<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>51819</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จนท.ปะทะเดือดโจรใต้ ส่งชุดจู่โจมเคลื่อนที่ล่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;จนท.ปะทะเดือดคนร้ายยิงถล่มป้อม ชรบ.ลำพะยา บนภูเขาห้วยกระทิง อ.กรงปินัง จ.ยะลา ยึดอาวุธปืน อุปกรณ์ยังชีพในป่า &amp;quot;มทภ.4&amp;quot; ส่งชุดจู่โจมเคลื่อนที่ทางอากาศตามไล่ล่าต่อเนื่อง &amp;nbsp;&amp;quot;กอ.รมน.ภาค 4 สน.&amp;quot; โต้ &amp;quot;กลุ่มบุหงารายา&amp;quot; ยันรัฐบาลไม่เคยแทรกแซงตาดีกาใน จชต.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. เวลา 14.00 น. เจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังเข้าขยายผลบังคับใช้กฎหมายติดตามกลุ่มคนร้ายยิงถล่มป้อมจุดตรวจชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ม.5 ต.ลำพะยา อ.เมืองยะลา ขึ้นไปบนภูเขา ต.ห้วยกระทิง อ.กรงปินัง จ.ยะลา และเกิดปะทะกันขึ้น เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ปลอดภัย ส่วนกลุ่มคนร้ายอาศัยพื้นที่บนภูเขาหลบหนีไปได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ สามารถยึดอาวุธปืน 2 กระบอก เป็นปืนพก 1 กระบอก และปืนเล็กยาวเอ็ม 16 1 กระบอก และที่พัก 8 หลัง อุปกรณ์ยังชีพและอื่นๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ผอ.กอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า ได้สั่ง ฉก.ยะลาเพิ่มเติมกำลังเข้าสนับสนุน เข้าปิดล้อมเส้นทางหลบหนี ประสานผู้นำหมู่บ้านและประชาชนช่วยกันตรวจสอบตามเส้นทางในหมู่บ้านและแจ้งเบาะแสคนร้าย พร้อมสนับสนุนชุดจู่โจมเคลื่อนที่ทางอากาศเข้าร่วมดำเนินการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างติดตามคนร้ายอย่างกระชั้นชิด ซึ่งกลุ่มคนร้ายที่หลบซ่อนอยู่น่าจะประมาณ 10-12 คน คาดว่าเป็นกลุ่มร่วมก่อเหตุสังหารหมู่ 15 ศพที่ลำพะยา ส่วนอาวุธปืนและสิ่งอุปกรณ์ที่ยึดได้ เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมเพื่อตรวจสอบหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ รวมทั้งขยายเครือข่ายคนร้ายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ได้ฝากแจ้งเตือนไปยังพี่น้องประชาชน หากพบเห็นคนร้ายต้องรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทราบ และปฏิเสธการช่วยเหลือและสนับสนุนในทุกรูปแบบ เพราะหากทำเช่นนั้นถือว่าได้ร่วมกระทำความผิดด้วย และจะมีความผิดตามกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ชี้แจงกรณีนายฮาซัน ยามาดีบุ ประธานกลุ่มบุหงารายา ซึ่งเป็นองค์กรภาคประชาสังคมที่ขับเคลื่อนเรื่องภาษาและวัฒนธรรมมลายูใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ระบุในที่ประชุมเวทีสหประชาชาติว่าด้วยเรื่องชนกลุ่มน้อย ณ กรุงเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ ตอนหนึ่งกล่าวอ้างรัฐมีนโยบายแทรกแซง คุกคามระบบการศึกษา การใช้ภาษา และอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของคนไทยมุสลิมเชื้อสายมลายู รวมทั้งการระบุว่าศูนย์ตาดีกาใน จชต.ได้ถูกกล่าวหาจากเจ้าหน้าที่ว่าเป็นสถานที่บ่มเพาะและสอนเรื่องการใช้ความรุนแรง ว่าการกล่าวอ้างของนายฮาซันในครั้งนี้คลาดเคลื่อน บิดเบือนไปจากความเป็นจริงอย่างมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พฤติกรรมและการเคลื่อนไหวของนายฮาซันทั้งในและนอกพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ตลอดเวลาที่ผ่านมา รวมทั้งการเคลื่อนไหวล่าสุดในเวทีสหประชาชาติ ภายใต้ชุดความคิดส่วนตัวและฐานข้อมูลที่ถูกบิดเบือนไปจากข้อเท็จจริงภายใต้นโยบายแห่งรัฐ ถือเป็นการจงใจให้ร้ายต่อประเทศไทย ว่ารัฐบาลได้คุกคามคนมลายูมุสลิม ทั้งๆ ที่ไม่เคยมีเหตุการณ์โจมตีสถานศึกษาและทำร้ายบุคลากรทางการศึกษาที่เกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ การสูญเสียดังกล่าวล้วนเกิดจากการกระทำของผู้ก่อเหตุรุนแรง เจ้าหน้าที่จึงจำเป็นต้องคุ้มครองความปลอดภัยและบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มก่อเหตุ ซึ่งพบว่ามีครูสอนศาสนาบางคนเข้าร่วมก่อเหตุและให้การสนับสนุนในรูปแบบต่างๆ&amp;quot; โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 กล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51819</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มบุหงารายา, กอ.รมน.ภาค 4 สน., ชรบ.ลำพะยา, ลำพะยา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191204/image_big_5de7cbb5965cd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51731</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ล่า‘กามารูดิง’ฆ่าชรบ.15ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ออกหมายจับเพิ่มอีก 1 &amp;quot;กามารูดิง&amp;quot; ร่วมขบวนก่อความไม่สงบ ถล่ม ชรบ.ลำพะยาเสียชีวิต 15 ศพ ขณะที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าเดินหน้าสร้างสมานฉันท์ เชื่อการหันหน้าพูดคุยคือหนทางดับไฟ ยันใช้หลักนิติวิทยาศาสตร์ไม่จับมั่ว ละเมิดสิทธิมนุษยชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีเกิดเหตุคนร้ายพร้อมอาวุธปืนสงครามกราดยิงใส่ป้อมจุดตรวจ ชรบ.หมู่ 3 ต.ลำใหม่ อ.เมืองฯ จ.ยะลา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 15 ราย บาดเจ็บ 5 ราย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 5 พ.ย.62 ที่ผ่านมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 3 ธ.ค.ที่ผ่านมา ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา พล.ต.ต.ปราบพาล มีมงคล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา เปิดเผยว่า หลังได้มีการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน ขณะนี้ก็สามารถออกหมายจับ ป.วิ อาญา ได้เพิ่มอีก 1 หมาย คือ นายกามารูดิง สะมะแอ อายุ 36 ปี ชาว ต.สะเอะ อ.กรงปินัง จ.ยะลา ตามหมายจับที่ 305/2562 รวมเป็น 4 หมายแล้ว โดยใช้หลักฐานจากนิติวิทยาศาสตร์ที่สามารถชี้ชัดได้ว่าเป็นผู้ที่ร่วมปฏิบัติการในครั้งนี้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังมีผู้ต้องสงสัยที่ควบคุมตัวอยู่ในระหว่างการซักถามอีก 5 ราย ซึ่งสามารถขยายผลได้จากการซักถาม ที่มีความคืบหน้าเป็นอย่างมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ปราบพาลกล่าวว่า สำหรับกลุ่มคนร้ายทั้ง 4 รายที่ถูกออกหมายจับแล้ว ถือเป็นกลุ่มคนร้ายกลุ่มปฏิบัติการในพื้นที่ของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง และมีหมายจับในคดีต่างๆ ทั้ง 4 รายนี้อยู่ในระหว่างการติดตามจับกุม ส่วนมาตรการในการดูแลรักษาความปลอดภัยในพื้นที่นั้น ทางท่านผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 &amp;nbsp;และท่านผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ได้มีการปรับกลยุทธ์ในการดูแลพื้นที่ โดยให้กำลังทหารและตำรวจในพื้นที่มีการเคลื่อนไหวกำลังในลักษณะจรยุทธ์ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนพื้นที่ ต.ลำพะยา อยู่ในระหว่างการปรับแผนปฏิบัติ โดยการให้กำลังตำรวจและทหารเข้าไปในพื้นที่ เพื่อความอุ่นใจของพี่น้องในพื้นที่ ขณะนี้ในทุกพื้นที่ก็มีการวางกำลังไว้ รวมทั้งในการใช้กำลังในการปิดล้อมตรวจค้น ติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่เป้าหมายต่างๆ ซึ่งผลการปฏิบัติที่ผ่านมาก็สามารถวิสามัญฯ คนร้ายที่ก่อเหตุยิงป้อม ชรบ.ลำพะยาได้จำนวน 2 ราย และในการวางกำลังป้องกันการตอบโต้ของกลุ่มคนร้ายนั้น ก็ได้มีการเพิ่มความเข้มในทุกพื้นที่ เพื่อป้องกันเหตุแล้ว&amp;rdquo; ผบก.ภ.จว.ยะลากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์คนร้ายยิงถล่มป้อม ชรบ.ที่ ต.ลำพะยา อ.เมืองฯ จ.ยะลา เมื่อวันที่ 5 พ.ย.62 ที่ผ่านมา ล่าสุด มีคำสั่งจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า ที่ 675/2562 ลงวันที่ 27 พ.ย.62 ให้ย้าย พ.ต.อ.ทวีศักดิ์ ทองสองสี ผกก.สภ.ลำใหม่ ไปดำรงตำแหน่ง ผกก.สืบสวน กองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่จังหวัดปัตตานี กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.) ได้จัดกิจกรรมพบปะที่ปรึกษาด้านการเสริมสร้างความยุติธรรม เพื่อมอบนโยบายของท่านแม่ทัพภาค 4 พร้อมทั้งเปิดเวทีในการสร้างความรู้ความเข้าใจ เพื่อสร้างความสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี พล.ต.เกรียงไกร &amp;nbsp; ศรีรักษ์ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เป็นผู้แทนผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เป็นประธาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมด้วยนายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี &amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ธิรา แดหวา ผู้อำนวยการศูนย์สันติวิธี กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า, พ.อ.ชลัช ศรีวิเชียร รอง ผอ.กกศ.ศสว.กอ.รมน. 4 และนายอาซีส ยานยา นายกสมาคมสถาบันการศึกษาปอเนาะ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมด้วยอูลามะ (ผู้นำหรือครูสอนศาสนา) ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ กว่า 300 คน เข้าร่วมกิจกรรม &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ธิรากล่าวว่า สิ่งสำคัญในการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือการผู้คุยกันทุกกลุ่ม และสามารถเปิดอกคุยได้ทุกเรื่อง ซึ่งที่ผ่านมายังไม่มีการพูดคุยกันโดยตรง ระหว่างรัฐบาลกับผู้เห็นต่าง อยากให้ผู้นำศาสนาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเสริมสร้างสังคมให้ดีกว่าที่ผ่านมา ทั้งนี้ การสร้างความยุติธรรมให้เกิดขึ้นในพื้นที่ โดย &amp;nbsp;3 ข้อสำคัญที่แม่ทัพภาคที่ 4 ฝากมาอยากให้ทางอูลามะ (ผู้นำศาสนา) ร่วมกันสร้างสังคม ประกอบด้วย 1.ความรักต่อเพื่อนมนุษย์ รักในมนุษยชาติด้วยกัน ใครไม่ดีไปสอนเขา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ความดีที่มอบให้แก่กันและกัน ในสังคมเหล่านี้เราไม่ค่อยมีเรื่องเหล่านี้ เรามีแต่เรื่องอื่นๆ ความดีสำคัญที่สุดคือ การให้คนอื่นเป็นผู้ให้ ไม่ใช่เป็นผู้รับ 3.จังหวัดชายแดนภาคใต้บั่นทอนมากเรื่องนี้ คือความจริง คนชั่วนำข่าวใดๆ มาบอกเจ้าจงไตร่ตรองให้ถี่ถ้วนไม่เช่นนั้นเจ้าจะไปทำร้ายผู้อื่นโดยไม่รู้ตัว และเจ้าจะสำนึกเสียใจในภายหลัง 3 เรื่องสำคัญ คือ ความรัก ความดี ความจริงและอย่าบิดเบือน
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์สันติวิธี กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้ากล่าวว่าการใช้กระบวนการยุติธรรมเพื่อช่วยเหลือผู้ที่เห็นต่างจากรัฐ ไม่ว่าจะเป็นโครงการพาคนกลับบ้าน เพื่อหาทางออกอย่างสันติวิธี รวมถึงนำผู้ต้องสงสัยเข้าศูนย์ซักถามนั้น เจ้าหน้าที่พยายามนำตัวผู้ที่คาดว่ามีความเกี่ยวข้องในคดีจริงๆ โดยการใช้หลักนิติวิทยาศาสตร์เป็นหลักในการเชิญตัวผู้ต้องสงสัยเข้าศูนย์ซักถาม ซึ่งเจ้าหน้าที่พร้อมทำงานร่วมกันกับองค์กรสิทธิมนุษยชนเพื่อสร้างความโปร่งใสในการทำงานของเจ้าหน้าที่ โดยไม่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะการซ้อมทรมานถือเป็นความผิดที่รุนแรง และต้องมีการลงโทษสถานหนัก ซึ่งทางท่านแม่ทัพได้เอาผิดอย่างจริงจังกับผู้ที่ละเมิด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอยืนยันว่าการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐเน้นในเรื่องของความจริงในทุกๆ เรื่อง สามารถตรวจสอบได้ และช่วยกันนำเสนอความจริงให้กับสังคมได้รับทราบกันต่อไป&amp;quot; พล.ต.ธิราระบุ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51731</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอ.รมน.ภาค 4, กามารูดิง, คดีฆ่าชรบ. 15 ศพ, ชรบ.ลำพะยา, ลำพะยา, สร้างสมานฉันท์, สิทธิมนุษยชน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191203/image_big_5de6713a24026.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50910</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สนธิกำลังวิสามัญ2โจรใต้ แกนนำถล่มชรบ.ลำพะยา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; จนท.ปะทะเดือดคนร้ายแอบซุกตัวในหมู่บ้าน อ.หนองจิก จ.ปัตตานีช่วงกลางดึก ปิดล้อมเกลี้ยกล่อมกว่า 4 ชม.ไม่มอบตัว ก่อนถูกวิสามัญฯ ดับ 2 ศพ พบเป็นแกนนำระดับสั่งการพาชุดเข้าโจมตี ชรบ. 15 ศพที่ลำพะยา แถมก่อเหตุที่อื่นอีกอื้อ &amp;quot;มทภ.4&amp;quot; กำชับทุกหน่วยเพิ่มมาตรการเข้มพื้นที่เสี่ยง ชุมชนล่อแหลม หวั่นมีการตอบโต้เอาคืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความคืบหน้าเหตุเจ้าหน้าที่ยิงปะทะกับคนร้ายบริเวณพื้นที่ ม.1 ต.คอตันหยง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ช่วงเวลา 19.30 น. วันที่ 21 พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งจุดเกิดเหตุเป็นบ้านครึ่งปูนครึ่งไม้สองชั้น เลขที่ 124 เจ้าหน้าที่ปิดล้อมเนื่องจากภายในบ้านมีคนร้ายหลบซ่อนตัวและใช้อาวุธปืนยิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง โดย พ.อ.หาญพล เพชรม่วง ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 ซึ่งเป็น ผบ.เหตุการณ์ ได้วิทยุสั่งขอกำลังเสริมทางอากาศเพื่อกดดันคนร้าย แต่ปรากฏว่าคนร้ายยังคงยิงใส่เจ้าหน้าที่จนเกิดการยิงปะทะกันอย่างดุเดือด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภาค 9 และ พล.ต.ปิยพงษ์ วงศ์จันทร์ ผบ.ฉก.ปัตตานี พร้อมกำลังชุดจู่โจมเดินทางมาถึง พ.อ.หาญพลได้รายงานสถานการณ์เบื้องต้นว่า คนร้ายยังหลบอยู่ภายในบ้าน แต่ยังไม่ทราบจำนวน ซึ่งสถานการณ์ยังคงตึงเครียด เนื่องจากบริเวณโดยรอบมีชาวบ้านออกมาจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงได้ประสานไปยังผู้นำศาสนาและผู้ใหญ่บ้านเข้ามาเพื่อทำการเจรจาตามยุทธวิธีจากเบาไปหาหนัก ประมาณ 30 นาที แต่ก็ไม่มีเสียงตอบ เจ้าหน้าที่ต้องกระชับวงล้อม และเกิดการปะทะอีกระลอก เจ้าหน้าที่จึงได้แก๊สน้ำตายิงเข้าไปพร้อมกับขว้างระเบิดเสียงจำนวน 3 ลูก เพื่อให้แน่ชัดว่าคนร้ายอาจจะมอบตัวหรือถูกวิสามัญฯ เสียชีวิต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลาประมาณ 23.30 น. เสียงปืนได้สงบลง ผลปรากฏว่าคนร้ายเสียชีวิต 2 ราย และตรวจสอบในตัวทั้งสองไม่พบหลักฐาน จึงยึดอาวุธปืนขนาด 9 มม. และขนาด 11 มม. ของคนร้าย จำนวน 2 กระบอกซึ่งตกอยู่ข้างศพ และได้ควบคุมตัวนายอับดุลเลาะ โต๊ะรายอ อายุ 27 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของบ้าน โดยใช้ตามอำนาจตาม พ.ร.บ.กฎอัยการศึก นำตัวเข้าไปยังศูนย์ซักถามหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.รณศิลป์ให้สัมภาษณ์ว่า สืบเนื่องจากที่ได้รับแจ้งเหตุมาว่ามีผู้ต้องสงสัยได้เข้ามาหลบหนีอยู่ในพื้นที่นี้ ซึ่งเป็นบุคคลตามระบุเป้าหมายไว้ จากนั้นเจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 22 และ 43 นำกำลังเข้ามาปิดล้อม ซึ่งได้ทำตามขั้นตอนทุกอย่าง เบื้องต้นคือได้เรียกผู้นำศาสนารวมทั้งผู้ใหญ่บ้านเข้ามาเจรจาเกลี้ยกล่อม ใช้เวลาอยู่นาน แต่คนร้ายก็ไม่ยอมออกมา และได้ทำการต่อสู้ จึงมีการยิงต่อสู้เกิดขึ้น รอเวลาถึง 2 ชั่วโมงกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เจ้าหน้าที่จึงต้องดำเนินการตามยุทธวิธี ปรากฏว่าคนร้ายถูกวิสามัญเสียชีวิต 2 ราย ในที่เกิดเหตุพบปืนสั้น 2 กระบอก ขณะนี้รอตรวจสอบอีกครั้งว่าปืนทั้ง 2 กระบอกนี้จะเคยก่อคดีไหนบ้าง ส่วนจะเชื่อมโยงกับคดีถล่มยิงป้อม ชรบ. 15 ศพที่ จ.ยะลาหรือไม่นั้น ก็ต้องตรวจสอบให้ละเอียดอีกครั้ง เพื่อยืนยันเรื่องลายนิ้วมือที่ต้องรอผลจากเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน&amp;quot; ผบช.ภ.9 กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 13.00 น. วันที่ 22 พ.ย. พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ &amp;nbsp;แม่ทัพภาคที่ 4 พร้อมด้วย พล.ต.ท.รณศิลป์, นายสมนึก พรหมเขียว รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี และหน่วยที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันแถลงความคืบหน้าเหตุปะทะที่หนองจิก รวมไปถึงการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้ที่ให้ที่พักพิงคนร้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.พรศักดิ์กล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจกับญาติและครอบครัวของผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย ซึ่งอาจจะทราบหรือไม่ทราบพฤติกรรมของบุคคลในครอบครัวว่าได้สร้างสถานการณ์และสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนทั้งพุทธและมุสลิมเป็นจำนวนมาก ที่ผ่านมามีความพยายามให้บุคคลเหล่านั้นออกมามอบตัวเพื่อต่อสู้คดี แต่กลับไม่ยินยอม จนนำไปสู่ความสูญเสียดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การปฏิบัติในครั้งนี้เป็นผลมาจากความพยายามในการบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่เคลื่อนไหวและก่อเหตุสร้างความสูญเสีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหตุสังหารหมู่ที่ลำพะยา 15 ศพ&amp;quot; พล.ท.พรศักดิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า สำหรับเหตุปะทะดังกล่าวเจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากเป็นช่วงเวลากลางคืน เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กและสตรี โดยเจ้าหน้าที่ทหารพรานหญิงได้เสี่ยงชีวิตเข้าช่วยเหลือเด็กและสตรีซึ่งพักอยู่ในบ้านหลังดังกล่าวไปอยู่ในที่ปลอดภัยได้สำเร็จ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แม้เจ้าหน้าที่ใช้ความพยายามในการเจรจาให้คนร้ายยอมมอบตัวนานกว่า 3 ชั่วโมงก็ไม่เป็นผลสำเร็จ คนร้ายได้ใช้อาวุธยิงใส่เจ้าหน้าที่ จึงจำเป็นต้องยิงตอบโต้ ทำให้คนร้ายเสียชีวิตในบ้านพักจำนวน 2 ราย ตรวจยึดอาวุธปืนพกขนาด &amp;nbsp;9 มม.และ 11 มม. รวม 2 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนและปลอกกระสุนจำนวนมาก &amp;nbsp;รวมทั้งสิ่งของเครื่องใช้ประจำตัวของผู้เสียชีวิตบรรจุอยู่ในเป้สนาม ปัจจุบันอยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมและรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ต่อไป&amp;quot; แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.พรศักดิ์กล่าวว่า ในส่วนนายอับดุลเลาะ โต๊ะรายอ เจ้าของบ้านที่เกิดเหตุ จากการตรวจสอบพฤติกรรมพบเป็นสมาชิกกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงพื้นที่หนองจิก ทำหน้าที่เป็นฝ่ายโลจิสติกส์ ให้ที่พักพิงและให้การสนับสนุนการก่อเหตุ ซึ่งถือว่ามีความผิดในอัตราโทษเช่นเดียวกับผู้ก่อเหตุรุนแรง จึงขอฝากเตือนไปยังเครือญาติและผู้ให้การสนับสนุนยุติพฤติกรรมดังกล่าว เพราะมีความผิดตามกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผู้สนับสนุนหรือให้ที่พักพิงคนร้ายต้องถูกลงโทษแน่นอน เพราะเปรียบเสมือนร่วมกันก่อเหตุ จะเป็นใครก็แล้วแต่ จะถูกดำเนินคดีแน่นอน เพราะกลุ่มคนร้ายไม่ว่ากลุ่มเล็กกลุ่มใหญ่ เชื่อว่าน่าจะหลบซ่อนตัวตามบ้าน ซึ่งเราจะเอาผิด ต้องยอมรับว่าผลสำเร็จเมื่อคืนมาจากแหล่งข่าวประชาชนที่ให้ความร่วมมือกับรัฐ &amp;nbsp;คนพวกนี้เราจะมีการดูแลคุ้มครอง และจะไม่เปิดเผยแน่นอน อยากให้ประชาชนกล้าที่จะมีส่วนร่วม หากพบเห็นหรือได้ข่าวก็ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที ถ้าอยากเห็นสังคมอยู่อย่างสงบสุข เราต้องร่วมมือกัน ใครผิดก็จะบังคับใช้กฎหมายดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด&amp;quot; พล.ท.พรศักดิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย ทราบชื่อคือ นายมะยาโกะ ลาเต้ะ มีหมาย ป.วิอาญา 12 หมาย และนายซอบรี &amp;nbsp;หลำโซะ มีหมาย ป.วิอาญา 6 หมาย ทั้งสองคนเป็นผู้ก่อเหตุรุนแรงระดับแกนนำ เป็นหัวหน้า วางแผน ประชุมเตรียมการ และนำกำลังเข้าโจมตี ชรบ. 15 ศพที่ลำพะยา, เข้าโจมตีชุดคุ้มครองตำบลปะกาฮารัง จ.ปัตตานี, ปล้นตู้ ATM ที่หน้ามหาวิทยาลัยฟาฏอนี, ปล้นร้านทองที่ อ.นาทวี และอีกหลายเหตุการณ์สำคัญในพื้นที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พ.อ.วัชรกร อ้นเงิน รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวว่า หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวแม่ทัพภาคที่ 4 เน้นย้ำให้ทุกหน่วยในพื้นที่เพิ่มมาตรการเข้มในการควบคุมพื้นที่ให้ปลอดภัย โดยได้สั่งให้ทุกหน่วยเฉพาะกิจในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะในที่พื้นที่เสี่ยงและชุมชนล่อแหลมเป็นสำคัญ เนื่องจากอาจจะมีการตอบโต้จากผู้ก่อเหตุรุนแรงได้ และขอความร่วมมือไปยังพี่น้องประชาชนในพื้นที่ เนื่องจากก่อนหน้านี้เราได้พบข่าวความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อเหตุเข้ามาก่อเหตุในพื้นที่ ขอให้มีการแจ้งข้อมูล เบาะแส หากพบเห็นสิ่งผิดปกติ หรือบุคคลต้องสงสัยเข้ามาในพื้นที่ โดยแจ้งได้ที่เบอร์สายด่วน 1341 หรือหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ อ.เบตง จ.ยะลา พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ สารีรัตน์ ผกก.สภ.เบตง มีวิทยุสั่งการให้เจ้าหน้าที่ความมั่นคงบูรณาการร่วมกำลังทหาร ตำรวจ อส. และกำลังภาคประชาชน ยกระดับมาตรการเฝ้าระวังในการรักษาความปลอดภัย โดยเน้นย้ำการตั้งจุดตรวจ ด่านตรวจ ตรวจสอบท่อลอด คอสะพาน และเพิ่มความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่ ตรวจสอบสิ่งผิดปกติ สิ่งบอกเหตุที่อาจทำให้เกิดเหตุการณ์ขึ้นได้ เพื่อเป็นการป้องกันการก่อเหตุต่างๆ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50910</URL_LINK>
                <HASHTAG>จนท.ปะทะเดือดคนร้าย, ชายแดนใต้, มทภ.4, ลำพะยา, หนังสือพิมพืไทยโพสต์, แกนนำระดับสั่งการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191122/image_big_5dd7f2d45d0b2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50256</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/11/2019 11:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/11/2019 11:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปิดล้อม9จุดจับ5คน! คดียิงถล่มป้อมชรบ.ยะลา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 พ.ย. 62 &amp;ndash; เมื่อเวลา 05.00 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจทหารเข้าปิดล้อม ตรวจค้น 9 จุด ใน 3 อำเภอ คืออำเภอเมือง กรงปินัง และบันนังสตา จังหวัดยะลา เพื่อเชิญตัวผู้ต้องสงสัยที่เป็นกลุ่มคนเข้าโจมตีป้อมขุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) บ้านทางลุ่ม ต.ลำพะยา อ.เมือง ยะลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนึ่งในเป้าหมายที่เข้าตรวจค้น คือที่หมู่บ้านต้นหยี หมู่ 7 ตำบลลำพะยา อำเภอเมืองยะลา ซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุโจมตีป้อม ชรบ. ราว 5 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่ใช้อำนาจตามกฎอัยการศึก เชิญตัวผู้ต้องสงสัย 1 คน ซึ่งจากพยานหลักฐานชี้ว่าเป็นมือประกอบระเบิดแสวงเครื่องเข้าโจมตี ชรบ. โดยแต่ละเป้าหมายที่เข้าปิดล้อมตรวจค้นในวันนี้ มีข้อมูลว่าเป็นบ้านของแนวร่วมระดับปฏิบัติการ ที่ทำหน้าที่เข้าโจมตีป้อม ชรบ. ซึ่งเชิญตัวมาซักถามทั้งหมด 5 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หน่วยงานด้านมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ รายงานว่า เหตุถล่มยิงป้อมจุดตรวจลำพะยา น่าจะเป็นการตอบโต้กรณีเจ้าหน้าที่จับกุมตัวอุสตาซรายหนึ่งในพื้นที่ จ.สตูล เมื่อวันที่ 3&amp;nbsp; ต.ค.ที่ผ่านมา&amp;nbsp; ซึ่งมีหมายจับคดีความมั่นคงและมีความเชื่อมโยงกับเหตุลอบวางระเบิด อส.อำเภอโคกโพธิ์ จ.ปัตตานี เสียชีวิต 2 นาย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 16 ก.ย.ที่ผ่านมา ทั้งนี้เนื่องจากอุสตาซคนดังกล่าว เดิมมีภูมิลำเนาอยู่ที่ ต.ลำพะยา อ.เมืองยะลา และเคยเป็นอุสตาซสอนอยู่ที่โรงเรียนปอเนาะแห่งหนึ่งใน จ.ยะลา&amp;nbsp; ก่อนที่จะถูกออกหมายจับของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ข้อหากบฏ ก่อการร้าย อั้งยี่ ซ่องโจร และได้หลบหนีกบดานอยู่ในโรงเรียนปอเนาะในพื้นที่ อ.ควนกาหลง จ.สตูล เป็นเวลา 14 ปี ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่จับกุม และรับว่าเคยเป็นแกนนำบีอาร์เอ็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังการจับกุมอุสตาซรายนี้ จึงทำให้แกนนำกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ จ.ยะลา ซึ่งเป็นบุคคลใกล้ชิดระดมแกนนำระดับปฏิบัติการณ์หลายคนที่เคยก่อเหตุและแนวร่วมในพื้นที่ทั้ง จ.ยะลา ปัตตานี รอยต่อ จ.สงขลา เข้ามาวางแผนการและเลือกเป้าหมายที่จะก่อเหตุได้ง่ายและอยู่ในพื้นที่รวมไปถึงเส้นทางหลบหนีออกนอกพื้นที่ กระทั่งป้อมดังกล่าวจึงเป็นเป้าหมายที่ใช้ก่อเหตุดังกล่าวขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หน่วยงานด้านมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ รายงานว่าหลังการจับกุมอุสตาซรายนี้ จึงทำให้แกนนำกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ จ.ยะลา ซึ่งเป็นบุคคลใกล้ชิดระดมแกนนำระดับปฏิบัติการณ์หลายคนที่เคยก่อเหตุและแนวร่วมในพื้นที่ทั้ง จ.ยะลา ปัตตานี รอยต่อ จ.สงขลา เข้ามาวางแผนการและเลือกเป้าหมายที่จะก่อเหตุได้ง่ายและอยู่ในพื้นที่รวมไปถึงเส้นทางหลบหนีออกนอกพื้นที่.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50256</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทหาร, ป้อมชรบ., ยะลา, ลำพะยา, อุสตาซ, โจรใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191114/image_big_5dccd6682e014.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49624</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/11/2019 09:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/11/2019 09:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยะลาเดือด! โจรใต้ถล่มป้อมชรบ.พลีชีพ14ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 พ.ย. 62 - เมื่อวันที่ 5 พ.ย.62 เวลา 23.20 น. มีรายงานจาก จ.ยะลา ว่า ได้เกิดเหตุ คนร้ายไม่ทราบจำนวน ได้ก่อเหตุสร้างสถานการณ์ ในพื้นที่ ต.ลำพะยา อ.เมือง จ.ยะลา จำนวน 3 จุด&amp;nbsp; โดยคนร้ายไม่ทราบจำนวน ซึ่งคาดว่ามีไม่ต่ำกว่า 10 ได้ใช้อาวุธปืน ไม่ทราบชนิดและขนาด บุกยิง&amp;nbsp; ป้อมจุดตรวจชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) หมู่ที่ 4 ต.ลำพะยา อ.เมือง จ.ยะลา ขณะที่มี ชาวบ้านซึ่งเป็น ชรบ. อยู่เวรยามประจำจุดตรวจ ถูกกยิงเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 11 ราย และได้รับบาดเจ็บอีกจำนวน 5-6 ราย&amp;nbsp; ภายหลังได้รับแจ้ง อาสาสมัครกู้ภัยในพื้นที่ ทั้ง กู้ภัยลำพะยา กู้ภัยพร่อน กู้ภัยแม่กอเหนี่ยว และกู้ภัยแม่ทับทิม ได้เดินทางเข้าที่เกิดเหตุเพื่อรับตัวผู้บาดเจ็บส่ง โรงพยาบาลยะลา แต่ระหว่างทาง รถกู้ภัยได้ถูกตะปูเรือใบ ได้รับความเสียหายจำนวน 3 คัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ ทั้ง ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ได้สนธิกำลังเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมให้กู้ภัยนำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลยะลา&amp;nbsp; พร้อมทั้งปิดกั้นเส้นทาง ในรัศมีใกล้เคียงที่เกิดเหตุ เพื่อสกัดกั้นกลุ่มคนร้าย และได้เข้าตรวจสอบที่เหตุ ซึ่งเป็นป้อมจุดตรวจ ชรบ.ภายในหมู่บ้าน พบผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็น ชาวบ้าน และ ชรบ.ทั้งหมดจำนวน 11 ราย สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดนอนเสียชีวิตอยู่ภายในป้อมจุดตรวจ ซึ่งเป็นภาพที่สะเทือนใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้พบเห็น และต่อมาทราบว่ามีผู้บาดเจ็บที่นำตัวส่งโรงพยาบาลยะลาก่อนหน้านี้ ได้เสียชีวิตที่โรงพยาบาลเพิ่มเติมอีก 3 ราย และมีผู้บาดเจ็บอีกจำนวน 3-4 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยขณะเกิดเหตุนั้น ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงยังได้รับแจ้งทางวิทยุอย่างต่อเนื่องว่า กลุ่มคนร้ายได้ก่อเหตุสร้างสถานการณ์ทั้งการ ลอบวางเพลิงเผายางรถยนต์บนเส้นทางที่หลบหนี แบะวางระเบิดอีกจำนวน 1 จุด เพื่อเป็นการสกัดกั้นการเข้าให้ความช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากการตรวจสอบในเบื้องต้นทราบว่า ขณะเกิดเหตุนั้น ชาวบ้านในพื้นที่ ต.ลำพะยา อ.เมืองยะลา ได้เข้าเวรประจำป้อมจุดตรวจ และได้ถูกกลุ่มคนร้ายไม่ทราบจำนวนซึ่งคาดว่ามีไม่ต่ำกว่า 10 คน ได้อาศัยความมืด เดินเท้าเข้ามาในสวนยางพาราใกล้เคียง ก่อนลงมือก่อเหตุใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิงถล่มใส่จุดตรวจ จนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต
&amp;nbsp;โดยหลังเกิดเหตุ ยังพบว่าคนร้ายได้ปล้นอาวุธปืนลูกซองของ ชรบ.และ อาวุธปืนพกสั้นประจำกายของผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุไปด้วย ยังไม่ทราบจำนวนที่แน่ชัด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49624</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชรบ., พลีชีพ14ศพ, ยะลา, ลำพะยา, โจรใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191106/image_big_5dc22c4cb4c34.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
