<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>76090</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุ้นเศรษฐกิจไทยรุ่งหรือร่วง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปี 2563 เป็นปีแห่งมรสุมของเศรษฐกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ด้วยปัจจัยเสี่ยงที่รุมเร้ามาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปี เริ่มที่ปัญหาสงครามการค้า ระหว่างประเทศยักษ์ใหญ่อย่างสหรัฐและจีน ที่หลายครั้งเหมือนจะหาข้อสรุปลงเอยด้วยดี แต่ก็บานปลายมาเรื่อยๆ ต่อเนื่องมาถึงทิศทางเศรษฐกิจโลกที่เข้าสู่ช่วงขาลง จนในที่สุด &amp;ldquo;การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&amp;rdquo; ซึ่งน่าจะเป็นปัจจัยลบที่รุนแรงที่สุดกับเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลก เพราะหลายประเทศต้องออกมาตรการล็อกดาวน์ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาด ส่งผลทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจเกือบทั้งหมดต้องหยุดชะงัก ขณะที่การควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสหลายประเทศทำได้ดี แต่ในอีกหลายประเทศก็ยังเผชิญกับจำนวนผู้ติดเชื้อที่ยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลายฝ่ายหวังว่าการค้นพบวัคซีนโดยเร็ว น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดของปัญหาใหญ่ระดับโลกนี้ แต่กระบวนการ ขั้นตอนการผลิต และการทดสอบวัคซีนยังต้องใช้เวลาอยู่พอสมควร ดังนั้นหลายประเทศแม้จะมีการคลายมาตรการล็อกดาวน์ ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจในหลายส่วนกลับมาเดินหน้าได้บ้าง แต่อีกหลายประเทศ และหลายกิจกรรมก็ยังถูกจำกัดอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเฉพาะการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ หลายประเทศ รวมถึง &amp;ldquo;ไทย&amp;rdquo; ยังใช้มาตรการล็อกดาวน์ในส่วนนี้อยู่ นั่นเพราะผู้เกี่ยวข้องเห็นว่าน่าจะเป็นแนวทางในการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้เป็นอย่างดี การแก้ปัญหาเรื่องดังกล่าวจากภายในประเทศให้คลี่คลายก่อนจะเป็นประเด็นสำคัญที่สุด แต่! สิ่งที่ตามมาคือ &amp;ldquo;รายได้จากภาคการท่องเที่ยว&amp;rdquo; ซึ่งไทยมีรายได้จากส่วนนี้อย่างมหาศาลต้องหายวับไปกับตา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศหดตัวต่อเนื่องที่ระดับ 100% จากระยะเดียวกันของปีก่อน สืบเนื่องจากมาตรการจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศของไทยที่ยังคงมีอยู่ ส่งผลให้ไม่มีนักท่องเที่ยวต่างประเทศเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4 ที่ผ่านมารัฐบาลพยายามแก้ปัญหาส่วนนี้ แม้ว่าจะทดแทนกันไม่ได้ แต่ก็เพื่อเป็นการบรรเทาผลกระทบ ด้วยการออกมาตรการเพื่อกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวภายในประเทศมากขึ้น ก็ต้องมารอลุ้นผลความสำเร็จของมาตรการที่ได้ออกมาว่าจะมีผลต่อภาคการท่องเที่ยวของไทยได้ดีในระดับใด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และจากผลกระทบของปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่มีต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี 2563 หลายหน่วยงานมีความเห็นที่สอดคล้องกันว่า ตัวเลขเศรษฐกิจในปีนี้จะขยายตัวในลักษณะ &amp;ldquo;ติดลบ&amp;rdquo; อย่างแน่นอน โดยล่าสุดศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้ออกมาปรับลดประมาณการเศรษฐกิจในปีนี้ มาอยู่ที่ติดลบ 10% จากคาดการณ์เดิมที่ติดลบ 6% เนื่องจากมองว่าเศรษฐกิจไทยยังเผชิญความไม่แน่นอนสูง จากทั้งสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 การแข็งค่าของเงินบาท รวมถึงประเด็นทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยประเมินว่าความไม่แน่นอนดังกล่าว จะทำให้เห็นการฟื้นตัวในรูปแบบยูเชฟ (U-Shaped) ซึ่งการจะประคองเศรษฐกิจไทยผ่านพ้นช่วงฐานตัว U ได้เร็วเพียงใดนั้น กลายเป็นโจทย์ยากของทางการไทยที่ต้องชั่งน้ำหนักระหว่างการออกมาตรการเศรษฐกิจเพิ่มเติมในขนาดที่เพียงพอและทันเหตุการณ์ในสภาวะการณ์ที่ไม่นิ่ง กับต้นทุนจากการออกมาตรการนั้น เช่น หนี้สาธารณะที่จะเพิ่มขึ้น รวมถึงความเสี่ยงในการแพร่ระบาดอีกครั้งของไวรัส เมื่อทยอยเปิดประเทศ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ แม้รัฐบาลมีแผนการใช้จ่ายรออยู่อีกมากในระยะข้างหน้า แต่ส่วนใหญ่เป็นรายจ่ายที่จำเป็นในการฟื้นเศรษฐกิจและเพิ่มการจ้างงาน จึงยังไม่กังวลระดับหนี้สาธารณะในขณะนี้ ส่วนด้านนโยบายการเงิน คาดว่า กนง.คงจะยังไม่ลดดอกเบี้ยนโยบายและเลือกติดตามสถานการณ์ก่อน โดยเฉพาะช่วงหลังจากสิ้นสุดมาตรการพักหนี้ ในช่วงปลายไตรมาส 3/2563&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ความน่าเป็นห่วงเรื่องการเติบโตของเศรษฐกิจไทยอาจไม่ได้เกิดขึ้นแค่ปี 2563 อาจจะยังต้องลุ้นต่อในปีหน้าว่า ที่หลายฝ่ายประเมินว่า ปี 2564 เศรษฐกิจจะเริ่มฟื้นตัวได้จริงหรือไม่ เพราะต้องยอมรับว่าปีนี้ปัจจัยเสี่ยงค่อนข้างรุนแรง และมีผลอย่างหนักต่อการเติบโตในระยะยาว บางส่วนมีผลในเชิงโครงสร้างเศรษฐกิจ ต้องมาลุ้นกันต่อว่าปีหน้าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวได้ตามคาด หรือจะยังซึมต่อเนื่องจากปี 2563.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ครองขวัญ รอดหมวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76090</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกไร้เงา, ครองขวัญ รอดหมวน, ลุ้นเศรษฐกิจไทยรุ่งหรือร่วง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e088ef44eff8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
