<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>103963</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2021 10:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2021 10:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯปลื้ม&#039;ปธ.พรีเมียร์ลีกอังกฤษ&#039; ยกไทยแบบอย่างปราบลิขสิทธิ์จริงจัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 พ.ค. 64 - นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่นาย Richard Masters ประธานบริหารพรีเมียร์ลีก (Premier League) สหราชอาณาจักร ได้มีหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ชื่นชมการทำงานของรัฐบาลไทยในการจับกุมผู้กระทำความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์​ นายกรัฐมนตรีรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่เชื่อมั่นในการดำเนินนโยบายของรัฐบาล พร้อมทั้งขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ได้บูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างแข็งขันและมุ่งมั่น จนสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการทำงานของประเทศไทยในสายตาชาวต่างชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุชา​ กล่าวว่า​ ในช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลไทย โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ร่วมมือกับ Premier League อย่างใกล้ชิดในการดำเนินการจับกุมผู้กระทำความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ โดยที่ผ่านมาได้ดำเนินคดีต่อผู้ให้บริการเว็บไซต์ Expat TV ซึ่งเป็นเว็บไซต์ละเมิดลิขสิทธิ์รายใหญ่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และล่าสุดดีเอสไอประสบความสำเร็จในการจับกุมและปิดการเข้าถึงเว็บไซต์ FWIPTV ซึ่งเป็นเว็บไซต์ละเมิดลิขสิทธิ์รายใหญ่ในประเทศไทย ซึ่งจากกรณีของเว็บไซต์ Expat TV และ FWIPTV แสดงให้เห็นว่า ไทยตระหนักถึงความสำคัญในการปกป้องผู้แพร่ภาพรายการโทรทัศน์ และเจ้าของลิขสิทธิ์ในประเทศไทย รวมถึงประชาชนชาวไทยที่ประกอบอาชีพในอุตสาหกรรมดังกล่าว และมีการดำเนินการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเข้มงวดในระดับสากล ถือเป็นกรณีศึกษาการปราบปรามเว็บไซต์ละเมิดลิขสิทธิ์แก่รัฐบาลทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ทั้งนี้ Premier League ได้ให้ความสำคัญและลงทุนเพื่อสนับสนุนและปกป้องลิขสิทธิ์ ซึ่งรวมถึงการลงทุนร่วมกับบริษัทท้องถิ่นที่ดำเนินธุรกิจเผยแพร่รายการโทรทัศน์ในประเทศไทย อาทิ บริษัททรู วิชั่นส์ กรุ๊ป จำกัด ในประเทศไทย พร้อมชื่นชมนายกรัฐมนตรีที่ได้กำหนดนโยบายการทำงานของ DSI ซึ่งมีความสำคัญต่อการปกป้องผลงานของอุตสาหกรรมเผยแพร่รายการโทรทัศน์อย่างมาก นอกจากนี้ Premier League ให้คำมั่นว่าจะร่วมมือกับรัฐบาลไทยและกรมสอบสวนคดีพิเศษอย่างใกล้ชิด เพื่อปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาต่อไป​ มั่นใจว่าจากความมุ่งมั่นในการดำเนินนโยบายปราบปรามการละเมิดลิขสิทธิ์ของนายกรัฐมนตรี จะสร้างความเชื่อมั่นต่อการดำเนินนโยบายของรัฐบาลที่น่าเชื่อถือ เป็นแบบอย่างและมาตรฐานที่ดีในอนาคต.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103963</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฯ, พรีเมียร์ลีก, ลิขสิทธิ์, อนุชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210418/image_big_607c44a00fd14.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103962</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2021 10:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2021 10:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯปลื้ม&#039;ปธ.พรีเมียร์ลีกอังกฤษ&#039; ยกไทยแบบอย่างปราบลิขสิทธิ์จริงจัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 พ.ค. 64 - นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่นาย Richard Masters ประธานบริหารพรีเมียร์ลีก (Premier League) สหราชอาณาจักร ได้มีหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ชื่นชมการทำงานของรัฐบาลไทยในการจับกุมผู้กระทำความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์​ นายกรัฐมนตรีรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่เชื่อมั่นในการดำเนินนโยบายของรัฐบาล พร้อมทั้งขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ได้บูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างแข็งขันและมุ่งมั่น จนสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการทำงานของประเทศไทยในสายตาชาวต่างชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุชา​ กล่าวว่า​ ในช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลไทย โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ร่วมมือกับ Premier League อย่างใกล้ชิดในการดำเนินการจับกุมผู้กระทำความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ โดยที่ผ่านมาได้ดำเนินคดีต่อผู้ให้บริการเว็บไซต์ Expat TV ซึ่งเป็นเว็บไซต์ละเมิดลิขสิทธิ์รายใหญ่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และล่าสุดดีเอสไอประสบความสำเร็จในการจับกุมและปิดการเข้าถึงเว็บไซต์ FWIPTV ซึ่งเป็นเว็บไซต์ละเมิดลิขสิทธิ์รายใหญ่ในประเทศไทย ซึ่งจากกรณีของเว็บไซต์ Expat TV และ FWIPTV แสดงให้เห็นว่า ไทยตระหนักถึงความสำคัญในการปกป้องผู้แพร่ภาพรายการโทรทัศน์ และเจ้าของลิขสิทธิ์ในประเทศไทย รวมถึงประชาชนชาวไทยที่ประกอบอาชีพในอุตสาหกรรมดังกล่าว และมีการดำเนินการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเข้มงวดในระดับสากล ถือเป็นกรณีศึกษาการปราบปรามเว็บไซต์ละเมิดลิขสิทธิ์แก่รัฐบาลทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ทั้งนี้ Premier League ได้ให้ความสำคัญและลงทุนเพื่อสนับสนุนและปกป้องลิขสิทธิ์ ซึ่งรวมถึงการลงทุนร่วมกับบริษัทท้องถิ่นที่ดำเนินธุรกิจเผยแพร่รายการโทรทัศน์ในประเทศไทย อาทิ บริษัททรู วิชั่นส์ กรุ๊ป จำกัด ในประเทศไทย พร้อมชื่นชมนายกรัฐมนตรีที่ได้กำหนดนโยบายการทำงานของ DSI ซึ่งมีความสำคัญต่อการปกป้องผลงานของอุตสาหกรรมเผยแพร่รายการโทรทัศน์อย่างมาก นอกจากนี้ Premier League ให้คำมั่นว่าจะร่วมมือกับรัฐบาลไทยและกรมสอบสวนคดีพิเศษอย่างใกล้ชิด เพื่อปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาต่อไป​ มั่นใจว่าจากความมุ่งมั่นในการดำเนินนโยบายปราบปรามการละเมิดลิขสิทธิ์ของนายกรัฐมนตรี จะสร้างความเชื่อมั่นต่อการดำเนินนโยบายของรัฐบาลที่น่าเชื่อถือ เป็นแบบอย่างและมาตรฐานที่ดีในอนาคต.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103962</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดีเอสไอ, นายกฯ, ประธานบริหารพรีเมียร์ลีก, ลิขสิทธิ์, อนุชา บูรพชัยศรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210418/image_big_607c44a00fd14.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51012</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบ‘นัน กิ่งเพชร’ แก๊งล่อซื้อลิขสิทธิ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; จับแล้ว &amp;quot;นัน กิ่งเพชร&amp;quot; จ้างทำสินค้ามีรูปลิขสิทธิ์แล้วแบล็กเมล์กรรโชกทรัพย์ หนีหมายจับศาลมหาสารคามไปจนมุมในโรงแรมที่ระยอง โต้ไม่ได้ทำผิด พร้อมสู้คดี ปัดโพสต์ท้าทายตำรวจ ส่วนเพื่อนร่วมแก๊งอีกคนยังกบดาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายนนี้ ว่า พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ได้สั่งการให้ตำรวจในสังกัดติดตามจับกุมนายภูมิภากร ถินสุวรรณ์ หรือ นัน กิ่งเพชร ตามหมายจับคดีกรรโชกทรัพย์ อ้างเป็นตำรวจล่อซื้อสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์แล้วเรียกรับเงิน ซึ่งในที่สุด เจ้าหน้าที่ก็สามารถจับกุมนายภูมิภากรได้ในโรงแรมแห่งหนึ่งในจังหวัดระยอง ก่อนคุมตัวไปสอบสวนที่ บช.ภ.3 เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวฝ่ายสืบสวนเปิดเผยว่า จากการสืบสวนพบว่านายภูมิภากร ผู้ต้องหาพยายามเดินทางไปพักค้างคืนตามโรงแรมและรีสอร์ตจังหวัดต่างๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการติดตามจับกุมของเจ้าหน้าที่ ในส่วนของการติดต่อกับพนักงานโรงแรมหรือรีสอร์ต ก็จะให้หญิงสาวคนสนิทที่ไปไหนมาไหนด้วยกันคอยประสานงานให้ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่พบรถเก๋งนิสสัน อัลเมร่า สีดำ ทะเบียน ฆธ 6151 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นของนายภูมิภากร ผ่านเข้ามาในพื้นที่ จ.ระยอง จึงประสานกำลังบุกเข้าจับกุมได้สำเร็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 แถลงภายหลังสอบปากคำนายภูมิภากร หรือ นัน กิ่งเพชร ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีล่อซื้อสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ลายการ์ตูน หลังถูกตำรวจบุกรวบตัวได้ที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน จ.ระยอง โดยระบุว่า ขณะจับกุม นายภูมิภากรไม่ต่อสู้ขัดขืน แต่ให้การภาคเสธ ยอมรับทำผิดเรื่องลิขสิทธิ์ แต่ไม่ได้กรรโชกทรัพย์ และพร้อมต่อสู้คดี ส่วนกรณีโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กท้าทายตำรวจ นายภูมิภากรยืนยันว่าไม่ได้เล่นเฟซบุ๊กมานานแล้ว เชื่อว่าข้อความที่โพสต์เป็นการปลอมเฟซบุ๊ก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการแถลงข่าว เจ้าหน้าที่ได้คุมตัวผู้ต้องหาส่ง สภ.เมืองมหาสารคามดำเนินคดี เพราะการจับกุมครั้งนี้เป็นไปตามหมายจับศาลจังหวัดมหาสารคาม ส่วนคดีล่อซื้อลิขสิทธิ์ที่ จ.นครราชสีมา ซึ่งมีผู้เสียหาย 61 คน จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการออกหมายจับผู้ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด แต่ก็มีรายงานว่า วันที่ 25 พ.ย.นี้ พล.ต.ต.สุจินต์ นิจพานิชย์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา จะชี้แจงความคืบหน้าคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับคดีกรรโชกทรัพย์ที่จังหวัดมหาสารคาม เมื่อวันที่ 21 พ.ย.ที่ผ่านมา พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. ได้เดินทางไปติดตามความคืบหน้าและได้พบกับผู้เสียหาย คือนางโสภาพรรณ และนางสาวชญานิศ บุตรสาว ซึ่งแจ้งว่า พอเห็นข่าวล่อซื้อกระทงที่จังหวัดนครราชสีมา ก็ได้เข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองมหาสารคามในวันที่ 12 พ.ย.62 เนื่องจากเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2562 ถูกจับลิขสิทธิ์ในการทำตู้ใส่ของลวดลายโดเรเอมอน หลังมีผู้สั่งซื้อตู้ 2 ใบ ราคา 500 บาท ทางเฟซบุ๊กและได้ส่งเงินมัดจำมา 100 บาท พร้อมนัดรับสินค้าที่ศูนย์การค้าในตัวเมืองมหาสารคาม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เมื่อจ่ายเงินเสร็จ นายภูมิภากร หรือ นัน กิ่งเพชร ได้อ้างเป็นตำรวจมายึดของกลางและยึดเงินที่ล่อซื้อ พร้อมแสดงเอกสารว่าได้รับมอบอำนาจจากเจ้าของลิขสิทธิ์ให้ดำเนินคดีกับนางสาวชญานิศ ข้อหาทำสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ 200,000 บาท เจรจาลดเหลือค่าปรับ 50,000 บาท แลกกับไม่ถูกดำเนินคดี แต่ น.ส.ชญานิศไม่มีเงิน จึงโทรศัพท์บอกให้นางโสภาพรรณไปหา และกดเงินนำมาจ่ายให้นายภูมิภากรกับนายพิพล โตตันติกุล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังตำรวจรับเป็นคดี รวบรวมพยานหลักฐาน จากนั้นได้ยื่นขออนุมัติศาลจังหวัดมหาสารคามออกหมายจับนายภูมิภากรกับนายพิพล ซึ่งศาลได้อนุมัติหมายจับ เลขที่ จ.186 /2562 ลงวันที่ 12 พ.ย.62 จับกุมนายภูมิภากร ถิ่นสุวรรณ์ อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 14 หมู่ 2 ต.ทับสวาย อ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา และนายพิพล โตตันติกุล อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 52/65 ซอยประชาอุทิศ 72 ทุ่งครุ กทม. ในข้อหาร่วมกันกรรโชกทรัพย์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภูมิภากรถูกดำเนินคดีในหลายพื้นที่ ทั้งมหาสารคาม นครราชสีมา และ สน.พญาไท กรุงเทพฯ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51012</URL_LINK>
                <HASHTAG>excitethaipost, จ้างทำสินค้า, นัน กิ่งเพชร, ลิขสิทธิ์, หมายจับศาลมหาสารคาม, แก๊งล่อซื้อลิขสิทธิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191124/image_big_5dda8db160581.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49662</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/11/2019 15:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/11/2019 15:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สภาทนายฯเผยพบเหยื่อแก๊งจับลิขสิทธิ์ถึง 22 รายเตรียมแจ้งความเอาผิด 4 ข้อหาหนัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 พ.ย 62 - นายพรเทพ เจริญพงศ์อนันต์ ประธานสภาทนายความจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งดูแลทนายความอาสาในพื้นที่เกิดเหตุ เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุดังกล่าว ล่าสุดวันนี้ (6 พ.ย.) ชุดทนายความอาสาประมาณ 20 คน ได้เข้าไปยัง สภ.เมืองนครราชสีมา ร่วมตรวจสอบรวบรวมข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าวแล้ว ซึ่งนอกจากกรณีสั่งทำกระทงแล้วจับลิขสิทธิ์ ยังมีเรื่องละเมิดลิขสิทธิ์อื่นๆ เช่น การส่งทำแก้ว โดยที่ขณะนี้มีผู้ถูกอ้างเรียกเก็บค่าเสียหายการละเมิดลิขสิทธิ์จากกลุ่มบุคคลที่อ้างเป็นตัวแทนได้รับมอบอำนาจจากบริษัท รวมทั้งกรณีเด็กหญิงดังกล่าว รวม 22 ราย ตัวเลขเรียกค่าเสียหายกว่า 400,000 บาท โดยลักษณะพฤติการณ์นั้นจะสั่งให้ทำสินค้าประเภทต่างๆ แล้วนำไปส่งโดยนัดพบ เช่น ที่ลานจอดรถห้างซูเปอร์มาร์เก็ต บริเวณลานย่าโม แล้วทำการจับกุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพรเทพ กล่าวต่อไปว่า โดยในวันพรุ่งนี้ (7 พ.ย.) ตนนัดชุดทนายความอาสาดังกล่าวมาประชุม เพื่อสรุปข้อเท็จจริงแต่ละรายของผู้เสียหายดังกล่าวทั้งหมด 22 ราย เพื่อเตรียมจะแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มตัวแทนดังกล่าว โดยลักษณะความผิดซึ่งเป็นไปได้ที่จะแจ้งความกลับนั้นมี 4 ข้อหา คือ 1.แจ้งความเท็จ 2.ปลอมและใช้เอกสารปลอม กรณีอ้างหนังสือของบริษัทที่เป็นลิขสิทธิ์ ที่ภายหลังบริษัทออกประกาศระบุว่าไม่เคยมอบอำนาจจับกุม 3.กรรโชกทรัพย์ กรณีขู่ทำให้ผู้เสียหายกลัวเพื่อจ่ายค่าเสียหาย 4.กักขังหน่วงเหนี่ยว ซึ่งหากไม่มีอำนาจจับกุมแล้วการเข้าไปจับย่อมทำไม่ได้ อย่างไรก็ดี ในส่วนของเด็กหญิงอายุ 15 ปีนั้น วันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจก็กำลังสอบปากคำ ซึ่งเตรียมจะแจ้งความกลับบุคคลดังกล่าวข้อหากรรโชกทรัพย์ ส่วนผู้เสียหายรายอื่นอีก 21 ราย หากพรุ่งนี้ในการประชุมได้ความชัดเจนในพฤติการณ์แต่ละรายอย่างไรแล้ว ก็เตรียมจะไปแจ้งความกลับในวันศุกร์ที่ 8 พ.ย. ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49662</URL_LINK>
                <HASHTAG>ลิขสิทธิ์, ล่อซื้อกระทงเด็ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191106/image_big_5dc286e1b4b38.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35744</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2019 17:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2019 17:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ช.เอ ณ บางช้าง’ฉุนเจอย้อมแมวงานลิขสิทธิ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ศิลปินร็อกรุ่นใหญ่ ช.เอ ณ บางช้าง ลูกชายของร็อกเกอร์สตาร์ระดับตำนานของไทย ช.อ้น ณ บางช้าง และน้องชายหัวแก้วหัวแหวนของร็อก เอ๋-นรินทร ณ บางช้าง ออกมาประกาศว่าโดนศิลปินจากเวทีประกวดร้องเพลงที่เน้นคุณภาพ ตัวจริง เสียงจริง เพียงหนึ่งเดียวในประเทศ นำเพลงที่มีลิขสิทธิ์ไว้แล้วมาขายให้กับตนเอง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งแท้ที่จริงแล้ว เป็นลิขสิทธิ์ของทีม หนึ่ง ณรงวิทย์ ที่ทำร่วมกับ จั๊ก ชวิน และปิงปอง ศิรศักดิ์ โดยมีวัตถุประสงค์นำไปเสนอให้ช่อง 3 ในการใช้เป็นเพลงประกอบละครของช่อง แต่ดันถูกเอามาขายให้กับ ช.เอ ณ บางช้าง ซึ่งตัว ช.เอ เองก็กำลังมีโปรเจ็กต์ทำเพลงประกอบละครให้กับทางช่อง 7 อยู่พอดี เมื่อได้ฟังแล้วโอเคก็ตัดสินใจซื้อ โดยไม่รู้มาก่อนว่าเป็นเพลงของทางทีมหนึ่ง ณรงวิทย์ จนเพลงได้ออนแอร์ไปแล้ว เรื่องถึงแตก&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และตอนนี้ทั้งฝั่ง ช.เอ และทีมหนึ่ง ณรงวิทย์ ที่มี จั๊ก ชวิน และ ปิงปอง ศิรศักดิ์ ร่วมทีม ได้พูดคุยตกลงจับมือกันแล้วว่า วันอังคารที่ 14 พฤษภาคมนี้ ศิลปินทั้งหมด จากทั้ง 2 ฝั่ง จะเดินทางไปแจ้งความที่ สน.โชคชัย 4 ในเวลา 10.00 น. เพื่อดำเนินคดีกับคนผิด และเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจของ ช.เอ ณ บางช้าง ว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ และเป็นเจ้าทุกข์ที่โดนกระทำด้วยเช่นกัน ซึ่งหลังการลงบันทึกแจ้งความกันเสร็จเรียบร้อย ศิลปินทั้งหมดจะร่วมกันแถลงถึงเหตุการณ์ในครั้งนี้ไปพร้อม ๆ กัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ช.เอ ณ บางช้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ปิงปอง-หนึ่ง ณรงค์วิทย์-จั๊ก ชวิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35744</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช.อ้น ณ บางช้าง, ช.เอ ณ บางช้าง, ช่อง 3, ช่อง 7, ลิขสิทธิ์, หนึ่ง ณรงค์วิทย์, เพลงประกอบละคร, เอ๋ นรินทร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190513/image_big_5cd94c6ba4262.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9926</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2018 20:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2018 20:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘เบิ้ล ปทุมราช’โดนพ่อเก็บค่าลิขสิทธิ์นามสกุล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กลายเป็นเรื่องฮาๆ น่ารักๆ ของครอบครัวนักร้องลูกทุ่งบ้านนา อย่าง เบิ้ล-ปทุมราช สมน้อย ค่ายอาร์สยาม ที่โดนพ่อเก็บค่าลิขสิทธิ์นามสกุลสมน้อย หลังจากนามสกุลพ่อโผล่ตามสื่อต่างๆ ทำเอาหนุ่มเบิ้ลอึ้งไปชั่วขณะ ควักเงินจ่ายให้พ่อแทบไม่ทัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;คือตอนนี้ตามสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสื่อโซเชี่ยล สิ่งพิมพ์ หรือโทรทัศน์ จะมีชื่อและนามสกุลผมขึ้นในสื่อนั้นๆ พอพ่อเห็นนามสกุลของพ่อ &amp;ldquo;สมน้อย&amp;rdquo; &amp;nbsp;ขึ้นตามสื่อเท่านั้นแหล่ะครับ มาบอกผมว่า พ่อภูมิใจที่ลูกทำให้นามสกุล&amp;ldquo;สมน้อย&amp;rdquo; มีชื่อเสียงและทำให้เป็นที่รู้จักแก่คนทั่วไป เพราะฉะนั้นพ่อเลยจะก็ขอเก็บค่าลิขสิทธ์นามสกุลของพ่อที่ลูกเอาไปใช้ด้วย เป็นจำนวนเงิน 30,000 บาท &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พ่อจะเอาไปซื้อวัวมาเลี้ยง เท่านั้นแหละครับ ผมนี่ควักเงินให้แทบไม่ทันเลย ก็ตลกในคำพูดของพ่อ ว่าคิดได้ยังไงมาเก็บค่าลิขสิทธิ์นามสกุล &amp;nbsp;ปกติพ่อเป็นคนตลก ผมว่าผมก็ได้พ่อมาเยอะนะเรื่องความตลกตอนนี้ที่พ่อมีวัวที่เลี้ยงไว้ข้างบ้าน 10 กว่า ตัวแล้วครับ แกบอกว่าแกก็ทำเอาไว้ให้ลูกให้เมียเผื่อไว้ในอนาคตครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9926</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักร้องลูกทุ่ง, นามสกุล, ลิขสิทธิ์, สมน้อย, อาร์สยาม, เบิ้ล ปทุมราช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180524/image_big_5b06b923e344c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
