<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115702</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แจ้ง7จว.รับน้ำเหนือมาแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; สำนักงานชลประทานที่ 12 แจ้งเตือนไปยัง 7 จังหวัดลุ่มน้ำเจ้าพระยา เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำที่มีแนวโน้มจะสูงขึ้น หลังจากในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีฝนตกต่อเนื่อง คาดว่าน้ำจะไหลลงสู่เขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้พื้นที่ริมน้ำมีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นตั้งแต่บริเวณท้ายเขื่อนเจ้าพระยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 5 ก.ย.2564 นายกฤษฎา ศรีเพิ่มพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 12 จังหวัดชัยนาท ออกหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัด 7 จังหวัดลุ่มเจ้าพระยา ประกอบด้วย จังหวัดอุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา และลพบุรี เกี่ยวกับสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยา หลังจากในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีฝนตกต่อเนื่อง ทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยามีแนวโน้มสูงขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เนื่องจากในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณอ่าวตังเกี๋ย ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกชุกหนาแน่น โดยเฉพาะบริเวณภาคกลางและภาคตะวันออก ทำให้มีน้ำหลากจากพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำเจ้าพระยา ไหลลงเหนือเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท ในอัตราเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเมื่อวันที่ 5 ก.ย.2564 เวลา 06.00 น. มีปริมาณน้ำไหลผ่านสถานี C2 จังหวัดนครสวรรค์ 841 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที สมทบกับแม่น้ำสะแกกรัง ผ่านสถานี Ct.19 จังหวัดอุทัยธานี 55 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ไหลเข้าสู่เขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท ระดับน้ำเหนือเขื่อน +16.50 เมตร (ระดับน้ำทะเลปานกลาง) ระดับท้ายเขื่อน +8.73 เมตร (ระดับน้ำทะเลปานกลาง) ปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา 563 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และคาดการณ์ว่าจะมีแนวโน้มสูงขึ้นอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 600-700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจะส่งผลให้พื้นที่ริมน้ำมีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นตั้งแต่บริเวณท้ายเขื่อนเจ้าพระยา อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท ถึงบริเวณตำบลกระทุ่ม ตำบลหัวเวียง อำเภอเสนา และตำบลท่าดินแดง อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ สำนักงานชลประทานที่ 12 จะควบคุมปริมาณการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาให้อยู่ในเกณฑ์ดังกล่าว ด้วยการบริหารจัดการน้ำเต็มศักยภาพของพื้นที่โดยมิให้มีผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตร หากมีปริมาณน้ำหลากเพิ่มขึ้นที่จะส่งผลให้ปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยามากกว่า 700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะแจ้งให้ทราบต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์น้ำ จึงขอแจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บริษัทห้างร้านที่ประกอบกิจการในแม่น้ำเจ้าพระยา อาทิ งานก่อสร้าง เขื่อนป้องกันตลิ่ง แพร้านอาหาร เป็นต้น และประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ขอให้เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115702</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดลุ่มน้ำเจ้าพระยา, ชลประทาน, ฝนตกต่อเนื่อง, ลุ่มน้ำเจ้าพระยา, สถานการณ์น้ำ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เขื่อนเจ้าพระยา, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210905/image_big_6134af8a5bb52.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46384</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2019 09:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2019 09:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมชลฯเผยปริมาณน้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยายังอยู่ในภาวะปกติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ย.62- ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ กรมชลประทาน สรุปสถานการณ์น้ำและการเฝ้าระวัง ระบุว่า สถานการณ์น้ำท่า แม่น้ำสายหลัก แม่น้ำปิง สะพานนวรัฐ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ (น้ำน้อย) แม่น้ำวัง บ้านวังหมัน อ.สามเงา จ.ตาก (น้ำน้อย) แม่น้ำยม สะพานตลาดธานี อ.เมือง จ.สุโขทัย (น้ำน้อย) แม่น้ำน่าน สะพานบ้านเกยไชย อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ (ปกติ) แม่น้ำเจ้าพระยา ค่ายจิรประวัติ อ.เมือง จ.นครสวรรค์ (ปกติ) ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท (ปกติ) แม่น้ำป่าสัก ท้ายเขื่อนพระรามหก อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา (ปกติ) แม่น้ำมูล สะพานเสรีประชาธิปไตยอ.เมือง จ.อุบลราชธานี (น้ำท่วม) และแม่น้ำชี บ้านฟ้าหยาด อ.มหาชนะชัย จ.ยโสธร (น้ำท่วม)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศจำนวน 447 แห่ง มีปริมาณน้ำในอ่างฯ รวมกันทั้งสิ้น 50 , 214 ล้าน ลบ.ม. (66% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) เป็นน้ำใช้การได้ 26 , 286 ล้าน ลบ.ม. (50% ของความจุอ่างฯ รวมกัน สามารถรับน้ำได้อีก 25,854 ล้าน ลบ.ม. อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ (น้อยกว่า 30%) จำนวน 7 แห่ง ได้แก่ แม่กวงอุดมธารา อุบลรัตน์ ลำพระเพลิง ลำนางรอง ทับเสลา กระเสียว และคลองสียัด อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ (ระหว่าง 31 - 50 % ) จำนวน 8 แห่ง อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ (ระหว่าง 51-80%)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46384</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมชลประทาน, ลุ่มน้ำเจ้าพระยา, ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ, สถานการณ์น้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190923/image_big_5d88284be7fc1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
