<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>87094</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/12/2020 22:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนละครึ่งเกลี้ยงเล็งเปิดเฟส3-4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลงทะเบียน 5 ล้านสิทธิ์คนละครึ่งเฟส 2 เกลี้ยงภายใน 2.06&amp;nbsp; ชม. &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; ปลื้มปริ่มเป็นต้นคิด เล็งเปิดเฟส 3-เฟส 4 หากฐานะการเงินการคลังเอื้อ &amp;ldquo;ลูกค้าดีแทค&amp;rdquo; ช้ำสัญญาณดันมีปัญหา ปิ๋วเป็นแถบ บริษัทลั่นเยียวยาแน่นอน &amp;ldquo;ททท.&amp;rdquo; แจ้งตำรวจฟัน 312 โรงแรม 202 ร้านค้าโกงเราเที่ยวด้วยกัน ตร.ขึงขังเอาจริง
เมื่อวันพุธที่ 16 ธันวาคม ตั้งแต่เวลา 06.00 น. ได้มีการเปิดให้ลงทะเบียนในโครงการคนละครึ่ง เฟส 2 จำนวน 5 ล้านสิทธิ์ โดยเมื่อถึงเวลา 08.06 น. สิทธิ์ทั้งหมดก็มีผู้ลงทะเบียนครบแล้ว และในช่วงลงทะเบียนได้พบปัญหาเรื่องประชาชนได้รับเลข OTP เพื่อยืนยันสิทธิ์ล่าช้า &amp;nbsp;
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม&amp;nbsp; ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ว่า เมื่อเข้าโครงการแล้วต้องตรวจสอบอีกครั้งว่าเข้าคุณสมบัติหรือไม่ ถ้าไม่เข้าคุณสมบัติก็ต้องเอาออกและเปิดให้เข้าโครงการกันใหม่ หาคนเข้ามาเพิ่มเติม และจะพิจารณาดูว่างบประมาณเพียงพอหรือไม่ จำเป็นต้องทำต่อหรือเปล่า อาจมีเฟส 3 เฟส 4 ต่อไปก็ได้ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์โควิด-19 และขึ้นอยู่กับการเงินการคลังของรัฐบาลด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าใครเป็นคนต้นคิดโครงการคนละครึ่ง เปิดเผยได้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า คนคิดน่ะหรือ ตนในฐานะระดับนโยบาย แต่ก่อนมีโครงการต่างๆ เข้ามา โดยจ่ายเงินให้ประชาชน ได้บอกไม่ได้ จ่ายข้างเดียวไม่ได้ มันต้องจ่ายสมทบ ซึ่งขณะทำงานก็ไปคิดมาแล้วกลับมาตอบ หลักการคือต้องจ่ายสมทบ ให้เจ้าหน้าที่ไปคิดรายละเอียด ซึ่งไม่จำเป็นต้องคิดตรงนั้น ยุบยับ เขาต้องไปหารายละเอียดมาให้คุ้มค่า เพราะต้องรักษางบประมาณของรัฐให้นานที่สุด การจ่ายเป็นระยะๆ และให้นโยบายว่าทุก 3 เดือนต้องมีอะไรปล่อยออกมา
&amp;quot;นายกฯ ทำงานอย่างนี้ ไม่จำเป็นต้องไปคิดข้างล่างเอง ไม่เช่นนั้นจะมีกระทรวงไว้ทำไม ผมบอกทุกอย่าง 1.จ่ายตรงได้จ่าย 2.ถ้าจ่ายตรงไม่ได้ ถ้าใช้งบประมาณสูงก็ต้องจ่ายสมทบ นี่คือหลักการของผม แต่จะทำอย่างไรก็ไปทำมา&amp;quot; นายกฯ กล่าว
ขณะที่นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.การคลัง กล่าวว่า จากรายงานพบว่าการลงทะเบียนเครือข่ายการให้บริการของเอไอเอสและทรูไม่มีปัญหา จะมีปัญหาแค่เฉพาะเครือข่ายดีแทคเท่านั้น ซึ่งก็เป็นหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง&amp;nbsp; กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เข้ามาดูเรื่องคุณภาพของสัญญาณในการให้บริการ เนื่องจากประชาชนได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมาก
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ตอนนี้ให้ธนาคารกรุงไทยไปสรุปตัวเลขผู้ที่เข้ามาลงทะเบียนทั้งหมดในช่วงเช้าว่ามีส่วนที่เกินจากผู้ที่ได้สิทธิ์ 5 ล้านคนอีกเท่าไหร่ และมีจำนวนผู้ที่ลงทะเบียนแล้ว แต่ติดปัญหาไม่ได้รับเลข OTP เป็นจำนวนเท่านั้น ซึ่งกรุงไทยมีข้อมูลทั้งหมด โดยจะรายงานให้กระทรวงทราบภายใน 2-3 วัน ก่อนพิจารณาว่าจะมีมาตรการช่วยเหลืออย่างไรกับคนที่ไม่ได้รับสิทธิ์กลุ่มนี้&amp;rdquo; นายอาคมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอาคมกล่าวอีกว่า ผู้ที่ลงทะเบียนคนละครึ่ง เฟส 2 จำนวน 5 ล้านคน จะได้รับ SMS ยืนยันสิทธิ์ภายใน 2-3 วันนี้ และเริ่มใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-31 มี.ค.2564 แต่ถ้าใช้สิทธิ์ไม่ทันภายในวันที่ 14 ม.ค.2564 ก็ต้องถูกตัดสิทธิ์ และกระทรวงจะนำสิทธิ์ที่เหลือมาเปิดลงทะเบียนใหม่ในวันที่ 15 ม.ค.2564 ซึ่งมีแนวทางที่จะเปิดให้ประชาชนที่พลาดสิทธิ์จากการไม่ได้รับเลข OTP จากดีแทคมารับสิทธิ์ตรงนี้ก่อน
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ต้องขอดูตัวเลขผู้ที่มาลงทะเบียนทั้งหมดอีกครั้งว่ามีจำนวนมากน้อยขนาดไหน ก่อนที่จะตัดสินใจขยายโครงการคนละครึ่ง เฟส 3 หรือเพิ่มจำนวนผู้ได้รับสิทธิ์ให้ครอบคลุมมากที่สุด ส่วนปัญหากรณีแอปพลิเคชันเป๋าตังมีปัญหาใช้งานไม่ได้ในช่วงเช้า มาจากปริมาณการเข้าใช้แอปพลิเคชันจำนวนมาก ก็สามารถกลับไปใช้งานได้ปกติในช่วงสายของวันนี้แล้ว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.กุลยา ตันติเตมิท ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ขอให้ผู้ที่ได้รับสิทธิ์โครงการคนละครึ่ง เฟส 1 จำนวน 10 ล้านคน ทยอยกดยืนยันสิทธิ์เพื่อรับเงินเพิ่มอีก 500 บาท เนื่องจากกระทรวงไม่ได้กำหนดระยะเวลาในการรับเงินเพิ่มดังกล่าว เพื่อป้องกันปัญหาไม่ให้แอปพลิเคชันเป๋าตังหน่วงหรือล่าช้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน สำนักงาน กสทช.ได้เรียกตัวแทนดีแทคเข้าชี้แจงกรณีระบบลงทะเบียนโครงการคนละครึ่งล่ม โดยนายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ กสทช. ในฐานะรักษาการเลขาธิการ กสทช. แถลงภายหลังว่า เรื่องดังกล่าวเกิดจากระบบฟิลเตอร์ หรือระบบคัดกรองลูกค้าที่ดีแทคต้องดึงข้อมูลออกมาทำรหัส OTP มาจากแอปพลิเคชันเป๋าตังผิดพลาด จึงทำให้ดีแทคไม่สามารถรับรู้ได้ว่าลูกค้าคนไหนต้องการขอรหัส OTP บ้าง ซึ่ง กสทช.ได้กำชับดีแทคและผู้ให้บริการรายอื่นให้ดูแลเครือข่ายให้มีคุณภาพ ไม่ควรเกิดปัญหาเช่นนี้อีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายนฤพนธ์ รัตนสมาหาร ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายประสานงานภาครัฐ ดีแทค กล่าวว่า อยู่ระหว่างรวบรวมเลขหมายโทรศัพท์ของลูกค้าที่ลงทะเบียนและได้รับผลกระทบ เนื่องจากการลงทะเบียนมีทั้งผ่านคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ แต่ยืนยันว่าดีแทคต้องชดเชยเยียวยาให้ลูกค้าแน่นอน
ต่อมาในช่วงเย็น ดีแทคส่งแถลงการณ์เพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรการชดเชยลูกค้าที่พลาดสิทธิ์ลงทะเบียนคนละครึ่ง ว่าพร้อมแสดงความรับผิดชอบชดเชยให้ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบทั้งระบบเติมเงินและรายเดือน อาทิ ส่วนลดเมื่อซื้อโทรศัพท์มือถือ โบนัสเติมเงิน โทรฟรี เน็ตฟรี โดยดีแทคจะติดต่อไปยังผู้ใช้บริการผ่าน SMS โดยเร็วที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินทางเข้ายื่นหนังสือเพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษ กรณีพบความผิดปกติของธุรกรรมทางการเงินส่อทุจริตในโครงการเราเที่ยวด้วยกันกับ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) โดยนายยุทธศักดิ์กล่าวว่า ททท.ตรวจพบธุรกรรมที่ต้องสงสัยมีแนวโน้มไปในทางฉ้อโกงหลายรูปแบบ ซึ่งมีผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเป็นโรงแรม ร้านค้า และประชาชนที่ร่วมขบวนการ โดยมีโรงแรมเข้าข่ายพฤติกรรมต้องสงสัย 312 แห่ง และร้านค้า 202 ราย
นายยุทธศักดิ์กล่าวอีกว่า รูปแบบการทุจริตมีอาทิ 1.การเข้าเช็กอินในโรงแรมราคาถูก แต่ไม่ได้มีการเข้าพักจริง 2.โรงแรมขึ้นราคาค่าห้องพัก โดยร่วมมือกับร้านอาหารหรือร้านค้าที่รับชำระคูปอง 3.จองแล้วยังไม่ได้เช็กอิน และยังไม่ชำระเงิน 4.ใช้ส่วนต่างของคูปองเพื่อรับส่วนต่างเต็มจำนวนกรณีร้านค้าเพิ่มราคาอาหารไปมากกว่ามูลค่าอาหาร 5.เข้าพักจริง แต่เข้าพักแบบเป็นกรุ๊ปเหมา โดยตั้งราคาห้องพักในระดับสูง และสามารถรับเงินส่วนต่างที่ตกลงกันไว้ และ 6.โรงแรมที่เปิดขายห้องพักเกินจำนวนจริงที่มี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวว่า จะมอบหมายให้กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เป็นผู้รับผิดชอบคดี และเสนอให้ ผบ.ตร. ตั้งคณะทำงานสืบสวนสอบสวนในนาม ตร. เพื่อให้พนักงานสอบสวนทั่วประเทศ ทุกพื้นที่ที่มีร้านค้าหรือโรงแรมที่เกี่ยวข้อง ได้เป็นพนักงานสอบสวนร่วมในการดำเนินคดี ซึ่งตำรวจจะเร่งทำการตรวจสอบและนำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ตำรวจต้องดำเนินคดีอาญา เราพยายามทำให้เร็วที่สุด เนื่องจากไม่อยากให้โครงการเฟสใหม่ชะลอลงไป และไม่อยากให้มีการทุจริตเกิดขึ้นอีก ทั้งนี้ ฝากเตือนผู้ประกอบการร้านค้าและประชาชนที่อาจกระทำโดยเจตนาหรือไม่เจตนา เพราะตำรวจมีวิธีการสืบสวนสอบสวน ซึ่งท่านจะหนีไม่พ้นความผิด ทั้งนี้ โรงแรมหรือร้านค้าใดต้องการเข้ามาพูดคุยเป็นการส่วนตัวก็ยินดี สามารถทำได้ เนื่องจากเป็นความผิดฐานฉ้อโกง เป็นความผิดส่วนตัว แต่รัฐเป็นผู้เสียหาย หากผู้เสียหายยินยอม อาจจะถอนคำร้องทุกข์ได้&amp;rdquo; พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87094</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนละครึ่ง, คนละครึ่งเฟส 2, ลูกค้าดีแทค, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เราเที่ยวด้วยกัน, โกงเราเที่ยวด้วยกัน, โครงการคนละครึ่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201216/image_big_5fda18855951f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17563</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2018 14:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2018 14:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กสทช.รับคำสั่งศาลคุ้มครองลูกค้าดีแทคใช้งานคลื่นถึง 15 ธ. ค.61</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการ กสทช. เผยได้รับคำสั่งศาลแจ้งคุ้มครองชั่วคราวให้ผู้ใช้มือถือดีแทคบนคลื่น 850 HHz ใช้งานต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 15 ธ.ค. 61&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า ด้วยสำนักงาน กสทช. ได้รับคำสั่งศาลจากศาลปกครองกลางในวันนี้ (14 ก.ย. 2561) เวลา 13.18 น. มีคำสั่งทุเลาการบังคับตามมติ กสทช. ในการประชุมครั้งที่ 13/2561 เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2561 โดยให้บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้ฟ้องคดี ได้รับสิทธิเข้าสู่มาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการตามประกาศ กสทช. เรื่อง มาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการเป็นการชั่วคราวในกรณีการสิ้นสุดการอนุญาต สัมปทาน หรือสัญญาการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ พ.ศ. 2556 ได้จนถึงวันที่ 15 ธ.ค. 2561 เว้นแต่ศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น ที่สำนักงาน กสทช. ได้มีประกาศแจ้งให้ประชาชนที่ใช้บริการโทรศัพท์มือถือดีแทคบนคลื่นความถี่ 850 MHz รีบย้ายไปใช้บริการบนคลื่นความถี่อื่น ในค่ายเดิม หรือโอนย้ายค่าย ภายในวันที่ 15 ก.ย. 2561 นั้น เมื่อศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวลงมา ทำให้ประชาชนที่ใช้บริการโทรศัพท์มือถือดีแทคบนคลื่นความถี่ 850 MHz ยังคงสามารถใช้งานโทรศัพท์ได้อย่างต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 15 ธ.ค. 2561 ตามคำสั่งศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กสทช. และสำนักงาน กสทช. พร้อมน้อมรับและปฏิบัติตามคำสั่งศาล ประชาชนผู้ใช้บริการโทรศัพท์มือถือดีแทคบนคลื่น 850 MHz สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายฐากร กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17563</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช., ฐากร ตัณฑสิทธิ์, ลูกค้าคลื่น 850MHz, ลูกค้าดีแทค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180124/image_big_5a685921199b9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17490</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2018 17:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2018 16:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กสทช.เร่งลูกค้าดีแทค 850 MHz  รีบเปลี่ยนซิม ก่อนใช้งานไม่ได้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงานกสทช.ออกประกาศแจ้งเตือนลูกค้าดีแทค ที่ใช้โทรศัพท์มือถือบนคลื่นความถี่ 850 MHz รีบเปลี่ยนซิม ก่อนหมดสัมปทานวันที่ 15 ก.ย.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้เผยแพร่ประกาศเมื่อเวลา 13.30 น.ที่ผ่านมา แจ้งเตือนลูกค้า บริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค ที่ใช้โทรศัพท์มือถือบนคลื่นความถี่ 850 MHz ที่จะสิ้นสุดสัญญาสัมปทานในวันที่ 15 ก.ย.นี้ ให้รีบย้ายไปใช้บริการบนคลื่นความถี่อื่นในค่ายเดิม หรือโอนย้ายค่าย ภายในวันที่ 15 ก.ย.2561 เพื่อให้สามารถใช้บริการเบอร์เดิมได้ต่อเนื่อง หากไม่ดำเนินการภายในเวลา 24.00 น.ของวันที่ 15 ก.ย.นี้ จะไม่สามารถใช้งานโทรศัพท์ได้ ซิมจะดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า กสทช.จะมีคำสั่งทางปกครองให้ดีแทคประชาสัมพันธ์เร่งรัดลูกค้าให้โอนย้ายดังกล่าว หลังจากดีแทคยื่นฟ้องต่อศาลปกครองให้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้ดีแทคได้ใช้คลื่น 850 ต่อไป ส่วนลูกค้าดีแทคที่เหลืออยู่บนคลื่นดังกล่าว ดีแทค แจ้งว่า ณ วันที่ 10 ก.ย. ที่ผ่านมามี 94,625 เลขหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับลูกค้าดีแทคที่ไม่แน่ใจว่า ตัวเองใช้ซิมคลื่น 850 MHz หรือไม่ สามารถตรวจสอบได้ด้วยตัวเองว่า จะได้รับผลกระทบจากการที่คลื่น 850 หมดสัมปทานหรือไม่ สามารถทำได้โดยการกด *444# โทรออก ระบบจะตรวจสอบและแจ้ง sms กลับมาว่า ซิมและเครื่องของคุณสามารถรองรับคลื่นอื่นๆของดีแทคหรือไม่ หากซิมและมือถือไม่รองรับ คุณสามารถเปลี่ยนซิมได้ ฟรี และคุณอาจจะได้รับข้อความรับสิทธิ์เครื่องในราคาพิเศษ หรือสอบถามยัง Call Center ของดีแทคได้เลย หรือจะติดต่อตามศูนย์ให้บริการ ซึ่งสามารถเปลี่ยนซิมคลื่นความถี่ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17490</URL_LINK>
                <HASHTAG>*444# โทรออก, กสทช., ซิมดับ, ลูกค้าคลื่น 850MHz, ลูกค้าดีแทค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180913/image_big_5b9a294104bc4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
