<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>29306</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/02/2019 15:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/02/2019 18:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บนเส้นทางสู่ลุมพินีวัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ทิวทัศน์ที่เห็นโดยทั่วไปตลอดเส้นทางโปขรา-ลุมพินี)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; วันที่เมฆบนฟ้าเป็นใจ แม้เกือบ 9 โมงเช้าแล้วก็ยังไม่ลอยไปก่อกวนทิวเขาอันนะปุรณะ วันอากาศแจ่มใสอย่างนี้ผมต้องเดินทางออกจากเมืองโปขรา แต่เมื่อเป้าหมายที่กำลังจะมุ่งหน้าไปสู่คือลุมพินีวัน ความรู้สึกเสียดายก็ไม่ปรากฏในใจเหมือนดังหมู่เมฆที่ลอยไกลจากขุนเขา
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ทิวเขาอันนะปุรณะ โดยเฉพาะยอดเขาอันนะปุรณะที่ 1 สร้างความยำเกรงให้กับบรรดานักปีนเขาทั่วโลก เพราะมีผู้พิชิตได้เพียงประมาณ 200 คน น้อยที่สุดในบรรดายอดเขาความสูงเกิน 8,000 เมตรทั้งหลาย และโอกาสที่จะเอาชีวิตไม่รอดเมื่อปีนถึงยอดแล้วก็มีอัตราส่วนสูงที่สุด กิจกรรมที่ได้รับความนิยมแทนการปีนยอดเขาก็คือการเดินป่าในเส้นทางที่ชื่อว่า Annapurna Circuit โดยส่วนมากจะเริ่มจาก &amp;ldquo;เบซิซาฮาร์&amp;rdquo; เมืองใกล้ๆ กรุงกาฐมาณฑุ เดินอ้อมทิวเขาอันนะปุรณะและกลุ่มยอดเขาใกล้เคียงแบบทวนเข็มนาฬิการาวๆ 200 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 20 วันก็จะวกมาถึงเมืองโปขรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;9&amp;nbsp;โมงกว่าแล้วรถโรงเรียนเพิ่งผ่านไป แต่เด็กๆ ไม่ได้ไปสายเพราะที่เนปาลเข้าเรียนกันตอน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;โมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้เดินจะได้เรียนรู้วัฒนธรรมหมู่บ้านชาวฮินดูในช่วงต้นๆ ไปจนสัมผัสวิถีชีวิตแบบทิเบตในเขตใกล้ชายแดนตอนเหนือ จากความสูงตั้งแต่ 800 กว่าเมตรเหนือระดับน้ำทะเล จนถึง 5,000 กว่าเมตร หลายคนยกให้เป็นเส้นทางเดินป่าระยะไกลที่ดีที่สุดในโลก คราวนี้ผมยังไม่มีเวลา และในโอกาสหน้าที่มีเวลาก็ไม่รู้ว่าจะกล้าแลกไหม เหตุเพราะไม่ใช่แนวการเดินทางที่ถนัด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตั๋วรถบัสระบุเลขที่นั่งไว้ด้วย ผมเลือกไว้ตั้งแต่ตอนซื้อเมื่อ 3 วันก่อน ฝรั่งสาวไม่ตอบสนองใดๆ เมื่อผมบอกหล่อนว่าหมายเลข 5 เป็นของผม หล่อนมากับเพื่อนอีกคนจึงคงอยากนั่งด้วยกันในตำแหน่งที่หลายคนอิจฉา ผมจำต้องเดินหนีไปนั่งที่นั่งเกือบหลังสุดฝั่งขวาของตัวรถ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; เด็กรถขึ้นมานับจำนวนคน ผมแจ้งเขาว่าที่นั่งของผมถูกแย่งไปแล้ว เขาว่าอีกสักครู่จะมีคนขึ้นมาจัดการให้นั่งตามตั๋ว แต่พอชายอ้วนคนจัดการขึ้นมาเขาก็แค่ออกคำสั่งสลับที่นั่งสอง-สามตำแหน่ง ไม่ทันเดินมาถึงผมเขาก็ลงจากรถไป แล้วบัสนักท่องเที่ยวก็ออกจาก Tourist Bus Park
&amp;nbsp; &amp;nbsp; แม้ออกจากเขตเมืองโปขรามาแล้วความมหึมาสีขาวเข้มก็ยังไล่ตามหลัง อาจหลบหายไปบ้างในบางโค้งเลี้ยว เหมือนว่าหิมาลัยกำลังโบกมืออำลา นานอยู่เหมือนกันกว่าจะลับตาหายไป ซึ่งคงเป็นช่วงที่รถเริ่มไต่ลงเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;บัสนักท่องเที่ยวจอดแวะให้ผู้โดยสารเข้าห้องน้ำและกินของว่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ระหว่างทางเห็นเด็กนักเรียนนั่ง-ยืนรอรถโรงเรียนอยู่ริมถนนฝั่งตรงข้ามกับรถบัสของเรา ซึ่งเป็นฝั่งที่จะเข้าเมืองโปขรา แม้ว่าเวลาจะปาเข้าไป 9 โมงกว่าแล้ว ไม่ใช่ว่าเด็กๆ เหล่านี้จะไปโรงเรียนสาย หากแต่โดยทั่วไปแล้วเด็กเนปาลจะเข้าเรียนในเวลา 10 โมงเช้า และเลิกเรียนเวลา 6 โมงเย็น ในแต่ละสัปดาห์จะหยุดเรียนแค่วันเสาร์วันเดียว และวันศุกร์เป็นวันสำหรับการเรียนร้องเพลงและเต้นรำ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผมมองว่าการเริ่มเข้าเรียนตอน 10 โมงก็ดีไปอีกอย่าง เด็กๆ ไม่ต้องงัวเงียตื่นแต่เช้าตรู่ อาบน้ำอย่างลวกๆ และกินข้าวแบบเร่งๆ ยัดเข้าปากโดยที่ยังเคี้ยวไม่ละเอียดก็รีบกลืนลงคอ เพราะกลัวจะไปโรงเรียนไม่ทัน ผมเองมีประสบการณ์อย่างที่ว่า แถมยังเป็นคนแรกที่รถโรงเรียนจะมารับ บางวันมาจอดกดดันหน้าบ้านจนไม่ได้กินข้าวเช้า พอโตขึ้นมาก็กลายเป็นคนขี้กระวนกระวายเมื่อถึงเวลารถใกล้จะออก เครื่องบินใกล้จะขึ้น วิตกว่าจะไปตามนัดไม่ทัน หากมีธุระเช้าก็จะนอนไม่หลับ ลักษณะคล้ายๆ กับตัวละครตัวหนึ่งในนิยายของ เอฟ.สก็อต ฟิตซ์เจอรัลด์ ซึ่งเขาเขียนขึ้นตามหลักจิตวิทยาเด็ก ขออภัยท่านผู้อ่านที่ผมจำชื่อเรื่องไม่ได้เสียแล้ว เพราะเคยอ่านเพียงช่วงเริ่มต้นเรื่อง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ในช่วงแรกของการเดินทาง รถบัสยังไม่เปิดแอร์ เพราะอากาศยังคงเย็นสบาย มองออกไปนอกหน้าต่างเป็นภาพท้องทุ่งเล็กๆ ลาดเอียง นาขั้นบันไดก็มี ถัดไปเป็นภูเขา หลังภูเขาก็เป็นภูเขาที่สลับซับซ้อนไปเรื่อยๆ หากเป็นช่วงที่วิ่งอยู่บนไหล่เขาสูงชันก็จะมองเห็นโตรกธารอยู่ด้านล่างและหุบเหวน่าเกรงขาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;รอรถโรงเรียนเป็นเพื่อนกันก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เวลา 10 โมงกว่าๆ รถจอดแวะพักไม่กี่นาทีให้ผู้โดยสารเข้าห้องน้ำและซื้ออาหารว่างกินรองท้อง ก่อนจะจอดอีกครั้งตอนเที่ยงนิดๆ คราวนี้จอดนานพอดู มีร้านอาหารขนาดรองรับลูกค้าที่มากับรถบัสได้พร้อมกันทั้งคัน ตัวร้านมุงหลังคาสังกะสี ด้านข้างเปิดโล่ง ตั้งยื่นออกไปจากไหล่เขาริมถนน ให้ทัศนียภาพหุบเขาที่งดงาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาหารส่วนมากจะปรุงใส่หม้อไว้แล้ว มีแกงหลายหม้อ วางเคียงกับข้าวสวย นานและจาปาตี ผู้หญิงฝรั่งคนหนึ่งอายุประมาณ 50 ปี เดินทางคนเดียวนั่งที่โต๊ะริมเหว ใช้มือเปิบข้าวกินอย่างเอร็ดอร่อย ผมเองด้อมๆ มองๆ อยู่ก็ไม่รู้ว่าจะกินอะไรดี อีกทั้งกลัวว่าเงินรูปีเนปาลจะไม่พอถึงวันข้ามแดนกลับไปฝั่งอินเดีย จึงออกไปซื้อแอปเปิ้ลลูกจิ๋วราคาลูกละ 30 รูปี หรือประมาณ 10 บาท มากิน 2 ลูก แน่นอนว่านี่คือราคานักท่องเที่ยว ผมถามว่าแอปเปิ้ลมาจากไหน แม่ค้าตอบว่า &amp;ldquo;มุสแตง&amp;rdquo; พื้นที่ห่างไกลทางด้านทิศเหนือที่ติดกับทิเบต แอปเปิ้ลคือผลไม้ขึ้นชื่อของเขตนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;หิมาลัยตามมาส่งนักท่องเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ฝรั่งหนุ่มคนหนึ่งไม่ยอมเข้าพวกเช่นกัน เขายืนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ห่างออกไปจากร้านอาหารและห้องน้ำ สังเกตอยู่ไม่นานผมก็รู้ว่าเขาปลีกตัวไปสูบกัญชาแบบพันลำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อรถบัสออกเดินทางอีกครั้ง หนุ่มจีนศีรษะโล่งเตียนที่ก่อนนี้นั่งอยู่ด้านหลังฝั่งซ้ายมือข้ามฝั่งมาขอนั่งด้วย เพราะเขาถูกแย่งที่โดยคนท้องถิ่นที่ขึ้นมา 4-5 คน ระหว่างนักท่องเที่ยวกินอาหารเที่ยง รถนักท่องเที่ยวจึงถูกแจมด้วยชาวบ้านเป็นที่เรียบร้อย คงเพราะรถบรรทุกไม่เต็มพิกัด โชเฟอร์จึงหารายได้เพิ่มด้วยวิธีนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนุ่มตี๋เห็นผมเอายาหม่องตราเสือขึ้นมาดมเขาจึงขอบ้าง พอผมเปิดฝาเขาก็ใช้นิ้วชี้ขุดลงไปได้ยาหม่องมาก้อนหนึ่ง เอาแปะที่ขมับทั้ง 2 ข้าง และป้ายพาดเป็นเส้นตรงตามขวางใต้จมูก แล้วก็หลับตานอน และหลับจริงๆ จังๆ ถึงขั้นมีช็อตที่เอาหัวมาซบไหล่ผม ให้สงสัยว่าเขานอนหลับลงไปได้อย่างไรกับปริมาณยาหม่องที่มากขนาดนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ศาลารอรถจากธรรมชาติร้อยเปอร์เซ็นต์ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผมเองเมื่อผ่านไปได้สักระยะก็เผลอหลับไปหลายจังหวะเหมือนกัน แต่ก็ต้องตื่นทุกทีเพราะหัวไปโขกกับราวเหล็กริมกระจกที่มีไว้จับยามรถโคลงเคลงหรือเข้าโค้ง โชคยังดีที่หัวไม่ปูด และมาคิดว่าพวกที่นั่งรถบัสเส้นทางนี้เที่ยวกลางคืนคงจะประสบปัญหาหนักกว่านี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนรถจะออกจากโปขรา หนุ่มแว่นขายตั๋วบอกผมว่ารถบัสจะถึงลุมพินีเวลาประมาณบ่ายโมงครึ่งหรือบ่ายสอง แต่เมื่อเวลาปาเข้าไปบ่ายสามแล้วรถก็ยังไม่ถึงเมืองพุฒวัล (Butwal) และเมื่อผ่านพุฒวัลมาแล้วรถยิ่งวิ่งช้าลงไป เพราะถนนแย่กว่าบนเขาเสียอีก ตอนที่ผ่านซุ้มประตูชื่อ Gateway to Lumbini ระยะทางห่างจากลุมพินีวันไม่ถึง 20 กิโลเมตร แต่รถใช้เวลาวิ่งนับชั่วโมง กระทั่ง 5 โมงเย็นกว่าๆ รถจึงจอดป้ายสุดท้ายที่ลุมพินีบาซาร์ ใกล้ประตู 5 ของอุทยานลุมพินีวัน รวมเวลาเดินทางประมาณ 9 ชั่วโมง พอๆ กับขาไปเมื่อ 4 วันก่อน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;สวยงามและน่ากลัวในเวลาเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผมถามเด็กรถเรื่องการเดินทางไปยังด่านโสเนาลีสำหรับพรุ่งนี้ เขาก็บอกให้มาขึ้นรถบัสท้องถิ่นแถวๆ นี้ แล้วเขาก็ถามผมบ้างว่ามีที่พักหรือยัง พอตอบว่ายัง เขาก็แนะนำชายคนหนึ่งให้ผมรู้จัก บอกว่าเป็นเพื่อนกัน แล้วเขาก็เดินหายไปโดยที่ผมยังไม่ทันจะได้ถามว่ากระเป๋าเสื้อผ้าอยู่ไหน พอดีกับจังหวะที่หันไปเห็นกระเป๋านอนคลุกฝุ่นอยู่หลังรถบัส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนุ่มเจ้าถิ่น หลังจากที่ได้รับการแนะนำจากเด็กรถแล้วก็เสนอว่าเขามีเกสต์เฮาส์อยู่ในซอย เข้าไปนิดเดียว ผมถามราคาเสียก่อนเพื่อจะได้ประเมินล่วงหน้าว่าสมควรเดินตามเขาไปหรือไม่ เขาตอบว่า &amp;ldquo;700 รูปีเนปาล เข้าไปดูก่อนก็ได้ ไม่ชอบไม่เป็นไร&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พักของเขาชื่อ Karve Guesthouse ตั้งอยู่เป็นหลังรองสุดท้าย ห่างจากปากซอย Karuna Girls College ประมาณ 300 เมตร บริหารแบบกิจการครอบครัว คือเมียและลูกๆ อาศัยอยู่ชั้นล่าง ชั้นบนอีก 2 หรือ 3 ชั้น ทำเป็นห้องพักให้แขกเช่า และเมียนั่นแหละคือผู้ทำความสะอาดบ้านทั้งหลัง เขาให้ผมดูห้องชั้น 2 ใจดียกห้องเตียงใหญ่ริมระเบียงให้ ดูแล้วดีเกินราคาคืนละ 200 บาทไปมาก และผมก็ขี้เกียจเดินออกไปหาที่ใหม่ จึงตอบตกลง เขาถามว่าจะกินข้าวที่บ้านด้วยไหม จะได้ให้เมียทำกับข้าวเผื่อแล้วค่อยคิดเงินเพิ่ม ผมตอบว่าขอเดินออกไปดูแถวตลาดก่อนดีกว่า หลังจากนั้นจนกระทั่งเช็กเอาต์ตอนเที่ยงวันรุ่งขึ้นผมก็ไม่เจอหน้าพ่อหนุ่มคนนี้อีกเลย เข้าใจว่ามีงานอื่นให้ทำด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ห้องน้ำของที่นี่ดีที่สุดในบรรดาห้องพักระดับราคาใกล้เคียงกันที่ผมพักทั้งในอินเดียและเนปาล ฝักบัวขนาดใหญ่กระจายน้ำออกมาในระดับที่แรงพอดี อาบน้ำสบายตัวแล้วผมก็ออกไปหามื้อค่ำ มีร้านอาหารที่เน้นไก่ทอดอยู่บริเวณต้นซอย ดูน่ากิน แต่ไม่มีเมนูให้ตรวจสอบราคา จึงบอกไปว่าอาจจะกลับมาใหม่ ขอเดินสำรวจอีกหน่อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ถ้านั่งริมหน้าต่างแล้วเผลอหลับหัวก็จะโขกกับราวเหล็กเพราะถนนคดโค้งตลอดเส้นทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถนนวิษณุปุระ ซึ่งเป็นถนนล้อมรอบเขตอุทยานลุมพินีวันในลักษณะสี่เหลี่ยมผืนผ้า ด้านกว้างอยู่ทางทิศเหนือและทิศใต้ บริเวณที่ผ่านลุมพินีบาซาร์ (อยู่ฝั่งด้านยาวทางทิศตะวันออกตอนล่างๆ) กำลังมีการก่อสร้างวางท่อทำให้มีฝุ่นคลุ้งเล็กน้อย ผมเดินข้ามไปยังหน้าประตูทางเข้าลุมพินีวัน ชื่อ &amp;ldquo;ลุมพินีวัน&amp;rdquo; ก็มาจากคำว่า &amp;ldquo;ลุมพินี&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;วนา&amp;rdquo; ซึ่งวนาก็คือป่านั่นเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ป้ายชี้บอกว่าวิหารมายาเทวีและเสาหินอโศกแสดงตำแหน่งประสูติของเจ้าชายสิทธัตถะอยู่ห่างออกไปเป็นเส้นตรงระยะทาง 923 เมตร ซึ่งจากประตู 5 นี้ถือว่าใกล้กว่าประตูอื่นๆ ที่เหลือทั้งหมด มีป้ายแสดงแผนที่ของตำบลลุมพินีและแผนผังเขตอุทยาน วัดพุทธของประเทศต่างๆ ล้วนตั้งอยู่ภายใน ทำความเข้าใจอยู่ครู่หนึ่งก็เดินกลับฝั่งไป เพราะไม่มีประโยชน์ที่จะเข้าไปตอนนี้ แม้ว่าอุทยานจะปิดเวลา 3 ทุ่มก็ตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร้านอาหารในละแวกนี้มีอยู่ไม่มาก ผมเลือกร้าน 365 Restaurant มีสัญลักษณ์ Tripadviser ติดอยู่ตรงกระจก แต่ผลักประตูเข้าไปไม่เห็นลูกค้าเลยสักคนเดียว ขอเมนูมาดูแล้วเลือกสั่งข้าวผัดผัก ราคา 150 รูปี, ไก่ซาเดโก ราคา 200 รูปี และเบียร์เนปาลยี่ห้อ Gorkha แบบ Strong ราคากระป๋องละ 250 รูปี &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริกรหนุ่มมาจากเมืองโปขรา ผมถามเขาว่าร้านอาหารที่บ้านคุณมีตั้งมากมายทำไมเลือกมาอยู่ลุมพินี เขาว่ามาที่นี่ได้แค่เดือนเดียวเท่านั้นแหละ เดี๋ยวก็จะกลับไปแล้ว เพราะที่โปขรากำลังจะเข้าไฮซีซั่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมเดินกลับที่พักแล้วเปิดไวน์เนปาลยี่ห้อ Big Master ที่เหลือจากเมื่อคืนดื่มไป 1 แก้วก็เข้านอน หลับลงได้โดยง่าย เพราะความอ่อนเพลียจากการโยกร่างไปตามหลุมบ่อของถนนและแรงเลี้ยวโค้งของรถบัสเมื่อตอนกลางวัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รุ่งขึ้นตื่นตั้งแต่ 6 โมงเช้า แต่กว่าจะออกไปยังลุมพินีวันก็เกือบ 7 โมง รถสามล้อไฟฟ้าแบบหลังคาโค้งจอดเรียงแถวรอผู้โดยสารอยู่เกือบ 10 คัน ตรงหลังประตูทางเข้า โชเฟอร์ที่ควบตำแหน่งไกด์ชักชวนให้ใช้บริการ แต่ผมปฏิเสธ เพราะถนนกว้างและร่มรื่นน่าเดิน ต้นคูนสองข้างทางก็กำลังผลิดอก ลิงจ๋อ 4-5 ตัว โผล่ออกมาจากป่านั่งเล่นรับแดดอุ่น &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พลางคิดว่าระยะทางไกลกว่านี้ก็เดินได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29306</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทิวเขาอันนะปุรณะ, ลุมพินี, เบื้องหน้าที่ปรากฏ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a376835176cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13228</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เหตุราคาที่ดินปรับตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ราคาที่ดินในย่านใจกลางกรุงเทพมหานครมีอัตราการปรับตัวสูงขึ้นกว่า 1,000% นับจากปี 2531 ซึ่งอัตราการเติบโตของราคาที่ดินเริ่มขยับสูงขึ้นต่อเนื่องในช่วงกลางปี 2540 และราคามีการปรับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา สำหรับที่ดินที่อยู่ในย่านใจกลางเมืองที่สำคัญหรือในซีบีดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งในช่วงปลายปี 2520 ต่อเนื่องเข้าสู่ปี 2530 มีการซื้อขายที่ดินขนาดใหญ่ 2 แปลงด้วยกัน คือ ที่ดินขนาด 8 ไร่ บนถนนสาทร โดยผู้พัฒนาเดิมของอาคารเอ็มไพร์ ทาวเวอร์ซื้อไปที่ราคาประมาณ 125,000 บาทต่อตารางวา และที่ดินขนาด 21-1-08 ไร่ บนถนนวิทยุ ซึ่งเป็นบ้านของผู้จัดการธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดในยุคนั้น ขายให้กับกลุ่มเอ็มไทย มูลค่าที่ดินประมาณ 250,000 บาทต่อตารางวา ซึ่งปัจจุบันพัฒนาเป็นโครงการออลซีซั่นเพลส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการขายที่ดินแปลงล่าสุดในย่านสาทร คือ ที่ดินขนาด 8 ไร่ ของสถานทูตออสเตรเลีย ซึ่งขายไปด้วยราคาประมาณ 1.45 ล้านบาทต่อตารางวา ในปี 2560 และในย่านลุมพินี บริษัท เอสซี แอสเสท ซื้อที่ดินขนาด 880 ตารางวา บริเวณถนนหลังสวน ด้วยมูลค่าประมาณ 3.1 ล้านบาทต่อตารางวา และการซื้อขายที่ดินที่มีมูลค่าสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย คือการขายที่ดินสถานทูตอังกฤษ ขนาด 23 ไร่ ในปี 2561 ให้แก่บริษัทร่วมทุนระหว่างกลุ่มเซ็นทรัลและฮ่องกงแลนด์
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;การปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาที่ดินนั้นไม่เหมือนกันทั้งหมด และการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนั้นยังเป็นไปตามรูปแบบการพัฒนาเมืองของกรุงเทพฯ โดยในอดีตศูนย์กลางทางธุรกิจตั้งอยู่บนถนนเจริญกรุง และศูนย์ราชการตั้งอยู่บริเวณเกาะรัตนโกสินทร์ ในช่วงทศวรรษปี 2490 และ 2500 ศูนย์กลางทางธุรกิจได้ย้ายไปที่ถนนสีลมและถนนสุรวงศ์ ส่งผลให้กรุงเทพฯ เติบโตมากขึ้นในปี 2510 และ 2520 แต่ยังไม่มีการกำหนดศูนย์กลางของเมืองอย่างชัดเจน และการพัฒนาได้ขยายตัวออกไป เพราะมีการสร้างถนนใหม่ๆ แต่ในปัจจุบันปัจจัยเหล่านี้ได้เปลี่ยนไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ 2 ประการที่มีผลกับราคาที่ดิน คือ การเปิดและขยายระบบขนส่งมวลชน โดยรถไฟฟ้าบีทีเอสสายแรกเปิดให้บริการในปี 2542 และรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงินเข้มเปิดให้บริการในปี 2547 ที่แน่นอนคือ ทำให้ระบบขนส่งมวลชนได้ทำให้วิถีชีวิตของคนในกรุงเทพฯ ทั้งในด้านการทำงานและการใช้ชีวิตเปลี่ยนแปลงไป &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายปี 2560 กรุงเทพฯ จะมีระบบขนส่งมวลชนรวมระยะทางประมาณ 460 กิโลเมตร เปรียบเทียบกับกรุงลอนดอนที่มีระบบรถไฟใต้ดินรวมระยะทาง 402 กิโลเมตร ส่งผลให้ความนิยมในระบบขนส่งมวลชนของกรุงเทพฯ ที่มีผู้ใช้มากกว่า 1.2 ล้านคนต่อวัน ได้ทำให้มูลค่าที่ดินที่อยู่ใกล้กับสถานีปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น แต่ไม่ใช่ทุกสายหรือทุกสถานีที่จะได้รับความนิยมอย่างเท่าเทียมกัน ส่วนหนึ่งที่เป็นตัวกำหนดมูลค่าของที่ดินก็มาจากความนิยมของระบบขนส่งมวลชนแต่ละสายและแต่ละสถานี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ราคาที่ดินเริ่มมีสัดส่วนที่สูงขึ้นมากเมื่อเทียบกับต้นทุนโดยรวมในการพัฒนาโครงการ เนื่องจากราคาที่ดินมีอัตราการเติบโตที่รวดเร็วกว่าค่าก่อสร้าง มูลค่าโดยรวมในการพัฒนาโครงการได้เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจากราคาที่ดินที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้คอนโดมิเนียมมีราคาขายที่แพงขึ้น และทำให้จำเป็นต้องมีรายได้ที่เพิ่มขึ้นเพื่อให้โครงการที่มีรายได้จากค่าเช่าสามารถเกิดขึ้นได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลของซีบีอาร์อีคาดการณ์ว่า ที่ดินในย่านใจกลางกรุงเทพฯ จะยังคงเป็นทำเลที่ได้รับความนิยมมากที่สุดต่อไปในการพัฒนาโรงแรม อาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า และอาคารประเภทอื่นๆ เช่น โรงพยาบาล เป็นต้น กรุงเทพฯ จะมีการกำหนดขอบเขตพื้นที่ใจกลางเมืองที่ชัดเจนมากขึ้น และการพัฒนาโครงการจะขยายตัวไปตามเส้นทางการเดินรถของระบบขนส่งมวลชนบริเวณรอบสถานี
&amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับการที่ราคาที่ดินจะปรับตัวสูงขึ้นนั้นขึ้นอยู่กับระดับความเป็นไปได้ในการพัฒนาโครงการ และผลตอบแทนที่จะได้รับจากการพัฒนาโครงการ ซึ่งจะแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับว่าสามารถพัฒนาโครงการอะไรได้ และในระดับราคาใดที่ลูกค้ามีกำลังในการซื้อหรือการเช่าเมื่อโครงการแล้วเสร็จ เนื่องจากที่ดินแบบมีกรรมสิทธิ์เต็มหรือฟรีโฮลด์ในย่านใจกลางเมืองที่มีศักยภาพในการพัฒนานั้น มีจำนวนน้อยลงเรื่อยๆ จึงเชื่อว่าราคาที่ดินจะยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศรยุทธ เทียนสี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13228</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกไร้เงา, บริษัท เอสซี แอสเสท, ลุมพินี, ศรยุทธ เทียนสี, สาทร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b68b2a156d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4167</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/03/2018 16:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/03/2018 15:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝุ่นตลบ!แต่งตั้งตร.&#039;หลานเขยป้อม&#039;ผกก.บางรัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 มี.ค.61-มีรายงานว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตรียมนัดประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ(ก.ตร.) ในวันที่ 7 มี.ค.2561 มีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม(รมว.กลาโหม) เป็นประธาน &amp;nbsp;หรืออาจให้พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เป็นประธาน แทน เพื่อพิจารณาวาระการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับ สารวัตร(สว.)-รองผู้บังคับการ(รองผบก.) วาระประจำปี 2560 ที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการกลั่นกรองรายชื่อแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ที่ขอยกเว้นหลักเกณฑ์การแต่งตั้งตาม กฎ ก.ตร.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายงานว่า ในส่วนกองบัญาการหลักๆ อยู่ระหว่างการจัดทำบัญชีแต่งตั้ง โดยมีรายชื่อที่น่าสนใจ อาทิ พ.ต.ท.ดวงโชติ สุวรรณจรัส รองผกก.ป.สน.ลุมพินี หลานเขยพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม และเป็นลูกเขยพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผบ.ตร. เดิมมีชื่อขึ้น ผกก.สน.ทุ่งมหาเมฆ ตอนนี้ได้แรงดีขยับมานั่งเก้าอี้ ผกก.สน.บางรัก แต่ก็ยังลุ้นอยากไปเป็น ผกก.สน.ลุมพินี มากว่า&amp;nbsp;พ.ต.อ.อัครวุฒิ ธารีรัตน์ ผกก.สน.ทุ่งมหาเมฆ โยกไปนั่ง ผกก.ท่าข้าม แทนพ.ต.อ.ธนันท์ธร รัตนสิทธิภาคย์ ที่ขยับขึ้นรองผบก.น.8 พ.ต.อ.กัมปนาท อรุณคีรีโรจน์ ผกก.สน.นางเลิ้ง นรต.50 มาเป็น ผกก.สน.ลุมพินี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ธีระชัย ชำนาญหมอ ผกก.ดส.บช.น. ขึ้นเป็น รองผบก.สส.บช.น. ขยับพ.ต.ท.จิรกฤต จารุนภัทร รองผกก.สส.สน.ทองหล่อ ขึ้นเป็น ผกก.ดส.บช.น. พ.ต.ท.นภดล กาญจนพันธุ์ รองผกก.จร.สน.ลุมพินี &amp;nbsp;ขึ้นเป็นขึ้นผกก.สน.นางเลิ้ง พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผกก.ปพ.บก.ป. ขอยกเว้นหลักเกณฑ์ ขยับขึ้น รองผบก.ป. พ.ต.ท.เด่นหล้า รัตนกิจ รองผกก.ฝอ.บก.อก.บช.ก. นรต.54 ขึ้นเป็น ผกก.ปพ.บก.ป. พ.ต.ท.แมน เม่นแย้ม รอง ผกก.4 บก.ป. ขึ้นเป็น ผกก.4บก.ป. พ.ต.อ.พลฑิต ไชยรส รองผบก.ป. เป็น รองผบก.น.6 และพ.ต.อ.มนตรี แป้นเจริญ รองผบก.ป. โยกเป็น รองผบก.ปทส. เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้แจกจ่ายคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 77/2561 ลงวันที่ 28 ก.พ.2561 บัญชีรายชื่อแต่งตั้งตำรวจระดับ สว.-รองผบก.วาระรปะจำปี 2560 จำนวนทั้งสิ้น 129 ตำแหน่ง ซึ่งทั้งหมดเป็นตำแหน่งเลื่อนไหล และตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง อาทิ พ.ต.อ.จิรศักดิ์ เจียมเจตจรูญ นวท.(สบ.4) กลุ่มงานผู้เชี่ยวชาญ พฐก. เป็น นวท.(สบ.4) กลุ่มงานผู้เชี่ยวชาญ ศพฐ.1 พ.ต.ท.โชคชัย เหล่าอารยะ นายแพทย์(สบ.3) กลุ่มงานศูนย์ส่งกลับและรถพยาบาล รพ.ตร. เป็น นายแพทย์(สบ.4) &amp;nbsp;กลุ่มงานศูนย์ส่งกลับและรถพยาบาล รพ.ตร. เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4167</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ตร., กองปราบ, คอมมานโด, ทุ่งหมาเมฆ, บางรัก, บิ๊กป้อม, ประวิตร, ป้อม, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, ลุมพินี, แต่งตั้งตำรวจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180302/image_big_5a990560d7af2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
