<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118285</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2021 22:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2021 22:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &quot;เป๊ป&quot;ชม&quot;เมสซี่&quot;ฟอร์มเยี่ยมยิงตอกฝาโลงซิตี้อย่างสวย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
ลิโอเนล เมสซี่ เปิดสกอร์แรกับ เปแอสเช ได้อย่างน่าประทับใจ เมื่อคืนวันอังคาร หลังพังตาข่าย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คว่ำทีมของนายเก่า เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ราบคาบในถิ่น ปาร์ค เดส์ แปร๊งซ์ ขณะที่ ลิเวอร์พูล ยิง 5 ลูกเกมนอกบ้าน เจอร์เกน คล็อปป์ รับเกินคาดบุกยำ ปอร์โต้ แฮ็ปปี้ทั้งสกอร์และฟอร์มของทีม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมสซี่ ประกาศความสุดยอดของตัวเองในนัดสำคัญ หลังจากยิงให้ เปแอสเช ไม่ได้มานับตั้งแต่เปิดซีซั่น โดยประตูแรกของยอดนักเตะชาวอาร์เจนไตน์ มาจากการยิงทีมของนายเก่า เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่นำ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปเยือน ปาร์ค เดส์ แปร๊งซ์ และต้องแพ้กลับออกไปด้วยสกอร์ 2-0 เมื่อคืนวันอังคาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กวาร์ดิโอล่า บอสทีมเรือใบสีฟ้า กล่าวยกย่องในฝีเท้าของอดีตลูกทีม ที่เคยร่วมกวาดแชมป์กันมาสมัยอยู่ที่ บาร์เซโลน่า ยอมรับว่า เป็นไปไม่ได้ที่จะหยุดเขาไปได้ตลอดทั้งเกม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประตูของ เมสซี่ ยอดเยี่ยมมาก&amp;quot; กวาร์ดิโอล่า กล่าว &amp;quot;เรารู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะคุม ลีโอ ไปได้ตลอด 90 นาที แม้เขาจะไม่ค่อยได้สัมผัสบอลนักในนัดนี้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรารู้ดี เมื่อเขาวิ่งและพาตัวเองเข้าใกล้เขตโทษเขาจะไม่มีใครหยุดได้ เรารู้อยู่แล้ว เราคุยกันแล้ว เราไม่สามารถควบคุมเขาไว้ได้ตลอด 90 นาที&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทางเลือกเดียวที่ผมรู้ คือรับลึกตลอด 90 นา และภาวนา หรือแย่งบอลมาเพื่อเล่นเกมในแบบของเรา ตัวรุกของเราควรเล่นได้ดุดันกว่านี้ เพื่อจะได้พูดว่า ผมยิงได้ ผมมีคุณภาพ นี่คือสิ่งที่พวกเขาต้องทำในอนาคต&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้าน เมสซี่ ขอเวลาในการปรับตัวในการย้ายมาเล่นในลีกเอิง หลังจากเพิ่งลงเล่นให้ทีมไปเพียง 4 นัด หลังหมดสัญญามากจาก บาร์เซโลน่า เมื่อตอนซัมเมอร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมไม่ได้เล่นมาสักพัก และนี่เพิ่งจะเป็นเกมที่สองของผมที่สนามแห่งนี้ ผมกำลังปรับตัวกับสนามแห่งใหม่ของผม ยิ่งเราบุกไปข้างหน้าด้วยกันมากขึ้น ความสัมพันธ์ของเราก็จะยิ่งดีขึ้น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ซิตี้เป็นคู่แข่งที่ยิ่งใหญ่ สำคัญมากที่เราจะต้องชนะแมทช์นี้หลังจากเสมอ บรูช ผมดีใจมากที่ยิงได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซิตี้ รองแชมป์ยุโรป ฤดูกาลที่แล้ว พลาดโอกาสที่จะได้ประตูขึ้นนำหลายครั้ง รวมถึงลูกซ้ำของ เบร์นาร์โด ซิลวา ที่ชนคาดจาก 2 หลา ก่อนพักครึ่ง เปแอสเช มาได้ 2 ประตูจากการยิงเข้ากรอบ 3 ครั้ง อิดริสซา เกย์ เป็นคนเบิกสกอร์แรก หลังเริ่มเกม 8 นาที ขณะที่ประตูของ เมสซี่ เกิดขึ้นในนาทีที่ 74
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้าน ลิเวอร์พูล เมื่อคืนวันอังคาร บุกไปถล่ม ปอร์โต้ เละถึง 5-1 เป็นการบุกไปเอาชนะที่ เอสตาดิโอ โด ดราเกา ได้เป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกัน รวมยิงไปถึง 14 ลูก โดยนัดนี้ โม ซาลาห์ ทำ 2 ลูก น.18 และ 60 ซาดิโอ มาเน่ น.45 และ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ 2 ลูก น.77 และ 81 ขณะที่ทีมเจ้าบ้าน ได้คืนลูกเดียว จาก เมห์ดี ทาเรมี น.74
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ก่อนอื่นสิ่งสำคัญที่สุดคือผลการแข่งขัน มันเป็นชัยชนะที่สุดยอดมากที่ ปอร์โต้ ทั้งผลชนะและวิธีการที่เราบุกมาชนะได้ เราพอจะเดาได้ว่า ปอร์โต้ ดูเกมนัดล่าสุดของเราที่บ้านของเบรนท์ฟอร์ด พวกเขาเริ่มเกมแบบไดเร็คท์ ผมค่อยๆแก้ไขไปที่ละจุด เราอาจไม่ได้ประตูแบบสวยงามเท่าไหร่ แต่สำคัญคือมันมาตั้งแต่ครึ่งแรก ครึ่งหลังเราคอนโทรลเกมได้ ปอร์โต้ ประสบปัญหา เสียเซนเตอร์ฮาล์ฟไปหนึ่งคน ขณะที่ เปเป้ ไม่ฟิตพอที่จะเล่น และเราใช้ประโยชน์จากตรงนี้ได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สรุปผลบอล แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อคืนวันอังคาร มีดังนี้ (ทีมหน้าเจ้าบ้าน) ชัคห์ตาร์ โดเน็ตสค์ เสมอ อินเตอร์ มิลาน 0-0, อาแจ็กซ์ ชนะ เบซิคตัส 2-0, เรอัล มาดริด แพ้ เชริฟฟ์ 1-2, เอซี มิลาน แพ้ แอตเลติโก มาดริด 1-2, ดอร์ทมุนด์ ชนะ สปอร์ติ้ง 1-0, เปแอสเช ชนะ แมนฯ ซิตี้ 2-0, ปอร์โต้ แพ้ ลิเวอร์พูล 1-5 และ ไลป์ซิก แพ้ คลับ บรูช 1-2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118285</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ปอร์โต้, ฟุตบอล, ลิเวอร์พูล, ลิโอเนล เมสซี่, เปแอสเช, เป๊ป กวาร์ดิโอล่า, แมนเชสเตอร์ ซิตี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210929/image_big_6154812063c31.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113021</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/08/2021 20:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/08/2021 20:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;เมสซี่&quot;เซ็น 2 ปี เปแอสเชจับผนึก&quot;เนย์มาร์-เอ็มบัปเป้&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
&lt;p&gt;ลิโอเนล เมสซี่ เปิดตัวเรียบร้อยแล้วในฐานะซูเปอร์สตาร์คนใหม่ของ ปารีส แซงค์ แฌร์แม็ง ที่ สนามปาร์ค เดส์ แพรงซ์ หลังเซ็นสัญญา 2 ปี ฟันค่าเหนื่อย 35 ล้านปอนด์ต่อซีซั่น พร้อมผนึก เนย์มาร์ เพื่อนเก่าจาก บาร์เซโลน่า กับ คิลิย็อง เอ็มบัปเป้ ล่าแชมป์ยุโรปเต็มสูบ ในฤดูกาลนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองหน้าวัย 34 ปี เดินทางถึงสนามบิน เลอ บูร์กเชต์ เมื่อช่วงบ่ายวันอังคาร ได้รับการกรีดร้องทักทายจากแฟนบอลเปแอสเชที่มาดักรอตั้งแต่ช่วงเช้า ที่มารอต้อนรับสตาร์เบอร์หนึ่งของโลก หลังย้ายทีมมาแบบไม่มีค่าตัวเพราะหมดสัญญากับ บาร์เซโลน่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซูเปอร์สตาร์รุนเก๋าชาวอาร์เจนติน่า อยู่ในเสื้อทีเชิร์ตของปารีส โบกมือให้กับแฟนๆ หน้าตาสดชื่นแล้วหลังจากเพิ่งบอกลาแฟนบาร์ซ่าน้ำตาท่วม 2 วันก่อนหน้านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การมาของ เมสซี่ ทำให้ เปแอสเช ในช่วงปิดฤดูกาลนี้ สามารถรวบกัปตันทีมของสองทีมยักษ์ใหญ่ลาลีกา เรอัล มาดริด กับ บาร์เซโลน่า มาได้ 2 คนแบบฟรีๆ คือ แซร์ฆิโอ รามอส จากถิ่นซานติอาโก้ เบร์นาเบว และล่าสุดคือ ขวัญใจแฟนบอลทั่วโลกจากถิ่นนูคัมป์ ลิโอเนล เมสซี่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และตอนนี้ สโมสร ปารีส แซงต์ แฌร์แม็ง มีแนวรุกที่มีมูลค่าแพงที่สุดในโลก หลัง ได้ เมสซี่ มาผนึกกับกำลังกับ เนย์มาร์ กองหน้าทีมชาติบราซิล และ คิลิย็อง เอ็มบัปเป้ ดาวโรจน์ทีมชาติฝรั่งเศส โดย เมสซี่ ได้รับค่าเหนื่อยน้อยกว่า เนย์มาร์ ที่ได้อยู่ที่ 37 ล้านปอนด์ต่อปี อยู่เพียงเล็กน้อย ขณะที่ เอ็มบัปเป้ ตอนนี้เข้าสู่ปีสุดท้ายของสัญญาแล้ว หลังปฏิเสธข้อเสนอจากทีมต้นสังกัดมา 3 ครั้ง เป้าหมายคือย้ายไปเรอัล มาดริด แบบไม่มีค่าตัวในปีหน้า แต่หลังจาก เมสซี่ ย้ายมา สถานการณ์อาจเปลี่ยนได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระแสความคลั่งไคล้ของ เมสซี่ เกิดขึ้นทันทีในหมู่แฟนบอลโดยเฉพาะกองเชียร์ปารีส แซงต์ แฌร์แม็ง โดยมีรายงานว่า ร้านค้าของสโมสร ขายเสื้อที่มีชื่อและหมายเลข 30 ของ เมสซี่ หมดภายในไม่กี่นาทีเท่านั้น หลังการประกาศยืนยันในช่วงเย็นวันอังคาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมสซี่ ยังไม่ได้ซ้อมช่วงพรีซีซั่น นับตั้งแต่นำ ทีมชาติอาร์เจนติน่า คว้าแชมป์ โคปา อเมริกา เมื่อเดือนที่แล้ว ดังนั้นเขาอาจต้องรอจนถึงเกมที่เจอกับ แรงส์ ในวันที่ 29 สิงหาคม สำหรับการลงสนามนัดแรกกับทีมใหม่ ส่วนหมายเลข 30 ที่เขาจะใช้ในฤดูกาลนี้ คือหมายเลขเดียวกับที่เขาเคยใช้ตอนเปิดตัวทีมชุดใหญ่กับ บาร์เซโลน่า ครั้งแรก เมื่อ 16 ปีก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมสซี่ ทำการทดสอบร่างกายที่ โรงพยายามอเมริกัน ในกรุงปารีส และยังได้ออกมาโบกมือให้กับแฟนๆโดยที่เขาสวมเฟซมาสก์เปแอสเชไว้ ก่อนที่จะมีการเซ็นสัญญา 2 ปี โดยมีอ็อปชั่นขยายสัญญาเพิ่มอีกหนึ่งปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บาร์เซโลนา ใช้เวลาตลอด 4 ปีมานี้ นับตั้งแต่ เปแอสเช กระชากตัว เนย์มาร์ ไปด้วยค่าตัว 198 ล้านปอนด์ ตามเงื่อนไขซื้อสัญญา หวังดึงตัวกองหน้าจอมพลิ้วชาวแซมบ้าคืนให้ได้ โดยเมื่อ 2 ปีที่แล้วพวกเขาบินไปถึงกรุงปารีส เพื่อขอเจรจาซื้อคืน แต่ไม่เป็นผล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมสซี่ กลายเป็นนักเตะฟรีเอเยนต์ตั้งแต่ช่วงที่ไปเก็บตัวอยู่กับ ทีมชาติอาร์เจนติน่า ทำศึกโคปา อเมริกา เนื่องจากหมดสัญญากับทาง บาร์เซโลน่า ไปตั้งแต่ต้นเดือน ก.ค. แต่ตอนนั้นก็ยังหวังที่จะได้รับสัญญาใหม่กับสโมสรเนื่องจากเจรจากันได้ลงตัวโดยเขาจะยอมลดค่าเหนื่อยลง 50 เปอร์เซนต์เพราะทีมประสบปัญหาทางการเงินหลังการแพร่ระบาดของโคโรนาไวรัส แต่จากกฏการใช้เงินซึ่งกำหนดโดยลาลีกา ทำให้เขาไม่อาจเซ็นสัญญานั้นได้ มีเพียงไม่กี่ทีมที่สามารถรับเขาไปอยูด้วยได้ และสุดท้ายกลายเป็น เปแอสเช ทีมที่มีนายทุนจากตะวันออกกลาง ได้ตัวไปร่วมทีม โดย เมสซี่ จะได้ทำงานภายใต้กุนซือชาติเดียวกัน คือ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่&lt;/p&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113021</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ฟุตบอล, ลิโอเนล เมสซี่, เปแอสเช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210811/image_big_6113d5ed9bf84.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109402</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2021 00:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2021 21:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;เมสซี่&quot;ทำได้! ฟ้าขาวแชมป์โคปา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
อกหักมาหลายครั้ง ลิโอเนล เมสซี่ ในที่สุด ก็ได้กอดถ้วยแชมป์ระดับทีมชาติชุดใหญ่เป็นครั้งแรกกับ อาร์เจนติน่า หลังชัยชนะเหนือ บราซิล ในนัดชิงชนะเลิศ ฟุตบอล โคปา อเมริกา เมื่อเช้าวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ตามเวลาประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาร์เจนติน่า ได้ประตูขึ้นนำในครึ่งแรก จาก อังเคล ดิ มาเรีย ฉวยโอกาสจากช่วงที่ฝั่งซ้ายของ บราซิล ยังไม่ทันระวังตัว สามารถเจาะเข้าไปชิบข้ามผู้รักษาประตู เอแดร์สัน เข้าไปเป็นตุงตาข่ายและกลายเป็นประตูตัดสินแชมป์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประตูนี้ยังเปิดทางให้ เมสซี่ ก้าวขึ้นสัมผัสถ้วยแชมป์ระดับทวีป จากการเข้าถึงนัดชนะเลิศ 5 ครั้งรายการเมเจอร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังผู้ตัดสินเป่านกหวีดจบการแข่งขัส เมสซี่ ร้องไห้คุกเข่าดีใจ โดยมีเพื่อนร่วมทีมฟ้าขาวรุมเข้าไปร่วมฉลองการเป็นแชมป์ ท่ามกลางเสียงยินดีของแฟนบอลในสนามมาราคานา ความจุ 78,000 ที่นั่ง ซึ่งทางฝ่ายจัดการแข่งขันอนุญาติให้มีผู้ชมได้ 10 เปอร์เซนต์ เนื่องจากการแพร่ระบาดของ โควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชัยชนะนัดนี้&amp;nbsp; นับเป็นแชมป์ โคปา อเมริกา ได้เป็นสมัยที่ 15 ของ อาร์เจนติน่า แต่เป็นการคว้าถ้วยรายการเมเจอร์หนแรกในรอบ 28 ปี หลังเคยได้ฉลองความสำเร็จครั้งล่าสุดคือ โคปา อเมริกา ปี 1993
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมสซี่ จบทัวร์นาเมนท์นี้ โดยครองอันดับดาวซัลโซร่วมกับ ลุยซ์ ดิอัซ ที่ยิงได้เท่ากัน 4 ประตู รับมอบรางวัลส่วนตัวนี้ไปก่อนได้สัมผัสถ้วยแชมป์กับทีมชาติหนแรก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย สตาร์กองหน้าจาก บาร์เซโลน่า ยิงได้ในเกมกับ ชิลี ในแมทช์เปิดทัวร์นาเมนท์ ก่อนที่จะส่งท้ายรอบแบ่งกล่มด้วยการทำ 2 ประตูในเกมกับ โบลิเวีย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นมาทำได้อีกหนึ่งประตูในนัดที่ถล่ม เอกวาดอร์ 3-0 ในรอบควอร์เตอร์ไฟนอล และร่วมทำหน้าที่สังหารจุดโทษชู๊ตเอาท์ ในการดวลกับ โคลอมเบีย ในรอบเซมิไฟนอล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังชัยชนะนัดนี้ เมสซี่ ยังได้รับการยกย่องให้เป็นผู้เล่นที่ดีที่สุดของทัวร์นาเมนท์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดิ มาเรีย แมนออฟเดอะ แมทช์ กล่าวด้วยความตื่นเต้นดีใจหลังจบเกมการแข่งขัน &amp;quot;ผมดีใจมาก เราฝันที่จะคว้าสิ่งนี้กลับไป เราต่อสู้อย่างเต็มที่ หลายคนวิพากษ์วิจารณ์เรา และไม่อยากเห็นเรากลับมาเล่นให้กับทีมชาติ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาร์เจนติน่า ยืดสถิติไม่แพ้ใครออกไปเป็น 20 นัดภายใต้การคุมทีมของ ลิโอเนล สโกลารี่ และหยิบยื่นความพ่ายแพ้นัดแรกให้กับ บราซิล ในแมทช์การแข่งขันได้ถึงในบ้าน นับตั้งแต่ทีมแซมบ้าพ่ายให้กับ เบลเยี่ยม ในเกมรอบควอร์เตอร์ไฟนอล ศึกเวิลด์ คัพ ปี 2018
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นี่คือถ้วยแชมป์รายการใหญ่ที่มากสำคัญมาก&amp;quot; สโกลารี่ กล่าว &amp;quot;ผมหวังว่า ชาวอาร์เจนไตน์จะมีความสุขกบมัน แฟนๆรักทีมโดยปราศจากเงื่อนไข และผมคิดว่าพวกเขาแสดงให้เห็นด้วยการสู้เต็มที่และไม่เคยลดการ์ดง่ายๆ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากเปรียบเทียบ เมสซี่ กับคู่แข่งตลอดกาลในยุคเดียวกันอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (อายุ 36) ถือว่าตอนนี้ความสำเร็จสูสีกันขึ้นอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมสซี่ (อายุ 34) ได้แชมป์อเมริกาใต้ หนึ่งครั้ง ขณะที่ โรนัลได้ เคยได้แชมป์ยูโร มาหนึ่งครั้ง เมื่อปี 2016 โดยอดีตกองหน้าเรอัล มารดิด ได้แชมเปี้ยนส์ลีกมากกว่ากันอยู่หนึ่งสมัย แต่ เมสซี่ ที่กำลังกลายเป็นอดีตกองหน้าบาร์เซโลน่า ได้ บัลลงดอร์มากกว่ากันอยู่หนึ่งครั้ง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และ ที่เซอร์ไพรส์ คือ โรนัลโด้ ได้แชมป์ยูโร วันที่ 10 ก.ค. ขณะที่ เมสซี่ ได้แชมป์โคปา อเมริกา วันที่ 10 ก.ค. วันเดียวกัน แต่ห่างกัน 5 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109402</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ทีมชาติบราซิล, ทีมชาติอาร์เจนติน่า, ฟุตบอล, ลิโอเนล เมสซี่, โคปา อเมริกา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210711/image_big_60eafbd2b1742.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51725</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/12/2019 22:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/12/2019 22:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟานไดค์-โด้อกหัก/เมสซี่คว้าบัลลงดอร์สมัย6</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้าอาร์เจนไตน์ ของ บาร์เซโลน่า คว้ารางวัล บัลลงดอร์ เป็นสมัยที่ 6 เป็นสถิติมากครั้งที่สุดได้อีกครั้ง โดยได้รับเสียงโหวตเหนือ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ กับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ตามโพลที่ออกมาก่อนหน้านี้ เมสซี่ ในเวลานี้ กลายเป็นนักเตะคนแรกที่คว้ารางวัลทรงเกียรตินี้ได้ถึง 6 สมัย ขณะที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่เคยเบียดรัศมีกัน ได้คะแนนมาเป็นอันดับ 3 ยังหยุดที่ 5 สมัย ส่วน เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ กองหลัง ลิเวอร์พูล ที่มาแรงและได้รับการคาดหมายว่าจะคว้ารางวัลนี้ไปในปีนี้ ได้คะแนนมาเป็นอันดับสองเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วน ซาดิโอ มาเน่ เพื่อนร่วมทีมของ ฟาน ไดค์&amp;nbsp; ที่แอนฟิลด์ เข้ามาเป็นอันดับ 4 และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ อันดับ 5 ส่วนดาวรุ่ง ปารีส แซงต์ แฌร์แม็ง คิลิย็อง เอ็มบัปเป้ ได้รับโหวตมากสุดเป็นลำดับที่ 6 ขณะที่ อลิสซอน ผู้รักษาประตู ลิเวอร์พูล ได้อันดับ 7 แต่เป้นคนแรกที่ได้รับรางวัล ยาซีน โทรฟี่ ที่มีมอบรางวัลเป็นครั้งแรก สำหรับรางวัลผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมโลกในปีนี้ โดยนายทวารคนอื่นที่ได้โหวตมาเป็นอันดับ 2 และ 3 ได้แก่ มาร์ค-อังเดร แตร์ สเตเก้น ของ บาร์เซโ,น่า และ เอแอร์สัน ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกสองรางวัลสำคัญคือ กองหลังยอดเยี่ยม หรือ โคปา โทรฟี่ เป็นของ แมทธีส เดอ ลีกต์ ขณะที่ นักเตะหญิงยอดเยี่ยม หรือ บัลลงดอร์ เฟมิแน็ง ได้แก่ เมแกน แรปินู&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51725</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, บัลลง ดอร์ 2019, ฟุตบอล, ลิโอเนล เมสซี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191203/image_big_5de67e6824ba9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50700</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/11/2019 23:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/11/2019 23:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กระชับมิตรดุ คาวานี่ท้าต่อย เมสซี่สวนเมื่อไหร่นัดมา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
สื่อฟ้าขาวตีข่าว อาร์เจนติน่า เสมอ อุรุกวัย เดือดเกินกระชับมิตร ที่ กรุง เทล อาวีฟ เมื่อคืนวันจันทร์ หลังมีกล้องจับภาพ เอดินสัน คาวานี่ พูดท้าชกกับ ลิโอเนล เมสซี่ ขณะที่ กองหน้าจาก บาร์เซโลน่า สวน หัวหอกเปแอสเช เมื่อไหร่ก็ได้ ก่อนที่ หลุยส์ ซัวเรซ และนักเตะคนอื่นๆ ต้องเข้าไปช่วยกันขวาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามรายงานของ โอเล นสพ.ดังของอาร์เจนติน่า บอกว่า คาวานี่ ถูกกล้องจับภาพได้ว่าไปพูดจายั่วยุท้า เมสซี่ ต่อย ระหว่างแมทช์การแข่งขัน ซึ่งเมสซี่ ก็สวนไปอย่างมีน้ำโหว่า เมื่อไหร่ก็ได้ว่ามา โดยที่คู่กรณีทำเหมือจะล้อเลียนและหัวเราะเยาะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในข่าวยังเปิดเผยต่ออีกว่า ทั้งคู่จะเปิดศึกกันต่อระหว่างเข้าอุโมงค์กลับห้องพักตอนพักครึ่งด้วยเช่นกัน ซึ่ง หลุยส์ ซัวเรซ กองหน้าอุรุกวัย เพื่อนร่วมทีมเมสซี่ ที่ บาร์เซโลน่า ต้องเข้าไปช่วยแยกทั้งคู่จากกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในเกมกระชับมิตร เตะที่ เทล อาวีฟ ประเทศอิสราเอล เมื่อคืนวันจันทร์ เมสซี่ โดนฟาวล์หนัก เป็นจุดเริ่มต้นของการปะทะคารมกันระหว่าง เขา กับ คาวานี่ ซึ่งตอนนั้นสกอร์ เป็น อาร์เจนติน่า ตามหลังอยู่ 0-1
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดิเอโก โกดิน กองหลังอุรุกวัย พยายามเข้าไปช่วยขวางเช่นกัน โดยเอาแขนโอบไหล่ เมสซี่ ไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่หลังเกม คาวานี่ ปฏิเสธว่าไม่ได้ตั้งใจที่จะก่อเรื่องแต่อย่างใด โดยยืนยันหลังแมทช์ว่า &amp;quot;มันเป็นการเข้าบอลทั่วๆไป ในเกมการแข่งขันย่อมต้องมีการปะทะการเข้าสกัดกับหนักๆบ้าง ซึ่งเราเห็นกันบ่อยๆในฟุตบอลอเมริกาใต้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทั้งสองทีมต่างทำได้ดีหลายอย่างในแมทช์นี้ เราจบเกมด้วยความรู้สึกที่เป็นบวก และเราพยายามที่จะเล่นฟุตบอลที่ดี ผมว่ามันเป็นแมทช์ที่คลาสสิคอีกนัด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่นับเป็นครั้งที่สองในรอบ 4 วัน ที่ เมสซี่ ร่วมอยู่ในเหตุการณ์ที่เป็นปัญหาในเกม โดยนัดที่แล้ว สตาร์จากบาร์เซโลน่า ก็ไปมีปากเสียงกับ ติเต้ บอสทีมแซมบ้า ในเกมระหว่าง อาร์เจนติน่า กับ บราซิล ซึ่งท้ายสุดเป็น เมสซี่ ที่ได้หัวเราะที่หลังดังกว่า เพราะทีมคว้าชัยไปหวุดหวิด 1-0 เมสซี่ มีการชูหนึ่งนิ้วพร้อมเหลือบไปที่ข้างสนาม เหมือนต้องการเย้ยคู่กรณี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกมเมื่อคืนวันจันทร์ อาร์เจนติน่า รอดจากความพ่ายแพ้ ก็จาก เมสซี่ อีกครั้ง คราวนี้ สังหารจุดโทษก่อนหมดเวลา ช่วย อาร์เจนติน่า เสมอ 2-2
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกมนี้ คาวานี่ เป็นคนช่วยให้ อุรุกวัย ขึ้นนำตั้งแต่นาทีที่ 34 ก่อนที่ เมสซี่ จะเปิดฟรีคิกให้ แซร์โจ้ อเกวโร่ โขกเข้าไปเป็นประตูตีเสมอในนาทีที่ 63
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ ซัวเรซ ก็ช่วยให้ อุรุกวัย ขึ้นนำได้อีกครั้ง แต่ อาร์เจนติน่า ก็ยังกลับมาได้ เมื่อ มาร์ติน คาเซเรส ทำแฮนด์บอลในเขตโทษ และเป็น เมสซี่ สังหารเข้าไปจากระยะ 12 หลา ก่อนหมดเวลา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50700</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ทีมชาติอาร์เจนติน่า, ทีมชาติอุรุกวัย, ฟุตบอล, ฟุตบอลกระชับมิตรทีมชาติ, ลิโอเนล เมสซี่, เอดิสัน คาวานี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191119/image_big_5dd41b188761c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49948</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/11/2019 19:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/11/2019 19:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แฮทริกอีกแล้ว! บอสบาร์ซ่ารับขาดเมสซี่ไม่ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
ลิโอเนล เมสซี่ ยังเล่นเป็นฮีโร่ขอทีม ซัดไป 3 ประตู นำ บาร์เซโลน่า เปิดบ้านถล่ม เซลต้า บีโก 4-1 ในศึกลาลีกา เมื่อคืนวันเสาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมสซี่ เบิกสกอร์แรกของเกมด้วยจุดโทษ ก่อนซัดฟรีคิกทำประตูแบบเเหนือชั้นทั้งทั้งครึ่งแรกและครึ่งหลัง โดยอีกประตูได้จาก แซร์ฆี บุสเก็ตส์ ที่นานๆทีจะมีสกอรให้ทีมได้ ก่อนจบเกมชนะคู่แข่งไปสบายๆ 4-1 หลังเกม เออร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ ยังยอมรับว่า บาร์ซ่า เหมือนจะขาดเมสซี่ไม่ได้จริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;มันเป็นไม่ได้ที่จะเล่นโดยที่ไม่ต้องพึ่งพาเมสซี่ เขาเปิดทางสว่างให้กับทุกสิ่ง เราต้องยอมรับ มันเป็นบางสิ่งที่ทำให้เราถือไพ่เหนือว่า และคู่แข่งก็กลับเราเพราะสิ่งนี้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมสซี่ทำให้ทุกทีมในลาลีกามีความหวังในการเจอกับบาร์ซ่าในฤดูกาลนี้หลังจากมีปัญหาบาดเจ็บจนต้องพักไปตลอดเดือนแรก แต่พอคืนสนามกลับมาก็ทำให้ผลงานของทีมดีขึ้นไปด้วย การทำแฮทริกกลายเป็นมาตรฐานของเขาไปแล้วเมื่อเขาสามารถเค้นฟอร์มออกมาได้ในระดับนี้ เหมือนกับฟรีคิกของเขาที่แทบไม่สามารถป้องกันได้ ตอนนี้เขายิงไป 52 ประตูแล้วจากลูกตั้งเตะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากชัยชนะนัดนี้ ทำให้ บาร์ซ่า ยังนำเป็นจ่าฝูงของตาราง โดยมี 25 คะแนนเท่ากับทาง เรอัล มาดริด แต่ประตูได้เสียดีกว่า โดย เรอัล มาดริด เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมาก็ชนะคู่แข่งขาดลอยด้วยเช่นกัน หลังบุกไปถล่ม เออิบาร์ 4-0&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49948</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, บาร์เซโลน่า, ลาลีกา, ลิโอเนล เมสซี่, เซลต้า บีโก้, เออร์เนสโต้ บัลเบร์เด้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191110/image_big_5dc806231c917.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46547</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2019 00:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2019 00:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เมสซี่ยอดเยี่ยมฟีฟ่า/คล็อปป์คว้าเบสท์โค้ช</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
ลิโอเนล เมสซี่ คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของฟีฟ่า ในงานประกาศรางวัลเดอะเบสต์ อวอร์ดส ที่เมืองมิลาน เมื่อคืนวันจันทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมสซี่ ยังคงได้รับการเสนอชื่อสำหรับรางวัลนักฟุตบอลชายยอดเยี่ยมของฟีฟ่า เช่นเดียวกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่ไม่ได้มาร่วมงาน ขณะที่ตัวเต็งคือ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ กองหลัง ลิเวอร์พูล ที่ได้แชมป์ยุโรปเมื่อฤดูกาลที่แล้ว แต่สุดท้าย กลายเป็น กองหน้ารุ่นเก๋าชาวอาร์เจนไตน์ ที่ได้รับรางวัลนี้อีกครั้ง จากผลงานที่พาทีมคว้าแชมป์ลาลีกา แม้จะอกหักในรายการใหญ่คือ แชมเปี้ยนส์ลีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ รางวัลโค้ชออฟเดอะเยียร์ของฟีฟ่า ตกเป็นของ เจอร์เกน คล็อปป์ ที่นำลิเวอร์พูลคว้าถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีก ได้เมื่อเดือน มิ.ย. และ อลิสซอน เป็นตัวแทนจากทีมหงส์แดงอีกคน ที่ได้ขึ้นเวที เพื่อรับรางวัลผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมแห่งปีของฟีฟ่า สรุปรางวัล ฟีฟ่า เบสท์ อวอร์ดส ทั้งหมด ดังนี้ ผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีชาย ได้แก่ เมสซี่, ผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีหญิง เมแกน ราปิโน, โค้ชยอดเยี่ยมแห่งปีชาย&amp;nbsp; คล็อปป์, โค้ชยอดเยี่ยมแห่งปีหญิง จิลล์ เอลลิส, ผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมแห่งปีชาย อลิสซอน, ผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมแห่งปีหญิง ซารี ฟาน ฟีเดนดัล, ปุสกัสอวอร์ด ดาเนียล ซอรี่, ฟีฟ่าแฟร์เพลย์ มาร์เซโล่ บีเอลซ่า และ ลีดส์ ยูไนเต็ด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46547</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, งานมอบรางวัลฟีฟ่า เบสท์ อวอร์ดส, ฟุตบอล, ลิโอเนล เมสซี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190925/image_big_5d8a4fc941496.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
