<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115324</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2021 19:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2021 18:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯสิงคโปร์ชนะคดีฟ้องเว็บหมิ่น ได้ค่าเสียหายเกือบ9ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรีลี เซียนลุง ของสิงคโปร์ชนะคดีฟ้องบรรณาธิการและนักเขียนของเว็บไซต์ข่าวแห่งหนึ่งลงบทความหมิ่นประมาทเขาเกี่ยวกับความขัดแย้งภายในครอบครัว ศาลสั่งจำเลยทั้งสองจ่ายค่าเสียหายให้ลีเป็นเงินเกือบ 9 ล้านบาท จำเลยเตรียมเปิดระดมทุนสาธารณะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ลี เซียนลุง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ (Photo by Adli Ghazali/Anadolu Agency/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า ผู้พิพากษาออเดรย์ ลิม แห่งศาลสูงสิงคโปร์มีคำพิพากษาเมื่อวันพุธที่ 1 กันยายนว่า เทอร์รี ซู หัวหน้าบรรณาธิการเว็บไซต์ข่าวออนไลน์ซิติเซนเอเชีย และรูบาชินี ชุนมูกานาธาน นักเขียนของเว็บไซต์นี้ หมิ่นประมาทนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์จากการลงบทความเมื่อปี 2563 เกี่ยวกับการทะเลาะกันภายในครอบครัว ระหว่างลีกับน้องของเขา เกี่ยวกับมรดกและคำสั่งเสียของอดีตนายกฯ ลี กวนยู บิดาที่เป็นผู้ก่อตั้งประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลสั่งให้ซูจ่ายค่าเสียหายแก่ลี 210,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 5,041,970 บาท) ส่วนคดีที่ผู้เขียนตกเป็นจำเลยนั้น ศาลสั่งให้เขาจ่ายค่าเสียหายให้ลี 160,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 3,841,738 บาท) ทำให้นายกฯ ลีจะได้รับค่าสินไหมทดแทนค่าเสียหายรวมเกือบ 9 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนังสือพิมพ์สเตรทไทมส์รายงานว่า ลีจะบริจาคเงินเหล่านี้ให้การกุศล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านซู เปิดแคมเปญระดมทุนสาธารณะมาใช้จ่ายค่าเสียหายตามคำสั่งศาล โดยลิม เทียน ทนายความของเขาหวังว่าชาวสิงคโปร์ผู้รักชาติจำนวนมากที่รักในเสรีภาพ, เสรีภาพในการพูดและเสรีภาพสื่อ จะมีน้ำใจบริจาคเงินให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนมีนาคม เหลียง จื่อ เฮียน บล็อกเกอร์ชาวสิงคโปร์โดนศาลสั่งให้จ่ายค่าเสียหายเกือบ 100,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ ฐานหมิ่นประมาทลี จากการแชร์บทความทางเฟซบุ๊กที่เชื่อมโยงนายกฯ กับการคอร์รัปชัน เขาเปิดระดมเงินบริจาคจากสาธารณะเช่นกัน และได้เงินครบตามเป้าภายในเวลาไม่กี่วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้สิงคโปร์จะประสบความสำเร็จทางเศรษฐกิจและเป็นประเทศที่มีการคอร์รัปชันน้อยมาก แต่กลุ่มสิทธิมักกล่าวหารัฐบาลว่าจำกัดเสรีภาพในการพูดและเสรีภาพพลเมือง องค์กรผู้สื่อข่าวไร้พรมแดนจัดอันดับเสรีภาพสื่อของสิงคโปร์อยู่ถึงอันดับ 160 จาก 180 ประเทศและดินแดน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พวกผู้นำสิงคโปร์ปกป้องการฟ้องหมิ่นประมาทว่ามีความจำเป็นเพื่อปกป้องชื่อเสียงของพวกเขา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115324</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ่ายค่าเสียหาย, ฟ้องเว็บหมิ่นประมาท, ลี เซียนลุง, สิงคโปร์, ออนไลน์ซิติเซนเอเชีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210901/image_big_612f699685377.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112129</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2021 23:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2021 22:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯสิงคโปร์ปรามอเมริกา กดดันจีนหนักจะอันตรายมาก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรี ลี เซียนลุง แห่งสิงคโปร์แสดงวิสัยทัศน์ต่อการประชุมความมั่นคงแอสเพนเมื่อวันอังคาร เตือนการท้าทายอย่างดุดันของสหรัฐในภูมิภาคนี้ว่า มุมมองแข็งกร้าวมากขึ้นที่สหรัฐมีต่อจีนจะเป็นเรื่องที่อันตรายมาก และจะเป็นหายนะต่อทั้งสองฝ่ายและต่อโลก หากจีนและสหรัฐปะทะกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ นายกฯ ลี เซียนลุง ของสิงคโปร์ (Adli Ghazali/Anadolu Agency/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอังคารที่ 3 สิงหาคม เผยว่า ผู้นำสิงคโปร์กล่าวต่อที่ประชุมแห่งนี้ว่า สหรัฐได้เปลี่ยนจากการใช้แนวทางการแข่งขันที่ดีกับจีน ไปสู่มุมมองที่ว่า อเมริกา &amp;quot;ต้องชนะ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง&amp;quot; และขณะนี้มีความเห็นพ้องกันในสองพรรคการเมืองใหญ่ของสหรัฐเรื่องหนึ่ง ซึ่งเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์กับจีน แต่จุดยืนที่ตรงกันของพวกเขาก็คือ ใช้แนวทางแข็งกร้าว ซึ่งตนไม่แน่ใจว่าเป็นความเห็นพ้องที่ถูกต้องหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมไม่รู้ว่าพวกอเมริกันตระหนักหรือไม่ว่า พวกเขาจะต้องเจอกับคู่ต่อสู้ที่น่าเกรงขามขนาดไหน หากพวกเขาตัดสินใจว่าจีนเป็นศัตรู&amp;quot; นายกฯ ลีแสดงทัศนะ &amp;quot;ในสถานการณ์นี้ ผมอยากบอกกับทั้งสองฝ่ายว่า หยุด แล้วคิดให้รอบคอบ ก่อนที่จะพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว มันอันตรายมาก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ลีกล่าวเตือนว่า จำเป็นอย่างยิ่งที่สหรัฐและจีนต้องพยายามให้หนักในการเกี่ยวพันกันและกันเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะ ซึ่งจะเป็นหายนะต่อทั้งสองฝ่าย และต่อโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาชี้ว่า ทัศนะที่แข็งกร้าวของรัฐบาลสหรัฐที่มีต่อจีนกำลังสอดคล้องมากขึ้นเรื่อยๆ กับความเชื่อของจีนที่ว่า สหรัฐไม่น่าไว้วางใจและต้องการสกัดกั้นการผงาดขึ้นของจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระนั้น ลีสนับสนุนที่รัฐบาลของประธานาธิบดีโจ ไบเดน กลับมาใช้นโยบายต่างประเทศตามแบบแผนมากขึ้น หลังจากความยุ่งเหยิงในสมัยของโดนัลด์ ทรัมป์ โดยบอกว่าประเทศต่างๆ ต้องการความคงเส้นคงวาทางยุทธศาสตร์ระยะยาวจากสหรัฐ และนโยบายที่เชื่อถือได้และคาดเดาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำสิงคโปร์เตือนประเด็นไต้หวันด้วย โดยมองว่าจีนคงไม่อยากเคลื่อนไหวฝ่ายเดียว เช่นการรุกรานไต้หวัน แต่ตัวเขาเชื่อว่ายังมีอันตรายจากการคิดคำนวณที่ผิดพลาดครั้งใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขายังชื่นชมคำกล่าวของลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ ระหว่างมาเยือนสิงคโปร์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเตือนการเปลี่ยนแปลงสถานะเดิมที่เป็นอยู่ของสถานการณ์ไต้หวัน ซึ่งลีบอกว่า หากสหรัฐรักษาจุดยืนเช่นนี้ ก็จะสามารถรักษาสันติภาพและเสถียรภาพข้ามช่องแคบไต้หวันไว้ได้ มิเช่นนั้นก็คงต้องเจอกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112129</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฯสิงคโปร์, ลี เซียนลุง, เตือนอเมริกา, แข็งกร้าวกับจีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210803/image_big_61096791732f9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98426</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2021 19:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2021 19:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สิงคโปร์ลงขัน3ล้าน ช่วยบล็อกเกอร์จ่ายค่าเสียหายหมิ่นนายกฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เหลียง ซื่อเฮียน บล็อกเกอร์ชาวสิงคโปร์ที่โดนนายกรัฐมนตรีลี เซียน ลุง ฟ้องร้องคดีหมิ่นประมาทจนศาลสั่งให้เขาจ่ายชดเชยเป็นเงิน 133,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ ประกาศเมื่อวันจันทร์ว่า การขอระดมเงินทางโซเชียลมีเดียในเวลา 11 วันทำให้เขาได้เงินครบตามจำนวนที่ต้องการแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เหลียงโดนนายกฯ ลี ฟ้องเรียกค่าเสียหายฐานหมิ่นประมาท จากกรณีที่บล็อกเกอร์รายนี้แชร์ข่าวออนไลน์บนเฟซบุ๊กของเขาเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2561 ที่เชื่อมโยงลีกับการสอบสวนคดีทุจริตอื้อฉาวในกองทุนวันเอ็มดีบีของมาเลเซีย ทนายความของผู้นำสิงคโปร์กล่าวว่า การเชื่อมโยงดังกล่าว &amp;quot;เป็นเท็จและไม่มีมูลความจริง&amp;quot; เหลียงลบโพสต์นี้ภายในเวลา 3 วันหลังจากที่ได้แชร์ลิงค์ข่าวนี้ ตามคำร้องขอของรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักวิจารณ์หลายคนกล่าวว่า คดีนี้เป็นตัวอย่างล่าสุดที่รัฐบาลพยายามปิดปากผู้ที่ไม่เห็นด้วยทางออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา ศาลมีคำตัดสินว่าเหลียงมีความผิด และสั่งให้เขาจ่ายชดเชยค่าเสียหายให้แก่นายกรัฐมนตรีเป็นเงิน 133,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 3.1 ล้านบาท) บวกกับค่าใช้จ่ายอื่นๆ ซึ่งยังไม่ได้ระบุจำนวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหลียงเปิดระดมทุนทางออนไลน์จนกระทั่งเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เขากล่าวว่า มีชาวสิงคโปร์มากกว่า 2,000 คนบริจาคเงินจนได้ครบตามจำนวนแล้วหลังผ่านมา 11 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ต้องขอบคุณความช่วยเหลือของพวกคุณ ที่ทำให้เรากล้าเผชิญหน้ากับพวกเขา&amp;quot; เหลียงโพสต์ในเฟซบุ๊กของเขา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98426</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฯสิงคโปร์, บล็อกเกอร์สิงคโปร์, ระดมทุนจ่ายค่าเสียหาย, ลี เซียนลุง, หมิ่นประมาท, เหลียง ซื่อเฮียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210324/image_big_605b4b0f065d6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97188</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2021 21:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2021 21:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลสิงคโปร์สั่งบล็อกเกอร์จ่าย3ล้าน ชดใช้โพสต์หมิ่นนายกฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;บล็อกเกอร์สิงคโปร์โดนคำสั่งศาลให้จ่ายเงินชดใช้ค่าเสียหายเกือบ 3 ล้านบาท ฐานหมิ่นประมาทนายกรัฐมนตรีลี เซียนลุง ด้วยการแชร์บทความทางเฟซบุ๊กที่พาดพิงลีกับคดีคอร์รัปชันอื้อฉาวในมาเลเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ นายกฯ ลี เซียนลุง ของสิงคโปร์ (Photo by Adli Ghazali/Anadolu Agency/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอดิต อับดุลเลาะห์ ผู้พิพากษาศาลสูงสิงคโปร์ ตัดสินเมื่อวันพุธที่ 24 มีนาคม ให้เหลียง ซื่อ เฮียง บล็อกเกอร์ชาวสิงคโปร์ที่เป็นนักวิจารณ์รัฐบาล จ่ายค่าเสียหายให้กับนายกรัฐมนตรีลี เซียนลุง 133,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือราว 3.06 ล้านบาท ซึ่งน้อยกว่าที่ลีเรียกร้องเอาไว้ 150,000 ดอลลาร์สิงคโปร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ลีกล่าวหาเหลียงว่าหมิ่นประมาทเขา จากกรณีที่เหลียงแชร์บทความของสำนักข่าวมาเลเซียแห่งหนึ่งทางเฟซบุ๊กเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2561 กล่าวหาว่าลีเป็นหนึ่งในบุคคลเป้าหมายที่เจ้าหน้าที่มาเลเซียกำลังสอบสวนเรื่องการฟอกเงินที่อื้อฉาวของกองทุนวันเอ็มดีบีของทางการมาเลเซีย คดีนี้เริ่มไต่สวนเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลิม เทียน ทนายความของเหลียงวิจารณ์คำตัดสินของศาลว่าผิดพลาดและมีความบกพร่องอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มสิทธิมนุษยชนมักกล่าวหาเจ้าหน้าที่สิงคโปร์ว่าใช้กฎหมายที่เข้มงวดเพื่อปิดปากผู้วิจารณ์รัฐบาล เมื่อปี 2562 สิงคโปร์ออกกฎหมายต่อต้านการให้ข้อมูลเท็จทางออนไลน์ ให้อำนาจรัฐมนตรีออกคำสั่งบล็อกโพสต์ต่างๆ ทางโซเชียลมีเดียที่เห็นว่าเป็นข้อมูลเท็จ ทำให้มีเสียงวิจารณ์ว่าละเมิดต่อเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97188</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชดใช้ค่าเสียหาย, นายกฯสิงคโปร์, ลี เซียนลุง, สิงคโปร์, โพสต์หมิ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210324/image_big_605b4b0f065d6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69641</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2020 21:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2020 21:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>น้องชายนายกฯลี เซียนลุง เข้าร่วมพรรคฝ่ายค้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;quot;ลี เซียนหยาง&amp;quot; น้องชายของนายกรัฐมนตรีลี เซียนลุง ของสิงคโปร์ ประกาศเมื่อวันพุธว่าเขาเข้าร่วมพรรคสิงคโปร์ก้าวหน้า ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านน้องใหม่ที่อาจหาญท้าทายพรรครัฐบาลในการเลือกตั้งวันที่ 10 กรกฎาคมนี้ แต่เขายังไม่ตัดสินใจว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้งด้วยหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลี เซียนหยาง น้องชายของนายกฯ ลี เซียนลุง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลี เซียนหยาง มีความขัดแย้งมาช้านานกับพี่ชาย ซึ่งเป็นผู้นำประเทศ สืบเนื่องจากกรณีการจัดการบ้านเก่าตามคำสั่งเสียของลี กวนยู บิดาของพวกเขาที่เป็นผู้ก่อตั้งประเทศ นายกฯ ลีโดนน้องๆ กล่าวหาว่าขัดขวางการรื้อทำลายเรือนไม้ของครอบครัวหลังนั้นหลังจากบิดาอสัญกรรมเมื่อปี 2558 เพื่อใช้ประโยชน์จากสิ่งที่พ่อของเขาทิ้งไว้เป็นมรดก แต่ลีปฏิเสธคำกล่าวหานี้ ความขัดแย้งของพี่น้องได้ลุกลามเข้าสู่วงการการเมืองด้วยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันพุธที่ 24 มิถุนายนว่า ลี เซียนหยาง วัย 62 ปี ได้เข้าพบตัน เช็งบ็อก หัวหน้าพรรคสิงคโปร์ก้าวหน้า (พีเอสพี) เมื่อเช้าวันพุธ แล้วเปิดเผยว่าเขาเพิ่งเป็นสมาชิกพีเอสพีเมื่อไม่นานมานี้ โดยอ้างเหตุผลว่าที่เข้าร่วมพรรคนี้เพราะเขาคิดว่าตันมุ่งมั่นทำสิ่งที่ถูกต้องเพื่อประเทศสิงคโปร์และชาวสิงคโปร์ แต่ตัวเขายังไม่ตัดสินใจว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้งด้วยหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีสิงคโปร์เพิ่งยุบสภาตามคำแนะนำของนายกรัฐมนตรีเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ 10 กรกฎาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตัน ซึ่งเคยเป็น ส.ส.พรรคกิจประชาชน (พีเอพี) พรรครัฐบาลที่ปกครองประเทศมานับแต่ประกาศเอกราชเมื่อปี 2508 กล่าวว่า ลี เซียงหยาง ไม่ได้เป็นเพียงแค่คนธรรมดา บิดาของเขาเป็นผู้ก่อตั้งสิงคโปร์ นั่นจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สังเกตการณ์กล่าวกันว่า พีเอสพีซึ่งเพิ่งก่อตั้งเมื่อปีที่แล้ว จะไม่สามารถคุกคามอำนาจพีเอพีได้ แต่การจับมือกันระหว่างคนในตระกูลลีกับตัน ซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับความนิยม อาจดึงคะแนนเสียงบางส่วนจากพรรครัฐบาลได้ และหากลี เซียนหยาง ลงเลือกตั้งก็จะยิ่งสร้างความฮือฮาและมีโอกาสที่เขาจะได้รับเลือกด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69641</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้องชายนายกฯ, พรรคสิงคโปร์ก้าวหน้า, ลี เซียนลุง, ลี เซียนหยาง, สิงคโปร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200624/image_big_5ef36409d7ab7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63874</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ทรัมป์’เล่นการเมืองไวรัส สิงคโปร์ติดเชื้อจ่อขึ้นหมื่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;โดนัลด์ ทรัมป์&amp;quot; หน้ามืด ประกาศลงนามคำสั่งประธานาธิบดีระงับการรับคนเข้าเมืองชั่วคราว อ้างโดน &amp;quot;ศัตรูที่มองไม่เห็น&amp;quot; โจมตี ทั้งที่ยอดติดเชื้อและตายเพราะโควิด-19 ในสหรัฐอเมริกามากสุดในโลกอยู่แล้ว ขณะสิงคโปร์ติดเชื้อจ่อหลักหมื่น นายกฯ ลี เซียนลุง ขยายบังคับใช้มาตรการป้องกันถึงต้นเดือนมิถุนายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศแผนการล่าสุดของเขาผ่านทวิตเตอร์เมื่อคืนวันจันทร์ที่ 20 เมษายน 2563 โดยวอชิงตันโพสต์อ้างแหล่งข่าวที่เป็นเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว 2 รายว่า ทรัมป์น่าจะลงนามคำสั่งของฝ่ายบริหารฉบับนี้อย่างเร็วในวันอังคาร ซึ่งจะบรรลุเป้าหมายนโยบายยาวนานของเขาเพื่อจำกัดคนเข้าเมือง โดยใช้ข้ออ้างวิกฤติด้านสาธารณสุขและเศรษฐกิจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำสหรัฐอเมริกาอ้างถึงโควิด-19 ว่าเป็น &amp;quot;ศัตรูที่มองไม่เห็น&amp;quot; ที่กำลังโจมตีอเมริกา คร่าชีวิตผู้คนแล้วมากกว่า 42,000 คน จากผู้ติดเชื้อเกือบ 788,000 คน และเพื่อปกป้องการจ้างงานของพลเมืองอเมริกัน เขาจึงจะลงนามคำสั่งประธานาธิบดีระงับการออกวีซ่าคนเข้าเมืองทั้งหมดเป็นการชั่วคราว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำเนียบขาวปฏิเสธจะให้รายละเอียดเกี่ยวกับช่วงเวลา หรือฐานรองรับด้านกฎหมาย หรือเหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจของทรัมป์ ซึ่งชูธงนโยบายจำกัดคนต่างด้าวเข้าเมืองและผลงานทางเศรษฐกิจในการเลือกตั้งครั้งที่แล้วเมื่อปี 2559 และก่อนหน้านี้ก็หวังจะนำประเด็นเหล่านี้มาหาเสียงอีกเพื่อรักษาเก้าอี้สมัยที่ 2 ในการเลือกตั้งเดือนพฤศจิกายนปีนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีกล่าวว่า ปีงบประมาณ 2562 กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกาออกวีซ่าคนเข้าเมืองราว 462,000 ราย ส่วนหน่วยงานด้านคนเข้าเมืองและพลเมืองให้สถานะผู้พักอาศัยถาวรในสหรัฐอเมริกา หรือกรีนการ์ดไปเกือบ 577,000 ราย ยังไม่ชัดเจนว่าจะมีคนกลุ่มใดได้รับผลกระทบจากคำสั่งนี้ &amp;nbsp;เนื่องจากสหรัฐอเมริกาสั่งระงับการเดินทางเข้าเกือบทั้งหมดอยู่แล้ว และเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ก็ยังระงับบริการออกวีซ่าทั้งหมดทั่วโลก รวมถึงวีซ่าคนอพยพเข้าเมือง โดยมีความเป็นไปได้ว่ากลุ่มที่จะได้รับผลกระทบด้วยคือกลุ่มที่ต้องการขอกรีนการ์ด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมาชิกพรรคเดโมแครตหลายคนประณามการตัดสินใจของทรัมป์ โดยบอกว่าเป็นการเบี่ยงเบนความสนใจจากความล้มเหลวของรัฐบาลทรัมป์ในการรับมือกับไวรัสโคโรนา แม้ทรัมป์จะยกความดีความชอบที่เขาตัดสินใจห้ามผู้เดินทางจากจีนเข้าสหรัฐอเมริกาตั้งแต่เดือนมกราคม และห้ามผู้เดินทางจากหลายชาติยุโรปตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม แต่มาตรการล็อกดาวน์ของหลายสิบมลรัฐกระทบต่อเศรษฐกิจที่ทำให้คนว่างงานแล้ว 22 ล้านคน และทรัมป์พยายามกดดันให้ผู้ว่าการรัฐต่างๆ รีบผ่อนคลายมาตรการ รวมถึงการพูดให้ท้ายประชาชนออกชุมนุมประท้วงคำสั่งบังคับให้คนอยู่บ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกด้านหนึ่ง องค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) ย้ำอีกครั้งระหว่างการแถลงข่าวที่นครเจนีวาเมื่อวันอังคารว่า ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่มีต้นตออยู่ในค้างคาว โดย ฟาเดลา ชาอิบ โฆษกดับเบิลยูเอชโอ กล่าวว่า หลักฐานที่มีทั้งหมดบ่งชี้ว่าไวรัสนี้มีต้นกำเนิดในสัตว์ ไม่ได้เกิดจากการดัดแปลงหรือสร้างขึ้นในห้องปฏิบัติการทดลองหรือสถานที่แห่งใด แม้จะยังไม่มีข้อมูลชัดเจนว่าไวรัสนี้กระโดดข้ามสปีชีส์มาติดมนุษย์ได้อย่างไร แต่แน่ใจได้ว่ามีสัตว์พาหะเป็นตัวกลาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สัปดาห์ที่แล้ว ประธานาธิบดีทรัมป์และสื่อสหรัฐอเมริกาพยายามปลุกกระแสทฤษฎีสมคบคิด ที่ว่าไวรัสนี้หลุดจากห้องแล็บอู่ฮั่นในภาคกลางของจีน ซึ่งเป็นศูนย์กลางที่พบการระบาดครั้งแรกเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านสถานการณ์ในสิงคโปร์ซึ่งรุนแรงที่สุดในกลุ่มอาเซียน เมื่อวันอังคาร กระทรวงสาธารณสุขสิงคโปร์รายงานว่า มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่อีก 1,111 คน ยอดสะสมในประเทศเพิ่มเป็น 9,125 คน &amp;nbsp;ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างชาติที่อาศัยในหอพักแรงงานที่แออัด ซึ่งอาคาร 19 หลังอยู่ภายใต้มาตรการกักกันโรคแล้ว และแรงงานหลายพันคนถูกย้ายไปพักที่อื่นเช่นอพาร์ตเมนต์ว่างเพื่อลดความเสี่ยง ในกลุ่มผู้ติดเชื้อรายใหม่พบเป็นการแพร่เชื้อในหมู่ชาวสิงคโปร์หรือผู้มีถิ่นพำนักถาวร 20 คน ส่วนจำนวนผู้เสียชีวิตยังอยู่ที่ 11 คนเท่าเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีลี เซียนลุง แถลงต่อประชาชนผ่านโทรทัศน์ช่วงเย็นว่า รัฐบาลจะขยายเวลาบังคับใช้มาตรการปิดโรงเรียนและธุรกิจที่ไม่จำเป็น ซึ่งเริ่มใช้เมื่อต้นเดือนนี้ออกไปจนถึงวันที่ 1 มิถุนายน จากเดิมที่จะครบกำหนดวันที่ 4 พฤษภาคม และจะเพิ่มความเข้มงวดของมาตรการด้วย ลียอมรับว่าจะมีคนจำนวนมากผิดหวังกับการขยายมาตรการ ซึ่งภาคธุรกิจและแรงงานจะได้รับผลกระทบอย่างมาก แต่เขาหวังให้ประชาชนเข้าใจว่าความเจ็บปวดระยะสั้นนี้ก็เพื่อควบคุมไวรัส ปกป้องสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชน ที่จะทำให้สิงคโปร์ได้ฟื้นฟูเศรษฐกิจอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน อินโดนีเซียรายงานว่ามีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 375 คน ยอดติดเชื้อสะสมเพิ่มเป็น 7,135 &amp;nbsp;คน แต่อินโดนีเซียเพิ่งตรวจเชื้อแค่ราว 46,700 คน และมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 26 คน ยอดผู้เสียชีวิตรวมเป็น &amp;nbsp;616 คน มากที่สุดในอาเซียน ส่วนฟิลิปปินส์มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 140 คน ยอดสะสมเป็น 6,599 คน เสียชีวิตเพิ่ม 9 คน ยอดผู้เสียชีวิตรวมเป็น 437 คน และมาเลเซียมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 57 คน ยอดสะสม &amp;nbsp;5,482 คน เสียชีวิตเพิ่ม 3 คน รวมเป็น 92 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพรวมทั่วโลก จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ใกล้ถึง 2.5 ล้านคนแล้ว ข้อมูลที่มหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์รวบรวมถึง 18.00 น. วันอังคารของไทย ผู้ติดเชื้อสะสมทั่วโลกอยู่ที่ 2,494,915 ราย ใน 10 &amp;nbsp;อันดับแรกของโลก สหรัฐอเมริกามีผู้ติดเชื้อมากที่สุด 787,960 ราย, สเปน 204,178 ราย, อิตาลี &amp;nbsp;181,228 ราย, ฝรั่งเศส 156,493 ราย, เยอรมนี 147,065 ราย, สหราชอาณาจักร 125,856 ราย, ตุรกี &amp;nbsp;90,980 ราย, จีน 83,849 ราย, อิหร่าน 83,505 ราย และรัสเซีย 52,763 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำนวนผู้เสียชีวิตทั่วโลก 171,249 ราย สหรัฐอเมริกามีผู้เสียชีวิตมากที่สุด 42,364 ราย โดยยังคงมีผู้เสียชีวิตใน 24 ชั่วโมงเป็นหลักพัน ที่ 1,433 รายเมื่อวันจันทร์ นครนิวยอร์กเมืองเดียวมีคนเสียชีวิต &amp;nbsp;14,604 คน อิตาลีมีผู้เสียชีวิตมากรองลงมาที่ 24,114 คน, สเปน 21,282 คน, ฝรั่งเศส 20,265 คน เป็นชาติที่ 4 ที่มีผู้เสียชีวิตเกินหลักสองหมื่น, สหราชอาณาจักร 16,509 คน, เบลเยียม 5,998 คน, อิหร่าน &amp;nbsp;5,297 คน, เยอรมนี 4,862 คน, จีน 4,636 คน และเนเธอร์แลนด์ 3,751 คน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63874</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, การเมืองไวรัส, ระงับการรับคนเข้าเมืองชั่วคราว, ลี เซียนลุง, ศัตรูที่มองไม่เห็น, สหรัฐอเมริกา, สิงคโปร์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19, โคโรนาไวรัส, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200421/image_big_5e9ef03d37555.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43809</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2019 21:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2019 21:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สิงคโปร์เตรียมทุ่มงบระยะยาวแสนล้าน ป้องกันประเทศจากระดับน้ำทะเลสูง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์เปิดเผยแผนระยะยาว 10 ปีเพื่อป้องกันประเทศจากระดับน้ำทะเลสูงขึ้น โดยคาดว่าต้องใช้งบประมาณไม่ต่ำกว่า 100,000 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ นักท่องเที่ยวถ่ายภาพที่เมอร์ไลออนพาร์คของสิงคโปร์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีลี เซียนลุง ของสิงคโปร์ กล่าวเมื่อค่ำวันอาทิตย์ที่ 18 สิงหาคม ระหว่างการแถลงนโยบายสำคัญของประเทศว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหรือภาวะโลกร้อน เป็นหนึ่งในความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมนุษยชาติ สิงคโปร์ได้รับผลกระทบแล้วทั้งจากสภาพอากาศที่ร้อนขึ้นและพายุฝนฟ้าคะนองที่รุนแรงขึ้น สิงคโปร์เป็นประเทศที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำ ความเสี่ยงที่คุกคามประเทศอย่างมากก็คือระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นทุกที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามกฎหมายเดิมของสิงคโปร์กำหนดให้ผู้ก่อสร้างอาคารจะต้องสร้างอยู่เหนือระดับน้ำทะเลเฉลี่ยอย่างน้อย 3 เมตร เพื่อเหลือพื้นที่ 1 เมตรไว้รับน้ำท่วมในเวลาน้ำขึ้น แต่ถ้าระดับน้ำทะเลสูงขึ้น 1 เมตรจากภาวะโลกร้อน ทำให้คันกั้นน้ำทะเลอาจแตกถ้าเกิดฝนตกหนักและน้ำขึ้น รัฐบาลสิงคโปร์ออกกฎหมายใหม่ให้อาคารที่จะสร้างใหม่จะต้องสูงเหนือระดับน้ำทะเล 4 เมตร โดยอาคารผู้โดยสารหมายเลข 5 หลังใหม่ของสนามบินชางงี จะสร้างสูงเหนือระดับน้ำทะเล 5 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำสิงคโปร์เผยว่า มาตรการสำคัญในการป้องกันระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นคือ เรียนรู้จากประสบการณ์ของเนเธอร์แลนด์ ที่รอดจากน้ำทะเลท่วมด้วยการสร้างกำแพงทะเล จากนั้นระบายน้ำเพื่อให้เกิด &amp;quot;ที่ลุ่ม&amp;quot; อีกทางเลือกหนึ่งคือ สร้างเกาะต่างๆ อยู่นอกชายฝั่งและเชื่อมต่อเกาะต่างๆ ด้วยทำนบเพื่อสร้างเป็นอ่างเก็บน้ำจืด ซึ่งใช้ระบายน้ำฝน โครงสร้างพื้นฐานเพื่อป้องกันชายฝั่งสิงคโปร์ต้องใช้งบอย่างน้อย 100,000 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ตามแผนแก้ไขปัญหา 100 ปี การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นเรื่องจริงจังไม่ต่างกับการสร้างกองทัพป้องกันประเทศ เพราะเป็นเรื่องของชีวิตและความตายเช่นกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43809</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำแพงกันทะเล, น้ำทะเลสูง, ระดับน้ำทะเล, ลี เซียนลุง, สิงคโปร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190819/image_big_5d5ab24fe89d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
