<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115919</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2021 16:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2021 16:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ ตอบรับประชุมสุดยอดผู้นำ 6 ประเทศลุ่มแม่น้ำโขง ชี้โอกาสสำคัญไทยเสนอบทบาทเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.ย.64 - เมื่อเวลา 14.45 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบเอกสารผลลัพธ์ 3 ฉบับ ที่จะมีการรับรองโดยไม่มีการลงนาม ในการประชุมสุดยอดผู้นำแผนงานความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง 6 ประเทศ (The Greater Mekong Subregion Economic Coordination : GMS) ครั้งที่ 7 ในวันที่ 9 กันยายน 2564 ผ่านระบบการประชุมทางไกล โดยมีกัมพูชาและธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank: ADB) ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ซึ่งการประชุมในครั้งนี้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้ตอบรับเข้าร่วมการประชุมเรียบร้อยแล้ว สำหรับสาระสำคัญของเอกสารผลลัพธ์ทั้ง 3 ฉบับ มีดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ร่างปฏิญญาร่วมระดับผู้นำ 6 ประเทศลุ่มแม่น้ำโขง ครั้งที่ 7 เป็นการยืนยันความมุ่งมั่นต่อการพัฒนาที่ครอบคลุมและยั่งยืนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง 6 ประเทศ(ไทย พม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม จีน) ผ่านการดำเนินการตามวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ.2030 เพื่อมุ่งสู่การพัฒนาที่เท่าเทียม เปิดกว้าง ครอบคลุม ขับเคลื่อนโดยนวัตกรรม และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ซึ่งที่ประชุมได้รับทราบผลสำเร็จของแผนงาน GMS ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา อาทิ (1) การเชื่อมต่อด้านโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ เช่น ถนนความยาวกว่า 11,000 กิโลเมตร (2)การขนส่งข้ามพรมแดนด้วยขั้นตอนที่เรียบง่าย และ (3)การมีระบบตรวจจับและควบคุมการแพร่กระจายของโรคติดต่อ รวมทั้งการรับรองกรอบยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง พ.ศ. 2573 และแผนการฟื้นฟูและตอบสนองต่อผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 พ.ศ. 2564 - 2566&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ร่างกรอบยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง พ.ศ. 2573 เป็นการกำหนดแนวทางในการพัฒนาอนุภูมิภาคในอีก 10 ปีข้างหน้า เช่น (1) การสนับสนุนการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้อย่างครอบคลุม (2)การยกระดับแนวทางการพัฒนาเชิงพื้นที่ และ (3)การสนับสนุนการมีส่วนร่วมและสร้างเวทีแลกเปลี่ยนข้อมูลความรู้ ทั้งนี้ กรอบยุทธศาสตร์ดังกล่าวเป็นเอกสารที่ปรับปรุงได้ตลอดเวลา เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อความท้าทายใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ร่างเอกสารแผนการฟื้นฟูและตอบสนองต่อผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 พ.ศ. 2564 &amp;ndash; 2566 มีวัตถุประสงค์เพื่อประสานความร่วมมือของประเทศสมาชิกในประเด็นที่ต้องอาศัยการบูรณาการในระดับอนุภูมิภาค โดยมีเป้าหมายในระยะเร่งด่วน คือ มุ่งควบคุมจำนวนผู้ติดเชื้อและอัตราการเสียชีวิต สนับสนุนโครงการฉีดวัคซีน และลดผลกระทบต่อกลุ่มประชากรยากจนและกลุ่มเปราะบาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษกฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า การเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ จะเป็นโอกาสสำคัญของไทยที่จะได้นำเสนอบทบาทความเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ในอนุภูมิภาค นอกจากนี้ ยังได้ร่วมหารือแนวทางการฟื้นฟูและพัฒนาอนุภูมิภาค GMS ภายหลังการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ด้วย ทั้งนี้ การประชุมระดับสุดยอดผู้นำแผนงานความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง 6 ประเทศ (GMS) ครั้งที่ 8 จะจัดขึ้นในปี พ.ศ.2567 โดยจีนเป็นเจ้าภาพ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115919</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกรัฐมนตรี, ประชุมสุดยอดผู้นำ, ลุ่มน้ำโขง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210907/image_big_613735a30e831.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100189</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/04/2021 12:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/04/2021 12:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ไทย’เล็งจัดประชุมสุดยอดผู้นำลุ่มน้ำโขงตอนล่างช่วงไตรมาสสุดท้าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 เม.ย.64 - พล.ต.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผู้ช่วยโฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า เวลา 10.00 น. &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ได้เป็นประธานการประชุม คณะกรรมการแม่น้ำโขงแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2564 &amp;nbsp;ณ &amp;nbsp;ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 &amp;nbsp;ทำเนียบรัฐบาล โดยที่ประชุม ได้รับทราบสถานการณ์แม่น้ำโขง &amp;nbsp;จากปัญหาภาพรวม การผันผวนของปริมาณน้ำในแม่น้ำโขง ตั้งแต่ 1 ม.ค. 64 ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนของไทยริมฝั่งแม่น้ำโขง ในการรดำเนินชีวิต อาทิ การเลี้ยงปลาในกระชัง การเดินเรือขนาดเล็กเป็นต้น ต่อมากระทรวงการต่างประเทศ และ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช. )ได้ประสานงานร่วมกับ กระทรวงทรัพยากรน้ำของจีน เพื่อแก้ปัญหา และได้รับความร่วมมือด้วยดีกระทั่งระดับน้ำเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ตั้งแต่ มี.ค.64 และได้รับทราบ ผลการประชุมคณะมนตรีฯ แม่น้ำโขงเมื่อ 26พ.ย.63 เห็นชอบกรอบความร่วมมือ ทั้งการพัฒนาลุ่มน้ำโขง การจัดการสินทรัพย์ด้านสิ่งแวดล้อม และการคมนาคมขนส่ง เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น คณะกรรมการฯ ได้ร่วมกันพิจารณาเห็นชอบเรื่องสำคัญ ได้แก่การเตรียมจัดการประชุมสุดยอด ผู้นำลุ่มน้ำโขงตอนล่าง ครั้งที่ 4 &amp;nbsp;การประชุมคณะมนตรีครั้งที่ 28 และการประชุมร่วมระหว่างคณะมนตรีกับกลุ่มหุ้นส่วนการพัฒนาครั้งที่ 26 ในฐานะไทยเป็นประธานคณะมนตรีฯปีพ.ศ.2564 ประมาณช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 64 และขึ้นอยู่กับสถานการณ์ covid-19 ด้วย และเห็นชอบให้ทำการศึกษาการพัฒนาเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำในแม่น้ำโขง โดยให้ สทนช.ร่วมกับ กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย เร่งประสานงานกับ สปป.ลาว รวมถึงเห็นชอบ ร่างแผนปฏิบัติการระดับประเทศ (พ.ศ.2564-2568) จำนวน 24 โครงการ เพื่อบริหารจัดการแม่น้ำโขง อย่างยั่งยืน สอดคล้อง แผนแม่บทบริหารทรัพยากรน้ำ 20ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประวิตร ยังได้สั่งการ &amp;nbsp;สทนช. และกำชับ หน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องให้เร่งดำเนินการตามแผนงาน ที่ผ่านความเห็นชอบแล้ว โดยขอให้มีความคืบหน้าตามเป้าหมายอย่างเป็นรูปธรรม โดยจะต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับสูงสุด ภายใต้กรอบความร่วมมือ และส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศให้มากขึ้น ที่สำคัญอย่างยิ่งจะต้องเร่งขับเคลื่อนโครงการที่จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อน จากผลกระทบของพี่น้องประชาชน 8 จังหวัด ริมแม่น้ำโขงของไทย อย่างรีบด่วน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100189</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชุม, ผู้ช่วยโฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี, พล.ต.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, ลุ่มน้ำโขง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210421/image_big_607fb546c5759.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>912</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2026 14:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/01/2018 21:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนโปรยเงินช่วยกัมพูชา หวังหามิตรลุ่มน้ำโขง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลจีนรับปากจะทุ่มเงินลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์กับโครงการสาธารณูปโภคพื้นฐานใหม่ๆ ในกัมพูชา ขณะนายกฯ หลี่เค่อเฉียง จบการภารกิจเยือนกัมพูชานาน 2 วัน เดินเกมหาแนวร่วมสำหรับโครงการเขื่อนตลอดลำน้ำโขง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;นายกฯ หลี่เค่อเฉียง (ซ้าย) และนายกฯ ฮุน เซน ในพิธีลงนามความร่วมมือ ที่กรุงพนมเปญ เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2561 ภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พนมเปญ (เอเอฟพี) / รายงานของสำนักข่าวเอเอฟพีเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 11 มกราคม 2561 กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีของจีนเดินทางเยือนกัมพูชาตั้งแต่วันพุธ เพื่อเข้าร่วมการประชุมความร่วมมือล้านช้าง-แม่โขง ที่กรุงพนมเปญ ซึ่งเป็นเวทีที่จีนเป็นผู้สนับสนุน ด้วยเป้าหมายเพื่อค้ำชูโครงการเขื่อนแม่น้ำโขงอันทะเยอทะยานของจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลำน้ำคดเคี้ยวลดหลั่นสายนี้ทอดยาวผ่านพม่า, ไทย, ลาว, กัมพูชา และเวียดนาม ถือเป็นแหล่งประมงน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นแหล่งอาหารสำหรับผู้คนราว 60 ล้านคนที่ฝากชีวิตไว้กับลุ่มน้ำนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหลายกลุ่มหวาดกลัวว่า เขื่อนต่างๆ ของจีนจะส่งผลให้ปริมาณปลาในแม่น้ำลดลง กระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านในภูมิภาคนี้ ที่ยากจนอยู่แล้ว ให้ยากจนข้นแค้นกว่าเดิม&amp;nbsp;


fifa356&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามข้อมูลของแม่น้ำนานาชาติ องค์กรเอกชนที่ไม่แสวงหากำไร ระบุว่า จีนได้สร้างเขื่อนขวางกั้นแม่น้ำโขงตอนบนไว้แล้ว 6 เขื่อน และจีนกำลังลงทุนในการก่อสร้างเขื่อนใต้ลงไปอีกมากกว่าครึ่งหนึ่งของเขื่อนทั้งหมด 11 เขื่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันพฤหัสบดี นายกฯ หลี่ ได้พบปะกับนายกฯ ฮุน เซน ของกัมพูชา ซึ่งเป็นพันธมิตรของรัฐบาลปักกิ่ง โดยหลี่ได้เสนอจะให้ทุนสำหรับโครงการสนามบินแห่งใหม่ในกรุงพนมเปญ, โครงการทางหลวงสายใหม่จากกรุงพนมเปญไปยังเมืองสีหนุวิลล์ เมืองท่องเที่ยวริมทะเล และโครงการสร้างโรงพยาบาล 1 แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ร่วมของผู้นำทั้งสองภายหลังการเยือนของหลี่ ได้กล่าวยกย่องผลสำเร็จที่สำคัญของการเยือนกัมพูชาครั้งนี้ ซึ่งรวมถึงการเสด็จเยือนจีนอย่างต่อเนื่องของกษัตริย์กัมพูชาและพระราชชนนี เพื่อตรวจพระวรกาย&amp;nbsp;


bnk789&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักสังเกตการณ์หลายคนกล่าวว่า จีนมักจะใช้เงินและเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำสำหรับโครงการสาธารณูปโภคพื้นฐาน เพื่อเอาใจประเทศเพื่อนบ้านที่ยากจนกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซุน จันทอล รัฐมนตรีคมนาคมกัมพูชากล่าวว่า แค่โครงการสร้างทางหลวงสายใหม่โครงการเดียวก็ใช้งบประมาณถึง 2,000 ล้านดอลลาร์ แต่เขาไม่ได้กล่าวชัดเจนว่า ยอดเงินนี้เป็นยอดเงินที่จีนรับปากจะให้ก้อนใหม่หรือไม่&amp;nbsp;


save168&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อนาคตของแม่น้ำโขงเป็นประเด็นทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญระหว่างประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคนี้ จีนในฐานะประเทศต้นน้ำสามารถควบคุมแม่น้ำสายนี้ได้ แต่การสร้างเขื่อนของจีนส่งผลกระทบต่อประเทศท้ายน้ำ ชุมชนที่อาศัยบริเวณลุ่มน้ำโขงตอนล่างต่างรายงานว่าปริมาณปลาลดลงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;


สล็อต พร้อมกับกล่าวโทษว่าเป็นเพราะการสร้างเขื่อนของจีน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/912</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัมพูชา, จีน, ลุ่มน้ำโขง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180111/5a57770cf3da7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
