<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>40296</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2019 07:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2019 07:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯพระราชทานชื่อ&#039;ยามีล&#039;ให้ลูกพะยูนตัวล่าสุดรับไว้ในโครงการอนุรักษ์แนวปะการังฯพร้อม&#039;มาเรียม&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ค.6-สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงพระกรุณาพระราชทานชื่อให้ลูกพะยูนที่เกยตื้นตัวล่าสุด &amp;ldquo;ยามีล&amp;rdquo; และรับพะยูนทั้ง &amp;nbsp; 2 ตัวไว้ในโครงการอนุรักษ์แนวปะการังฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 5 ก.ค.62 ที่ห้องประชุมลำแพน กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กองทัพเรือ และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ร่วมกันแถลงข่าว เนื่องในโอกาสที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงพระกรุณาพระราชทานชื่อให้แก่ลูกพะยูนเกยตื้นตัวล่าสุด ที่จังหวัดกระบี่ว่า &amp;quot;ยามีล&amp;quot; เป็นภาษายาวี มีความหมายว่าชายรูปงามแห่งท้องทะเลและทรงรับลูกพะยูนมาเรียมและลูกพะยูนยามีลไว้ในโครงการ &amp;ldquo;อนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย ในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายบุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่านับว่าเป็นพระเมตตาและเป็นที่ปลาบปลื้มใจอย่างยิ่งกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง คนที่ทำงาน และหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดูแลแนวปะการังที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ท่านทรงให้ความสำคัญมีพระดำริให้มีโครงการอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำเสนอโครงการที่เกี่ยวข้องกับการดูแลปะการังและสัตว์ทะเลหายาก เพื่อเป็นส่วนหนึ่งภายใต้แผนงานโครงการในพระดำริและมีพระกรุณาให้จัดตั้งกลุ่มงานด้านต่างๆ อาทิ กลุ่มงานอนุรักษ์ท้องทะเลไทยและแนวปะการัง กลุ่มงานอนุรักษ์สัตว์ทะเลหายากและใกล้สูญพันธุ์ และกลุ่มงานรณรงค์ปลูกจิตสำนึก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นอกจากนี้ จังหวัดตรัง และหน่วยงานภาคเอกชน จัดตั้งเป็นกองทุนเพื่อช่วยเหลือพะยูนและอนุรักษ์พะยูนไม่ให้สูญพันธุ์ไปจากทะเลตรัง เพราะจังหวัดตรังเป็นถิ่นอาศัยของพะยูนฝูงใหญ่ที่สุดในประเทศ โดยตั้งชื่อ เป็น &amp;ldquo;กองทุนมาเรียม เพื่อการอนุรักษ์พะยูนตรัง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายจตุพร ยังกล่าวอีกว่า ในวันที่ 7 ก.ค.62 จะมีการจัดกิจกรรม &amp;ldquo;ปั่นปันน้ำใจ ให้พะยูนน้อย&amp;rdquo; ซึ่งเส้นทางการปั่นจักรยานจะเริ่มต้นจากสถานีรถไฟกันตัง สิ้นสุดที่เกาะลิบง ทั้งนี้ ผู้สมัครเข้าร่วมปั่นจักรยานจะได้รับเสื้อ &amp;ldquo;พะยูนน้อย&amp;rdquo; ราคาตัวละ 300 บาท โดยค่าสมัครทั้งหมดจะนำเข้ากองทุนมาเรียมเพื่อการอนุรักษ์พะยูนตรัง ในการดูแล รักษาพะยูนที่ได้รับบาดเจ็บ หรือนำไปซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัยเพื่อมาทำการรักษาพะยูนได้ทันท่วงทีต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร ให้สัมภาษณ์กรณีการดูแลลูกพะยูนมาเรียม และยามีลว่า ลูกพะยูนทั้ง 2 ตัว เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมคล้ายกับคน เราจะต้องโชว์ให้เห็นว่ามีความแข็งแรงมากแค่ไหน แต่พะยูนมาเรียมสามารถอยู่ในธรรมชาติได้แล้ว เพียงแต่ว่าเราต้องดูแลเรื่องของสิ่งที่กระทบมาจากภายนอก เช่น มรสุม เพราะการดูแลในพื้นที่เปิดเป็นเรื่องยาก ซึ่งทุกฝ่ายได้มีการลาดตระเวน อีกทั้งเรามีกล้องวงจรปิดมาช่วยในเรื่องมอนิเตอร์ซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญ ส่วนพะยูนยามีลอยู่ในพื้นที่ปิด เนื่องจากน้องมีสภาพที่อ่อนแอ แต่วันนี้เริ่มดีขึ้นแล้ว เพราะฉะนั้นเราจะดูแลจนกว่าน้องจะแข็งแรง การที่จะปล่อยออกไปสู่ธรรมชาติเป็นดุลยพินิจของนักวิชาการ แต่ทั้งหมดต้องอยู่ในพื้นฐานของทางวิชาการและวิทยาศาสตร์ที่สัตวแพทย์ได้ดูแลอยู่ วันนี้เราเป็นห่วงเนื่องจากมีสัตว์ทะเลเกยตื้นมากขึ้น ซึ่งภายในไม่กี่เดือนมีพะยูนเกยตื้นมาแล้ว 3 ตัว ซึ่งตนกำลังให้เจ้าหน้าที่ดูว่าร่องรอยที่เกิดบนหลังเกิดจากอะไร จากรอยเขี้ยวหรือไม่ &amp;nbsp;เราจะต้องดูให้ละเอียด เพราะมาเรียมกับยามีลมีร่องรอยที่คล้ายๆกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร กล่าวว่า สถานการณ์เกยตื้นของสัตว์มีบ่อย ไม่ว่าจะเป็นวาฬบรูด้า 3 ตัว ปลาวาฬหัวทุย &amp;nbsp;1 ตัว ส่วนพะยูนเราช่วยได้ 2 ตัว ส่วนการตายของวาฬบรูด้าเราได้ตรวจแล้วไม่มีพลาสติกอยู่ในท้อง ซึ่งชี้ให้เห็นว่าวันนี้ท้องทะเลไทยดีขึ้น เชื่อว่าเป็นการตายอย่างเฉียบพลัน สำหรับพะยูนค่อนข้างสมบูรณ์ เมื่อก่อนมี 177 ตัวอยู่ที่เกาะลิบง แต่วันนี้เกือบ 200 ตัวแล้ว เกือบทั้งประเทศเกิน 250 ตัวอย่างแน่นอน จึงยืนยันได้ว่าเราค่อนข้างโชคดี ที่มีความร่วมมือจากประชาชนที่ช่วยกันดูแล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร ยังกล่าวถึงกรณีกรณีรายการ Law of The Jungle วาไรตี้ยอดนิยมของเกาหลีใต้ได้มาถ่ายทำรายการตอนที่ 370 ในประเทศไทย และมีการจับ &amp;quot;หอยมือเสือ&amp;quot; &amp;nbsp;3 ตัวมาประกอบอาหารกิน ว่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการแจ้งความแล้ว เรียนว่าเรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ที่สำคัญเพราะว่าต้องมีการหารือในคณะกรรมการว่าการให้คนมาถ่ายทำสารคดี เงื่อนไขที่กำหนดว่าทำอะไรได้บ้าง ถ้าทำนอกเหนือจากเงื่อนไขจะต้องดำเนินการ อีกทั้งการที่เขานำไปเผยแพร่จะทำให้เกิดความเสียหายเนื่องจากหอยมือเสือเป็นสัตว์สงวน แม้ว่าการมาถ่ายทำสารคดีจะเป็นการโปรโมทการท่องเที่ยว แต่การท่องเที่ยวนั้นแฝงไปด้วยสิ่งที่ทำให้เกิผลกระทบต่อเรื่องสิ่งแวดล้อม ส่วนความผิดต้องระวางโทษจำคุก 4 ปี ปรับ 40,000 บาท ตามพ.ร.บ.สงวนคุ้มครองสัตว์ป่า.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40296</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง, มาเรียม-ยามีล, ลูกพะยูน, สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา, โครงการอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย ในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190706/image_big_5d1fed9ad8222.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
