<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>93024</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทรัมป์รอดมติถอดถอน แต่ไม่รอดวิบากกรรมการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นี่คือพาดหัวประวัติศาสตร์การเมืองของสหรัฐฯ อีกครั้งหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประวัติศาสตร์บันทึกว่า โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนแรกและคนเดียวที่ถูกไต่สวนเพื่อถอดถอน (Impeachment) สองครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และรอดทั้งสองครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่รอดพร้อมรอยตำหนิที่จะติดตัวไปตลอดชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครั้งที่สองที่เพิ่งลงมติไปเมื่อเช้ามืดวันอาทิตย์ (เวลาบ้านเรา) นั้นคือ 57-43&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมีสมาชิกวุฒิสภาฝั่งรีพับลิกัน 7 คนแปรพักตร์มายกมือไม่เอาทรัมป์กับฝ่ายเดโมแครต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถือเป็นปรากฏการณ์หยามหน้าทรัมป์อย่างเปิดเผย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ &amp;quot;งูเห่า&amp;quot; เพียง 7 ตัวไม่พอที่จะ &amp;quot;ถอดถอน&amp;quot; ได้ เพราะตามรัฐธรรมนูญการจะปลดประธานาธิบดีได้ต้องได้เสียง 2 &amp;nbsp;ใน 3 ของสภาสูง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขาดไปอีก 10 เสียงจากฝั่งรีพับลิกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ก็สร้างความแตกแยกในพรรคนี้ได้อย่างรุนแรงพอสมควร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทีมทนายของทรัมป์เสนอหลักฐานสู้คดี ใช้เวลาเพียง 3 &amp;nbsp;ชั่วโมงเศษๆ ในการแย้งข้อกล่าวหาทั้งๆ ที่มีโควตาถึง 16 &amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วง 2 วันก่อนหน้านี้ ส.ส.พรรคเดโมแครตเสนอข้อมูลต่างๆ โดยเฉพาะคำปลุกเร้าของทรัมป์บนเวทีผู้ชุมนุมในวันที่ 6 มกราคม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ส.ผู้กล่าวหายืนยันว่า วาทะร้อนแรงของทรัมป์เป็นสาเหตุที่ทำให้กลุ่มผู้สนับสนุนบุกเข้ายึดอาคารรัฐสภาในขณะที่วุฒิสภาสหรัฐฯ กำลังดำเนินกระบวนการรับรองผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วุฒิสมาชิกจากพรรครีพับลิกัน 3 คน คือ ลินด์ซีย์ แกรห์ม จากรัฐเซาท์แคโรไลนา, เท็ด ครูซ จากรัฐเทกซัส และไมค์ &amp;nbsp;ลี จากรัฐยูทาห์ ซึ่งมีหน้าที่เป็นสมาชิกคณะลูกขุนในการไต่สวนคดีนี้ ได้ร่วมประชุมกับทีมทนายของทรัมป์ ซึ่งออกจะเป็นเรื่องที่ไม่ปกตินัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนึ่งในทนายของทรัมป์อ้างว่า ส.ว.ทั้งสามต้องการเพียงแต่จะช่วยอธิบายให้คณะทนายคุ้นเคยกับกระบวนการต่างๆ &amp;nbsp;ก่อนเข้าร่วมการไต่สวนในวันศุกร์เท่านั้นเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีข่าวหลุดออกมาว่าทรัมป์ไม่ค่อยพอใจกับการทำงานของทนายชุดนี้ ซึ่งเข้ามาทำงานต่อจากทนายชุดแรกที่มีปัญหาจนต้องขอไขก๊อกก่อนการไต่สวนจะเริ่มขึ้นด้วยซ้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัยการที่มีหน้าที่ยื่นเรื่องถอดถอนต่อสมาชิกวุฒิสภาในวันพฤหัสบดี ตั้งประเด็นกล่าวหาว่ามีหลักฐานที่ &amp;quot;ชัดแจ้งและมากมายหลากหลาย&amp;quot; บ่งชี้ว่าทรัมป์จงใจปลุกระดมให้เกิดจลาจล ด้วยการยุยงส่งเสริมให้ผู้สนับสนุนตนบุกเข้าไปในอาคารรัฐสภาเพื่อเผชิญหน้ากับสมาชิกรัฐสภา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งๆ ที่สมาชิกรัฐสภากำลังปฏิบัติหน้าที่รับรองผลการเลือกตั้งที่ชี้ว่า ทรัมป์แพ้โจ ไบเดน ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนึ่งใน ส.ส.ที่ชื่อ เจมี แรสกิน จากรัฐแมริแลนด์ ซึ่งทำหน้าที่หัวหน้าทีมยื่นเรื่องถอดถอนแถลงปิดว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วุฒิสมาชิกทั้ง 100 คนที่ทำหน้าที่เป็นลูกขุนในคดีนี้ควรใช้ &amp;quot;สามัญสำนึกพิจารณาถึงสิ่งที่เกิดขึ้น&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และย้ำว่าทรัมป์ &amp;quot;นิ่งเฉยเป็นเวลาอย่างน้อย 2 ชั่วโมง&amp;quot; โดยไม่ทำอะไรให้สถานการณ์ยุติ หลังเรียกร้องให้ผู้สนับสนุนของตนออกร่วมเดินขบวน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จนเปิดทางให้ผู้บุกรุกเหล่านั้นบุกเข้ามาในอาคาร &amp;nbsp;ทุบกระจกหน้าต่าง รื้อค้นสิ่งของในห้องที่ทำงานต่างๆ และปะทะกับตำรวจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์ที่ถูกเรียกว่า &amp;quot;การก่อการร้ายในประเทศ&amp;quot; วันนั้นจบลงด้วยการเสียชีวิตของคน 5 คน รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำอาคารรัฐสภา 1 นาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ส.แรสกินและสมาชิกทีมถอดถอนอีก 8 คน ซึ่งเป็นสมาชิกสภาล่างสังกัดพรรคเดโมแครตทั้งหมดใช้เวลาราว 12 &amp;nbsp;ชั่วโมงตลอดช่วง 2 วัน นำเสนอข้อมูลและหลักฐานเอาผิดทรัมป์อย่างละเอียด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่น โพสต์ทวิตเตอร์ของทรัมป์หลายสิบข้อความที่ออกมาก่อนการเลือกตั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นข้อความที่ทรัมป์ยืนยันตอกย้ำว่า ถ้าตนแพ้ไบเดนก็จะมีเหตุผลเดียว นั่นคือมีการทุจริตการเลือกตั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ดูเหมือนจะสร้างความฮือฮาเพิ่มเติมไม่น้อยคือ วิดีโอคลิปที่แสดงให้เห็นภาพผู้ก่อจลาจลบุกเข้ามาในพื้นที่อาคารรัฐสภา และมีบางตอนที่มีเสียงตะโกนให้ &amp;quot;จับ (อดีตรอง ปธน.ไมค์) เพนซ์ แขวนคอซะ&amp;quot; ด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งผู้ก่อเหตุบางรายถึงกับบุกเข้าไปในห้องที่ทำงานของประธานสภาล่าง แนนซี เพโลซี โดยมีการกล่าวหาว่าอาจจะมีเป้าประสงค์เพื่อหวังจะสังหารเธออีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทีมทนายความของทรัมป์โต้ว่า วาทะของอดีตผู้นำสหรัฐฯ บนเวทีผู้ชุมนุมในเช้าวันที่ 6 มกราคมที่ว่า &amp;quot;Fight &amp;nbsp;like Hell&amp;quot; (ให้สู้ยิบตา) เป็นเพียงวาทะทางการเมืองที่ย่อมได้รับการปกป้องภายใต้บทแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ &amp;nbsp;ฉบับที่ 1 เกี่ยวกับเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หาใช่การยั่วยุเพื่อให้เกิดความรุนแรงแต่ประการใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท้ายที่สุดเมื่อมีการลงมติ ทรัมป์ก็รอด...แต่รอดอย่างไม่รอด เพราะเขายังต้องเผชิญวิบากกรรมเรื่องคดีต่างๆ รวมถึงการถูกประณามหยามเหยียดจากประชาชนหลายกลุ่มหลายเหล่าอีกต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93024</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาแฟดำ, ลินด์ซีย์ แกรห์ม, เท็ด ครูซ, ไมค์  ลี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
