<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>48741</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เร่งออกกฎกษ. แบน3สารพิษ แจงเกษตรกร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;วิษณุ&amp;rdquo; ชี้กลุ่มหนุนใช้ 3 สารเคมีมีสิทธิ์ฟ้องศาลปกครอง ซึ่งหากศาลรับและคุ้มครองรัฐบาลพร้อมปฏิบัติตาม &amp;ldquo;ประภัตร&amp;rdquo; แจงงานต่อไปต้องรีบหาสารมาทดแทนด่วน เพื่อไม่ให้ภาระไปตกที่เกษตรกร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันพุธ ยังคงมีความต่อเนื่องจากมติคณะกรรมการวัตถุอันตรายที่มีมติปรับวัตถุอันตราย 3 ชนิด ได้แก่ พาราควอต, คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต จากวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ให้เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ห้ามผลิต นำเข้า ส่งออก และมีไว้ในครอบครอง ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.2562
โดยนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงกรณีกลุ่มเกษตรกรที่ใช้สารเคมีจะยื่นเรื่องให้ศาลปกครองคุ้มครองชั่วคราว ในวันที่ 8 ต.ค.นี้ ว่าเป็นสิทธิ์ หลังจากนี้แล้วแต่ศาลจะสั่ง แต่ตามมติ จะระงับใช้ในวันที่ 1 ธ.ค. ซึ่งถ้าศาลรับคำร้องและมีคำสั่งอย่างไรก็ต้องดำเนินการตามนั้น&amp;nbsp;
นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรฯ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯ ทุกคนเห็นด้วยในการแบน 3 สารเคมีครั้งนี้ โดยกระทรวงจะร่วมมือกับทุกฝ่ายแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร เพราะต้องยอมรับว่าเกษตรกรบางส่วนยังเคยชินกับการใช้สารเคมี โดยต้องทำให้เกษตรกรเกิดความเชื่อถือในสารชีวภัณฑ์ตัวใหม่ที่เป็นอินทรีย์มาทดแทน และจะไม่ทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มสูงขึ้น เพื่อไม่ให้เป็นภาระกับชาวไร่ชาวนา
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;จากนี้กรมวิชาการเกษตรต้องเปิดรับการขึ้นทะเบียนให้กับสารทดแทน สารชีวภัณฑ์ ที่คิดค้นโดยคนไทย นำภูมิปัญญาชาวบ้าน มาขึ้นทะเบียนสูตรต่างๆ ไว้ ทั้งปุ๋ยอินทรีย์ สารชีวภาพ และวิธีการทำเกษตรปลอดสาร ใครมีของดี นำมาเข้าสู่ขั้นตอนทางวิชาการ เพราะชาวไร่ชาวนาต้องมีทางเลือกให้เขาโดยไม่กระทบต้นทุน&amp;rdquo;
น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ขอบคุณคณะกรรมการวัตถุอันตรายที่มีมติดังกล่าว รวมทั้งยังขอบคุณทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม ข้าราชการ นักวิชาการ รวมถึงศิลปิน อาทิ นายยืนยง โอภากุล หรือแอ๊ด คาราบาว ที่ช่วยกันรณรงค์เพื่อแก้ปัญหาสุขภาพของประชาชนอย่างเข้มแข็ง
&amp;ldquo;หลังจากนี้จะเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างครบถ้วนในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายที่เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย รวมถึงรับฟังข้อเสนอแนะว่าเมื่อแบนการใช้สารเคมี 3 ชนิดแล้วจะทดแทนอย่างไร เพื่อไม่ให้กระทบต่อวิถีชีวิตของเกษตรกร พร้อมกันนี้ กระทรวงเกษตรฯ จะดำเนินการออกกฎกระทรวงว่าด้วยการปรับวัตถุอันตราย 3 ชนิด จากชนิดที่ 3 ให้เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 เพื่อให้มีผลบังคับใช้ต่อไป&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 3 เรื่องขอขอบคุณคณะกรรมการวัตถุอันตรายที่มีมติยกเลิกการใช้พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต เพื่อคุณภาพชีวิตของเกษตรกร และคนไทยทุกคน โดยระบุว่า ขอขอบคุณแทนคนไทยทั้งประเทศที่คณะกรรมการวัตถุอันตรายได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างดำรงไว้ ซึ่งจริยธรรมและมนุษยธรรมมิเพิกเฉยต่อสุขภาพ ชีวิต ทั้งในส่วนของเกษตรกรผู้รับผลกระทบโดยตรงและผู้บริโภคผู้ได้รับผลกระทบในภายหลัง และที่น่าชื่นชมเป็นอย่างยิ่งคือ การดำเนินการให้มีการลงมติอย่างเปิดเผย ช่วยสร้างความมั่นใจในเรื่องความโปร่งใสในการพิจารณา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;องค์กรฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การมีมติยกเลิกการใช้ 3 สารเคมีในครั้งนี้ จะนำมาซึ่งความร่วมมือกันในการจัดการปัญหาการใช้สารพิษในการเกษตรอย่างเหมาะสม ยั่งยืน และเป็นจุดเริ่มต้นแสวงหาสิ่งที่ดีที่สุดต่อทั้งชีวิตของเกษตรกรผู้ใช้ ระบบนิเวศทางธรรมชาติ และชีวิตของประชาชนอย่างแท้จริง&amp;rdquo;.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48741</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 สารพิษเกษตร, ลุ่มหนุนใช้ 3 สารเคมี, ศาลปกครอง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แบน 3 สารพิษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191023/image_big_5db063f51c940.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
