<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111830</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2021 13:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2021 13:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวสวนลำไยน้ำตาตก วอนรัฐกู้ราคาเป็นธรรมช่วงวิกฤต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ส.ค. 64 - นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส.พะเยา พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้เกษตรกรชาวสวนลำไยในภาคเหนือหลายจังหวัดประสบปัญหาราคารับซื้อลำไยตกต่ำ ราคาลดลงเฉลี่ยกิโลกรัมละ 4 บาท &amp;nbsp; จากในช่วงกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ราคารับซื้อลำไยเกรด AA &amp;nbsp;อยู่ที่กิโลกรัมละ 23 บาท ปัจจุบันลดลงมาเหลือ 19 บาท เกรด A จากกิโลกรัมละ 13 บาท เหลือ 9 บาท &amp;nbsp;เกรด B จากกิโลกรัมละ 6 บาท เหลือ 5 บาท และยังคงทยอยลดลงเรื่อยๆ &amp;nbsp;ทำให้เกษตรกรมีความวิตกกังวลเป็นอย่างมาก หากลำไยเกรด AA ราคาลดลงต่ำกว่ากิโลกรัมละ 15 บาท จะขาดทุนทันที รายได้จะไม่เพียงพอกับต้นทุนการผลิตและไม่สามารถนำมาจุนเจือเลี้ยงครอบครัวได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิสุทธิ์ ระบุว่า เพราะขณะนี้บุตรหลานของเกษตรกรในหลายพื้นที่ได้ทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนา เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 &amp;nbsp;บางรายโรงงานปิดชั่วคราว ตกงาน และยังมีบางส่วนที่ติดเชื้อโควิด-19 กลับมารักษาตัวที่ภูมิลำเนา อยากให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงกระทรวงพาณิชย์ &amp;nbsp;ซึ่งไม่ใช่หน่วยงานหลักที่แก้ไขสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 &amp;nbsp;หันมาดูแลพี่น้องเกษตรกรบ้าง โดยเฉพาะลำไยถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้หลักให้กับเกษตรกรภาคเหนือรองลงมาจากข้าว &amp;nbsp;มีพื้นที่เพาะปลูกกว่า 1 ล้านไร่ &amp;nbsp;และยังเป็นผลไม้ส่งออกที่สำคัญอันดับ 2 ที่ต่างประเทศมีความต้องการ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาแม้พาณิชย์จังหวัดได้เคยลงพื้นที่แล้ว แต่เป็นเพียงการตรวจสอบมาตรฐานเครื่องชั่ง ตวง วัด ไม่ได้เข้ามาช่วยแก้ปัญหาราคารับซื้อลำไยที่ตกต่ำในขณะนี้ &amp;nbsp;และไม่ได้เข้ามาตรวจสอบกรณีที่ผู้รับซื้อลำไยไม่ติดป้ายราคารับซื้อให้ชัดเจน &amp;nbsp;ซึ่งเป็นเหมือนการบีบบังคับให้เกษตรกรต้องขายในราคาที่ไม่เป็นธรรม ทั้งนี้ เกษตรกรยืนยันว่าไม่ได้ต้องการเงินชดเชย &amp;nbsp;แต่ต้องการให้รัฐเข้ามาช่วยดูแลราคารับซื้อให้เป็นธรรม &amp;nbsp;และขอให้เข้ามาดูแลพวกเขาให้เหมือนกับตอนที่มาหาเสียงด้วย .&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111830</URL_LINK>
                <HASHTAG>ราคาตก, ลำไย, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210606/image_big_60bc721896d1e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72397</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2020 16:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2020 15:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลำไยเหนือล้นตลาด เสนอ ศบค.ดึงพ่อค้าจีนช่วยรับซื้อหลังราคาตกต่ำหนัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24​ ก.ค.63 - นายวิรุฬ พรรณเทวี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยหลังประชุมผู้เกี่ยวข้องในการรับมือผลผลิตลำไยว่า​ สถานการณ์การผลิตลำไยจังหวัดเชียงใหม่ปี 2563 น่าเป็นห่วง ผลผลิตกำลังออกมามาก แต่วิกฤตโควิด-19 มาซ้ำเติมเพิ่มทำให้ไม่สามารถส่งออกได้ พ่อค้าจีนที่เป็นตลาดหลักไม่สามารถมาซื้อได้เพราะติดปัญหาโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางเขมวรรณ ดวงจันทร์ เกษตรจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ลำไยเป็นพืชเศรษฐกิจ​สำคัญในภาคเหนือของไทย​ ผลผลิตในแต่ละปีราว 6 แสนกว่าตัน​ ปีนี้มีสถานการณ์การระบาดโควิด-19 ทำให้ทั้งการขนส่ง การจำหน่ายการกระจายลำไย มีปัญหา ตลาดหลักลำไยของไทยคือ ประเทศจีน ทั้งลำไยสดและอบแห้ง และในโซนยุโรปบ้างเล็กน้อย​ เกษตรกรจึงได้รับผลกระทบไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับฤดูกาลผลิตลำไย 2563 ของจังหวัดเชียงใหม่ ผลผลิตในฤดูมีอยู่ราว 144,631 ตัน ที่ผ่านมาเก็บผลผลิตไปแล้ว 16,000 กว่าตัน ซึ่งเกษตรกรเก็บเกี่ยวเป็นลำไยมัดปุ๊ก หรือลำไยกินผลสดซึ่งขายเพื่อบริโภคในประเทศขณะนี้ ลำไยขนาด AA กิโลกรัมละ 27 บาท A อยู่ที่ 24 บาท และ B อยู่ที่ 17 บาท อีกชนิดหนึ่งที่ทำคือ ลำไยตะกร้าขาว เพื่อส่งออกไปต่างประเทศ แม้ว่าวันนี้จะส่งออกไปยังประเทศจีนยังทำไม่ได้ แต่การส่งออกต่างประเทศจะส่งไปทางอำเภอหาดใหญ่แล้วผ่านเข้าสู่ประเทศมาเลเซีย ยอดขายรวมอยู่ราว 4,400 กว่าตัน ราคาคละเกรด AA กับ A ราคาอยู่ที่ 25 บาทต่อกิโลกรัม อีกชนิดที่นิยมทำกันมากคือ ลำไยรูดร่วง ราคา AA อยู่ที่ 16 บาท A ราคาอยู่ที่ 8 บาท และ B อยู่ที่ 4 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้ทั้ง 25 อำเภอของ จ.เชียงใหม่ มีลำไยแปลงใหญ่ทั้งสิ้น 31 แปลง มีคุณภาพและเพิ่มผลผลิตต่อไร่มากขึ้นด้วย แต่มาเจอวิกฤตโควิด-19 ระบบตลาดเลยเสียไปมาก​ จึงต้องพึ่งตลาดในประเทศ​เป็นหลัก ห้างโมเดิร์นเทรด&amp;nbsp;รวมถึงตลาดออนไลน์ มีการทำเอ็มโอยูกับหลายๆ เจ้าเพื่อส่งผลผลิตลำไยให้เป็นประจำ ล่าสุดทำข้อตกลงร่วมกับซีพี มียอดสั่งซื้อเฉลี่ยวันละ 2 หมื่นกว่าตัน มาตรการกระจายผลผลิคไปจังหวัดต่างๆโดยความร่วมมือของ ธกส. ไปรษณีย์ และสหกรณ์การเกษตร ที่จะช่วยนำลำไยจากสวนเกษตรกรนำไปขายให้ผู้บริโภคโดยตรง เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีผู้ประกอบการอีกกลุ่มที่พอมีทุนจะช่วยรับซื้อลำไยรูดร่วงเข้าสู่กระบวนการอบแห้งแล้วเก็บลำไยอบแห้งไว้ ซึ่งมีการประเมินไว้ว่าสถานการณ์โควิด-19 จะคลี่คลายในช่วงต้นสิงหาคมไปแล้วจะมีผู้ค้าลำไยจากประเทศจีนสามารถเข้ามาได้ ซึ่งจะส่งผลดีต่อการกระจายลำไยอบแห้งให้เพิ่มมากขึ้นได้ซึ่งได้ทำหนังสือแจ้ง​ ศบค.เพื่อพิจารณาเรื่องพ่อค้าจีนแล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72397</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดเชียงใหม่, ลำไย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200724/image_big_5f1aa1cee087a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71717</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2020 10:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2020 10:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์เร่งจับคู่เจรจาธุรกิจออนไลน์หาตลาดส่งออกให้ลำไย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ค. 2563 นายจุรินทร์ ลักษณ์วิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการเข้าเยี่ยมชมการจัดกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจออนไลน์สินค้าลำไยและผลิตภัณฑ์ลำไย ที่จัดโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ วันที่ 16 ก.ค.2563 ว่า การจัดงานครั้งนี้ เพื่อเพิ่มโอกาสในการส่งออกให้กับผู้ส่งออกไทยในช่วงสถานการณ์โควิด-19 โดยมีผู้ส่งออกไทยเข้าร่วมเจรจาธุรกิจ 27 ราย มีผู้นำเข้าจาก 8 ประเทศ จำนวน 65 ราย ได้แก่ จีน ฮ่องกง อินเดีย บังคลาเทศ สิงคโปร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บาห์เรน และฝรั่งเศส มาร่วมเจรจา โดยคาดว่าจะมีการจับคู่เจรจาธุรกิจไม่ต่ำกว่า 290 คู่ มีเป้าหมายซื้อลำไยสดและผลิตภัณฑ์ไม่ต่ำกว่า 11,000 ตัน มูลค่า 550 ล้านบาทเป็นอย่างต่ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เดิมตลาดส่งออกลำไยเกือบทั้งหมด เป็นตลาดจีน มีเวียดนามบางส่วน และมีอินโดนีเซียส่วนหนึ่ง แต่วันนี้ได้ขยายตลาดเพิ่มเติม โดยเชิญผู้นำเข้าจากประเทศอื่นๆ ให้มาร่วมเจรจาด้วย เพื่อเพิ่มโอกาสในการส่งออกให้กับลำไยของไทย และยังได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ จัดการเจรจาจับคู่ธุรกิจออนไลน์เพิ่มอีก โดยเชิญผู้นำเข้าจากประเทศเมียนมา มาเลเซีย ญี่ปุ่น และไต้หวัน มาเจรจากับผู้ส่งออกไทย ในช่วงเดือนส.ค.2563 อีกครั้ง&amp;rdquo;นายจุรินทร์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผลผลิตลำไยในปี 2563 คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจากปีก่อนประมาณ 20% แต่ปีนี้ผลผลิตมีปัญหาเรื่องคุณภาพไม่ดี ผิวลำไยมีสีคล้ำ ทำให้ตลาดพรีเมี่ยมติดขัดบ้าง แต่ก็ได้เตรียมมาตรการรองรับไว้แล้ว ทั้งการกระจายผลผลิตจำหน่ายตลาดในประเทศ และผลักดันส่งออก เพื่อดูแลราคาให้กับเกษตรกร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การจัดกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจออนไลน์ดังกล่าว เป็นการแก้ไขปัญหาให้กับผลไม้ไทย ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ทำให้ช่องทางการค้าปกติชะงัก จึงได้ใช้ช่องทางออนไลน์เข้ามาช่วย ทั้งการจำหน่ายในประเทศ และการส่งออก โดยที่ผ่านมา ได้จัดงาน Thai Fruit Golden Mount เพื่อจำหน่ายผลไม้ทางออนไลน์ การจัดการเจรจาซื้อขายผลไม้ออนไลน์ สินค้ามะม่วง มังคุด และทุเรียน กับผู้นำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สถานการณ์การส่งออกลําไย ปี 2562 ไทยมีการส่งออกลําไยและผลิตภัณฑ์ ปริมาณ 758,061 ตัน มูลค่า 30,159.45 ล้านบาท แบ่งเป็นการส่งออกลําไยสด 583,297 ตัน มูลค่า 20,810.01 ล้านบาท ลําไยอบแห้ง 164,593 ตัน มูลค่า 8,783.05 ล้านบาท ลําไยกระป๋อง 10,143 ตัน มูลค่า 561.39 ล้านบาท และลําไยแช่แข็ง 29 ตัน มูลค่า 5.01 ล้านบาท โดยมีตลาดส่งออกสำคัญ ได้แก่ จีน สัดส่วน 73.6% และเวียดนาม สัดส่วน 16.9%&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71717</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพาณิชย์, จับคู่เจรจา, จุรินทร์ ลักษณ์วิศิษฎ์, ลำไย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200327/image_big_5e7dd752e0a49.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14416</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/07/2018 09:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2018 09:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อินโดฯตั้งแง่นำเข้าลำไยไทย “สนธิรัตน์”สั่งติดตามอย่างใกล้ชิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พาณิชย์&amp;rdquo;มึน อินโดนีเซียส่งหนังสือแจ้งยกเลิกห้ามนำเข้าลำไยจากไทยแล้ว แต่ในทางปฏิบัติพบไม่สามารถทำได้จริง เหตุอธิบดีกรมพืชสวนไม่ยอมออกใบอนุญาต &amp;ldquo;สนธิรัตน์&amp;rdquo;สั่งติดตามอย่างใกล้ชิด ลั่นต้องส่งออกได้อย่างแท้จริง เหตุระดับนโยบายยอมแก้ไขแล้ว ระดับปฏิบัติอาจติดขัดบ้าง คงต้องรออีกระยะหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ถึงความคืบหน้ากรณีที่กระทรวงเกษตรอินโดนีเซียออกระเบียบพืชสวนฉบับใหม่ โดยยกเลิกการกำหนดช่วงเวลานำเข้าพืชสวนมายังอินโดนีเซียว่า ขณะนี้ระเบียบใหม่ได้มีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 6 มิ.ย.2561 ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้ไทยสามารถส่งออกลำไย ทุเรียนและหอมแดง ไปยังอินโดนีเซียในช่วงเวลาใดก็ได้ตลอดทั้งปี จากเดิมที่อินโดนีเซียกำหนดช่วงเวลาห้ามนำเข้าลำไยไทยในเดือนก.ค.-ส.ค. ซึ่งเป็นช่วงที่ผลผลิตของไทยออกมาก และให้นำเข้าทุเรียนได้เฉพาะเดือนก.ค. ส่วนหอมแดงห้ามนำเข้าตลอดทั้งปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากการติดตามการส่งออกลำไยของไทยไปยังอินโดนีเซียล่าสุด ได้รับรายงานจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ที่ได้สอบถามผู้นำเข้าลำไยรายใหญ่ของอินโดนีเซียหลายรายที่พยายามยื่นขออนุญาตการนำเข้าลำไยในเดือนมิ.ย.-ธ.ค.2561 ปรากฏว่าผู้นำเข้าทุกรายยังได้รับการปฏิเสธไม่ให้นำเข้าลำไยจากไทยในช่วงเดือนก.ค.-ส.ค.เช่นเดิม โดยระบุว่าในระเบียบฉบับใหม่ อำนาจในการพิจารณาให้ใบอนุญาตการนำเข้าอยู่ที่อธิบดีกรมพืชสวน กระทรวงเกษตรของอินโดนีเซียเท่านั้น ส่งผลให้ลำไยไทยยังไม่สามารถส่งออกไปอินโดนีเซียในช่วงเดือนก.ค.-ส.ค.2561 เช่นเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า รัฐมนตรีการค้าของอินโดนีเซียได้ส่งหนังสือมายังตนเพื่อยืนยันว่ากระทรวงเกษตรอินโดนีเซียได้ยกเลิกมาตรการจำกัดระยะเวลาการนำเข้าพืชสวน ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้วเมื่อเดือนมิ.ย.2561 โดยในทางปฏิบัติอาจยังมีข้อจำกัดในบางเรื่องอยู่ และอาจต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะติดตามกรณีดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ไทยสามารถส่งออกพืชสวนทั้ง 3 ชนิดไปอินโดนีเซียได้อย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การที่รัฐมนตรีการค้าอินโดนีเซียส่งหนังสือมาให้ผม แสดงให้เห็นว่าในระดับนโยบายมีการแก้ไขปัญหาแล้ว แต่ในทางปฏิบัติอาจยังติดขัดบ้าง คงต้องรออีกสักระยะ โดยผมจะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อให้ไทยส่งออกพืชสวนทั้ง 3 ชนิด โดยเฉพาะลำไยไปอินโดนีเซียให้ได้ เพราะช่วงนี้ เป็นช่วงที่ผลผลิตลำไยของไทยออกสู่ตลาดจำนวนมากพอดี&amp;rdquo;นายสนธิรัตน์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ต้นปี 2561 กระทรวงเกษตรอินโดนีเซียได้ใช้มาตรการจำกัดการนำเข้าพืชสวน ทำให้ลำไย ทุเรียน และหอมแดงไทยได้รับผลกระทบ โดยลำไย อินโดนีเซียห้ามนำเข้าช่วงเดือนก.ค.-ส.ค. ซึ่งเป็นช่วงที่ผลผลิตลำไยของไทยออกสู่ตลาด ส่งผลให้ไทยส่งออกลำไยไปอินโดนีเซียไม่ได้ คิดเป็นมูลค่าความเสียหายเกือบ 700 ล้านบาท ส่วนทุเรียน อนุญาตให้นำเข้าได้เฉพาะเดือนก.ค. คิดเป็นมูลค่าความเสียหายเกือบ 200 ล้านบาท และหอมแดง ห้ามการนำเข้าตลอดปี มูลค่าความเสียหายเกือบ 150 ล้านบาท รวมความเสียหายทั้งหมดราว 1,000 ล้านบาท
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14416</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพาณิชย์, ยกเลิกมาตรการจำกัดระยะเวลาการนำเข้าพืชสวน, ยกเลิกห้ามนำเข้าลำไย, ลำไย, สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์, อินโดนีเชีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180404/image_big_5ac471e09ee91.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11616</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลิก-ละ-ลด..ตามใจปาก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถึงวัยที่ต้องซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ อาหารบางชนิดก็ควรจะหลีกเลี่ยง หรือรับประทานให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วก็เลิกกินไปในที่สุดนะคะ เช่น ไม่ควรรับประทานเนื้อสัตว์ติดมัน หนังสัตว์ เช่น หมูสามชั้น ขาหมู หนังไก่ทอด อาหารทอด หรือผัดควรใส่น้ำมันน้อย ไม่รับประทานอาหารไขมันสูง เช่น น้ำมันหมู น้ำมันจากไก่ น้ำมันมะพร้าว น้ำมันปาล์ม ของทอดต่างๆ &amp;nbsp;เช่น ปลาท่องโก๋ กล้วยทอด อาหารชุบแป้งทอด ไม่รับประทานผลไม้ที่มีรสหวานจัด เช่น ทุเรียน มะม่วงสุก ละมุด กล้วยหอม ลำไย น้อยหน่า ขนุน ค่ะ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11616</URL_LINK>
                <HASHTAG>กล้วยหอม, ขาหมู, ทุเรียน, น้อยหน่า, ผีขนุน, มะม่วงสุก, ละมุด, ลำไย, หนังสัตว์, หนังไก่ทอด, หมูสามชั้น, อาหารทอด, เล็กๆน้อยๆ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a3767e7341e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10406</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2018 17:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2018 17:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์ดันลำไยขายผ่านเว็บTmall.com</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พาณิชย์&amp;rdquo;ฟุ้งผลจัดกิจกรรมThai Flagship Store Business Matching ทำให้สามารถส่ง ลำไย ขายผ่านเว็บไซต์ Tmall.com คาดมีคำสั่งซื้อประมาณ 8,000-10,000 ตัน คิดเป็นมูลค่าราว 200 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 พ.ค. 61- นาย สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์&amp;nbsp;รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 30 พ.ค.2561 ที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ได้จัดกิจกรรม &amp;ldquo;Thai Flagship Store Business Matching&amp;rdquo; โดยเชิญ Tmall.com เว็บไซต์ค้าปลีก (B2C) ที่ใหญ่ที่สุดในจีน ภายใต้บริษัท อาลีบาบา กรุ๊ป มาเจรจาจับคู่ธุรกิจกับผู้ประกอบการสินค้าอาหารและผลไม้ไทยกว่า 70 บริษัท เพื่อคัดเลือกสินค้าที่มีคุณภาพไปจำหน่ายบนเว็บไซต์ของ Tmall.com ซึ่งสามารถเจรจาตกลงซื้อขายกันได้ประมาณ 572 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สินค้าที่จำหน่ายได้ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มของผลไม้สด ผลไม้แปรรูป ผลิตภัณฑ์จากข้าว และอาหารสัตว์เลี้ยง เป็นต้น &amp;nbsp;ซึ่งจากการเจรจาพบ ลำไยของไทยได้รับความสนใจอย่างมาก &amp;nbsp;คาดการณ์ว่าจะมีคำสั่งซื้อลำไยจากไทยเพื่อขายบน TMall.com ประมาณ 8,000-10,000 ตัน คิดเป็นมูลค่าราว 200 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเท่าตัวจากปีที่ผ่านมา และยังมียอดสั่งจองข้ามปี โดยคาดว่าจะโตต่อเนื่องภายใน 3 ปี และแต่ละปีจะโตมากกว่า 100% ซึ่งนับเป็นโอกาสทองของเกษตรกรไทยที่ต้องการจะผลักดันลำไยไทยสู่ตลาดจีนได้เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามกระทรวงฯ จะผลักดันให้สินค้ารายการอื่นๆ เข้าไปจำหน่ายใน Thai Flagship Store เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตั้งแต่เปิดตัว Thai Flagship Store บน TMall.com เมื่อเดือนเม.ย.2561 ที่ผ่านมา สินค้าเกษตรไทยก็ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม โดยได้นำร่องสินค้าข้าวและทุเรียน ซึ่งทุเรียนสามารถจำหน่ายได้ถึง 8 หมื่นลูก ใน 1 นาที และเมื่อสิ้นสุดโครงการ 3 วัน มีคำสั่งซื้อถึง 1.3 แสนลูก หรือ 350 ตัน ราคาประมาณ 70 ล้านบาท ส่วนข้าวในปัจจุบัน ก็ยังจำหน่ายอยู่ มีคำสั่งซื้อเข้ามาต่อเนื่อง&amp;quot;นายสนธิรัตน์ กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10406</URL_LINK>
                <HASHTAG>Tmall.com, ทุเรียน, นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์, พาณิชย์, ลำไย, สนะิรัตน์, อาลีบาบา, เว็บไซต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180523/image_big_5b0567fc39144.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
