<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108075</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2021 20:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุมลูกทรพีทำแผน ฆ่าพ่อลากศพฝังดิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตร.คุมตัวลูกทรพีฆ่าพ่อฝังดินและอำพรางศพทำแผน อ้างแค้นสะสมไม่เคยพูดจาส่งเสริม คอยแต่ขัดขวางสิ่งที่อยากทำ ยอมรับขโมยบัตรคนจนพ่อไปจำนำเป็นค่ารถหลบหนีเข้ากรุงเทพฯ ชี้ไม่ได้ป่วยทางจิตให้การรู้เรื่องส่งฝากขังศาล จ.บุรีรัมย์
&amp;nbsp;เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน พ.ต.อ.สุเอก ฉินธนทรัพย์ ผู้กำกับการ สภ.บ้านใหม่ไชยพจน์ จ.บุรีรัมย์ พร้อมด้วย&amp;nbsp; ร.ต.อ.สมเกียรติ ลิไธสง รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.บ้านใหม่ไชยพจน์ เจ้าของคดี ได้ควบคุมตัวนายวิเชียร ชาลีผาม หรือตูบ อายุ&amp;nbsp;41&amp;nbsp;ปี ผู้ต้องหาฆ่าและฝังอำพรางศพบุพการี คือนายเป ชาลีผาม อายุ&amp;nbsp;72&amp;nbsp;ปี ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังจุดเกิดเหตุ ที่บ้านโศกนาค&amp;nbsp;ต.แดงใหญ่&amp;nbsp;อ.บ้านใหม่ไชยพจน์&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยจุดแรกคือบริเวณเตียงนอนภายในบ้าน&amp;nbsp;ที่ผู้ต้องหาสารภาพว่าใช้มีดพร้ากระหน่ำฟันพ่อขณะนอนหลับช่วงกลางดึกของคืนวันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;มิ.ย.&amp;nbsp;โดยจำไม่ได้ว่าฟันไปกี่ครั้ง กระทั่งพ่อนอนแน่นิ่งคิดว่าเสียชีวิตแล้วจึงนำมีดไปล้างในห้องน้ำ&amp;nbsp;สักพักได้ยินเสียงพ่อร้องครวญครางจึงคว้ามีดเล่มเดิมไปฟันซ้ำอีกหลายครั้งจนขาดใจตาย&amp;nbsp;แล้วก็นำมีดไปล้างเพื่อทำลายหลักฐาน จากนั้นใช้ผ้าปูที่นอนเช็ดเลือดตามพื้น และใช้มุ้งพันแผลที่ศีรษะเพื่อไม่ให้เลือดหยด&amp;nbsp;ก่อนจะลากศพไปฝังอำพรางที่บริเวณหลังบ้าน แล้วใช้ทางมะพร้าวปิดทับบนหลุมฝังศพเพื่อไม่ให้ใครสังเกตเห็น&amp;nbsp;กระทั่งช่วงประมาณตี&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ของวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;มิ.ย.ก็เก็บเสื้อผ้าออกจากบ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ต้องหาสารภาพว่าขโมยบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจนของพ่อไปจำนำที่ร้านค้าแห่งหนึ่งใน อ.พุทไธสง&amp;nbsp;รวมกับบัตรของตัวเองด้วยได้เงินมา&amp;nbsp;4,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp; เพื่อเป็นค่ารถหลบหนีเข้ากรุงเทพฯ&amp;nbsp;ซึ่งขณะทำแผนที่บ้านหลังเกิดเหตุมีญาติและชาวบ้านมามุงดูเป็นจำนวนมากเพราะเป็นเหตุการณ์สะเทือนขวัญ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้คุมตัวผู้ต้องหาไปทำแผนที่บริเวณท่ารถในตัวอำเภอบ้านใหม่ไชยพจน์&amp;nbsp;ที่ผู้ต้องหาไปซื้อตั๋วและรอขึ้นรถเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ก่อนจะถูกจับกุมตัวในท้องที่ของ สน.ทุ่งสองห้อง กรุงเทพฯ เมื่อคืนที่ผ่านมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบถามนายวิเชียร&amp;nbsp;ผู้ต้องหา&amp;nbsp;บอกว่าสาเหตุที่ฆ่าพ่อ เนื่องจากความแค้นสะสมที่พ่อชอบต่อว่าและพูดขัดขวางไม่ให้ทำในสิ่งที่อยากทำหลายครั้ง อย่างเช่นตนบอกว่าอยากเป็น ส.ส. พ่อก็ตอบกลับมาว่าให้รอวันตาย เหมือนกับพ่อไม่สนับสนุนส่งเสริม ไม่อยากให้ตนเองได้ดีกว่า ทั้งที่ความจริงแล้วพ่อต้องสนับสนุนส่งเสริมลูกตัวเอง&amp;nbsp;จึงคิดว่าหากฆ่าพ่อแล้วคงไม่มีใครมาขัดขวาง&amp;nbsp;แต่ก็รู้สึกผิดและอยากขอโทษพ่อ&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะพูดจบนายวิเชียรผู้ก่อเหตุฆ่าบุพการีได้ยกมือไหว้ขอโทษพ่อด้วย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.สุเอก&amp;nbsp;ฉินธนทรัพย์ ผกก.สภ.บ้านใหม่ไชยพจน์ กล่าวว่า&amp;nbsp;จากการสอบปากคำผู้ต้องหาถึงเหตุจูงใจในการฆ่าพ่อตัวเอง&amp;nbsp;ผู้ต้องหาอ้างว่าเกิดจากความเก็บกดและแค้นสะสมที่พ่อไม่ให้กระทำบางสิ่งบางอย่าง จึงเข้าใจว่าพ่อขัดขวางไม่สนับสนุน ซึ่งที่ผ่านมาก็เคยใช้ไม้ทำร้ายพ่อจนต้องเข้า รพ.มาแล้ว&amp;nbsp;แต่พอโดนบ่นโดนต่อว่าอีกก็เกิดความเก็บกด&amp;nbsp;จึงทำให้ก่อเหตุฆ่าพ่อเสียชีวิต&amp;nbsp;ซึ่งก็เป็นเรื่องความบาดหมางระหว่างพ่อลูก ไม่ได้เกี่ยวกับการนำบัตรคนจนไปจำนำแล้วไม่แบ่งเงินให้ตามที่มีผู้ให้ข้อมูล&amp;nbsp;แต่ผู้ต้องหาก็ยอมรับว่าได้เอาบัตรคนจนทั้งของตัวเองและของพ่อไปจำนำที่ร้านค้าแห่งหนึ่งจริง เพื่อนำเงินไปเป็นค่ารถในการเดินทางหลบหนีเข้ากรุงเทพฯ ส่วนที่ญาติให้ข้อมูลว่าผู้ต้องหามีอาการป่วยทางจิตนั้นก็ต้องให้แพทย์ตรวจยืนยัน&amp;nbsp;แต่จากการสอบสวนพูดคุย ผู้ต้องหาก็ให้การรู้เรื่อง มีสติสัมปชัญญะครบถ้วน รู้ว่าตัวเองฆ่าพ่อเสียชีวิต รู้จักอำพรางศพ ก็ต้องดำเนินคดีตามกระบวนการกฎหมาย&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังทำแผนเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายวิเชียรกลับไปยังโรงพักเพื่อสอบปากคำเพิ่มเติมประกอบสำนวนคดี โดยเบื้องต้นถูกตั้งข้อหา &amp;ldquo;ฆ่าบุพการี, ลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพ หรือส่วนของศพเพื่อปิดบังการเกิดการตายหรือเหตุแห่งการตาย&amp;rdquo; และคาดว่าจะส่งฝากขังศาลจังหวัดบุรีรัมย์ในวันที่ 30 มิถุนายนนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108075</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขโมยบัตรคนจนพ่อไปจำนำ, ตร.คุมตัวลูกทรพีฆ่าพ่อ, ลูกทรพี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หลบหนีเข้ากรุงเทพฯ, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, แค้นสะสม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210629/image_big_60db1b096c048.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103175</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2021 12:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2021 12:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.คุมตัวลูกทรพีขี้ยาทำแผนฆ่าพ่อดับ ญาติรุมสาปแช่งให้ประหารชีวิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พ.ค. 64 - จากกรณีคดีนายสุธี&amp;nbsp; &amp;nbsp;หอมหวล&amp;nbsp; อายุ 30 ปี ลูกทรพีขี้ยาโมโหที่ถูกพ่อดุด่าตักเตือนวิ่งไปคว้าปืนลูกซองยาวไล่ยิงนายธวัชชัย&amp;nbsp; หอมหวล อายุ 70ปี ผู้เป็นพ่อ กระสุนเจาะขาและเจ้าโลกของพ่อทำให้เสียเลือดมาก และเสียชีวิตที่ รพ.ทุ่งสง บ่ายวันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา ต่อมาหลังเกิดเหตุกำลังตำรวจ สภ.ทุ่งสง พร้อมอาวุธปืนครบมือไล่ล้อมจับนายสุธี ลูกทรพีได้ทันควันในสวนยาง หมู่ 4 ต.นาหลวงเสน อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช คุมตัวไปสอบสวนยังให้การวกวนว่าถูกพ่อดุด่าเรื่องขุดดินหน้าบ้านเลยโมโหคว้าปืนไล่ยิงจนเสียชีวิตอนาถ เหตุเกิดหน้าบ้านเลขที่ 92/1 หมู่ 4 ต.นาหลวงเสน อ.ทุ่งสงนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด ช่วงสายวันที่ 17 พ.ค. ที่ สภ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช พ.ต.อ.นัษฐวุฒิ&amp;nbsp; ทองทิพย์ ผกก.สภ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช พร้อมด้วย พ.ต.ท.ธีระพล&amp;nbsp; &amp;nbsp;พุ่มชัย รอง ผกก.สส.,พ.ต.ท.ธรรมราช&amp;nbsp; ส้มเขียวหวาน สว.สส. และพนักงานสอบสวนในคดี ได้คุมตัวนายสุธี ผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในที่เกิดเหตุ โดยก่อนที่จะคุมตัวออกจากห้องขัง ตำรวจ สภ.ทุ่งสง และจนท.สาธารณสุข ได้สวมชุด PPE เข้าไปตรวจหาเชื้อโควิดจากนายสุธีก่อน และฉีดยาพ่นฆ่าเพื่อป้องกันโรคโควิด จนแน่ใจว่านายสุธีไม่ติดเชื้อโควิด จากนั้นจึงคุมตัวนายสุธี พร้อมอาวุธปืนลูกซองยาวของกลางที่ใช้ก่อเหตุลงจากโรงพัก ขึ้นรถยนต์สายตรวจของ สภ.ทุ่งสง เดินทางไปยังที่เกิดเหตุทันทีเพื่อทำแผนประกอบรับสารภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเมื่อถึงบ้านที่เกิดเหตุ หน้าบ้านเลขที่ 92/1 หมู่ 4 ต.นาหลวงเสน อ.ทุ่งสง นายสุธีได้ชี้จุดที่กำลังนั่งคุ้ยขุดกองก้อนหินที่หน้าบ้าน จากนั้นได้มีนายธวัชชัย ผู้เป็นพ่อได้เข้ามายืนดุด่าต่อว่านายสุธีและห้ามนายสุธีหยุดขุดคุ้ยกองหินหน้าบ้าน ทำให้นายสุธี เกิดความโมโหที่ถูกพ่อดุด่ารีบวิ่งเข้าไปในสวนยาง ขึ้นไปเอาปืนลูกซองยาวบนขนำในสวนยางพารา ห่างจากบ้านประมาณ 150 เมตร แล้ววิ่งย้อนกลับมาใช้ปืนไล่ยิงพ่อกระสุนเจาะขาและเฉียดอวัยวะเพศ ทำให้เสียเลือดมากจนทำให้นายธวัชชัยเสียชีวิตที่ รพ.เวลาต่อมา หลังเกิดเหตุนายสุธีได้วิ่งย้อนกลับไปซ่อนตัวในขนำที่เก็บอาวุธปืนในสวนยางพารา จนถูกตำรวจไล่ล้อมจับกุมได้เวลาต่อมาดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุธี กล่าวว่า สาเหตุที่ตนยิงพ่อจนเสียชีวิต เพราะสะสมความแค้นมานานแล้วที่ถูกพ่อดุด่าและตีตนตลอดมาหลายปี เลยทำให้ตัดสินใจไปวิ่งเอาปืนมายิงพ่อจนเสียชีวิตดังกล่าว และยอมรับว่าติดยาเสพติดด้วยทำให้เกิดอาการหลอนฆ่าพ่อในครั้งนี้ด้วย
ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ใช้เวลาทำแผนทุกจุดเป็นเวลาเกือบ 1 ชม. มีกำลังตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบอาวุธปืนครบมือตลอดเวลาการทำแผน โดยมีญาติๆ และชาวบ้านในพื้นที่ยืนดูการทำแผนตลอดเวลา โดยไม่มีเหตุร้ายแต่อย่างใด ชาวบ้านส่วนใหญ่แค่ตะโกนด่าอยากให้ประหารชีวิตนายสุธี ลูกทรพีตลอดเวลา เสร็จจากทำแผน เจ้าหน้าที่ได้คุมตัวนายสุธีกลับ สภ.ทุ่งสง เพื่อดำเนินคดีและเตรียมฝากขังต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103175</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุมตัวทำแผน, ฆ่าพ่อ, นครศรีธรรมราช, ลูกทรพี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210517/image_big_60a1fa700e685.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96055</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/03/2021 22:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ลูกทรพีคลั่งยา เผาบ้านพ่อแม่ ตำรวจเร่งล่าตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; เมื่อวันที่ 14 มี.ค. เวลา&amp;nbsp;09.00&amp;nbsp;น. ร.ต.อ.สุเมธ ศรีหาวงษ์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.หลักศิลา อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ประสานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบเก็บหลักฐานเพิ่มเติม กรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านเลขที่&amp;nbsp;114&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ต.กุดฉิม อ.ธาตุพนม ลักษณะ 2 ชั้นแบบครึ่งปูนครึ่งไม้&amp;nbsp;ได้รับความเสียหายทั้งหลัง เหตุเกิดเมื่อเวลา&amp;nbsp;18.00&amp;nbsp;น. วันที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;มี.ค.ที่ผ่านมา ทราบชื่อเจ้าของบ้านคือ นายสุพัฒน์ มหาเสนา อายุ&amp;nbsp;65&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;พร้อมภรรยานางปริญญา วิรัตน์ อายุ&amp;nbsp;58&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;โดยทางเจ้าหน้าที่ได้ประสานรถดับเพลิงจากหน่วยงานเกี่ยวข้องเข้าระงับเหตุ ใช้เวลากว่า&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้&amp;nbsp;แต่สภาพบ้านถูกไฟไหม้วอดทั้งหลัง รวมถึงสิ่งของเครื่องใช้ไม่สามารถนำออกมาได้แม้แต่ชิ้นเดียว คาดว่ามูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แสนบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นจากการสอบสวนนางปริญญาเปิดเผยว่า ผู้ก่อเหตุจุดไฟเผาบ้านคือลูกชายคนเดียวชื่อ นายนราธิป มหาเสนา อายุ&amp;nbsp;37 ปี&amp;nbsp;เกิดอาการคลุ้มคลั่ง เนื่องจากเป็นผู้ป่วยเสพยาบ้า ติดยามานานหลายปี ไม่พอใจที่ขอเงินแม่ไม่ได้ จึงคลุ้มคลั่งจะทำร้ายพ่อแม่ รวมถึงพยายามข่มขู่จะเผาบ้าน โดยมีประวัติเคยถูกจับกุมคดีเสพยาบ้า ติดคุกมาหลายปี ทั้งเคยนำไปรักษาบำบัด สุดท้ายหวนกลับมาเสพยาบ้าอีก&amp;nbsp;และเพิ่งพ้นโทษมาได้ประมาณ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปี ช่วงเกิดเหตุมีอาการคลุ้มคลั่ง เพราะขอเงินแม่ไม่ได้ขู่จะทำร้าย&amp;nbsp;พ่อกับแม่จึงหนีออกไปขอความช่วยเหลือจากญาติ และแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบระงับเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นผู้ก่อเหตุได้ถือโอกาสใช้น้ำมันราดรอบทั่วบ้าน แล้วจุดไฟเผา จนเกิดไฟลุกลามไหม้ทั้งหลัง ชาวบ้านจึงประสานเจ้าหน้าที่นำรถดับเพลิงมาระงับเหตุ แต่พระเพลิงไหม้เสียหายหมดทั้งหลัง หลังก่อเหตุนายนราธิปได้หลบหนีไป ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดี&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานเกี่ยวข้องเข้าไปให้ความช่วยเหลือหาทางดูแลเรื่องที่อยู่อาศัย และมอบสิ่งของช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นแล้ว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96055</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลั่งยา, ลูกทรพี, สภ.หลักศิลา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เร่งล่าตัว, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210314/image_big_604e012195b0a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92009</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/02/2021 20:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/02/2021 20:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.รวบแล้ว ลูกทรพีฆ่าแม่ ก่อนหลบหนีข้ามจังหวัด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.พ.64 - ที่ สภ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น พล.ต.ท.ยรรยง เวชโอสถ ผบช.ภ.4 พร้อมด้วย พล.ต.ต.พุฒิพงษ์ มุสิกูล ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น , พ.ต.อ.ยุทธนา งามชัด ผกก.สภ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น และ พ.ต.อ.วรวุธ เล็กสุนทร ผกก.สภ.บ้านแท่น จ.ชัยภูมิ &amp;nbsp;ร่วมทำการสอบสวน นายทรงกลด อย่างสวย หรือโจ้ อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 277 ม.2 ต.หนองคู อ.บ้านแทน จ.ชัยภูมิ ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดภูขียว ที่ 14 / 2564 ลงวันที่ 4 ก.พ.2564 &amp;nbsp;ในข้อหาฆ่าบุพการโดยเจตนา เหตุเกิดที่ ม.12 บ้านเต่า ต.บ้านเต่า อ.บ้านแท่น จ.ชัยภูมิ เมื่อวันที่ 29 &amp;nbsp;ม.ค. ที่ผ่านมา หลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.มัญจาคีรี จ.ขอนแ่กน จับกุมตัวได้ ขณะขับหลบซ่อนตัวในพื้นที่ &amp;nbsp; &amp;nbsp;บ้านหนองสองห้อง ต.นางาม อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.ยรรยง กล่าวว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหา ให้การว่า สาเหตุที่ฆ่ามารดา เพราะขอเงิน 200 บาท 2 ครั้ง แต่ผู้ตายไม่ให้ ด้วยความโมโหจึงบีบคอจนตายคามือ หลังจากที่ฆ่าแล้วก็ขับรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ จีที สีเทา ไม่แผ่นป้ายติดทะเบียน หลบหนีมาในพื้นที่ อ.พระยืน จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นพื้นที่ความรับผิดชอบของตำรวจภูธรภาค4 &amp;nbsp;เมื่อเข้ามาในพื้นที่อ.พระยืน ผู้ต้องหาได้ก่อเหตุทำร้ายร่างกาย นายทองใส ม่วงกลาง อายุ 67 ปี อยู่บ้านเลขที่ 116/4 บ้านหนองโพธิ์ ม.2 ต.หนองแวง อ.พระยืน จ.ขอนแก่น ขณะนอนอยู่ที่ทุ่งนา จนได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลตามร่างกาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นได้ไปก่อเหตุลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ &amp;nbsp;ยี่ห้อ ฮอนด้าเวฟ สีชมพูไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ของ นายสนธยา ศรีผ่องใส อายุ 63 ปี อยู่บ้านเลขที่ 137 ม.4 บ้านหนองฮี ต.ดอนช้าง อ.เมือง จ.ขอนแก่น ขับขี่หนีไปในพื้นที่ อ.เชียงยืน จ.มหาสารคาม และได้ทิ้งรถจักรยานยนต์ ไว้ แล้วทำการก่อเหตุลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ยามาฮ่าสปาร์ค สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนพร้อมเงินสด 12,000บาท &amp;nbsp;หลบหนีไปยังพื้นที่อ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์ และหลับนอนในกระท่อมนาของชาวบ้าน ก่อนที่จะตัดสินใจขับขี่รถจักรยานยนต์วนกลับมาที่อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น และหลับนอนในกระท่อมนาของชาวบ้านหนองสองห้อง ชาวบ้านไปพบจึงแจ้งตำรวจสภ.มัญจาคีรี ไปตรวจสอบ จนทราบว่าเป็นผู้ต้องหาที่ทำการฆ่ามารดาตัวเองตายในพื้นที่อ.บ้านแท่น และมีหมายจับของศาลจังหวัดภูเขียว จึงทำการจับกุมตัวมาทำการสอบสวนและขยายผลในคดีต่างๆ ซึ่งผู้ต้องหาก็ให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายทองใส ม่วงกลาง อายุ 67 ปี อยู่บ้านเลขที่ 116/4 บ้านหนองโพธิ์ ม.2 ต.หนองแวง อ.พระยืน จ.ขอนแก่น ผู้เสียหายที่ถูกผู้ต้องหาทำร้ายร่างกาย กล่าวว่า ได้ออกไปนอนที่นากับภรรยา เพื่อเฝ้าเครื่องสูบน้ำ &amp;nbsp;ช่วงเวลาประมาณ 04.00 น.วันที่ 30 มกราคม เห็นผู้ต้องหาขับขี่รถจักรยานยนต์ผ่านไปมา 3 รอบ จากนั้นก็หยุดรถ และเดินเข้ามาหาถามว่า แถวนี้มีคนขายไข่เป็ด ไข่เต่าหรือไม่ จึงตอบว่าไม่มีจากนั้นก็ถูกผู้ต้องหาก็พุ่งเข้ามาทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บ &amp;nbsp;ภรรยาเห็นเหตุการณ์ตลอดเวลาจึงตะโกนเสียงดังว่า เห็นปืนแล้ว จะเอาปืนมายิง ซึ่งในความเป็นจริง เป็นเพียงอุบายของภรรยาเท่านั้นเพราะชีวิตจริงไม่มีปืน เมื่อผู้ต้องหาได้ยินจึงรีบวิ่งหนีไป จากนั้นจึงเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.พระยืน เพื่อให้ตำรวจติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีในข้อหา ทำร้ายร่างกาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางจันทร์ดี &amp;nbsp;ม่วงกลาง อายุ67 ปี ภรรยาของนายทองใส กล่าวว่า &amp;nbsp;เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับสามีตัวเองตลอด ตะโกนขอความช่วยเหลือ แต่ไม่มีใครมาช่วย จึงคิดอุบายว่ามีปืน จะเอาปืนให้สามียิงผู้ต้องหา เมื่อคิดได้ จึงรีบตะโกนบอกสามีว่าจะเอาปืนไปให้ และให้ยิงใส่ผู้ต้องหา ซึ่งไม่คิดว่า ผู้ต้องหาได้ยินคำว่าปืนแล้ว ผู้ต้องหาจะวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.วรวุธ เล็กสุนทร ผกก.สภ.บ้านแท่น จ.ชัยภูมิ กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการประสานงานกับทางตำรวจภูธรภาค4 และ เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่สภ.มัญจาคีรี และสภ.พระยืนมาอย่างต่อเนื่อง กระทั่งมีเบาะแสที่ผู้ต้องหาก่อเหตุทำร้ายร่างกายและลักทรัพย์ในพื้นที่ต่างๆ รวมทั้งหนีมายังอ.มัญจาคีรี &amp;nbsp;โดยล่าสุดพลเมืองดีซึ่งเห็นการเสนอข่าวของสื่อมวลชนที่เกี่ยวกับเหตุการณ์ลูกชายฆ่ามารดาตัวเองตายในพื้นที่สภ.บ้านแท่น แจ้งเบาะแสเข้ามาว่าพบคนร้ายที่ลงมือฆ่ามารดาอยู่ในพื้นที่บ้านหนองสองห้อง &amp;nbsp; อ.มัญจาคีรี จึงได้ประสางานกับ บช.ภ.4 &amp;nbsp;และ สภ.มัญจาคีรี เพื่อทำการจับกุมผู้ต้องหารายดังกล่าว ซึ่งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าฆ่ามารดาตัวเองจริง เพราะโมโหที่ขอเงินไม่ได้ ส่วนการลักรถจักรยานยนต์ในพื้นที่ต่างๆก็เพื่อหลบเลี่ยงสายตาเจ้าหน้าที่ตำรวจในระหว่างการหลบหนี จึงได้แจ้งข้อหาฆ่าบุพการีโดยเจตนา และข้อหาทำร้ายร่างกาย ข้อหาลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ และหลังจากแถลงข่าวเรียบร้อยแล้ว นี้ก็จะนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนสภ.บ้านแท่น ทำการสอบสวน จากนั้นก็จะนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ และคุมตัวส่งฟ้องฝากขังที่ศาลจังหวัดภูเขียวตามขั้นตอนต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92009</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอนแก่น, ลูกทรพี, สภ.มัญจาคีรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210204/image_big_601bef2fc090e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71095</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2020 07:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2020 07:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บักหล่าอย่าเฮ็ดพ่อ!บุรีรัมย์แชร์ว่อนคลิป​สะเทือนใจลูกทุบตีพ่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ค.63 - ผู้สื่อข่าวจังหวัดบุรีรัมย์รายงานว่า ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ &amp;ldquo;อุดรโมเดล&amp;rdquo; โพสต์คลิปเหตุการณ์ สะเทือนใจลูกชายทำร้ายร่างกายผู้เป็นพ่อ &amp;nbsp;พร้อมระบุข้อความว่า &amp;quot;บาปกรรม อยู่ที่ชาตินี้ไม่มีชาติหน้า ใครทำกรรมย่อมได้รับกรรม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในคลิปดังกล่าวเป็นภาพที่ชายหนุ่มคนหนึ่ง &amp;nbsp;ใช้กำลังทำร้ายร่างกายชายชรา &amp;nbsp;ซึ่งคาดว่าเป็นพ่อบังเกิดเกล้าของตัวเอง &amp;nbsp;เนื่องจากในคลิปมีเสียงชายชรา พยายามร้องขอชีวิตโดยพูดเป็นภาษาอีสาน ว่า &amp;ldquo;บักหล่าอย่าเฮ็ดพ่อ &amp;nbsp;พ่อบ่สู้บักหล่าบ่ได้ดอก&amp;rdquo; ซึ่งหากแปลเป็นไทยหมายถึง &amp;ldquo;ลูกอย่าทำพ่อเลย พ่อไม่สู้ลูกหรอก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากคลิปดังกล่าวได้ถูกแชร์ออกไป &amp;nbsp;ก็สร้างความสะเทือนใจกับผู้เห็นคลิป &amp;nbsp;และมีคนเข้าไปแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก &amp;nbsp; ส่วนใหญ่ต่างประณามการกระทำของลูกชาย &amp;nbsp;และบางส่วนก็เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่เอาผิดกับลูกชายที่ทำร้ายพ่อ &amp;nbsp; ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าคลิปเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่ บ้านตลาดแย้ &amp;nbsp; ต.ถาวร &amp;nbsp;อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปยังบ้านที่เกิดเหตุก็พบนายฉาน&amp;nbsp;เตือนมิ่งมาตร &amp;nbsp;อายุ 30 ปี ลูกชายที่ปรากฏในคลิป &amp;nbsp;อยู่ที่บ้าน &amp;nbsp;ส่วนนายวินัย&amp;nbsp; ผู้เป็นพ่อไม่อยู่ออกไปหาดักหนูในป่า &amp;nbsp; แต่จากการสอบถามนายฉาน &amp;nbsp; ลูกชายก็ยอมรับว่าได้ตีพ่อตามที่ปรากฏในคลิปจริง &amp;nbsp;แต่ตีเบาๆ ไม่ได้ใช้แรงเพราะวันนั้นต่างคนต่างเมา &amp;nbsp; แต่พ่อพูดไม่รู้เรื่องจึงโมโหเดินเข้าไปตบและผลักตามคลิป &amp;nbsp; ไม่ได้เจตนาจะทำร้ายพ่อรุนแรง &amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะปัจจุบันก็อาศัยอยู่ด้วยกัน 2 คน &amp;nbsp; และหลังจากคลิปดังกล่าวปรากฏก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ และฝ่ายปกครอง เข้ามาหาตนที่บ้านซึ่งตนก็ได้ชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น &amp;nbsp; พร้อมทั้งได้กราบขอโทษพ่อไปแล้ว &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้​ จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ ตำรวจ สภ.ถาวร &amp;nbsp;ก็ให้ข้อมูลว่า &amp;nbsp; หลังจากได้รับทราบเหตุการณ์ก็ได้ลงพื้นที่พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง &amp;nbsp; ซึ่งเบื้องต้นลูกก็ยอมรับว่าได้ทำจริงแต่ไม่ได้ทำรุนแรง &amp;nbsp;ซึ่งพ่อก็ไม่ได้ติดใจเอาเรื่องลูกชาย &amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นจึงได้ทำการตักเตือน &amp;nbsp;แต่หากทำอีกก็จะดำเนินคดีตามกฎหมาย.&lt;/p&gt;





&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71095</URL_LINK>
                <HASHTAG>#บุรีรัมย์, ฉาน เตือนมิ่งมาตร, ทำร้ายพ่อ, ลูกทรพี, สภ.ถาวร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200711/image_big_5f08ff3388649.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60812</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/03/2020 08:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2020 08:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบทันควันลูกทรพีคลั่งยาคว้ามีดไล่ฟันหัวพ่อดับกลางบ้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มี.ค.63 - เมื่อเวลา 03.00 น. ร.ต.อ.ธวัชชัย ศรีไหม รอง สว.(สอบสวน)สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งว่ามีเหตุลูกใช้มีดพร้าฟันหัวพ่อตายคาที่ ในบ้านเลขที่ 49/5 ซอยพิทักษ์ดารา หมู่ 2 ต.นาเคียน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งแล้วจึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.มณเทียร เบ้าทอง ผกก.,พ.ต.ท.ก่อเกียรติ ทองนุ่น รอง ผกก.ป.,พ.ต.ท.อาคม จอนนุ้ย รอง ผกก.(สอบสวน),แพทย์เวร รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช และจนท.มูลนิธิใต้เต๊กตึ้ง ไปที่เกิดเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นบ้านปูนชั้นเดียว ภายในห้องโถงกลางพื้นลานบ้าน พบศพผู้ตายชื่อนายโบน ดาราโชติ อายุ 53ปี เจ้าของบ้าน นอนฟุบคว่ำหน้ากับพื้นบ้านในชุดนุ่งผ้าโสร่งผืนเดียวไม่สวมเสื้อเลือดไหลนอง สภาพศพมีบาดแผลถูกฟันด้วยมีดพร้าเข้ากลางศีรษะเป็นแผลยาวประมาณ7ซม.เลือดไหลนองเต็มพื้นบ้าน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอบสวนทราบคนร้ายเป็นลูกชายแท้ๆของผู้ตาย ชื่อนายสมบูรณ์หรือเฉด ดาราโชติ อายุ 28ปี หลังก่อเหตุได้ถือมีดพร้าเปื้อนเลือดวิ่งหลบหนีออกจากบ้านหายไปก่อนหน้านี้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังเกิดเหตุ พ.ต.ท.ก่อเกียรติ ทองนุ่น รอง ผกก.ป.สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ได้วิทยุสั่งให้ตำรวจสายตรวจจยย.ทั้งหมดระดมเข้ามายังที่เกิดเหตุทันที แล้วกระจายกำลังออกค้นหานายสมบูรณ์คนร้ายรายนี้ทันที ซึ่งคาดว่าน่าจะหลบหนีไม่ไกลจากที่เกิดเหตุ ในที่สุด พ.ต.ท.ก่อเกียรติ นำกำลังตำรวจสายตรวจ จยย.จับกุมนายสมบูรณ์ ได้ขณะแอบไปนอนหลับบนม้าหินอ่อน หน้าร้านค้าขายของชำ ในหมู่บ้าน ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ1กม. โดย จนท.ตำรวจสามารถจับกุมตัวได้อย่างละม่อมพร้อมอาวุธมีดพร้าเปื้อนเลือดของกลาง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวน ยังให้การวกวนไม่ได้สติว่าไม่ได้เป็นคนฆ่าพ่อและไม่รู้ว่าพ่อตายแล้ว และแสดงอาการตกใจเมื่อรู้ว่าพ่อตายแล้ว และเผยว่าก่อนหน้านี้มีปากเสียงทะเลาะกับพ่อเป็นประจำในเรื่องเงินๆทองๆแต่ปฏิเสธไม่ได้ฆ่าพ่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นางปิยะนุช ดาราโชติ อายุ 50ปี น้องสาวของผู้ตายให้การ ว่าปกติพ่อลูกคู่นี้จะมีปากเสียงทะเลาะกันเป็นประจำเป็นที่รู้กันดีของบรรดาญาติๆและคนในหมู่บ้าน แต่ครั้งนี้ทะเลาะรุนแรงถึงขั้นฆ่ากันตายดังกล่าว โดยตนเองซึ่งมีบ้านติดกันได้ยินเสียงทั้งคู่ทะเลาะกันเสียงดังลั่นและได้ยินเสียงดังโครมครามผิดปกติก่อนเงียบไป จึงเข้าไปดูก็พบร่างพี่ชายถูกลูกชายใช้มีดพร้าฟันหัวตายคาที่แล้วหลบหนีไป ซึ่งสาเหตุมาจากนายสมบูรณ์หรือเฉดลูกชายมีอาการเพี้ยนสติไม่สมประกอบจากเสพยาเสพติดชนิดหนึ่ง จนมาก่อเหตุรุนแรงฆ่าพ่อดังกล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60812</URL_LINK>
                <HASHTAG>ลูกทรพี, สภ.เมืองนครศรีธรรมราช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200325/image_big_5e7aac3feac9a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59011</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/03/2020 08:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/03/2020 08:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลูกทรพีโมโหพ่อไม่ให้ไปงานเซ่นปะกำช้างซ้อมซี่โครงหักมีดฟันหัวซ้ำดับสลด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
06มี.ค.63- เมื่อวันพฤหัสบดีที่ป่านมา ร.ต.อ.พรหมพิริยะ พันสีเงิน&amp;nbsp; รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.สตึก จ.บุรีรัมย์&amp;nbsp; ได้รับแจ้งมีเหตุลูกชายทำร้ายพ่อบังเกิดเกล้าเสียชีวิต&amp;nbsp;&amp;nbsp; ภายในบ้านหมู่บ้านคูขาดพัฒนา&amp;nbsp; ต.สตึก&amp;nbsp; อ.สตึก&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงรายงานให้ พ.ต.อ.สัมภาษณ์ ศรีจันทึก ผกก.สภ.สตึก ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนจะรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อม พ.ต.ท.ยศวัฒน์ มณีชัยกิจ รองผู้กำกับการ (สอบสวน) สภ.สตึก&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน&amp;nbsp; และหน่วยกู้ภัยวังกรูด&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบร่าง นายบุญมี&amp;nbsp; ศาลางาม&amp;nbsp; อายุ 58 ปี นอนหายใจรวยรินอยู่บนเตียงนอนภายในเพิงที่พัก ข้างบ้านเลขที่ 1 (มุงด้วยสังกะสี) จากการตรวจสอบพบมีบาดแผลถูกของมีคมฟันเข้าบริเวณใบหน้า 2 แผล ลำตัวอีก 1 แผล ซี่โครงหัก 2 ซี่&amp;nbsp; หน่วยกู้ภัยจึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลสตึกเพื่อให้แพทย์ช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน&amp;nbsp; แต่เนื่องจากอาการสาหัสมาก นายบุญมี ทนพิษบาดแผลไม่ไหวจึงเสียชีวิตในเวลาต่อมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามชาวบ้าน&amp;nbsp; ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ว่า&amp;nbsp; ผู้ก่อเหตุคือ นายวีระ&amp;nbsp; ศาลางาม&amp;nbsp; อายุ 29&amp;nbsp; ปี ซึ่งเป็นลูกชายของผู้ตายเอง จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้ไปติดตามจับกุมตัวนายวีระ ซึ่งพบว่านอนอยู่ที่บ้านอีกหลัง ในสภาพคล้ายมีอาการมึนเมา เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการควบคุมตัวไปสอบสวน ซึ่งเบื้องต้นนายวีระ ให้การว่า&amp;nbsp; แค่ใช้กำปั้นชกทำร้ายพ่อ และใช้ด้านมีดกระทุ้งเท่านั้น&amp;nbsp; เพราะโมโหที่พ่อไม่ไปร่วมงานเซ่นปะกำช้าง ซึ่งเป็นงานประเพณีของคนเลี้ยงช้าง&amp;nbsp; แต่ไม่คิดว่าพ่อจะถึงขั้นเสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นรอบบริเวณบ้าน พบมีดตัดอ้อยความยาวประมาณ 60 เซนติเมตร ซุกอยู่ในกองไม้มีคราบเลือดติดอยู่ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน หลังจากทำการสอบปากคำแล้วและนายวีระ ยอมรับสารภาพว่า ได้ก่อเหตุทำร้ายพ่อจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจจึงควบคุมตัวกลับไปทำแผนยังจุดเกิดเหตุ ซึ่งขณะเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไปทำแผน&amp;nbsp; ก็มีญาติ และชาวบ้านมารอดูการทำแผนจำนวนมาก&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต่างพากันตะโกนสาปแช่ง และพยายามจะเข้าประชาทัณฑ์ เจ้าหน้าที่ต้องรีบนำตัวออกมาขึ้นรถกลับไปยังโรงพักเพื่อสอบสวนเพิ่มเติม และดำเนินคดีตามกฎหมายเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา &amp;ldquo;ทำร้ายร่างกายผู้อื่น จนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย, ฆ่าบุพการี&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59011</URL_LINK>
                <HASHTAG>งานเซ่นปะกำช้าง, พ.ต.อ.สัมภาษณ์ ศรีจันทึก, ลูกทรพี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200306/image_big_5e61a96ff1309.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
