<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>6037</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2018 08:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2018 08:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กอช. จ่อชวนลูกจ้างภาครัฐเสริมสมาชิกหวังดันยอดเข้าเป้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
กอช. ผุดระบบหักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติอำนวยความสะดวกสมาชิกนักออม &amp;ldquo;ปลัดคลัง&amp;rdquo; ฝันสิ้นปีดูดประชาชนสมัครสมาชิกแตะ 1.2 ล้านคน เล็งดึงลูกจ้างประจำภาครัฐช่วยเสริม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) เปิดเผยว่า กอช. ได้เปิดตัวบริการวางแผนการออมผ่านระบบหักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ (Direct Debit) พร้อมธนาคารรัฐ 5 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารออมสิน, ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.), ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) ในการประกาศเจตนารมณ์ร่วมขับเคลื่อนการออมภาคประชาชน เพื่อร่วมส่งเสริมและสนับสนุนด้านวิชาการและให้ความรู้กับประชาชนเกี่ยวกับการออมเงิน การวางแผนการเงินเพื่อยามเกษียณ โดยมุ่งเป้าหมายเพื่อกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจออมและสมัครสมาชิก กอช. มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ปัจจุบันประเทศไทยมีปริมาณการออมเพื่อวัยเกษียณเพียง 2.5 ล้านล้านบาท ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับต่างประเทศที่มีความพร้อมด้านนี้อย่างมาก ซึ่งหลายประเทศมีการนำเงินออมในส่วนนี้ไปใช้เพื่อการลงทุนในการพัฒนาประเทศด้านอื่น ๆ ขณะที่ไทยเองเงินออมยังลงทุนไม่ได้ และที่ผ่านมารัฐบาลก็ได้มีการผลักดันเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การออมเพื่อวัยเกษียณของไทยยังถือว่าต่ำมาก ซึ่งรัฐบาลพยายามส่งเสริมเรื่องนี้ผ่านช่องทางการออมในรูปแบบต่าง ๆ และให้สิทธิประโยชน์เพื่อจูงใจให้เกิดการออมมากขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของ กอช. ที่ปัจจุบันมีสมาชิกอยู่เพียง 5.3 แสนราย จากเป้าหมายแรงงานนอกระบบกว่า 20 ล้านคน เราอายที่ยอดสมาชิกยังไม่ถึงเป้าหมาย โดยในปีนี้ตั้งเป้าหมายหาสมาชิกเพิ่มเป็น 1.2 ล้านราย ก็อยากจะทำให้ได้ โดยอาจจะมีการดึงลูกจ้างชั่วคราวของภาครัฐเข้ามาเสริม เพราะการสนับสนุนให้มีการออมเงิน ถือเป็นแนวทางสำคัญที่จะทำให้ประชาชนมีความสามารถในการดูแลชีวิตของตัวเองในอนาคต และจะช่วยลดภาระของรัฐบาลในการจัดสรรงบประมาณเข้ามาดูแลด้วย&amp;rdquo; นายสมชัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชัย กล่าวอีกว่า ได้มีการเดินหน้าผลักดันเรื่องการออมอย่างเป็นระบบ ผ่าน 4 เสาสำคัญ ได้แก่ 1. การเสริมความรู้ทางการเงิน 2. การเสริมผลิตภัณฑ์ทางการออมใหม่ ๆ เพื่อเป็นแรงจูงใจในการออมเงิน 3. องค์กรการเงินชุมชนต้องเสริมให้แข็งแกร่ง เพราะเป็นฐานรากของการออมเงินชุมชน และ 4. เติมเต็มระบบการออมเพื่อวัยเกษียณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังได้มอบหมายให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ไปศึกษาแนวโน้มอัตราประชากรของประเทศไทยในแต่ละช่วงอายุ ในช่วง 30-40 ปีจากนี้ เพื่อให้สามารถเตรียมความพร้อมในการวางแผนบริหารจัดการประชากรอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะในวัยแรกเกิด และวัยแรงงาน เนื่องจากแนวโน้มประชากรผู้สูงวัยที่จะมีเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่อัตราเด็กแรกเกิดน้อยลง ซึ่งในระยะยาวอาจส่งผลกระทบถึงฐานการจัดเก็บภาษีของรัฐบาลด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;เรื่องนี้เป็นที่มาของการปรับโครงสร้างประมวลรัษฎากรซึ่งกำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บ การให้สิทธิประโยชน์ด้านต่าง ๆ อาทิ สนับสนุนการมีบุตรเพิ่มขึ้น เบื้องต้น รมว.การคลังได้เห็นชอบในหลักการเรียบร้อยแล้ว แต่ยังต้องหารือในรายละเอียดกับกรมสรรพากรในอีก 2-3 ประเด็น โดยทั้งหมดคาดว่าจะได้ข้อสรุปเร็ว ๆ นี้&amp;rdquo; นายสมชัย กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6037</URL_LINK>
                <HASHTAG>Direct Debit, กรุงไทย, กองทุนการออมแห่งชาติ, กอช., ธ.ก.ส., ธนาคารรัฐ, ธอส., ปลัดกระทรวงการคลัง, ลูกจ้างประจำ, สมชัย สัจจพงษ์, หักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ, ออมสิน, เอสเอ็มอีแบงก์, แบงก์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180121/image_big_5a64aa312e660.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
