<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>27771</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2019 13:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2019 13:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สาว ๆ ยิ้มออกแน่   ม.นเรศวรวิจัยลูกประคบสมุนไพรลดเซลลูไลท์ได้ผล ขาแน่น ไขมันหาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29ม.ค.62-นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยนเรศวร ต่อยอดภูมิปัญญาไทยพัฒนา &amp;ldquo;ลูกประคบลดเซลลูไลท์&amp;rdquo; จากสมุนไพรหลากชนิด ผลการทดสอบในอาสาสมัครได้z]จริงและปลอดภัย เตรียมพัฒนาผลิตภัณฑ์เจลต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัญหาเซลลูไลท์ที่เกิดขึ้นกับผู้หญิง เนื่องมาจากไขมันส่วนเกินในชั้นใต้ผิวหนังที่สะสมพอกพูนหนาขึ้น จนทำให้เกิดเป็นลักษณะผิวหนังขรุขระ ไม่เรียบเนียน แลดูเป็นคลื่นคล้ายผิวเปลือกส้ม คณะวิจัยจากสถานวิจัยเครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งมี รศ. ดร.กรกนก อิงคนินันท์ เป็นหัวหน้าโครงการ จึงได้พัฒนาสูตรตำรับลูกประคบสำหรับลดเซลลูไลท์ โดยคัดสรรสมุนไพรที่มีศักยภาพในการลดเซลลูไลท์ เช่น สมุนไพรที่มีฤทธิ์เพิ่มการไหลเวียนโลหิต มีฤทธิ์ยับยั้งการผลิตไขมัน หรือกระตุ้นการสลายไขมัน และสมุนไพรที่มีฤทธิ์ต้านอักเสบ มาเป็นส่วนประกอบของลูกประคบ รวมถึงพัฒนาวิธีการควบคุมคุณภาพวัตถุดิบ และประเมินประสิทธิภาพในการใช้ลดเซลลูไลท์ของลูกประคบที่พัฒนาขึ้นในอาสาสมัครเชิงคลินิกเพศหญิงจำนวน 21 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลจากการศึกษาพบว่าลูกประกบที่พัฒนาขึ้นช่วยลดความรุนแรงของเซลลูไลท์ มีความปลอดภัยสูง โดยเปรียบเทียบระหว่างลูกประคบที่พัฒนาจากงานวิจัยที่ขาด้านหนึ่ง กับลูกประคบหลอกที่ไม่มีตัวยาสมุนไพร กับต้นขาอีกข้างของอาสาสมัคร ใช้เวลาประคบนาน 30 นาที สัปดาห์ละ 2 ครั้ง เป็นเวลานาน 2 เดือน &amp;nbsp;ซึ่งจากการประเมินประสิทธิภาพใน 3 ด้าน คือ วัดเส้นรอบวงต้นขา วัดความหนาแน่นของชั้นไขมัน และวัดระดับความรุนแรงของเซลลูไลท์ พบว่าต้นขาที่ใช้ลูกประคบสมุนไพรที่พัฒนาขึ้นมีเส้นรอบวงความหนาของชั้นไขมัน และระดับความรุนแรงของเซลลูไลท์ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับต้นขาอีกข้างที่ได้รับลูกประคบหลอก ในขณะที่ผลการศึกษาประเมินความปลอดภัย พบว่าลูกประคบจากงานวิจัยไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองใด ๆ ที่เป็นอันตรายต่ออาสาสมัคร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.งามรยุ งามดอกไม้ นักศึกษาผู้รับทุนโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก (คปก.) ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) หนึ่งในคณะวิจัย กล่าวว่า ลูกประคบดังกล่าวได้รับการจดอนุสิทธิบัตรเรียบร้อยแล้ว โดยสมุนไพรหลักที่เป็นสมุนไพรไทยรสร้อน เพิ่มการไหลเวียนของโลหิต กระตุ้นการสลายไขมัน นอกจากนี้ยังมีสมุนไพรที่มี ซึ่งมีคาเฟอีนที่เป็นตัวออกฤทธิ์ สลายไขมันอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมุนไพรกลั่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;จุดเด่นของงานวิจัยนี้ คือ การเพิ่มมูลค่าให้กับลูกประคบดั้งเดิมจากภูมิปัญญาไทย ซึ่งมักใช้ในการลดอาการปวดเมื่อย โดยคณะวิจัยได้พัฒนาสูตรใหม่จากการศึกษารายงานวิจัยต่าง ๆ ที่มีอยู่เกี่ยวกับสมุนไพรที่เกี่ยวข้อง และนำมาสมุนไพรอีกส่วนเข้ามาเพิ่มเติม โดยผลิตภัณฑ์ลูกประคบนี้จะนำไปใช้ในสปาเป็นหลัก แต่หากใครสนใจซื้อไปใช้เองที่บ้านก็ได้ และจะช่วยสร้างความสัมพันธ์กับคนในครอบครัวที่ผลัดกันนวดประคบด้วย ทั้งนี้ คณะนักวิจัยได้รับทุนให้ทำวิจัยต่อยอดจากคปก. และศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (TCELS) เพื่อทดสอบเชิงลึกในการหากลไกการยับยั้งการสร้างไขมันหรือกระตุ้นการสลายไขมันจากองค์ประกอบของลูกประคบ และพัฒนาตำรับสูตรเจลลดเซลลูไลท์ที่มีสารสกัดจากลูกประคบ รวมถึงการทดสอบประสิทธิภาพตำรับที่พัฒนาได้ในอาสาสมัครด้วย&amp;rdquo;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลิตเป็นผลิตภัณฑ์เจลในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ. ดร.กรกนก อิงคนินันท์ เป็นหัวหน้าโครงการวิจัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.งามรยุ งามดอกไม้ นักศึกษาผู้รับทุนโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก (คปก.) ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27771</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ลูกประคบสมุนไพร, #สกว, ม.นเรศวร, ลูกประคบสมุนไพรลดเซลลูไลท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190129/image_big_5c4fee3b6d3a1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
