<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>17054</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัชกาลนี้ต้องสงบที่สุด ประยุทธ์ย้ำห้ามมีประท้วงกกต.ขึงขังขู่ฟัน‘สามมิตร’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ลุยพื้นที่ลพบุรีที่ตั้งกองกำลังทหาร &amp;nbsp;ย้ำรัชกาลนี้ต้องสงบที่สุด อย่าให้มีประท้วงอีก แนะเลือกตั้งอย่าเห็นแก่เงินซื้อเสียงแค่ 100 บาท ซัดจำนำข้าวผลาญงบต้องใช้หนี้ 5 แสนล้าน &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; ย้อนถามพรรคการเมือง หาก 70 วันหาเสียงไม่พอ เอา 150 วันแล้วไปเลือกตั้ง 5 พ.ค.62 &amp;quot;เพื่อแม้ว&amp;quot; เพ้อขอรัฐบาลเป็นกลางรักษาการช่วงเลือกตั้ง กกต.ขู่กลุ่มสามมิตรหากทำผิด กม.ความมั่นคง ชง คสช.จัดการ &amp;quot;สุภรณ์&amp;quot; เผยอีก 1-2 วันเข้าแจ้งความ ตร.เอาผิดคนเก็บบัตร ปชช.ชาวบ้านไปสมัครสมาชิกพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ เวลา 08.00 น. ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์ จ.ลพบุรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมคณะ ลงพื้นที่พบปะประชาชน โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวตอนหนึ่งว่า มาครั้งนี้รู้สึกอบอุ่นใจ ซึ่งลพบุรีเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ เป็นดินแดนแห่งราชธานีแห่งที่ 2 ของไทย และตนเองเป็นคนลพบุรี เกิดที่โคราช แต่มาโตที่ลพบุรี เพราะพ่อมาเป็นทหารที่นี่ วันนี้มาติดตามงานติดตามปัญหาของประชาชนว่ามีอะไรที่จะทำความเข้าใจกันได้บ้าง ไม่ได้มาทำงานการเมือง และตื่นเต้นกลับมาบ้านเก่า ไม่ได้หมายถึงตายนะ แต่บ้านเก่าหมายถึงบ้านที่เคยอยู่อาศัย แต่เมื่อเป็นรัฐบาลไม่สามารถทำเพื่อใครคนใดคนหนึ่ง ทำเพื่อคนลพบุรี หรือคนโคราชอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องทำให้ทุกจังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ลพบุรีถือเป็นดินแดนแห่งวัฒนธรรม ดินแดนที่สงบสุข เป็นพื้นที่ปลอดภัยจากภัยสงครามตั้งแต่อดีต เป็นที่ตั้งของกองกำลังทหาร ขอย้ำว่าทหารไม่ใช่ศัตรูของประชาชน ซึ่งทหารมีคติพจน์คือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน มีหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ ปกป้องอธิปไตยและรักษาความมั่นคงภายใน ดังนั้นจำเป็นที่ต้องมีทหาร อย่าเชื่อหากใครบอกไม่ต้องมีทหารแล้วก็ได้ เพราะในยามที่ไม่มีการสู้รบ ก็ต้องมีทหารเพื่อสร้างความเข้มแข็ง วันหน้าประเทศไทยต้องเดินหน้าสู่ประชาธิปไตย แต่ขอให้เป็นประชาธิปไตยที่ลดความขัดแย้ง รบกันไปมาไม่เกิดประโยชน์ ในส่วนของรัฐบาลนี้ หากมีข้อมูลหลักฐานการทุจริต ส่งข้อมูลมาที่ตนได้ทันที ถ้ามีคนเลวๆ ในระบบก็ต้องให้คนเหล่านั้นออกไป ไม่ว่าจะเป็นใครจะถูกลงโทษสถานหนัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยติดกับดักประชาธิปไตย และกับดักรายได้ปานกลาง ทำให้ไปไหนไม่ได้ เสียเวลามากว่า 10 ปีที่มีความขัดแย้ง ทุกรัฐบาลติดขัดไปหมด รัฐบาลนี้จึงต้องไปทุกที่ทุกตารางนิ้ว ไม่ว่าที่ไหน จะชอบหรือไม่ แม้จะเกลียดก็จะไป ก็จะมาให้เกลียด ไม่ได้มาให้รัก หากจะเกลียดก็เป็นเรื่องของประชาชน ยิ่งเกลียดก็จะรักให้มากขึ้น วันนี้ทุกจังหวัดได้งบประมาณมากกว่าทุกรัฐบาลที่ผ่านมา เพราะนายกฯ ไม่ได้อยู่พรรคไหน ทุกจังหวัดคือพรรคของรัฐบาล เราต้องดูแลคนไทยทุกคน และขอให้คนไทยเลิกทะเลาะกันเอง เลิกเอาคนไปตีกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดมาตั้งแต่สมัยอยุธยา แล้วจะตีกันเองทำไม ประชาธิปไตย ตีกันมากกว่า 10 ปี ทำให้เส้นเลือดของประเทศตีบตัน วันนี้จึงต้องปลดล็อก สิ่งเหล่านี้ให้ได้ และวันนี้ต้องปฏิรูปประเทศเพื่อประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมไม่ได้มาหาเสียง การเมืองต้องไม่ทำให้ประเทศถอยหลังอีกต่อไป สัญญากับผมได้หรือไม่ ใครคิดว่าจะทำให้การเมืองมันดีขึ้น ได้รัฐบาลที่มีธรรมาภิบาลดีขึ้น เลือกตั้งได้คนดี ยกมือขึ้น คนดีคือคนที่ทำให้เราอย่างแท้จริง และทำให้คนอื่นด้วย รัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง การฟอร์มรัฐบาลก็มาจากหลายพรรค คนละพรรค เว้นแต่เมื่อไหร่ตั้งนายกฯ แต่เวลาคณะรัฐมนตรีทำงานต้องทำเพื่อคนทั้งประเทศ ทั้งที่เลือกและไม่เลือกตัวเองมา อย่ามาแบ่งแยกภาคเหนือ ภาคใต้ ตะวันออกและตะวันตก เป็นของคนนั้นคนนี้ ไม่ได้อีกแล้ว หากทำอย่างนั้นร่างกายเราก็จะสิ้นสภาพ&amp;quot;
รัชกาลนี้ต้องสงบที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายกฯ เดินชมนิทรรศการของทางจังหวัด เมื่อมาถึงจุดการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบสำหรับผู้มีรายได้น้อย นายกฯ ถามว่า อยากให้ช่วยอะไรไหม ชาวบ้านตอบว่า อยากให้ช่วยพยุงราคาข้าว นายกฯ จึงกล่าวว่า &amp;ldquo;จะพยุงได้อย่างไร เพราะตอนนี้รัฐบาลยังใช้หนี้ 5 แสนล้านบาทให้กับโครงการรับจำนำข้าว และข้าวต้องมีราคากลาง จะให้ 15,000 บาท ทุกประเภทไม่ได้ อย่าให้ใครมาบอกว่าจะให้ราคาข้าว 15,000 ถึง 20,000 บาท มันผิดกฎหมาย ที่ผ่านมารัฐบาลต้องแบกให้เท่าไร ใช้หนี้มา 4 ปีแล้ว จากที่ผลาญมาจากรอบที่แล้ว&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้นนายกฯ สักการะสมเด็จพระนารายณ์มหาราช โดยอธิบดีกรมศิลปากรได้มอบรูปหล่อจำลองสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแก่นายกฯ ก่อนเยี่ยมชมโครงการบำรุงรักษาและอนุรักษ์ต้นจัน อายุ 300 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา เวลา 12.00 น. ที่เทศบาลตำบลเขาพระงาม พล.อ.ประยุทธ์พร้อมคณะเยี่ยมชมโครงการบ้านสุขภาวะผู้ป่วยเรื้อรังและผู้สูงอายุ โดยช่วงหนึ่งนายกฯ ได้ทักทายกลุ่มกำนัน ผู้ใหญ่ ที่มารอต้อนรับพร้อมประชาชน 200 คนว่า เราเคยเจอกันหรือเปล่า สงสัยเวลาไปประชุมฉันอาจเคยเจอหน้าพวกเธอ หรือไม่ก็เห็นหน้าตอนประท้วง อย่ามีอีกนะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;รัชกาลนี้ต้องเป็นรัชกาลที่สงบที่สุด เข้าใจไหม เราเปลี่ยนรัชกาล บ้านเมืองเราวันนี้ดีหมด ข้างนอกและข้างใน ฉะนั้นการเลือกตั้งต้องไปสู่ความสงบ อย่าเกิดการประท้วงขึ้นอีกเลย อย่าให้ไปเจอหน้ากันที่กรุงเทพฯที่หน้าทำเนียบรัฐบาล จำหน้าได้หมดแล้ว&amp;quot; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวอีกว่า การเลือกตั้งต้องให้ได้รัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล ถ้าเลือกตั้งแบบเดิมก็กลับมาที่เก่า ต้องให้มีการเปลี่ยนแปลง อย่าไปเห็นแก่เล็กๆ น้อยๆ บางทีเขาเอาเงินมาแจก 100 บาท มันซื้อเราได้เหรอ เงิน 100, 200, 300 และ 500 บาท ซื้อเราได้เหรอ สิทธิของเราถ้าเราจะเลือกใคร พอใจอย่างไรท่านก็เลือกไป จะเลือกด้วยคน เลือกด้วยพรรค แต่ถ้าเลือกไอ้คนให้ตังค์ วันหน้ามันก็เอาเงินคืนใช่ไหม มีใครให้อะไรฟรีๆ อย่าไปรับ สัญญานะ ไม่ใช่พอวันหน้ามีรัฐบาลใหม่เข้ามาบอกให้เล่นงานรัฐบาลเก่า สัญญานะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีพรรคการเมืองระบุกรอบเวลาหาเสียง 60-70 วัน อาจไม่เพียงพอว่า อย่างน้อย 60 วัน พอหรือไม่ ถ้าไม่พออย่างนั้นเอา 150 วัน แล้วไปเลือกกันวันที่ 5 พ.ค.62 จะเอาอย่างนั้นหรือ ซึ่งวันนี้มันยังไม่ได้มีการกำหนดอะไรทั้งนั้น ที่พูดๆ มาเป็นการยกตัวอย่าง ก่อนหน้านี้ก็เคยยกตัวอย่างสมัย ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ที่ใช้เวลาเพียง 20 วัน เพื่อให้รู้ว่าการหาเสียงสั้นๆ นั้นเคยมี และสื่อบางฉบับระบุว่าการหาเสียงระยะสั้นเป็นเรื่องดี เพราะถ้าหาเสียงยาวจะใช้งบประมาณมาก แต่ตนเคยพูดแล้วว่าสั้นไปก็ไม่ดี ยาวไปก็ไม่ดี จึงบอกครั้งนี้อย่างน้อยมีช่วงหาเสียง 60 วัน โดยนับจากเมื่อมีการปลดล็อกในเดือน ธ.ค.61 จนถึงวันที่ 24 ก.พ.62 และหากไม่ชอบวันที่ 24 ก.พ.62 แล้วเลื่อนออกไปยังสามารถทำได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เมื่อมีการปลดล็อกโดยยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ 53/2560 และเมื่อมีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.ออกมาเมื่อใด นั่นแปลว่าสามารถหาเสียงได้ สามารถติดโปสเตอร์ ขึ้นเวทีไฮด์ปาร์ค ส่งไลน์ จะทำอะไรก็ทำไป สามารถทำได้ จนถึงก่อนวันเลือกตั้ง 1 วัน ที่เขาห้ามหาเสียง&amp;rdquo; นายวิษณุกล่าว
พท.ขอรัฐบาลกลาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ของเดิมใช้เวลาแค่กว่า 40 วันเท่านั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยังใช้เวลาแค่ 49 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้สื่อถามถึงกรณีนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุให้วางมาตรการควบคุมและกำหนดหลักเกณฑ์การหาเสียงให้ชัดเจน พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ก็มาทำสิ อยากทำอะไรก็ทำ เมื่อถามว่าจะระบุหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนหลังจาก คสช.คลายล็อกให้พรรคการเมืองหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวย้อนว่า กำหนดได้หรือไม่ เวลานี้ยังกำหนดอะไรไม่ได้เลย ขนาดบังคับแล้วยังรวนอยู่เลย เมื่อซักว่าต้องขอร้องพรรคการเมืองให้อยู่ในกรอบหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ขอร้องแล้วเขาฟังหรือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งใน 70 วัน ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร หวังว่าในช่วงเวลาดังกล่าวรัฐบาลจะไม่ปิดกั้นการหาเสียงการสื่อสารนโยบายถึงประชาชน โดยเฉพาะทางโซเชียลมีเดีย ภายใต้นโยบายไทยแลนด์ 4.0 หากปิดกั้น ไม่ให้ประชาชนและพรรคการเมือง เข้าถึงโอกาสในการสื่อสารนโยบายของแต่ละพรรคการเมือง ซึ่งมีต้นทุนต่ำ มีประสิทธิภาพในการเข้าถึงสูง ประชาชนอาจมองว่าเป็นได้แค่ไทยแลนด์ 0.4 หรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนการจัดทำนโยบาย รัฐบาลต้องให้เวลาในการดำเนินการเรื่องนี้อย่างเหมาะสม จะไปเปรียบเทียบกับการเลือกตั้งทั่วไปก่อนหน้านี้ไม่ได้ เนื่องจากช่วงระยะเวลา 4 ปีเกือบ 5 ปีที่ผ่านมา อยู่ในช่วงสถานการณ์พิเศษ ไม่สามารถทำกิจกรรมหรือเดินสายพบปะประชาชน เชื่อว่าหากปลดล็อกเพื่อให้พรรคการเมืองสามารถมีช่องทางในการรับฟังปัญหาของประชาชนไม่น่าจะมีพรรคการเมืองใด กระทำการฝ่าฝืนประกาศคำสั่งหรือกฎหมายจนนำไปสู่ความวุ่นวาย&amp;quot; นายอนุสรณ์ กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้รู้สึกเป็นห่วงมากว่าการเลือกตั้งจะไม่เสรี และไม่เป็นธรรม ปี่กลองยังไม่ทันโหมโรงเลย กลุ่มการเมืองฟากฝั่งรัฐบาลที่ประกาศสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ลงพื้นที่ จ.ชัยภูมิ จัดเวทีปราศรัย คล้องพวงมาลัย แนะนำตัวผู้สมัคร ทำได้ทั้งนั้น ทั้งที่ผิดกฎหมาย ส่วนของพรรคเพื่อไทยวิพากษ์ผลงานรัฐบาลในรอบ 4 ปี ใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ กลับถูกดำเนินคดี ปัญหาเฉพาะหน้าขณะนี้จะร่วมมือกันทำให้การเมืองปกติ และการเลือกตั้งจะเป็นเสรีและเป็นธรรมได้อย่างไร อยากจะเห็นรัฐบาลนี้เสียสละ แสดงสปิริตด้วยการลาออก เพื่อมีรัฐบาลที่เป็นกลาง เข้ามารักษาการในระยะเวลาเปลี่ยนผ่านสั้นๆ เพื่อจัดการเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศักดา นพสิทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า วันนี้ยังมีการชุมนุมทางการเมือง และเคลื่อนไหวการเมืองของกลุ่มสามมิตร โดยการแนะนำผู้สมัคร ส.ส.หาเสียงกับประชาชนอย่างตลอดและต่อเนื่อง ไม่คำนึงถึงข้อห้ามตามคำสั่งของ คสช. ซึ่งผิดกฎหมาย ที่พรรคการเมืองเรียกร้องให้ปลดล็อก เพราะต้องการพบปะประชาชน เพื่อรับฟังความคิดเห็นและมีส่วนร่วม สำหรับการจัดทำนโยบาย มิได้มุ่งหวังไปหาเสียง ก่อนมี พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง เพราะจะไม่มีประโยชน์เลย หากไม่มีนโยบายที่ดีที่จะสามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องให้แก่ชาวบ้านได้ ดังนั้นจึงขอให้ คสช.ปลดล็อกการเมือง โดยไม่ปล่อยกลุ่มการเมืองที่สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ทำผิดกฎหมายซ้ำซาก เพื่อแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลนี้มีธรรมาภิบาล มีมาตรฐานเดียวกัน
กกต.เตือนกลุ่มสามมิตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มสามมิตร กล่าวถึงการอนุญาตให้พรรคพลังประชารัฐจัดประชุมใหญ่ในวันที่ 15 ก.ย.ได้ โดยกลุ่มสามมิตรจะไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ว่า การที่กลุ่มสามมิตรจะไปร่วมพรรคการเมืองใดนั้น ขณะนี้เรายังไม่ได้ตกลงกัน เราต้องคุยกันอย่างละเอียดภายในกลุ่มก่อน ขอย้ำว่า เราจะไม่ตั้งพรรคการเมืองเองแน่นอน พรรคพลังประชารัฐถือเป็นตัวเลือกอันดับแรกที่น่าสนใจ แต่เรากำลังดูถึงโครงสร้างและนโยบายหลักของเขาด้วยว่าเข้ากับกลุ่มเราได้มากน้อยแค่ไหน ส่วนขุมกำลังและความพร้อมของกลุ่มสามมิตรนั้น เรามีความพร้อมเต็มที่ มีสมาชิกและผู้เชี่ยวชาญครอบคลุมในหลายๆ ด้าน คงต้องรอดูกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยอมรับว่าหากกลุ่มสามมิตรไปสังกัดพรรคการเมืองแล้ว การเคลื่อนไหวคงจะยากขึ้น แต่เราจะพยายามลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาของประชาชนให้ได้มากที่สุด เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน และหาวิธีแก้ปัญหาต่างๆ ให้กับพวกเขา ทั้งนี้ ในวันที่ 7 ก.ย. ตนจะเดินทางไปจังหวัดนครสวรรค์ เพื่อรับฟังปัญหาจากชาวบ้านในพื้นที่ อ.เก้าเลี้ยวและ อ.พยุหะคีรีด้วย&amp;quot; นายสมศักดิ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มสามมิตรว่า ขณะนี้ทุกกลุ่ม ทุกพรรคการเมือง มีการเคลื่อนไหวเหมือนกัน เพียงแต่ว่าจะอยู่ในรูปแบบอย่างไร อาจจะเป็นการพบปะสอบถามปัญหาของชาวบ้าน จัดสัมมนาหรือพูดคุยกัน ถือเป็นจุดที่วัดลำบากว่าเป็นการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ชัดเจนหรือไม่ เราไม่ได้กำหนดเฉพาะจุดตรงไป ตรงไหนอย่างไร แต่หากผิดกฎหมายชัดเจนก็จะมีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในการดูแล ส่วนกลุ่มการเมืองที่พยายามใช้ช่องโหว่ว่าไม่ใช่พรรคการเมืองนั้น ก็ได้มีการพูดคุยและขอร้องการในการเคลื่อนไหวที่จะก่อให้เกิดผลกระทบที่จะนำไปสู่ความขัดแย้ง อะไรที่คิดว่ายังไม่สมควรทำ แล้วจะทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบหรือความร้าวฉาน ก็ต้องระมัดระวัง ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบที่รุนแรง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. กล่าวว่า กรณีที่กลุ่มสามมิตรเปิดตัวผู้สมัครและยังขึ้นรถปราศรัยหาเสียงนั้น กกต.จะตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ามีการกระทำที่ทำให้เกิดเสียเปรียบในการเลือกตั้ง หรือเป็นการกระทำผิดต่อกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่ หน้าที่ กกต.คือการดูแลการเลือกตั้งให้เกิดความบริสุทธิ์ยุติธรรม และให้การดำเนินกิจกรรมของกลุ่มการเมืองและพรรคการเมือง เป็นไปอย่างเท่าเทียม กกต.ไม่จำเป็นต้องตักเตือนใดๆ ให้ระมัดระวังเรื่องของการเคลื่อนไหว เพราะมีคำสั่ง คสช.ที่กำหนดขอบเขตไว้อยู่แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธาน กกต.ยังกล่าวถึงความพร้อมการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ว่า ขณะนี้ กกต.อยู่ระหว่างการพิจารณาระเบียบ กกต.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. โดยในสัปดาห์หน้าจะมีการพิจารณาก่อนออกเป็นประกาศ เพื่อให้มีผลบังคับใช้พร้อมกับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ส่วนที่มีข้อกังวลว่าจะเกิดการฮั้วกันของผู้สมัครในการเลือกกันเองนั้น สำนักงาน กกต.ได้ศึกษาหาวิธีป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดการทุจริตแล้ว โดยมั่นใจว่าการสรรหา ส.ว. ที่จะมีขึ้น จะเป็นไปอย่างสุจริต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มสามมิตรที่มีการขึ้นรถแห่ผู้สมัครที่ จ.ชัยภูมิ ว่าทางสำนักงาน กกต.ต้องติดตามความเคลื่อนไหว ถ้าผิดกฎหมายความมั่นคงก็จะประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะในขณะนี้คสช.ยังไม่ปลดล็อก กกต.จะดำเนินคดีอย่างเท่าเทียมกัน ส่วนเรื่องการควบคุมการหาเสียงทางโซเชียลมีเดียเมื่อวานนี้ ทางสำนักงานได้มีการพิจารณายกร่างระเบียบว่าด้วยการหาเสียงทางโซเชียลมีเดียเป็นรอบที่สอง โดยได้รับฟังผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการควบคุมว่าจะทำได้แค่ไหนอย่างไร และจะเป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพหรือไม่ เบื้องต้นเห็นว่าร่างกฎหมายควรเป็นการควบคุมแบบไม่จำกัดเสรีภาพ จะไม่มีมาตรการห้าม เพียงแต่จะทำ ใช้ช่องทางใดขอให้มาแจ้งให้ กกต.รับทราบ อย่างไรก็ตาม ก่อนออกระเบียบจะมีการรับฟังความคิดเห็นจากทางพรรคการเมืองและผู้ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนในขณะนี้ที่มีการเปิดเพจเชิญชวนให้มาสมัครเป็นสมาชิกพรรค ขอให้ระมัดระวัง เพราะยังไม่มีการคลายล็อก และอยากให้ศึกษา พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง โดยเฉพาะเรื่องการหาสมาชิกพรรคอย่างไม่ผิดกฎหมาย เนื่องจากตามกฎหมายหากมีการจูงใจด้วยผลประโยชน์ และการกระทำโดยพรรคมีสิทธิ์ถูกยุบพรรคได้ หากเป็นกระทำโดยบุคคลก็จะมีโทษปรับและติดคุก&amp;quot; พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าว
&amp;quot;สุภรณ์&amp;quot;ลุยแจ้งความตร.
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศุภชัย ใจสมุทร รองเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์กรณีฟ้องกลับนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ สมาชิกกลุ่มสามมิตร จ.นครราชสีมา ข้อหาแจ้งความเท็จ หมิ่นประมาท กล่าวหาพรรคภูมิใจไทยซื้อเสียง ว่า ทางพรรคต้องการปกป้องสิทธิ์ของตัวเอง และทีมกฎหมายจะไปยื่นดำเนินคดีในสัปดาห์หน้าแน่นอน ที่เหลือต้องปล่อยให้เป็นไปตามกฎหมาย ไม่ต้องการนำเรื่องนี้มาใส่ใจ เพราะพรรคภูมิใจไทยต้องการทำงานการเมืองในรูปแบบสร้างสรรค์ พรรคภูมิใจไทยไม่ต้องการเป็นศัตรูกับใคร แต่ถ้าใครรังแก ทางพรรคจำเป็นต้องปกป้องสิทธิ์ วันนี้อยากให้ฝ่ายการเมืองคิดให้ดี เพราะการทะเลาะเบาะแว้ง เปิดช่องให้เกิดการรัฐประหาร เราอยากจะกลับไปวังวนเดิมอีกหรือไม่ หรือต้องการไปสู่การเลือกตั้ง ตรงนี้นักการเมืองสามารถกำหนดได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสุภรณ์ได้ให้สัมภาษณ์อีกครั้ง ยืนยันว่า มีหลักฐานในการดำเนินการเก็บบัตรประจำตัวประชาชนของทีมงานว่าที่ผู้สมัครพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง ทั้งที่เสนอตัวเป็นผู้สมัคร ส.ส.แบบเขต และในระบบบัญชีรายชื่อ และมีข้อมูลรายชื่อผู้ที่ดำเนินการเก็บบัตรประชาชนเพื่อส่งไปยังพรรคการเมืองมากกว่า 10 รายชื่อ ที่จะยื่นเพิ่มเติมให้ กกต.ประจำจังหวัดนครราชสีมา ได้พิจารณาควบคู่กับหลักฐานที่ส่งไปก่อนหน้านี้ และตอนนี้มีกลุ่มผู้ดำเนินการบางส่วนก็เข้ามาแสดงความบริสุทธิ์ใจ ด้วยการยอมรับว่ามีการว่าจ้างให้ดำเนินการนำบัตรประจำตัวประชาชนมาเพื่อการส่งให้กับพรรคการเมืองดังกล่าวจริง นอกจากนี้ ยังยืนยันว่ามีหลักฐานและข้อมูลเด็ดอีกหลายอย่างที่จะนำไปมอบให้กับ กกต.เพิ่มเติมหลังจากนี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภรณ์กล่าวว่า ภายใน 1-2 วันนี้ ตนจะเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.ครบุรี และ สภ.เสิงสาง เพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้ที่ว่าจ้างให้คนไปเก็บบัตรประชาชนของชาวบ้านในเขต อ.ครบุรี และ อ.เสิงสาง ไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมือง ในข้อหาทำผิด พ.ร.บ.ประกอบการเลือกตั้ง และฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. ซึ่งตนจะนำหลักฐานเหล่านี้ไปยื่นให้กับ กกต.เพื่อประกอบการสืบสวนต่อไปอีกด้วย ซึ่งเป็นการบังคับข่มขืนใจให้ชาวบ้านสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมือง โดยไม่ได้เกิดจากความศรัทธาของของชาวบ้านตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังมีความเห็นของง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ มอบหมายให้เรียกคนไม่มีผม ซึ่งออกมาวิพากษ์วิจารณ์เรื่องเศรษฐกิจและจีดีพีของประเทศมาพูดคุยว่า &amp;ldquo;ก็เรียกมาอีกสิ ชอบอยากให้เรียกก็เรียก นักการเมืองก็พูดไปเรื่อย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพิชัย นริพทะพันธุ์ คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์พูดที่ วปอ. ถ้าหากหมายถึงตน ก็อยากให้กลับไปอ่านข้อเสนอแนะและการวิเคราะห์ของตนใหม่ เพราะสงสัยว่า พล.อ.ประยุทธ์จะอ่านข้อเสนอแนะและการวิเคราะห์ ไม่ละเอียด ได้บอกว่าถ้าไม่มีการประท้วงชัตดาวน์กรุงเทพฯ และไม่มีการปฏิวัติ เศรษฐกิจไทยก็จะโตได้ 4-5% ตั้งแต่ปี 57, 58 เป็นต้นไปแล้ว ซึ่งหากเป็นนักเศรษฐศาสตร์ จะเข้าใจดีถึงการตั้งสมมติฐานเพื่อนำมาวิเคราะห์ เพราะในปี 55 เศรษฐกิจไทยโตได้ถึง 6.6% และต่อมาในปี 56 ถ้าไม่มีการประท้วงในไตรมาสสุดท้าย สิ้นปีเศรษฐกิจก็น่าโตได้ ประมาณ 4% ดังนั้น ในปี 57 และ ปี 58 เรื่อยมาก็น่าจะโตได้ในระดับเดียวกันที่ประมาณ 4-5% เป็นอย่างต่ำอยู่แล้ว ซึ่งทั้งเวิลด์แบงก์และไอเอ็มเอฟ ก็ยืนยันศักยภาพของไทยในตัวเลขนี้ ซึ่งเป็นการวิเคราะห์ตามหลักการแบบสากลและตามสมมติฐาน ไม่ได้มีการบิดเบือน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17054</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทหารไม่ใช่ศัตรูของประชาชน, ที่ตั้งของกองกำลังทหาร, นิทรรศการของทางจังหวัด, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์ จ.ลพบุรี, ย้ำรัชกาลนี้ต้องสงบที่สุด, ลุยพื้นที่ลพบุรี, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180907/image_big_5b9280631d56d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
