<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98830</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุยล้างทุจริตโซลาร์เซลล์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;กระทรวงพลังงานมีนโยบายยกระดับคุณภาพชีวิตเพิ่มเศรษฐกิจฐานราก ภายใต้แผนเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและแผนพลังงานทดแทน โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีและวัสดุทางการเกษตรไปช่วยลดต้นทุนด้านพลังงานให้กับผลิตภัณฑ์ของชุมชน ซึ่งจะเกิดการบริหารงานแบบครบวงจรทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ซึ่งโครงการที่ได้รับความนิยมอย่างมากก็หนีไม่พ้นโครงการที่เกี่ยวข้องกับการใช้แผงโซลาร์เซลล์ เช่น ระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ และโครงการโซลาร์โฮม เนื่องจากเป็นโครงการที่สามารถดำเนินการได้เร็ว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่หลังจากที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนอนุรักษ์พลังงาน กลับพบว่าคุณภาพไม่สมกับงบที่ได้รับการสนับสนุน โดยเฉพาะระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ และระบบกรองน้ำสำหรับอุปโภคของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 3 (กอ.รมน.ภาค 3) ซึ่งได้รับงบประมาณสนับสนุนจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ที่ทำแล้วไม่สามารถใช้งานได้ เขย่ากระทรวงพลังงานจนทำให้ปลัดกระทรวงพลังงาน &amp;ldquo;กุลิศ สมบัติศิริ&amp;rdquo; ต้องออกโรงสั่งตั้งคณะทำงานกำกับติดตามผลการดำเนินโครงการเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์ โดยมอบให้รองปลัดกระทรวงพลังงาน &amp;ldquo;สมบูรณ์ หน่อแก้ว&amp;rdquo; เป็นประธาน เข้าตรวจสอบทุกโครงการโซลาร์เซลล์ที่ได้รับงบประมาณจากกองทุนอนุรักษ์ฯ ย้อนหลังตั้งแต่ปี 2557&amp;ndash;2562 พร้อมติดตามให้มีการแก้ไขโครงการที่ใช้งานไม่ได้ทุกโครงการ เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์จริง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยคณะทำงานฯ ชุดนี้ จะเดินหน้าตรวจสอบโครงการที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานทั่วประเทศทั้งหมดอีกกว่า 788 โครงการ เพื่อหาสาเหตุของการเกิดปัญหา ซึ่งเมื่อทราบปัญหาแล้วจะมีการประสานหน่วยงานเจ้าของโครงการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแผนดำเนินการซ่อมบำรุงกลับสู่สภาพเดิมให้ประชาชนสามารถใช้โครงการต่างๆ ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ พร้อมทั้งจะมีการติดตามการแก้ปัญหาให้ทุกโครงการสามารถกลับมาใช้ประโยชน์ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ ในส่วนโครงการที่ขอรับงบประมาณสนับสนุนตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นไป จะมีการพิจารณาอนุมัติงบประมาณที่ความเข้มงวดมากขึ้น โดยจะมีการตรวจสอบตั้งแต่คำขอโครงการที่จะต้องมีรายละเอียดงบประมาณ แผนงานการดำเนินงานและมีแผนงบประมาณการซ่อมบำรุงที่ชัดเจน คำนึงถึงความเหมาะสมของพื้นที่ มีความคุ้มค่า ตรงกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่อีกด้วย เพื่อให้ประชาชนมีความมั่นใจว่างบประมาณจากกองทุนทุกบาททุกสตางค์จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนได้อย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งล่าสุดคณะกรรมการชุดนี้ได้ลงพื้นที่ตรวจติดตามการแก้ปัญหาโครงการติดตั้งระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ฯ ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 3 ในพื้นที่อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งได้รับงบประมาณสนับสนุนจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ผ่านกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน หรือ พพ. ปี 2560 เพื่อติดตั้งระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ และระบบกรองน้ำสำหรับอุปโภคขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 10 กิโลวัตต์ และระบบกรองน้ำสำหรับบริโภคขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 2 กิโลวัตต์ ในพื้นที่อำเภอแม่สะเรียง และอำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน และพื้นที่อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก จำนวนรวม 20 แห่ง หลังจากในช่วงกุมภาพันธ์ 2564 ที่ผ่านมาตรวจพบว่าแต่ละแห่งประสบปัญหาเรื่องประสิทธิภาพการใช้งานของระบบฯ ตามสภาพการใช้งานที่บางแห่งใช้ได้เฉพาะระบบกรองน้ำอุปโภค หรือบางแห่งใช้ได้เฉพาะระบบกรองน้ำบริโภค&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะนี้ได้มีการแก้ไขให้สามารถใช้งานได้ทั้ง 2 ระบบแล้วทั้ง 18 แห่ง และอยู่ระหว่างการเร่งแก้ไขอีก 2 แห่ง ซึ่งหลังจากนั้นจะมีการส่งมอบโครงการให้กับองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ในพื้นที่รับไปบริหารจัดการต่อ โดยทาง&amp;nbsp; กอ.รมน.ภาค 3 ในฐานะเจ้าของโครงการจะร่วมกับผู้รับจ้างและผู้เกี่ยวข้องฝึกอบรมการใช้งาน การดูแลบำรุงรักษาให้แก่ อบต. ผู้นำชุมชน และผู้ใช้งาน เพื่อให้สามารถบริหารจัดการและใช้งานระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์ต่อชุมชนในพื้นที่อย่างยั่งยืนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการลงพื้นที่ตรวจสอบ ก็ต้องทำอย่างโปร่งใส และเร่งหาสาเหตุที่เกิดขึ้น พร้อมดำเนินการแก้ไขอย่างเร็วที่สุด เพราะเป้าหมายของงบกองทุน คือสนับสนุนโครงการและจะต้องดำเนินการเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน ซึ่งจะเร่งให้มีความชัดเจน โดยเร็วที่สุด ที่สำคัญต้องเข้มงวดหากพบผิดหรือพบทุจริตก็ต้องลงโทษให้เข็ดหลาบ เพื่อให้ปลอดจากทุจริตกันเสียที.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98830</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกไร้เงา, บุญช่วย  ค้ายาดี, ลุยล้างทุจริตโซลาร์เซลล์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e088ef44eff8.jpg </PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
