;สมเด็จชิน&amp;quot; นั่นแหละครับ ถูกเนื้อถูกตัวที่สุด เพราะมือขวาสึกก็เท่ากับตัดแขนทิ้ง ก่อนจะตัดแขนก็ต้อง &amp;quot;ตัดใจ&amp;quot; ใช้หลักการใหญ่ที่ว่า &amp;quot;เสียสละอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต&amp;quot; การเสียสละเจ้าคุณประกอบออกไปจากวัด จะช่วยเซฟชีวิตใครไว้ได้บ้าง สมเด็จชินผู้รอดชีวิตก็คงจะรู้ดีที่สุด บอกแล้วไงว่าอย่าเอาอำนาจไว้เยอะ เพราะอำนาจเยอะผลประโยชน์ก็เยอะ พอผลประโยชน์เยอะ ปัญหาก็จะเยอะ สุดท้ายก็ทำลายพระลงไปเห็นๆ นะสมเด็จชินนะ ลาออกเสียบ้างเถอะครับ กับตำแหน่งล้นวัดน่ะ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84199</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระราชมงคลดิลก, ลาสิกขา, ลาสเวกัส, วัดราชบพิธ, สมเด็จชิน, สหรัฐอเมริกา, เจ้าคุณประกอบ, เว็บไซต์อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะดอทคอม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201118/image_big_5fb47e7ba0265.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79049</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2020 09:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2020 09:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยก&#039;อนุชา&#039;แบรนด์เนมทั้งด้านศาสนาและการเมืองในคดี&#039;เจ้าคุณเอื้อน&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ย.2563 - &amp;nbsp;เว็บไซต์อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะดอทคอม ซึ่งเป็นเว็บของวัดไทยในลาสเวกัส สหรัฐอเมริกาได้เขียนวิเคราะห์ในหัวข้อ &amp;ldquo;ตีกรรเชียงริมโขง ! อนุชาว่ายน้ำตามวิษณุ ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องเจ้าคุณเอื้อน ขอคุยกันก่อน ละเอียดอ่อน ยังพูดอะไรไม่ได้&amp;rdquo;ไว้น่าสนใจว่า &amp;nbsp;อา..โบราณว่า &amp;quot;พูดดีเป็นศรีแก่ปาก แต่ถ้าพูดมากปากจะเป็นสี&amp;quot; วันนี้ มีตัวอย่างการพูดดีและพูดมากอย่างชัดเจน นั่นคือการพูดของ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ &amp;nbsp;ที่ปรึกษานายกฯด้านกิจการพระพุทธศาสนา ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกฯด้านกฎหมาย และนายอนุชา นาคาศัย เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ และ รมต.ประจำสำนักนายกฯ กำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ต่อกรณี &amp;quot;เจ้าคุณเอื้อน&amp;quot; วัดสามพระยา ที่ศาลอุทธรณ์ &amp;quot;สั่งยกฟ้อง&amp;quot; และกลับวัดไปห่มผ้าเหลือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.วิษณุ เครืองาม นั้น ถือเป็นกูรูทางด้านกฎหมายของประเทศไทย อยู่มาหลายสมัยหลายรัฐบาล รู้ทุกอย่างพูดได้ทุกเรื่อง พูดดำเป็นขาว-ขาวเป็นดำก็ทำมาแล้ว วันก่อนยังตอบกระทู้ในสภาอย่างฮาเลยว่า &amp;quot;รัฐบาลไม่ได้ยึดจีวรพระไว้ จึงคืนผ้าเหลืองให้ไม่ได้ และบวชให้ก็ไม่ได้ด้วย เพราะเป็นอุปัชฌาย์ไม่ได้&amp;quot; ฟังแล้วคันปากเหมือนดูหม่ำ จ๊กมก แต่เรื่องเจ้าคุณเอื้อนในวันนี้นั้น ท่านวิษณุโยนกลองให้ &amp;quot;สำนักพุทธฯ&amp;quot; ออกมาชี้แจงแทน ถามว่าเป็นไปได้ไง ก็เป็นไปแล้ว เห็นไหม อะไรๆ ก็เป็นไปได้ วิษณุไม่พูดก็เป็นไปด้าย..ทางใครก็ทางมัน มวยชั้นครูนั้นเขาไม่ปะทะทุกหมัดหรอก ยิ่งหลบเก่งก็ยิ่งเก๋า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สวนทางกับ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ที่ปรึกษานายกฯ กลับเสนอหน้า ออกมาฟันธงว่า เจ้าคุณเอื้อนผิด ผิด ผิด ผิดกฎหมาย ต้องถูกดำเนินคดีเพิ่มอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายอนุชา นาคาศัย &amp;nbsp;เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ และ รมต.ประจำสำนักนายกฯ กำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ นอกจากจะปรากฏภาพ &amp;quot;ติดตามคณะเจ้าคุณแย้มวัดไร่ขิง ไปงานหมู่บ้านศีลห้าที่จังหวัดนครพนม&amp;quot; แล้ว ก็ยังให้สัมภาษณ์ว่า &amp;quot;เรื่องพระเป็นเรื่องละเอียดอ่อน จึงขอดูรายละเอียดก่อน นะครับ ยังพูดไม่ได้ ขอปรึกษาหารือกันก่อน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พุทธศาสนิกชนรวมทั้งพระสงฆ์องค์เณร ฟังคุณวิษณุแล้วเงียบ ไม่มีความเห็น ฟังคุณพงศ์พรแล้วเดือด อยากไล่ให้พ้นตำแหน่ง บ้างแช่งให้ตกนรกไปโน่น ครั้นได้เห็นรูป-ฟังคุณอนุชาแล้ว กลับนิยมชมชอบ เพราะออกตัวได้อ่อนช้อยสวยงาม เหมือนรำภูไทที่นครพนม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งๆ ที่สามคนก็เป็นทีมเดียวกัน ทำงานร่วมกัน แต่ฐานะต่างกัน มันก็ต้องมองให้ดีว่า เรื่องเดียวกัน แต่มีการแสดงออกต่างกันของบุคคลต่างสถานะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่านวิษณุและท่านอนุชานั้น ปัจจุบันต้องถือว่าเป็นนักการเมือง คนเล่นการเมืองต้องการสูงสุดคือ คะแนนนิยม ถ้าไม่นิยมก็ถือว่าฆ่าตัวตาย ดังนั้น จะพูดจาอะไรก็ต้องระมัดระวัง อะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับคะแนน นักการเมืองจึงเป็นเซียนการพูด จะพูดด้วยความจริงใจหรือเสแสร้งแกล้งทำก็ตามเถิด แต่มันเกิดผลทั้งนั้นแหละ และยิ่งท่านอนุชาเป็นถึง &amp;quot;เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ&amp;quot; พรรคหลักของรัฐบาลบิ๊กตู่ ดูแล ส.ส. ของรัฐบาลทั้งหมด แต่ก่อนใครก็คิดว่า &amp;quot;อนุชาไก่อ่อน&amp;quot; มาทำงานศาสนาจะไปไหวหรือ ครั้นพอเห็นภาพอนุชา &amp;quot;เข้าร่วมโครงการหมู่บ้านศีลห้า&amp;quot; ก็ยิ่งแปลกใจ ว่าทำไมหากินง่ายจัง แต่พอมาถึงนครพนม ปรากฏว่าอนุชาตีบทแตก โยนคดีเงินทอนวัดให้พงศ์พรรับไป ส่วนอนุชาควงณรงค์ ทรงอารมณ์ ไปสูดอากาศริมโขง ร่มรื่นชื่นใจ ได้ทั้งบุญได้ทั้งคะแนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนุชามองทะลุว่า มีแต่พระเท่านั้น ที่หาเสียงได้ทุกฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นฤดูเลือกตั้งหรือไม่ โครงการหมู่บ้านศีลห้า แม้ว่าจะโครงการนี้จะไม่มี &amp;quot;สมเด็จช่วง&amp;quot; เป็นประธานอีกแล้ว แต่นั่นไม่สำคัญ สำคัญที่ว่า..หาเสียงได้หรือเปล่า เท่านั้นเอง ยิ่งโครงการนี้มีอาณาบริเวณกว้างขวาง &amp;quot;ทั่วประเทศไทย&amp;quot; แล้วบิ๊กตู่ เอ๊ย อนุชา จะรีรออะไร ใครไม่ไปก็ตกรถด่วนขบวนสุดท้ายซะฮะ อนุชามาถูกทางถูกเวลา ถ้าคิดจะอยู่บนถนนการเมืองอีกนาน ก็ต้องเดินทางเส้นนี้แหละ การแซะ &amp;quot;เทวัญ&amp;quot; พ้นตำแหน่งไป แล้วได้อนุชามาแทนนั้น หมากเกมนี้ถือว่าโคตรเซียน เดินเบี้ยตัวเดียว กินรวบทั้งกระดาน รัฐบาลกำลังสมานฉันท์กับคณะสงฆ์มหานิกาย อันมีอิทธิพลต่อประชาชนทั่วประเทศ เขาไม่เอาแล้วพวกบ้าดีเดือด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งานแบบนี้ ท่าทีแบบนี้ ลีลาแบบนี้ นี่มิใช่โนเนม แต่ถือเป็น &amp;quot;แบรนด์เนม&amp;quot; ทั้งด้านศาสนาและการเมือง อนุชาออกแขกได้เพียงบทสองบท ก็ฉีกบทซะกระจุยกระจาย เล่นเอาพระเอกเก่า &amp;quot;เทวัญ ลิปตพัลลภ&amp;quot; ตกเวทีไปเลย เหนือฟ้ายังมีฟ้า อนุชาเล่นเป็น ไปไหนใครๆ ก็ชอบ อนาคตรับรองว่ารุ่งโรจน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใช่แต่เท่านั้น อนุชายังดึงแขน &amp;quot;ณรงค์ ทรงอารมณ์&amp;quot; ผอ.พศ. ตามไปถึงริมโขงด้วย อยู่ใกล้เจ้านายใหม่ นายณรงค์เลยได้เทคนิคใหม่ &amp;quot;พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง&amp;quot; ปล่อยให้นายเก่า &amp;quot;พงศ์พร&amp;quot; ออกมาล่อเป้า เลยโดนถล่มเละเป็นโจ๊ก นี่ก็ถือว่าณรงค์ก็เล่นเป็น เรียนรู้ไว ไม่ธรรมดาเช่นกัน ใครผูกคนนั้นก็ต้องแก้ จะให้แก้แทนกันนั้นมันไม่ยุติธรรม
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79049</URL_LINK>
                <HASHTAG>ลาสเวกัส, วัดไทย, วิษณุ  เครืองาม, สหรัฐอเมริกา, อนุชา นาคาศัย, เจ้าคุณเอื้อน, เว็บไซต์อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะดอทคอม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200930/image_big_5f73ee267cd3b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78362</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2020 14:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2020 14:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตือนซ้ำรอย&#039;ยุคจอมพลสฤษดิ์&#039;แนะ&#039;บิ๊กตู่&#039;รีบกราบขอขมาพระสงฆ์ทุกรูป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ย.2563 - เว็บไซต์อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม ซึ่งเป็นเว็บของวัดไทยในลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา ได้เขียนบทวิเคราะห์เรื่อง &amp;ldquo;ยกฟ้องเจ้าคุณเอื้อน ศาลอุทธรณ์ชี้วัดสามพระยามีสิทธิ์ใช้เงิน จึงไม่ผิดข้อหาฟอกเงิน&amp;rdquo; จากกรณีศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกฟ้องนายเอื้อน กลิ่นสาลี อดีตพระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม) อดีตเจ้าอาวาสวัดสามพระยา กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) และเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร กับนายสมทรง อรรถกฤษณ์ อดีตพระอรรถกิจโสภณ และเลขาเจ้าคณะกรุงเทพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเนื้อหาระบุว่า อา.. ก็ดังที่เคยฟันธงล่วงหน้ามาหลายครั้ง แม้ว่าศาลชั้นต้นจะพิพากษาว่า &amp;quot;ผิด&amp;quot; แต่สำนวนคดีนี้ แม้แต่เด็กอนุบาลก็อ่านออก ว่าพระที่ถูกจับสึกและคุมขังดำเนินคดีนานหลายปีนั้น ท่านจะผิดได้ยังไง ในเมื่อไม่ได้เอาเงินไปเข้าย่ามตัวเอง เพราะศาลเองก็ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าจำเลยเอาเงินไปใช้ส่วนตัว เมื่อไม่มีพยานหลักฐานใดๆ ก็ยังหลับหูหลับตาลงโทษ แบบนี้มันมีในหลักยุติธรรมตรงไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ ศาลอุทธรณ์ เหมือนสอนศาลชั้นต้น ว่าให้ใช้วิจารณญาณอันเที่ยงธรรม อย่าทำตามกระแส บ้านเมืองไร้ขื่อไร้แปก็เพราะสถาบันตุลาการไม่วางตัวเป็นกลางนี่แหละ จะปกป้องประเทศชาติบ้านเมืองได้ ก็ต้องทำให้ประชาชนเห็นว่าพวกท่านไร้อคติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แน่นอนว่า คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ นอกจากจะพลิกคำพิพากษาของศาลชั้นต้นแล้ว ก็ยังมีผลไปถึง &amp;quot;สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ&amp;quot; และ &amp;quot;รัฐบาลไทย&amp;quot; ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งเวลาที่จับกุมคุมขังพระท่านนั้น ยังอยู่ในช่วง..ปฏิวัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การทำอะไรผลีผลาม โดยเฉพาะกับงานพระศาสนาอันละเอียดลึกซึ่งนั้น เคยส่งผลให้ &amp;quot;จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์&amp;quot; มีตราบาปมาแล้ว วันนี้ ประยุทธ์ จันทร์โอชา และพงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ต้องเดินตามรอยสฤษดิ์ไปอีกครั้ง ทั้งๆ ที่มีตัวอย่างให้ศึกษา ประวัติศาสตร์มันไม่น่าจะซ้ำรอยเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลไทย เหลือหนทางสุดท้าย คือกราบขอขมาพระสงฆ์ทุกรูป คืนผ้าเหลือง คืนตำแหน่ง คืนฐานันดรศักดิ์ และเยียวยาท่านให้เหมาะสมกับบาปกรรมที่ทำลงไป ไม่เช่นนั้นถึงตายไปก็คงไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78362</URL_LINK>
                <HASHTAG>ลาสเวกัส, วัดสามพระยา, ศาลอุทธรณ์, สหรัฐอเมริกา, เจ้าคุณเอื้อน, เว็บไซต์อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะดอทคอม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200923/image_big_5f6afa654eb2a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74875</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2020 09:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2020 09:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สะเทือนพระสงฆ์ไทยในต่างประเทศ!เมื่อมหาเถรสมาคมติดเบรกศตภ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ส.ค.2563 - &amp;nbsp;เว็บไซต์อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม ซึ่งเป็นเว็บของวัดไทยในลาสเวกัส ประเทศสหรัฐอเมริกาได้ออกบทวิเคราะห์ที่น่าสนใจในหัวข้อ &amp;ldquo;พศ. งัดข้อ ศตภ.! &amp;nbsp;สำนักพุทธยื่น มส. ตีความมติ ศตภ. กรณีออกมติให้พระไปต่างประเทศช่วงโควิด ผลก็คือ มส. เข้าข้าง พศ. สั่งเบรก ศตภ. ห้ามไม่ให้ออกมติอีกต่อไป&amp;rdquo; มีเนื้อหาว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อา..ถือว่าเป็นมวยรุ่นใหญ่ที่ไม่ได้ชมมานานหลายปี เรียกว่าเป็นศึกใหญ่ครั้งแรกในสมัยพระสังฆราชอัมพรก็ว่าได้ เมื่อสำนักพุทธฯ ซึ่งเป็นทั้งข้าราชการในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี และเลขาธิการมหาเถรสมาคม ได้ส่งเรื่องแย้ง ศตภ. (ศูนย์ควบคุมพระภิกษุสามเณรไปต่างประเทศ) ไปให้มหาเถรสมาคมตัดสิน ผลปรากฏว่า มส. (มหาเถร) เห็นดีตาม พศ. สั่งห้าม ศตภ. ออกมติอีก ฉีกหน้ากันยับยู่ยี่เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คือดังว่า แต่เดิมนั้น มส. สั่งตั้ง &amp;quot;ศูนย์ควบคุมพระภิกษุสามเณรไปต่างประเทศ-ศตภ.&amp;quot; ขึ้นมา เพื่อคัดกรองพระภิกษุสามเณรไปต่างประเทศ ครั้นมีโครงการอบรมพระธรรมทูตขึ้นมาในปี 2538 ก็สั่งแยกงานพระธรรมทูตออกจาก ศตภ. ให้พระธรรมทูตเดินเรื่องผ่าน มส. ได้โดยตรง โดยให้มีสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ เป็นหน่วยงานใหม่ ดูแลด้านนี้โดยเฉพาะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเดินทางไปต่างประเทศของพระเณรไทยจึงแยกออกเป็น 2 สาย สายพระธรรมทูตต้องผ่านสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ สายทั่วไป เช่น จะไปกิจนิมนต์ชั่วคราว ไปไหว้พระที่อินเดีย หรือสายอื่นใดที่มิใช่พระธรรมทูต ก็ให้ไปขึ้นต่อ ศตภ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบัน ศตภ. มีสำนักงานอยู่ที่วัดสังเวชวิศยาราม และมีสมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปญฺโญ ป.ธ.9) วัดไตรมิตรวิทยาราม เป็นประธาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศนั้น ปัจจุบันมีสมเด็จพระมหาธีราจารย์ (ประสฤษดิ์ เขมงฺกโร ป.ธ.3) วัดยานนาวา เป็นประธาน
&amp;nbsp;
แต่ก็มีความลักลั่นกันอีก คือว่า ถ้าสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ พิจารณารับคำร้อง (ทั้งเรื่องหนังสือเดินทางและวีซ่า) แล้ว ก็จะต้องนำเสนอมหาเถรสมาคมเพื่ออนุมัติเป็นด่านสุดท้าย (ผ่านไม่ผ่านก็อยู่ที่มหาเถรสมาคม)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ ศตภ. เมื่อผ่านมติแล้วก็เป็นอันสิ้นสุด ไม่ต้องส่งเรื่องผ่าน มส. อีกต่อไป แต่ ศตภ. จะส่งเรื่องไปสั่งให้สำนักพุทธฯ ออกหนังสือรับรองทั้งทำวีซ่าและพาสปอร์ตแก่พระเณรรูปนั้นๆ ได้โดยตรงเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เห็นไหมว่า หน่วยงานของ มส. ทั้งสองแห่ง มีแนวทางการทำงานที่แตกต่างกัน ทั้งๆ ที่มีเนื้องานเหมือนกัน และขึ้นตรงต่อ มส. เหมือนกัน มันก็แปลกแต่จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ นำเรื่อง ศตภ. ผ่านมติให้พระภิกษุสามเณรไปต่างประเทศ เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ไปให้มหาเถรสมาคมพิจารณา จึงถือว่าเป็นครั้งแรกที่มีการนำมติ ศตภ. เข้า มส. แถมผลที่ออกมาปรากฏว่า มส. เห็นด้วยกับ พศ. คือสั่งระงับมติของ ศตภ. ให้ตกไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถึงแม้ ศตภ. จะอ้อมแอ้มอ้างว่า มติที่ออกไปนั้น แค่ให้พระเณรไปทำพาสปอร์ต ยังไม่ได้ให้ไปต่างประเทศ ดังนี้ก็ตาม แต่ พศ. ก็แย้งว่า แล้วถ้าพระเณรที่มีวีซ่าอยู่ก่อนแล้ว เอามติ ศตภ. ครั้งนี้ไปทำพาสปอร์ต ก็จะสามารถไปต่างประเทศได้ (ทำนองลักไก่) ดังนั้น จึงถือว่าไม่ปลอดภัยสำหรับ มส. ที่ต้องเข้มงวดการเดินทางของพระเณรไทยในช่วงนี้ เถียงแบบนี้ทาง ศตภ. ก็สู้ไม่ได้ และสุดท้าย มส. ก็ถือหาง พศ. สั่งให้มติ ศตภ. ตกไปต่อหน้าต่อตามสมเด็จสนิทที่นั่งประชุมอยู่ใน มส. ครั้งนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรรมการสนามมวยลุมพินีชี้ว่า ผลการชกครั้งนี้ พศ. ชนะขาดลอย ส่วน ศตภ. ของสมเด็จสนิทนั้น &amp;quot;หลับสนิทศิษย์หามลง&amp;quot; เพราะคงมิใช่แค่มติครั้งนี้ที่ไม่ผ่าน แต่อาจจะถึงกับ &amp;quot;ปิดห้องประชุม ศตภ. วัดสังเวช&amp;quot; ไปอีกนาน เพราะถูก มส. ห้ามออกมติให้พระไทยไปต่างประเทศ ก็เท่ากับ &amp;quot;ห้ามประชุม ศตภ.&amp;quot; จนกว่าจะยกเลิกมติดังกล่าว ตกงานกันเป็นแถวเลย คณะกรรมการ ศตภ. ชุดนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ว่าปัญหามันมิได้จำกัดวงอยู่เพียงแค่ &amp;quot;เมืองไทย&amp;quot; เท่านั้น เพราะมติ มส. ที่ออกมาครั้งนี้ มีผลกับพระไทยทั่วโลก ทั้งที่ไปปฏิบัติศาสนกิจชั่วคราว (ไม่เกิน 6 เดือน และส่วนใหญ่กลับไทยแล้ว) ทั้งที่ไปเป็นพระธรรมทูตอยู่ต่างประเทศนานหลายปี ไม่ต่ำกว่า 1 ใน 3 มีตำแหน่งในต่างแดน เช่นเป็นเจ้าอาวาส เป็นพระเลขา และถือกรีนคาร์ดของต่างประเทศ สามารถเข้าออกได้ตลอดเวลา (แต่ยังถือพาสปอร์ตไทย) ถ้าพระธรรมทูตมีกิจสำคัญเร่งด่วนต้องเดินทางกลับประเทศไทย ก็จะตกอยู่ในฐานะ &amp;quot;เข้าได้ แต่ออกไม่ได้&amp;quot; เพราะติดมติ มส. ดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คือถ้ามหาเถรสมาคม ไม่ยอมให้พระไทยต่ออายุหนังสือเดินทาง ก็จะทำให้พระธรรมทูตไทยในต่างประเทศ &amp;quot;เดินทางไม่ได้&amp;quot; เพราะหนังสือเดินทางมีไว้สำหรับเดินทางไปต่างประเทศ ส่วนวีซ่านั้นมีไว้สำหรับผ่านด่านเข้าประเทศ รวมทั้งพระธรรมทูตที่มีธุระจะเดินทางกลับไทยในช่วงนี้ ก็จะเดินทางกลับออกนอกประเทศไม่ได้ เพราะ มส. ห้ามไม่ให้พระไทยไปต่างประเทศ ไม่ว่ากรณีใดๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มติ มส. ที่ออกมา จึงถือว่าไม่รอบคอบ ไม่รัดกุม ตีขลุมมั่วไปหมด ไม่ว่าพระเณรไทยอยู่ในสถานะไหนก็ห้ามตะพึด ไม่มีการจำแนกแยกแยะว่า ประเภทไหนสมควรได้รับการผ่อนปรน ประเภทไหนที่ห้ามไม่ให้ไปโดยเด็ดขาด ถือว่าขาดเหตุผลอย่างตื้นเขินเลย ดูแต่รัฐบาลไทย แม้จะมีมาตรการกักกันผู้เดินทาง &amp;quot;เข้า-ออก&amp;quot; ประเทศ แต่ก็ยังมีข้อยกเว้นไว้หลายประเภท นั่นแสดงว่าเข้าใจและทำงานเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีที่ ศตภ. ชี้แจงว่า มติที่ออกมานั้น เพียงแค่ให้ต่อพาสปอร์ต ยังมิได้ให้ทำวีซ่า แต่การทำวีซ่ากับพาสปอร์ตก็ใช้มติเดียวกันนั่นแหละ มันจึงสุ่มเสี่ยงต่อการเลี่ยงบาลี แต่ถ้าระบุว่า &amp;quot;สำหรับการต่อพาสปอร์ตสำหรับพระธรรมทูต หรือพระไทยที่มีตำแหน่งในต่างประเทศเท่านั้น&amp;quot; แบบนี้ มส. ก็ควรรับฟังและพิจารณาเป็นรายๆ ไป มิใช่ตีตกทั้งมติ ทั้งพวกที่ไปอยู่นานและพวกที่ไปชั่วคราว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีข้อสังเกตว่า การนำเรื่อง ศตภ. ไปฟ้อง มส. ของ พศ. ครั้งนี้ ชี้ให้เห็นว่า หน่วยงานรัฐและคณะสงฆ์ ภายใต้มหาเถรสมาคมทั้งสองแห่ง ไม่มีการทำงานร่วมกัน คือต่างคนต่างทำ คนหนึ่งออกมติมา อีกคนคัดค้าน ถึงกับ มส. ต้องออกมาเป็นกรรมการชี้ขาดว่าใครผิดใครถูก แบบนี้จึงเข้าทำนอง &amp;quot;ประสานงา&amp;quot; เพราะถ้ามีการประสานงานกันตั้งแต่แรก ปรึกษาหารือกันให้ลงตัว ก็จะไม่เกิดปัญหา แต่ปัญหาเกิดเพราะทำงานไม่เป็น เลยต้องมาทะเลาะกันให้ชาวบ้านเห็น เป็นเรื่องน่าเศร้าใจ บ้านเมืองมีปัญหา พระศาสนามีปัญหา แต่ถ้าคนไม่มีปัญญาแก้ไข ก็เท่ากับซ้ำเติมสถานการณ์ให้เลวร้ายลงไปกว่าเดิม น่าจะสังคายนาองค์กรต่างๆ ในการดูแลของมหาเถรสมาคมได้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอย้ำว่า มติ มส. ที่ออกมาครั้งล่าสุด จึงมิใช่แค่ &amp;quot;ห้ามพระไทยไปต่างประเทศ&amp;quot; เท่านั้น แต่ยัง &amp;quot;ห้ามพระไทยในต่างประเทศเข้าประเทศ&amp;quot; อีกด้วย เพราะถ้าเข้าแล้วออกไม่ได้ เขาจะเข้าไปทำไม หรือคิดว่าพระธรรมทูตเขาไม่จำเป็นต้องกลับไทยเลยในช่วงนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก็นี่แหละ เวลาให้โอวาทอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ ก็ปากหวาน &amp;quot;พวกท่านเป็นผู้เสียสละ เป็นหน่วยหน้ากล้าตายให้คณะสงฆ์ไทยในต่างประเทศ รู้ว่าพวกท่านอยู่ยากกินยาก แต่ต้องลำบากแทนพวกเรา ขอให้กำลังใจในการปฏิบัติศาสนกิจในต่างแดน&amp;quot; แต่พอมีปัญหาก็ไม่ช่วยแก้ไข แถมยังซ้ำเติมกันอีก &amp;nbsp;ออกมติตะพึด ไม่ถามไม่ไถ่กันซักคำ แบบนี้นี่เองกิจการพระศาสนามันถึงได้สาละวันเตี้ยลงทุกวัน เป็นพระนะ อย่าให้ณรงค์จูงจมูกสิครับ ท่านมหาเถร !
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74875</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประเทศสหรัฐอเมริกา, มส., มหาเถรสมาคม, ลาสเวกัส, ศตภ., ศูนย์ควบคุมพระภิกษุสามเณรไปต่างประเทศ, อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200819/image_big_5f3c89770b8bb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58818</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/03/2020 07:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/03/2020 07:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คำตอบมหาเถรสมาคม!ว่าด้วยพระถูกจับติดคุกบวชใหม่ได้ไหม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มี.ค.2563 - &amp;nbsp;เว็บไซต์อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม ซึ่งเป็นของวัดไทยในลาสเวกัส สหรัฐอเมริกาได้เขียนบทความวิเคราะห์ในหัวข้อ &amp;ldquo;บวชใหม่ ได้ไม่ได้ มส.วินิจฉัยกรณีพระภิกษุถูกจับติดคุก ตอบเป็น 3 นัย ไม่เหมียนกัน&amp;rdquo; มีเนื้อหาว่า อา.. มหาเถรสมาคมท่านอรรถาธิบายว่า ถ้าพระภิกษุถูกจับกุมคุมขัง ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว ก็ต้องสึกตามกฎหมาย แต่ถ้าหากว่าพ้นคดีมาแล้ว ไม่ว่าจะถูกจำคุกหรือรอลงอาญา ถ้าหากว่าคดีนั้นไม่เข้าข่ายอาบัติปาราชิก ก็ยังมีสิทธิ์กลับมาบวชได้ ง่ายๆ ไม่ซ้ำซ้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พุทธะอิสระ : พระพรหมดิลก : พระพรหมสิทธิ 3 อดีตพระที่ถูกจับกุมคุมขังและให้สละสมณเพศ สามรูปข้างต้นนี้ ถ้ายึดเอาคำวินิจฉัยของมหาเถรสมาคมเป็นหลัก ก็ต้องบอกว่า ยังมีสิทธิ์บวชใหม่ได้ ถ้าหากว่าคดีที่ตนเองต้องโทษไปนั้น ไม่เข้าข่ายอาบัติปาราชิก นั่นหมายถึงว่า ก่อนบวชก็ต้องให้มหาเถรสมาคมวินิจฉัยเป็นรายบุคคลว่า ต้องอาบัติปาราชิกไปแล้วหรือไม่ ในกรณีที่ต้องคดีอาญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ที่น่าฉงนก็คือว่า มหาเถรสมาคมระบุว่า กรณีเจ้าคุณประกอบ (พระพรหมกวี) วัดกัลยาณมิตร ซึ่งมิได้ถูกจับกุมคุมขัง จึงถือว่ามิเข้าข่ายที่จะต้องถูกบังคับให้สละสมณเพศ (เพราะการสละสมณเพศมีความจำเป็นในกรณีที่จะต้องนำตัวพระภิกษุรูปนั้นเข้าคุก แต่จะให้เข้าคุกทั้งผ้าเหลืองนั้นไม่ได้ เพราะผ้าเหลืองเป็นสัญลักษณ์ของพระพุทธศาสนา อันเป็นศาสนาประจำชาติไทย) และเมื่อศาลมีคำสั่งจำคุกแต่ให้รอลงอาญา เจ้าคุณประกอบก็ไม่ต้องลาสิกขาเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ทีนี้ว่า ถ้าหากว่าพระภิกษุรูปนั้น มิได้ถูกจับกุมคุมขัง เพราะสามารถหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ไปได้ ดังเช่น พระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย หรืออดีตพระพรหมเมธี วัดสัมพันธวงศ์ กรรมการมหาเถรสมาคม ก็ต้องถือว่า &amp;quot;ไม่เข้าข่าย&amp;quot; ที่จะต้องสละสมณเพศ เพราะไม่อยู่ในเขตอำนาจการบังคับของศาลอาญา จึงถือว่ายังคงมีสถานะพระภิกษุอยู่เต็มร้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มหาเถรสมาคมอรรถาธิบายเช่นนี้ จะชี้โพรงให้กระรอก หรือบอกทางสวรรค์ทางนรกแก่ใคร ก็ไม่รู้สิฮะ รู้เพียงแต่ว่า &amp;quot;ยุ่งตายห่า พ่ะย่ะค่ะ&amp;quot; เพราะท่านบอกว่า &amp;quot;ถามแค่นี้ก็ตอบแค่นี้ เรื่องอื่นๆ จึงไม่เข้าข่ายต้องตอบคำถาม เพราะไม่ถามก็ไม่ต้องตอบ&amp;quot; เอวัง !
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58818</URL_LINK>
                <HASHTAG>บทความ, บวชใหม่, ลาสเวกัส, วัดไทย, สหรัฐอเมริกา, เว็บไซต์อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200304/image_big_5e5efbd622ff8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41510</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2019 12:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2019 12:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ปาเกียว’ ชนะคะแนนหยุดสถิติไร้พ่ายของ เธอร์แมน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แมนนี ปาเกียว ยอดนักชกขวัญใจมหาชนชาวฟิลิปปินส์ดับซ่า คีธ เธอร์แมน นักชกไร้พ่ายชาวอเมริกัน ชนะคะแนน 2-1 เสียงด้วยคะแนน 113-114, 115-112 และ 115-112 ในการชกชิงเข็มจัดแชมป์โลก รุ่นเวลเตอร์เวท 147 ปอนด์ของ สมาคมมวยโลก หรือ ดับเบิลยูบีเอ&amp;nbsp; ณ สังเวียนเอ็มจีเอ็ม แกรนด์&amp;nbsp;ลาสเวกัส, เนวาด้า ประเทศ&amp;nbsp;สหรัฐอเมริกา เมื่อวันอาทิตย์ ที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41510</URL_LINK>
                <HASHTAG>คีธ เธอร์แมน, ชกมวย, ชนะคะแนน, ดับเบิลยูบีเอ, มวยโลก, ลาสเวกัส, สมาคมมวยโลก, เนวาดา, แมนนี ปาเกียว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190721/image_big_5d33f389126df.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33908</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/04/2019 15:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/04/2019 15:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เจ้าคุณประยูร&#039;เต็งหามนั่งประธานกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 เม.ย.2562- กรณีพระราชบัญญัติการศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ.2562 ซึ่งประกาศใช้แล้วในราชกิจจานุเบกษาเล่มที่ 136 ตอนที่ 50 ก เมื่อวันที่ 16 เม.ย.2562 และมีผลบังคับใช้ในวันที่ 17 เม.ย.นั้น เว็บไซต์อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม ซึ่งเป็นเว็บของวัดไทยในลาสเวกัส สหรัฐอเมริกาได้มีการวิเคราะห์ไว้น่าสนใจในหัวข้อ &amp;ldquo;เจ้าคุณประยูรจ่อนั่งเก้าอี้ใหญ่ &amp;ndash;ประธานกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;โดยเนื้อหาระบุว่า หัวใจสำคัญในพระราชบัญญัติฉบับนี้นั้น อยู่ที่มาตรา 8 ที่ระบุว่า &amp;quot;ให้มีคณะกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรมคณะหนึ่ง ประกอบด้วย ประธาน รองประธาน และคณะกรรมการทั้งโดยตำแหน่งและแต่งตั้ง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอล้วงเข้าไปในส่วนลึกของมาตราเหล่านี้แล้ว ก็จะพบว่า ทั้งแม่กองบาลี แม่กองธรรม ประธานกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา อธิการบดี มจร. อธิการบดี มมร.ล้วนแต่ถูกแต่งตั้งให้เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง หวยก็เลยไปออกที่พระพรหมบัณฑิต หรือท่านเจ้าคุณประยูร เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาส อดีตอธิการบดี มจร. ซึ่งเพิ่งจะเออลี่รีไทร์ คือเกษียณอายุราชการออกไปก่อนกำหนด ทั้งๆ ที่ยังสามารถอยู่ต่อได้อีกยาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก็ไม่รู้ว่าจะเป็นวิสัยทัศน์อันยาวไกลหรือไม่อย่างไร ทำให้การตัดสินใจ &amp;quot;ยุติบทบาทในตำแหน่งอธิการบดี มจร. ยกเก้าอี้ให้เจ้าคุณสมจินต์ไปเมื่อปีกลาย&amp;quot; ของท่านเจ้าคุณประยูร กลับส่งผลให้ได้ตำแหน่งใหญ่กว่า เพราะถ้าได้ตำแหน่งประธานคณะกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรม ก็จะคุมทั้ง นักธรรม-บาลี และปริยัติสามัญ หนำซ้ำยังได้อธิการบดี มจร.-มมร. และประธานกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา มาเป็นกรรมการชุดใหม่นี้ด้วย ความหมายก็คือ ทุกรูปทุกองค์จะต้องมาเป็นลูกน้องเจ้าคุณประยูร ตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ นี่คือเจ้าพ่อองค์ใหม่ในวงการสงฆ์ไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ว่าโดยชื่อชั้นแล้ว ท่านเจ้าคุณประยูรนั้น ก็ต้องถือว่าเป็นสุดยอดนักการศึกษาและนักบริหารการศึกษา แบบว่าครบเครื่อง ได้ทั้งบู๊ทั้งบุ๋น แถมยังมีบริวารเป็นกองทัพ เครือข่ายหรือคอนเน็กชั่นกว้างไกลทั้งในและต่างประเทศ ถือว่าเป็นพระสงฆ์ไทยอินเตอร์ที่เพอร์เฟ็กสุดๆ เพียงหนึ่งเดียวในยุคปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;คุณวุฒิการศึกษานั้น จบ ป.ธ.9 ขณะเป็นสามเณร คว้าปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยเดลี เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง
ตำแหน่งในทางบริหารการศึกษาก็ผ่านมาหมด ทั้งอาจารย์สอนมหาวิทยาลัย คณบดี รองอธิการบดี และอธิการบดี ไม่มีอะไรในประเทศไทยเจ้าคุณประยูรไม่เคยเป็น ยกเว้นตำแหน่งสังฆราช ปัจจุบันเป็นทั้ง เจ้าอาวาสพระอารามหลวง เจ้าคณะภาค และกรรมการมหาเถรสมาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และจังหวะก็สวยสุด เมื่อตัดใจลุกจากตำแหน่งอธิการบดี มจร. เมื่อเดือนกรกฎาคมปีกลาย (2561) ผ่านไปได้ไม่ถึงปี กลับกลายเป็นว่า การตกงาน หรือการว่างงาน กลายเป็นโอกาสทองของท่านเจ้าคุณประยูร เพราะเมื่อไม่ได้เป็นอธิการบดี มจร. ก็ไม่ต้องเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง ซึ่งก็เข้าในคุณสมบัติที่ต้องการในตำแหน่ง &amp;quot;ประธานคณะกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรม&amp;quot; ตาม พ.ร.บ.ใหม่ ที่เพิ่งประกาศใช้ในวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะมองไปในบรรดากรรมการมหาเถรสมาคมทุกรูปทุกองค์ในวันนี้ ก็ไม่เห็นมีใครมีคุณสมบัติ ทั้งวัยวุฒิและคุณวุฒิ เหมาะสมเท่ากับพระพรหมบัณฑิตอีกแล้ว ส่วนพระนักบริหารการศึกษาทั่วประเทศไทยในวันนี้ ก็ล้วนแต่เคยเป็น &amp;quot;ผู้ใต้บังคับบัญชา&amp;quot; ของท่านเจ้าคุณประยูรทั้งสิ้น แล้วถามว่าจะมีอะไรไม่เหมาะสม หรือเหมาะสมไปกว่านี้ เจ้าคุณประยูรนั่งนิ่งสบายๆ เก้าอี้ใหญ่ก็วิ่งมาหา ไม่ต้องวิ่งเต้นเส้นสายให้เหนื่อย เพราะใครก็เป็นสู้ท่านไม่ได้ใน พ.ศ. นี้ แต่ถ้าขาดท่านไปในคณะกรรมการชุดนี้สิ ไม่รู้ว่าจะไปทิศทางไหน ฉลากใหญ่ระดับ &amp;quot;ซูเปอร์ล็อตโต้&amp;quot; จึงออกที่วัดประยูรเหมือนถูกล็อกเลข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ร.บ.พระปริยัติธรรม ฉบับใหม่นี้ จะต้องเริ่มตรงจุดนี้ คือ หาประธานให้ได้ก่อน จะโดยกรรมการโดยตำแหน่งมาประชุมปรึกษาหารือกันแล้วรายงานให้มหาเถรสมาคม &amp;quot;สรรหา&amp;quot; ตัวประธาน หรือมหาเถรสมาคมดำเนินการเอง และสมเด็จพระสังฆราชทรงแต่งตั้ง เมื่อได้ประธานแล้ว งานการบริหารการศึกษา ทั้งนักธรรม บาลี และปริยัติสามัญ จึงจะเริ่มต้น &amp;quot;นับหนึ่ง&amp;quot; ตามกฎหมายใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มองไปทั่วกรุงเทพมหานครแล้ว ท้องฟ้าเหนือวัดประยูรวงศ์นั้น สดใสและสวยงามเหลือเกิน คนเรานั้น บทบุญจะพา วาสนาจะส่ง อะไรก็หยุดไม่อยู่.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33908</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระพรหมบัณฑิต, พระราชบัญญัติการศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ.2562, ราชกิจจานุเบกษา, ลาสเวกัส, สหรัฐอเมริกา, อดีตอธิการบดี มจร. ประธานกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรม, อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ, เจ้าคุณประยูร, เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาส, เว็บไซต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190418/image_big_5cb8370b2680f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
