<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>16338</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2018 15:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2018 15:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ยะใส&#039; ยก 5 เหตุผลควรทบทวนร่างกม.ลงโทษหนักลืมพกใบขับขี่!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ส.ค.61 - นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต และผู้อำนวยการสถาบันปฏิรูปประเทศไทย โพสต์ข้อความ &amp;quot;5 เหตุผล ที่ควรทบทวนและประชาพิจารณ์ ร่าง กม.เพิ่มโทษใบขับขี่ 10,000-50,000 บาท&amp;quot; ลงในเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;กรณีที่กรมการขนส่งทางบก เสนอ ครม.ปรับแก้ พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 และ พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522 โดยเพิ่มโทษผู้ที่ขับรถ แต่ไม่พกและไม่มีใบขับขี่ ในอัตราเพดาน 10,000-50,000 เป็นปรับสูงสุด 50,000 บาทนั้นจำคุกไม่เกิน 3 เดือนนั้น แม้จะเข้าใจว่าเป็นความพยายามเพื่อลดอุบัติเหตุหรือแก้ปัญหาจราจรก็ตาม แต่ผมมีข้อสังเกตกับร่างแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ ใน 5 ประเด็นดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ตรรกะของการเพิ่มอัตราโทษให้แรงขึ้นเพื่อแก้ปัญหานั้นเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้วหรือ เพราะปัญหาจราจรมีปัจจัยเกี่ยวเนื่องที่ไม่ใช่แค่เรื่องของใบขับขี่เท่านั้น และผลกระทบต่อคนหาเช้ากินค่ำอาจรุนแรงกว่าที่คิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. แม้ว่าค่าปรับและโทษจำคุกจะเป็นดุลยพินิจของศาลคล้ายๆโทษเมาแล้วปรับจึงไม่ต้องห่วงว่าตำรวจจะมาหาประโยชน์นั้นไม่น่าจะเป็นความจริง เพราะเอาเข้าจริงๆแล้วไม่มีใครอยากขึ้นโรงขึ้นศาล การใช้วิธียัดเงินเคลียร์ปัญหาในขั้นตำรวจก็จะเกิดขึ้นตามมาแล้ว ยิ่งจะทำให้ระบบศาลเตี้ยขยายใหญ่ขึ้นจากอัตราโทษที่เพิ่มขึ้นหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. การอ้างว่าหลายประเทศก็ใช้อัตราโทษปรับสูงและรุนแรงแบบเป็นข้ออ้างที่มองข้ามบริบทของแต่ละสังคม โดยเฉพาะประเทศเหล่านั้น มีอัตราค่าครองชีพที่สูงกว่าประเทศไทยค่อนข้างมาก จึงไม่เป็นปัญหาในการกำหนดอัตราโทษในลักษณะที่สูงเช่นนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ร่างแก้ไขกฎหมายฉบับนี้หารือกันเฉพาะในองค์กรที่เกี่ยวข้องแต่ไม่ได้สอบถามหรือรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนอย่างจริงจัง จึงอาจซ้ำรอยของพระราชกำหนดแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าวหรือร่างกฎหมายที่ห้ามนั่งท้ายรถกระบะ ซึ่งในที่สุดก็ถูกต่อต้านและไม่ตอบโจทย์การแก้ปัญหาอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. ร่างกฎหมายฉบับนี้มีประเด็นที่ควรทำประชาพิจารณ์ หรือรับฟังความเห็นสาธารณะหลายประเด็นด้วยกัน เช่น กรณีมีใบขับขี่ แต่ลืมจะมีความผิดด้วยหรือไม่ ปัญหาอุบัติเหตุกับเยาวชนที่ไม่มีใบขับขี่เกี่ยวเนื่องกับปัญหาครอบครัวและปัญหาเยาวชนในมิติอื่นหรือไม่ หรือโทษที่เพิ่มขึ้นถ้าต้องเพิ่มควรอยู่ในอัตราเท่าไหร่จึงจะเหมาะสม หรืออาจเป็นการเปิดช่องให้ตำรวจบางนายรีดไถประชาชนเพิ่มขึ้นหรือไม่ จึงเห็นควรชะลอร่างกฏหมายฉบับนี้ไว้ก่อนแล้วรับฟังความคิดเห็นประชาชนทุกกลุ่มอย่างกว้างขวาง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16338</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายจราจร, นายสุริยะใส กตะศิลา, ลืมใบขับขี่, โทษหนักลืมพกใบขับขี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b18f8dd650.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
