<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>56806</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/02/2020 16:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/02/2020 16:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกลูกหนังคนใหม่เตรียมกุมขมับ &#039;ลิขสิทธิ์บอลไทย&#039; ตกฮวบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกลูกหนังคนใหม่กระอักแน่ เมื่อมีข่าววงในชัดเจนว่าผู้ประมูลรายใหญ่เจ้าเก่าแบไต๋ยืนยัน สู้ค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดบอลไทยแค่ปีละ&amp;nbsp; 200 ล้าน หลังจาก&amp;nbsp; 4 ปีที่ผ่านมา &amp;quot;นายกฯ บิ๊กอ๊อด&amp;quot; รับบุญเก่าจากผู้ดูแลสิทธิประโยชน์ก่อนหน้านั้นเจรจาทรูวิชั่นส์ไว้ให้&amp;nbsp; 4 ปี&amp;nbsp; 4,200 ล้าน แต่ไม่รู้ว่าช่วงที่ผ่านมาบริหารงานท่าไหนมูลค่าบอลลีกตกต่ำสุดกู่ จากปีละพันกว่าล้านเหลือแค่ไม่เกินปีละสองร้อยล้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกี่ยวกับเรื่องลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลลีกไทย และฟุตบอลถ้วยของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ที่ทางทรูวิชั่นส์ได้ประมูลซื้อลิขสิทธิ์ไปจากการเจรจาของผู้ดูแลสิทธิประโยชน์ในยุคที่นายวรวีร์ มะกูดี เป็นนายกสมาคมฯ ในระยะเวลา&amp;nbsp; 4 ปี มูลค่า&amp;nbsp; 4,200 ล้านบาท ตกปีละ&amp;nbsp; 1,000 กว่าล้านบาท ซึ่งหลังการเจรจาเซ็นสัญญาเป็นที่เรียบร้อย พอดีเป็นช่วงเลือกตั้งนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯใหม่ และก็เป็น &amp;quot;บิ๊กอ๊อด&amp;quot; พล .ต .อ .สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ได้รับการเลือกตั้งเข้ามา พร้อมกับสวมสิทธิ์ในสัญญาลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดที่ทรูวิชั่นส์ทำไว้กับทางยุคของอดีตนายกฯ วรวีร์ ด้วยมูลค่าเดิมทุกอย่าง ซึ่งขณะนี้สัญญาเดิมของทรูวิชั่นส์กับสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ จะครบ&amp;nbsp; 4 ปีเมื่อสิ้นสุดฤดูกาลใหม่ ปี 2563 นี้ แต่ยังไม่มีการเปิดเผยว่าใครมาประมูลใหม่หรือไม่อย่างไร ทั้งๆ ที่ พล .ต .อ .สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ได้แบะท่าไว้แล้วว่าจะให้ประมูลในระยะเวลายาวรวดเดียว&amp;nbsp; 8 ปีเลย คาดว่าเรื่องนี้จะกระจ่างเป็นหน้าที่นายกสมาคมคนใหม่หลังการเลือกตั้งวันที่&amp;nbsp; 12 ก .พ . นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกานต์ จันทรัตน์ ในฐานะที่เป็นผู้คลุกคลีอยู่กับวงการฟุตบอลมานานกว่า&amp;nbsp; 10 ปี ได้ให้ความเห็นส่วนตัวเกี่ยวกับทิศทางของวงการฟุตบอลไทย ที่กำลังจะมีการเลือกตั้งนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ คนใหม่ในวันพุธ&amp;nbsp; 12 ก .พ . ที่จะถึงนี้ว่า ตนขอพูดในนามส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับสโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่ตนทำงานอยู่ ในฐานะที่ทำงานในการทำทีมฟุตบอลมานานสิบกว่าปี รู้สึกเป็นห่วงอย่างมากในเรื่องเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ที่กำลังรอประมูลอีกครั้ง ซึ่งในขณะนี้ยังเงียบฉี่อยู่ ตนคิดว่าใครเข้ามาเป็นายกสมาคมฟุตบอลในการเลือกตั้งวันที่&amp;nbsp; 12 ก .พ . นี้ต้องหนักใจอย่างมากกับปัญหานี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้เนื่องจากมูลค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดที่ทางผู้ดูแลสิทธิประโยชน์ในยุคของคุณวรวีร์ มะกูดี เป็นนายกสมาคมฯ ได้เจรจากับทรูวิชั่นส์ไว้ด้วยมูลค่าถึง&amp;nbsp; 4,200 ล้านบาท ในสัญญา&amp;nbsp; 4 ปี ก็ตกปีละพันกว่าล้านบาทเลยทีเดียว ซึ่งตอนนั้นทีมงานเก่ายุคบังยีได้ช่วยกันพัฒนาวงการฟุตบอลจนมีมูลค่ามหาศาลในสายตายักษ์ใหญ่อย่างทรูวิชั่นส์ถึงได้ยอมจ่ายเป็นค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดสูงเป็นประวัติศาสตร์ของวงการอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน และยุคของบิ๊กอ๊อดที่ชนะเลือกตั้งมาพอดีเลยรับส้มหล่นบุญเก่าในสัญญาเดิมกับทรูวิชั่นส์ไปเลย จึงมีเงินมากมายในการบริหารจัดการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ที่เห็นๆ กันอยู่ เงินรางวัลการแข่งขัน และเงินบำรุงทีมก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงให้มากขึ้น รูปแบบการจัดการแข่งขัน ปัญหาผู้ตัดสิน การลดจำนวนทีมในไทยลีก&amp;nbsp; 1 รวมทั้งความวุ่นวายในความเป็นมืออาชีพต่างๆ ของทีมงานชุดนี้ ส่งผลชัดเจนถึงจำนวนคนดูในสนามลดฮวบอย่างน่าใจหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เท่าที่ตนได้สืบทราบมาว่าในการประมูลลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลครั้งใหม่หลังจบปี 2563 นี้ทางผู้ประมูลรายใหญ่เจ้าเดิมพร้อมจะสู้ราคาแค่ปีละไม่เกิน&amp;nbsp; 200 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งเท่าที่ตนมองดูเจ้าอื่นๆ ที่จะมาประมูลสู้ในราคาที่สูงกว่านี้คงยาก เนื่องจากมูลค่าของลีกตกต่ำลง ทีมก็ลดลง ผู้ประมูลเจ้าอื่นก็ไม่มีช่องออกอากาศในยามแข่งขันพร้อมกันหลายคู่เหมือนเจ้าเดิม น่าใจหายไหมที่มูลค่าจากปีละพันกว่าล้าน เหลือปีละ&amp;nbsp; 200 ล้าน สิ่งนี้มันสะท้อนถึงอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกี่ยวกับกรณีนี้ ผู้สัดทัดในวงการฟุตบอลหลายราย ต่างก็มมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า หากนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ หลังการเลือกตั้งวันที่&amp;nbsp; 12 ก .พ . ยังเป็นคนเดิม ก็น่าห่วงกว่าเดิมอีก นอกเหนือจากว่าในเรื่องของวิวัฒนาการการถ่ายทอดสดที่เทคโนโลยีเปลี่ยนไปเร็วมาก แต่ความคิด ความรู้ในการบริหารงานที่เห็นๆ กันอยู่ ไม่รู้ว่าต่อไปจะมีการลดทีมในไทยลีกเพื่อเซฟค่าใช้จ่ายต่างๆ จาก&amp;nbsp; 16 ทีม จะเหลือ&amp;nbsp; 14 ทีม หรือ&amp;nbsp; 12 ทีม กลายเป็นลีกสิงคโปร์ไปในที่สุดหรือเปล่า ปัญหาการบริหารจัดการที่แม้กระทั่งคนเป็นนายกฯ ยังมีการอนุมัติให้มีเงินเดือนตั้งครึ่งล้าน และอนุมัติเงินเดือนตนเองในฐานะประธานไทยลีกอีกครึ่งล้าน รวมเป็นสองเด้งรับเงินเดือนหนึ่งล้านบาท เป็นประวัติศาสตร์ครั้งแรกของวงการฟุตบอลไทย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56806</URL_LINK>
                <HASHTAG>#เลือกตั้ง, นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ, ลิขสิทธิ์ฟุตบอลไทย, ลิขสิทธิ์ลูกหนังไทย, สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ, เลือกตั้งนายกสมาคมฯ, เลือกตั้งนายกฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200210/image_big_5e411c749aa8a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
