<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117368</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2021 10:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2021 10:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คิดว่าเพื่อนเป็นหมูป่า ส่องด้วยลูกซองดับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ย.64 - เกิดเหตุยิงกันจนเสียชีวิตกลางป่าลึก มือยิงอ้างเห็นเพื่อนเป็นหมูป่ารัวกระสุนลูก9ใส่ เจาะหน้าอก1นัด ขาซ้าย7นัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 ก.ย. สมาคมกู้ภัยมณีดวงแก้วกุศลสงเคราะห์ ได้รับแจ้งเมื่อเวลาประมาณเที่ยงวันว่าขอให้เข้าไปรับผู้บาดเจ็บถูกยิงด้วยอาวุธปืนในป่าลึก ซึ่งเข้าไปทางน้ำตกแม่ปาน บ้านปางอ่าย ตำบลเมืองปาน อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง จึงนำกำลังเดินเท้าเข้าไปร่วม 10 กิโลเมตร ลัดเลาะไปตามสันเขาของน้ำตก และเดินลัดไปตามทางเดินเท้าในป่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเดินไปได้ครึ่งทางก็พบว่ามีกลุ่มชาวบ้านจำนวนหนึ่งได้ช่วยกันหามร่างของนายธนู สายคำ อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่199 ม.1 ต.เมืองปาน ออกมาจากป่าลึก และได้ให้ทีมกู้ภัยช่วยผลัดกันหามออกมาจากป่า ข้ามน้ำตก และมายังที่จอดรถ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งมี พ.ต.อ.รัฐการ สุรงคบพิตร ผู้กำกับการ สภ.เมืองปาน พร้อมด้วย พ.ต.ท.กิตติพงษ์ บ้านคุ้ม รอง ผกก.สืบสวนฯ พร้อมแพทย์ รพ.เมืองปาน เข้าร่วมชันสูตรพลิกศพ พบว่าผู้ตายถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซอง เข้าที่ร่างกายหลายนัด จากนั้นจึงนำศพไปชันสูตรต่อที่ รพ.เมืองปาน พบว่ากระสุนฝังที่หน้าอก 1 นัด และที่ขาซ้ายอีก 7 นัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ นายบุญธรรม ล่ำสูง อายุ 65 ปี อยู่หมู่บ้านเดียวกันและสนิทกัน ทราบว่าก่อนเกิดเหตุเมื่อวันที่ 19 ก.ย.นายบุญธรรมพร้อมด้วยผู้ตายได้ชวนกันเข้าไปหาเห็ดและส่องหมูป่า &amp;nbsp;เนื่องจากหาเห็ดโคนต้องหาเวลากลางคืน ซึ่งคืนดังกล่าวได้เห็ดไม่มากจึงชวนกันอยู่ต่อเพื่อหาในตอนเช้าอีกรอบจนกระทั่งเวลาประมาณ 05.00 น.จึงออกมาเห็ดโดนแยกกันหา กระทั่งนายบุญธรรมเห็นเงาเงาตะคุ่มๆคิดว่าเป็นหมูป่า จึงยิงด้วยปืนลูกซอง เมื่อได้ยิงเสียร้องจึงรีบเข้าไปดูจึงทราบว่ายิงโดนนายธนู ซึ่งขณะนั้นยังไม่เสียชีวิต ตนเองจึงรีบวิ่งออกมาจากป่า มาถึงหมู่บ้านประมาณ 09.00 น.เศษ &amp;nbsp;(วันที่ 20 ก.ย.) รีบไปแจ้งกับญาติและชาวบ้านว่านายธนูถูกยิงแต่ยังมีชีวิตอยู่ พร้อมกับบอกพิกัดก่อนที่ชาวบ้านจะเดินทางเข้าไปในป่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนตัวของนายบุญธรรมทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวไปสอบปากคำที่ สภ.เมืองปาน จนกระทั่งเวลา &amp;nbsp;12.00 น.กลุ่มชาวบ้านที่เดินทางเข้าไปในป่าพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อุทยานฯซึ่งเข้าไปถึงที่เกิดเหตุ พบว่านายธนูนอนเสียชีวิตในสภาพนั่งกึ่งนอนพิงกับต้นไม้คล้ายคนนอนหลับ ได้แจ้งออกมาว่านายธนูเสียชีวิตแล้วและขอประสานทางกู้ภัยฯเข้าไปช่วยเหลือนำร่างออกมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.ท.กิตติพงษ์ บ้านคุ้ม รอง ผกก.สืบสวนฯ เปิดเผยว่า จากการสอบสวนนายบุญธรรม ซึ่งสนิทกับผู้ตายและเคยเข้าไปหาเห็ดและของป่าด้วยกัน ยอมรับว่าที่ยิงไปเพราะคิดว่าเป็นหมูป่าซึ่งระยะการยิงจากการตรวจสอบน่าจะประมาณ 20-25 เมตร &amp;nbsp;ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานจะได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกครั้ง ส่วนทางญาติเบื้องต้นไม่ติดใจการเสียชีวิตเพราะเชื่อว่านายบุญธรรมไม่ได้ตั้งใจ แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็ได้ตั้งข้อหากระทำการโดยประมาทจนเป็นเหตุให้อื่นถึงแก่ความตายแล้ว.
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117368</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยิงกันเอง, ลำปาง, ล่าหมูป่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210921/image_big_614950ac5c81c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112124</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘สุทธิพงษ์’ผงาดปลัดมท. โยกผู้ว่าฯหมูป่าไปปทุมฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สุทธิพงษ์&amp;quot; อธิบดีหมื่นล้าน สามีนักธุรกิจบิ๊กพลังงาน-ศิษย์เอกสมเด็จพระสังฆราชฯ แรงปลายเข้าวินเก้าอี้ปลัดมหาดไทยคนใหม่ &amp;quot;ผู้ว่าฯ หมูป่า&amp;quot; ขยับใกล้เข้าเมืองกรุง โยกจากลำปางมาอยู่ปทุมธานี ส่วน &amp;quot;ชัยวัฒน์-ผวจ.ปทุมฯ&amp;quot; สายตรงบิ๊กป๊อก เข้าไลน์รอคั่วปลัด มท. &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 3 ส.ค. น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงมติ ครม.ว่า ที่ประชุม ครม.ได้เห็นชอบการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงประจำปีของกระทรวงมหาดไทย (มท.) รวม 28 ตำแหน่ง โดยตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทยคนใหม่ ได้แก่ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน โดยนายสุทธิพงษ์จะมาเป็นปลัด มท.คนใหม่ ตั้งแต่ 1 ต.ค. เพื่อมาแทนนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัด มท.ที่จะเกษียณอายุราชการในเดือน ก.ย.นี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายสุทธิพงษ์เหลืออายุราชการอีก 3 ปี และเป็นแกนนำกลุ่มสิงห์ดำ รัฐศาสตร์ จุฬาฯ ในกระทรวงมหาดไทย โดยก่อนหน้านี้นายสุทธิพงษ์ถูกจับตามองว่าเป็นแคนดิเดตคั่วเก้าอี้ปลัดมหาดไทยคนใหม่กับนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อนร่วมรุ่นสิงห์ดำ ที่มีกระแสข่าวว่า พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย และนายฉัตรชัยจะผลักดันให้ข้ามห้วยกลับถิ่นเดิมมาเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย แต่ต่อมามีกระแสคัดค้านจากข้าราชการในกระทรวงมหาดไทย อีกทั้งพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีก็ไม่เห็นด้วยกับสูตรดังกล่าว จนทำให้การตั้งปลัด มท.รอบนี้ ฝุ่นตลบ เกิดความไม่ลงตัวในกระทรวงมหาดไทยมาร่วม 3 สัปดาห์กว่าถึงจะหาข้อยุติได้ จนในที่สุดพลเอกอนุพงษ์และนายฉัตรชัย สุดท้ายก็ยอมเสนอชื่อนายสุทธิพงษ์เป็นปลัด มท.คนใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายสุทธิพงษ์ก่อนหน้านี้เคยสร้างความฮือฮา เมื่อสำนักงาน ป.ป.ช.มีการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของนายสุทธิพงษ์และภรรยา ที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. โดยพบว่าแม้นายสุทธิพงษ์จะมีทรัพย์สินแค่ 15,724,125 บาท แต่ภรรยาคือ น.ส.วันดี กุญชรยาคง คู่สมรส มีทรัพย์สิน 10,209,774,199 บาท โดยรวมทั้งคู่มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 10,225,498,325 บาท ไม่มีหนี้สิน ซึ่ง น.ส.วันดีก็คือนักธุรกิจด้านพลังงานทดแทนรายใหญ่อันดับต้นๆ ของประเทศ เพราะเป็นผู้ก่อตั้งและถือหุ้นอันดับ 1 ของบริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) ที่เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านธุรกิจพลังงาน อีกทั้งยังเป็น ประธานสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์อีกด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ก็เป็นที่รู้กันดีสำหรับข้าราชการกระทรวงมหาดไทยว่า นายสุทธิพงษ์ถือเป็นศิษย์เอกคนสำคัญของพระเถระชั้นผู้ใหญ่ในวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามมายาวนานหลายปี จนเมื่อเร็วๆ นี้ นายสุทธิพงษ์ได้รับประทานตราตั้งพระบัญชาจากสมเด็จพระสังฆราช ทรงแต่งตั้งให้เป็นไวยาวัจกรวัดราชบพิธมาแล้ว จึงทำให้ข้าราชการในกระทรวงมหาดไทยมองว่า แม้ก่อนหน้านี้พลเอกอนุพงษ์และนายฉัตรชัยพยายามเลี่ยงจะไม่เสนอชื่อนายสุทธิพงษ์เป็นปลัด มท.คนใหม่ แต่ข้าราชการมหาดไทยก็ยังเชื่อว่านายสุทธิพงษ์จะแรงปลาย เพราะได้รับการสนับสนุนจากหลายฝ่ายให้เป็นปลัดมหาดไทย จนสุดท้าย ครม.จึงเห็นชอบให้เป็นปลัด มท.คนใหม่ ตามที่พลเอกอนุพงษ์เสนอชื่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ มติ ครม.ดังกล่าว นอกจากจะมีการแต่งตั้งปลัดกระทรวงมหาดไทย ยังมีการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับ 10 ของกระทรวงอีกหลายตำแหน่ง รวมทั้งสิ้น 28 ชื่อ ซึ่งชื่ออื่นๆ ที่น่าสนใจก็เช่น การโยกนายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม จาก ผวจ. ปทุมธานี มาเป็นรองปลัดกระทรวงมหาดไทย โดยนายชัยวัฒน์ถือเป็นสายตรงพลเอกอนุพงษ์ เพราะเป็นอดีตหัวหน้าสำนักงานพลเอกอนุพงษ์มาก่อนสมัยยังไม่ได้ขึ้นเป็นรองผู้ว่าฯ ซึ่งนายชัยวัฒน์ที่เป็นผู้ว่าฯ ที่โด่งดังในโซเชียลมีเดีย เพราะปรากฏภาพและข่าวต่างๆ ให้เห็นบ่อยครั้ง เช่น ปั่นจักรยานไปทำงาน หรือการประกาศไม่รับเงินเดือน ผวจ.ปทุมธานี เป็นเวลา 3 เดือนเพื่อช่วยรัฐบาลประหยัด จะได้นำงบประมาณไปแก้ปัญหาโควิด โดยนายชัยวัฒน์ที่เหลืออายุราชการอีกร่วม 5-6 ปี ทำให้เริ่มถูกจับตามองว่า มีสิทธิ์ลุ้นเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทยได้ในอนาคต ในฐานะเครือข่ายสิงห์ดำเช่นกัน นอกจากนี้ ครม.ยังเห็นชอบให้มีการย้ายนายสมคิด จันทมฤก จากรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ไปเป็นอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชนแทนนายสุทธิพงษ์ หลังนายสมคิดทำงานเข้าตาพลเอกอนุพงษ์หลายเรื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ในตำแหน่งพ่อเมืองหรือผู้ว่าราชการจังหวัด แม้จะมีการปรับเปลี่ยนโยกย้ายหลายจังหวัด แต่ที่หลายคนสนใจก็คือ การย้ายนายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร หรือผู้ว่าฯ หมูป่า อดีต ผวจ. เชียงราย ที่ตอนนี้เป็น ผวจ.ลำปาง ล่าสุด นายณรงค์ศักดิ์ได้ถูกเสนอชื่อให้ย้ายมาเป็น ผวจ.ปทุมธานี ที่เป็นจังหวัดใหญ่กว่า และเป็นจังหวัดที่มีความสำคัญทางการเมืองและเศรษฐกิจ แต่ปัจจุบันเป็นหนึ่งในจังหวัดพื้นที่สีแดงเข้มโควิด โดยก่อนหน้านี้นายณรงค์ศักดิ์ตกเป็นที่พูดถึงกันมากกับการเป็น ผวจ.ลำปาง โดยเฉพาะช่วงโควิด เพราะทำให้เป็นจังหวัดที่มียอดประชาชนลงทะเบียนฉีดวัคซีนเป็นอันดับ 2 ของประเทศ รวมถึงเป็นผู้ว่าฯ คนแรกที่ออกนโยบายพาคนในจังหวัดคือลำปางที่ติดโควิดในกรุงเทพฯ แล้วไม่มีที่รักษาให้กลับไปรักษาตัวที่ลำปาง หรือโครงการรับคนลำปางกลับบ้าน จนต่อมาหลายจังหวัดเลยทำตาม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112124</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล, ปทุมธานี, รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, ลำปาง, สุทธิพงษ์ จุลเจริญ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน, อธิบดีหมื่นล้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210311/image_big_6049db0fb01bb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109673</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/07/2021 14:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/07/2021 14:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลำปางป่วน!หญิงปกปิดไทมไลน์ทำเกิดคลัสเตอร์ใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.ค.2564 - &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีผู้ป่วยรายโควิดที่ 243 เพศหญิง อายุ 42 ปี ภูมิลำเนา อ.วังเหนือ จ.ลำปาง อาชีพ แม่บ้านและพนักงานบริการโรงแรมอัลมาน่า จ.นนทบุรี &amp;nbsp;ซึ่งเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2564 เดินทางกลับลำปางกับเพื่อน 3 คน โดยรถยนต์ส่วนตัว ได้แวะซื้ออาหารทะเลที่ร้านสนองซีฟู๊ด ถึงบ้านอำเภอวังเหนือ ไม่ได้รายงานตัวกับ อสม./ผู้นำหมู่บ้าน ในระหว่างที่อยู่บ้านมีการพบเจอญาติ รับประทานอาหารร่วมกัน &amp;nbsp;โดย
วันที่ 5 กรกฎาคม 2564 เริ่มมีอาการป่วย วันที่ 8 กรกฎาคม 2564 ไปตรวจรักษาที่คลินิกวังเหนือการแพทย์ (ข้างธนาคารออมสิน) ด้วยอาการ ไอ เจ็บ คอ และมีน้ำมูก (ปฏิเสธการมาจากพื้นที่เสี่ยง) แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นหลอดลมอักเสบ &amp;nbsp;วันที่ 9 กรกฎาคม 2564อาการไม่ดีขึ้นจึงไปรักษาที่คลินิกสุปาณี บ้านใหม่ อำเภอวังเหนือ&amp;nbsp;
และวันที่ 11 กรกฏาคม 2564 เริ่มมีอาการไข้หายใจลำบาก เหนื่อย ไอแห้งๆ ไอถี่มากขึ้น เจ็บคอ น้ำมูกใส จึงมาโรงพยาบาลวังเหนือ โดยพ่อขับรถยนต์ส่วนตัวมาส่ง ผลตรวจเบื้องต้น Rapid antigen พบเชื้อโควิด-19 ผู้ป่วยเหนื่อยหอบมากขึ้น จึงส่งรักษาต่อที่โรงพยาบาลลำปาง และโรงพยาบาลลำปาง ส่งตรวจหาเชื้อผลการตรวจ RT-PCR ยืนยันพบเชื้อโควิด-19 &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำให้ นพ.ฉัตรชัย เครือสาร สาธารณสุขอำเภอวังเหนือ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข แพทย์ และพยาบาล ได้เตรียมพร้อมจุดคัดกรองโรคเชิงรุกที่โรงอาหารภายในโรงเรียนวังเหนือวิทยา อ.วังเหนือ จ.ลำปาง มีประชาชน &amp;nbsp;นักเรียนผู้ปกครองกว่า 100 คน เดินทางมาตรวจเชื้อโควิด &amp;ndash; 19 หลังจากเกิดคลัสเตอร์จากหญิงรายนี้ จนส่งผลให้ลูกสาว อายุ 14 ปี นักเรียนชั้น ม.3/2 ของโรงเรียนวังเหนือวิทยาติดเชื้อ และลามไปยังเพื่อนรุ่นพี่ชาย อายุ 15 ปี นักเรียนชั้น ม.4/4 ของโรงเรียนดังกล่าว ติดเชื้อไปด้วยรวมเป็น 3 ราย แรก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ อ.วังเหนือ ได้เร่งคัดกรองโรคเชิงรุกกลุ่มเสี่ยงที่สัมผัสใกล้ชิดทั้งหมด 153 คน พบการแพร่เชื้อต่อไปอีก 7 ราย เป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนของลูกสาวผู้ป่วย &amp;nbsp;และเพื่อนที่อยู่ในวงเหล้า รวมขณะนี้ มีผู้ติดเชื้อในคลัสเตอร์นี้แล้ว 10 ราย และยังมีกลุ่มเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังอาการ และให้แยกกักตัวอยู่ที่บ้านอีกเกือบ 300 คน แล้ว &amp;nbsp; และคืนที่ผ่านมา(13 ก.ค.) นายธวัช จรัสวรภัทร นายอำเภอวังเหนือ &amp;nbsp;พร้อมด้วยปลัดอำเภอ สมาชิก อส. ลูกจ้างTST ครูโรงเรียนวังเหนือวิทยา เจ้าหน้าที่ ทต.วังเหนือ กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน เร่งจัดเตรียมความพร้อมโรงพยาบาลสนาม &amp;nbsp;ทำความสะอาดสถานที่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเช้าวันนี้ นายธวัชเป็นประธานในการประชุมคณะทำงาน ศปก.อ.วังเหนือ ได้ประชุมกรณีพบการระบาดโคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 ในพื้นที่อำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง และ ประชุมการจัดตั้งโรพยาบาลสนาม ขนาด40เตียง ไว้ภายในโรงเรียนวังเหนือวิทยาเพื่อรองรับกรณีฉุกเฉินหากมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นแล้ว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109673</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลัสเตอร์, นพ.ฉัตรชัย เครือสาร, ปกปิดข้อมูล, ผู้ป่วย, ลำปาง, สาธารณสุขอำเภอวังเหนือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210714/image_big_60ee8b6998c77.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109329</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2021 12:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2021 12:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธารน้ำใจคนลำปาง ช่วยบริจาคสิ่งของให้โรงเรียน &#039;จิตต์อารีย์&#039; หลังกลายเป็นคลัสเตอร์ใหญ่คาดผู้ติดเชื้อกว่า 800 คน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
11 ก.ค. 2564 ที่บริเวณอาคารเอนกประสงค์ภายในหมู่บ้านจิตอารีย์วิลเลท1 ถนนลำปาง-แม่ทะ ซึ่งเป็นจุดรับบริจาคสิ่งของให้กับโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์จิตต์อารีย์ ประชาชนชาวลำปางยังคงทยอยนำสิ่งของ อาหาร และอื่นๆมาร่วมบริจาคกันอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย แม้ว่าวันนี้จะเป็นวันที่5แล้ว หลังพบคลัสเตอร์ใหญ่ภายในโรงเรียนฯเริ่มจากพบผู้ติดเชื้อ5รายและลามเป็นกลุ่มก้อนจนทำให้สันนิฐานว่าเด็กนักเรียน ครู บุคลากร ที่คลุกคลีกับเด็กติดเชื้อทั้งหมดเกือบ 800คน &amp;nbsp;ซึ่งเด็กนักเรียนที่ต้องถูกกักตัวในพอพักและจุดต่างๆที่แยกออกเป็นโซน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปาง ร่วมกับโรงพยาบาลลำปาง ได้เข้าดำเนินการควบคุมโรค โดยดูแลแบบ Bubble &amp;amp; Sealed คือมีการจำกัดการเคลื่อนย้าย/แยกกลุ่มที่มีอาการออก ตรวจหาเชื้อโควิด-19 และ ให้การรักษาซึ่งผู้ที่มีอาการมากจำนวน6รายถูกส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลส่วน 96 รักษาตามอาการและที่เหลือเฝ้าระวังในโรงเรียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางด้านนายเดช สุธรรมปวง ผอ.ร.ร.บอกว่าตนเองเห็นธารน้ำใจของทุกคนที่เป็ฯห่วงและนำมามอบให้กับโรงเรียนแล้วรู้สึกขอบคุณเป็นอย่างมาก แต่ก็ยอมรับว่าสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นขณะนี้ทั้งครู นักเรียน เครียดกันหมด อยากให้มีนักจิตวิทยาหรือนักสันทนาการต่างๆเข้ามาช่วยดูแลเด็ก เพื่อให้ผ่อนคลายนอกจากกิน นอน ดูโทรศัพท์ ซักผ้า นอกนั้นก็ไม่ได้ทำอะไรเลย และอยากขอรับการสนับสนุนห้องสุขาเคลื่อนที่เนื่องจากต้องให้เด็กมานอนในจุดที่ห่างจากห้องสุขาและเป็นพื้นที่ปิดกั้น ทำให้ห้องสุขามีไม่เพียงพอ และขอรับการสนับสนุนเครื่องนอน รวมถึงวัตถุดิบในการทำอาหารปรุงสุกให้เด็กได้รับประทานแทนข้าวกล่องจากนอกโรงเรียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสถานการณ์วันนี้ (11 ก.ค.) ทางแพทย์ได้เข้าทำการตรวจหาเชื้อเด็กนักเรียนในโรงเรียนตามปกติ โดยพบว่ามีเด็กติดเชื้อเพิ่มอีก1 คน ทำให้ขณะนี้มีเด็กนักเรียนติดเชื้อสะสมแล้ว 97 คน &amp;nbsp;ส่วนทั้งจังหวัดลำปางมีผู้ป่วยสะสม 230 คน อยู่ระหว่างรักษา223 คน หายแล้ว 7 คน (โครงการรับคนลำปางกลับบ้าน 64 คน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109329</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลัสเตอร์ใหญ่, ลำปาง, โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์จิตต์อารีย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210711/image_big_60ea7eb4d5da1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105546</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2021 12:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2021 12:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้สูงอายุลำปางแห่เข้าคิวฉีดวัคซีน! ผู้ว่าฯณรงค์ศักดิ์ยันได้ฉีดทุกคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มิ.ย. 64 - ที่วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีนครลำปาง นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง พร้อมด้วย รองผู้ว่าฯ ลำปาง สาธารณสุขจังหวัดลำปาง และหัวหน้าส่วนราชการ ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมการฉีดวัคซีนวันแรกของภาคประชาชน โดยเฉพาะ 2 กลุ่มคือ ผู้สูงอายุ และ 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง โดยทาง สสจ.ลำปาง พร้อมด้วย อสม. รวมถึงหน่วยงานราชการฯ ได้มาให้บริการอำนวยความสะดวกกับประชาชน โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็นโซน ทั้งผู้สูงอายุที่สามารถช่วยตัวเองได้ และผู้สูงอายุที่ใช้รถเข็นและช่วยตัวเองไม่ได้ต้องมีบุตรหลานหรือผู้ที่มาคอยช่วยเหลือ เพื่อความสะดวกและรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ได้เดินสอบถามผู้สูงอายุที่มารอคิวฉีดวัคซีนวันนี้ พร้อมแนะนำให้ดื่มน้ำมากๆ และอย่าได้กลัวหรือวิตกกังวล เพราะจะทำให้ความดันสูงและจะฉีดไม่ได้ ซึ่งผู้สูงอายุที่ฉีดเรียบร้อยต่างก็บอกว่าไม่มีผลข้างเคียงหรืออาการไม่พึ่งประสงค์ และมั่นใจขึ้นเมื่อได้ฉีดวัคคซีน อยากเชิญชวนให้มาฉีดกันเพราะจะได้เดินทางไปไหนมาไหนได้ตามปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เปิดเผยว่าการฉีดวัคซีนของจังหวัดลำปางยังเดินหน้าตามแผนที่วางไว้ โดยขณะนี้ ทาง จ.ลำปาง ได้รับวัคซีนเข้ามาแล้ว จำนวน 2 ชนิด เป็นวัคซีนแอสตราเซเนกา 3,600 โดส และ ในช่วงสัปดาห์หน้า รัฐบาลจะจัดส่งมาให้อีก 7,500 โดส ฉะนั้น จะมีวัคซีนแอนตราเซเนกา ฉีดให้ประชาชนชาว จ.ลำปาง เบื้องต้นประมาณ 12,000 โดส โดยวันนี้วันแรกทั้ง13 อำเภอเริ่มฉีดพร้อมกันทั้งหมด 12 อำเภอรอบนอกฉีดที่ รพ.ประจำอำเภอ ส่วนในเขตเมืองฉีดรวมกันที่ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ซึ่งสถานที่แห่งนี้สามารถรองรับผู้เข้าใช้บริการสูงสุดถึงกว่า3,000 คน ต่อวัน โดยมีตัวเลขที่จะฉีด 900-1,000 คน ต่อวัน ณ จุดนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และในสัปดาห์นี้ ระหว่างวันที่ 7-13 มิ.ย.นี้ มีผู้ที่อยู่ในบัญชีหมอพร้อม ประมาณ 7,000-8,000 ราย( ในเขตเมือง) และมีผู้ที่ลงชื่อกับ อสม.ที่ไปประชาสัมพันธ์แบบเคาะประตูบ้านไว้อีกประมาณ 20,000 คน รวมแล้วกว่า20,000 ราย หากทางจังหวัดได้รับวัคซีนมาเต็มอัตราที่ขอในสัปดาห์นี้ก็จะฉีดครบทั้งหมดที่ลงทะเบียนไว้ ก็คิดไว้ว่าประมาณ 5 วันๆละ 5-6 พีนราย ทำงานแบบสบายๆ แต่ด้วยวัคซีนมีการเกลี่ยไปทุกจังหวัดจึงมีการปรับ แต่ยืนยันว่าคนที่ลงทะเบียนกับหมอพร้อมทุกคนได้ฉีดครบทุกคนแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ณ จุดบริการ ทางเจ้าหน้าที่ สสจ.ลำปาง ยังมีการมอบน้ำยาล้างมือเป็นของที่ระลึกให้กับผู้ที่มาฉีดวัคซีนวันนี้ทุกคน และบริเวณด้านนอกวิทยาลัยฯ ทาง มทบ.32 ได้นำรถประกอบอาหารเคลื่อนที่มาทำอาหารเพื่อแจกให้กับผู้ที่มาฉีดวัคซีนได้รับประทานด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105546</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร, ลำปาง, วัคซีน, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210607/image_big_60bdb4457a316.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101503</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/05/2021 14:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2021 14:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุทาหรณ์เหยื่อคลิปอนาจาร ตำรวจเตือนผู้ปกครอง-เยาวชนต้องเข้าแจ้งความหาคนผิด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;2 พ.ย.64 - พ.ต.อ.รัฐการ สุรงคบพิตร ผู้กำกับการ สภ.เมืองปาน จ.ลำปาง &amp;nbsp;กล่าวภายหลังเข้าสอบปากคำหญิงสาววัย18 ปี พร้อมพ่อ แม่ และครู ร่วมกับสหวิชาชีพถึงกรณีที่เกิดขึ้นว่า จากที่มีการโพสต์ในสื่อโซเซียลว่ามีพ่อเลี้ยงแอบถ่ายลูกเลี้ยงมานานร่วม2ปี วอนให้ผู้เกี่ยวข้องเข้าไปช่วยเหลือด่วนนั้น ไม่เป็นความจริง จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าเด็กสาวผู้เสียหายพักอาศัยอยู่กับพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดจริงๆ มาตลอดไม่มีพ่อเลี้ยงหรือแม่เลี้ยง ไม่มีเพื่อนสนิทที่อยู่ต่างจังหวัดตามที่โพสต์แต่อย่างใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.รัฐการ กล่าวต่อว่า ส่วนที่ปรากฎภาพของน้องไปในอินเตอร์เน็ตนั้นจากการสอบสวนทราบว่า เมื่อประมาณกลางปี 2560 ได้มีคนร้ายทักแซทเข้ามาหาน้อง นอ (นามสมมุติ) โดยได้ส่งคลิปอนาจารคือมีชายสูงวัยกับหญิงสาวมาให้ดู ซึ่ง น้อง นอ คิดว่าเป็นพ่อเลี้ยงกับลูกเลี้ยง จากนั้นได้มีคนร้ายแซทมาถามน้อง นอ ว่ารู้จักกับหญิงสาวในคลิปหรือไม่ ช่วยติดต่อให้ด้วย หลังจากน้อง นอ มีการพูดคุยทางแซทกับกลุ่มคนร้ายอยู่นั้น ก็จะมีตัวละครใหม่อ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ เกี่ยวกับองค์กรสิทธิมนุษยชน แซทมาแสดงตัวโดยระบุว่าองค์กรได้ตรวจสอบแล้วว่าน้อง นอ มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มมิชาฉาชีพที่ส่งคลิปอนาจารมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.รัฐการ กล่าวต่อว่า &amp;nbsp;และจับผิดเด็กโดยต่อรองว่าหากไม่อยากเข้าไปมีเอี่ยวหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เกิดขึ้นต้องถ่ายภาพของตัวเองมาให้ เพื่อจะได้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเป็นนกต่อ &amp;nbsp;น้อง นอ จึงถ่ายรูปโป๊ของตนเองเข้าไปให้เพราะความกลัว โดยมีการสื่อสารกันในแอพ โดย น้อง นอ จำไม่ได้ว่าเป็นแอพอะไร เพราะมีการลบแอพไปแล้ววิธีส่งคือเปิดเป็นวีดีโอคอลโดยปลายทางจะปิดกล้องไม่เห็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.รัฐการ กล่าวว่า ขอเตือนเยาวชนหากเจอเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขอให้ปรึกษาครอบครัว ครู หรือ ผู้ปกครอง เพื่อช่วยกันแก้ปัญหาและนำเข้ามาสู่ขบวนการยุติธรรม ดีกว่าจะไปคิดแก้ปัญหาด้วยตนเองโดยการบล็อคการติดต่อซึ่งทำให้ปัญหาบานปลาย ส่วนกลุ่มที่ดำเนินการนั้นขณะนี้อยู่ระหว่างสืบสวนและได้ประสานกับ ปอท.ไว้แล้ว ส่วนบุคคลที่ระบุในเฟสว่าเป็นพ่อเลี้ยงชื่ออำนวย กองคำ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบแล้วพบว่ามีชื่อ-สกุลเดียวกัน9คน ในประเทศไทย หญิง4 ชาย5 ชายเสียชีวิตไปแล้ว 2 คน อยู่ยะโสธร น่าน ส่วนที่อยู่ลำปางอายุ &amp;nbsp;75 ปี ซึ่งภาพไม่ตรงกับในเฟสแม้แต่คนเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.รัฐการ กล่าวว่า ส่วนขบวนการสอบสวนขณะนี้ผู้ปกครองได้มอบโทรศัพท์ของน้อง นอ ไว้ให้ทางเจ้าหน้าที่เพื่อทำการกู้ข้อมูลที่เด็กได้ลบไปแล้ว หากดำเนินการกู้กลับคืนมาได้และหาตัวตนได้ก็จะให้ผู้ปกครองมาแจ้งความร้องทุกข์ต่อไป ส่วนผุ้โพสต์อยู่ระหว่างการตรวจสอบตัวบุคคล ซึ่งต้องดูเจตนาว่าได้รับข้อมูลมาอย่างไร และจำได้เชิญตัวมาให้ข้อมูลเพื่อจะได้หาแหล่งที่มาของข้อมูลและพิจารณาด้านกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101503</URL_LINK>
                <HASHTAG>ลำปาง, เหยื่อคลิปอนาจาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210502/image_big_608e57d5823a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100750</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2021 12:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2021 12:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพจ&#039;รพ.ลำปาง&#039;ทัวร์ลง! ชาวบ้านแห่ถล่มsave&#039;อนุทิน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 เม.ย. 64 - ผู้สื่อข่าวจังหวัดลำปางรายงานว่า กระแสร้อนแรงในโลกโซเซียลของชาวลำปางมุ่งไปที่เพจของโรงพยาบาลลำปาง โดยมีการแห่แชร์โพสต์ &amp;ldquo;บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข โรงพยาบาลลำปาง ขอขอบพระคุณท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ได้เมตตาดูแลพวกเรา และแก้ปัญหาสุขภาพของพี่น้องประชาชน ทุ่มเทแก้ปัญหาการระบาด ไวรัส COVID-19 มาโดยตลอด ขอเป็นกำลังใจให้ท่านร่วมสู้ไปกับพวกเราต่อไป #ทองแท้ย่อมเป็นทองแท้ #สู้ต่อไปด้วยกัน&amp;rdquo; ไปแล้วกว่า 4,400 แชร์ และมีการคอมเมนต์มากกว่า 8,400 ข้อความ ซึ่งข้อความส่วนใหญ่ไม่พอใจที่แอดมินโรงพยาบาลลำปาง โพสต์ข้อความในลักษณะดังกล่าวซึ่งมองว่าไม่สมควร เพราะช่วงเวลาขณะนี้ควรโพสต์ให้กำลังใจผู้ปฎิบัติหน้าที่มากกว่าที่จะไปเชียร์เจ้านาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาทิ &amp;ldquo;ลงอะไร เกรงใจแพทย์ พยาบาล บุคคลากรในสังกัดท่านบ้างพรุ่งนี้เดินไปทำงานจะสู้หน้าเข้าได้ยังไง อย่ามัวแต่หลงในอำนาจ เงินทองให้มากครับท่าน&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จริงครับตอนนี้ บุคลากรหน้างานคือร้องไห้แล้ว โคตรปวดใจ ถามจิ๊งงงง ก่อนจะอวยอิหนู นี่อุปกรณ์ PPE ป้องกันสำหรับคนทำงานนี่เพียงพอไหม ค่าตอบแทนความเสี่ยงเค้าที่ควรจะได้ล่ะ ตกเบิก แปดชาติได้มั้ง สูนครับสูน&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;บ่อายพ่องกา ยะจะอี้?&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และที่ได้รับความสนใจเมื่อ &amp;quot;หมออั้ม อิราวัต&amp;quot; ได้เข้ามาคอมเมนต์ว่า&amp;nbsp; &amp;ldquo;ดูดีๆนะครับ ว่าที่เหลืองๆนั้น ทองหรือขี้&amp;rdquo; หลังจากนั้นก็มีคอมเมนต์ตามมาอีกจำนวนมาก และที่น่าเป็นห่วงในอนาคตด้านความร่วมมือของภาคประชาชนที่จะมีให้กับโรงพยาบาล&amp;nbsp; &amp;ldquo;ถ้าอนาคตอันใกล้ ขาดแคลนอะไรอย่ามาขอบริจาคนะ ให้ไปขอจากทองแท้เลย แผล่บๆๆๆๆๆๆ&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในคอมเมนต์บางคนระบุว่า ก่อนหน้านี้ มีหลายโรงพยาบาลในประเทศไทย ได้โพสต์เหมือนกัน แต่ได้ลบโพสต์ไป เพราะเกิดทัวร์ลง สำหรับโพสต์ของโรงพยาบาลลำปาง ถึงแม้จะทำการโพสต์ผ่านไปแล้วกว่า 9 ชั่วโมง ก็ยังคงมีประชาชนได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นตำหนิกันอย่างต่อเนื่อง ทางเพจโรงพยาบาลลำปาง ยังคงไม่ลบโพสต์แต่มีการจำกัดการโพสต์ และทยอยไล่ลบคอมเมนต์ที่ด่าทอ หรือตำหนิแบบรุนแรงออก.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100750</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทัวร์ลง, ลำปาง, หมออั้ม อิราวัต, อนุทิน, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210426/image_big_608647d63df88.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
