<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>63435</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/04/2020 14:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2020 14:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เป็นซะเอง &#039;ลูกสาว-ลูกเขยทรัมป์&#039;ฝ่าฝืนล็อกดาวน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;แล้วกัน ลูกสาวคนโตและลูกเขยของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ฝ่าฝืนคำสั่งล็อกดาวน์ของวอชิงตัน ดี.ซี.และรัฐนิวเจอร์ซีย์ เดินทางข้ามรัฐไปฉลองปัสกากับครอบครัว ทั้งที่เพิ่งเรียกร้องผ่านโซเชียลมีเดียหยกๆ ให้ชาวอเมริกันอยู่บ้าน ด้านทำเนียบขาวปกป้องลูกนาย แค่ทริปพักผ่อนส่วนตัวไม่ได้ทำการค้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ อีวานกา ทรัมป์ ขณะร่วมการแถลงข่าวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พ่อของเธอ ที่ทำเนียบขาว เกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีวานกา ทรัมป์ ลูกสาวคนโตของประธานาธิบดีทรัมป์ และจาเร็ด คุชเนอร์ สามีชาวยิวของนาง ต่างกินตำแหน่งที่ปรึกษาประธานาธิบดีสหรัฐด้วย ทั้งคู่ถูกสื่อแฉว่าเดินทางออกจากบ้านในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ไปอยู่ที่ทรัมป์เนชันแนลกอล์ฟคลับในเมืองเบดมินสเตอร์ รัฐนิวเจอร์ซีย์ เพื่อฉลองเทศกาลวันหยุดปัสกาของชาวยิว ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน ถึงวันพฤหัสบดีที่ 16 เมษายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำเนียบขาวยืนยันรายงานข่าวดังกล่าว ซึ่งนิวยอร์กไทมส์เปิดโปงเป็นเจ้าแรก แต่อ้างว่า ทริปของอีวานกา, จาเร็ด และลูกทั้ง 3 คนของพวกเขา เป็นทริปส่วนตัว และไม่ได้มีการข้องเกี่ยวกับบุคคลอื่นเลย การเดินทางของอีวานกาไม่แตกต่างจากการเดินทางไป-กลับสถานที่ทำงาน และสถานที่นั้นก็มีคนอยู่น้อยกว่าพื้นที่โดยรอบบ้านของเธอในดี.ซี.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ระหว่างที่อยู่เบดมินสเตอร์ เธอปฏิบัติตามการเว้นระยะห่างทางสังคมและทำงานทางไกล การเดินทางของเธอไม่ใช่เชิงพาณิชย์ เธอเลือกที่จะใช้เวลาวันหยุดส่วนตัวกับครอบครัวของเธอ&amp;quot; คำแถลงที่ทำเนียบขาวชี้แจงต่อสื่อกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมืองหลวง และรัฐนิวเจอร์ซีย์ ซึ่งอยู่ใกล้กับรัฐนิวยอร์ก ศูนย์กลางการแพร่ระบาดของโควิด-19 ต่างมีคำสั่งให้ประชาชนอยู่บ้านและหลีกเลี่ยงการเดินทางที่ไม่จำเป็น ซึ่งสอดคล้องกับคำแนะนำของทำเนียบขาวเอง ที่ขอให้ชาวอเมริกัน &amp;quot;หลีกเลี่ยงการเดินทางตามอำเภอใจ&amp;quot; เช่นการออกไปช็อปปิ้งหรือเยี่ยมเยียนญาติมิตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแนะนำนี้ทำให้ชาวอเมริกันหลายร้อยล้านคนต้องเปลี่ยนพฤติกรรมในช่วงเทศกาลอีสเตอร์ รวมถึงวันหยุดปัสกา โดยยกเลิกการรวมญาติตามประเพณี แล้วรวมตัวกันผ่านทางออนไลน์แทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของเอเอฟพีและบีบีซีเมื่อวันศุกร์กล่าวว่า เมื่อวันที่ 7 เมษายน หนึ่งวันก่อนเข้าเทศกาลปัสกา อีวานกาเพิ่งแชร์ทวีตของฟิล เมอร์ฟี ผู้ว่าการรัฐนิวเจอร์ซีย์ ที่ขอร้องประชาชนฉลองให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขด้วยการ &amp;quot;อยู่กับบ้านเพื่อพวกเขา&amp;quot; เดือนที่แล้วผู้ว่าการรัฐรายนี้ก็เคยเรียกร้องชาวนิวเจอร์ซีย์เลี่ยงการเดินทางไปยังบ้านหลังที่สองของพวกเขา จนกว่าจะผ่อนคลายมาตรการทางสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในทวีตของเธอเอง อีวานกาใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียนี้วิงวอนคนอเมริกันเคารพคำแนะนำของรัฐบาลกลาง &amp;quot;ผู้ที่โชคดีพอที่จะอยู่กับบ้านได้ ได้โปรดทำเช่นนั้น&amp;quot; เธอกล่าวในวิดีโอที่เผยแพร่ทางทวิตเตอร์เมื่อปลายเดือนมีนาคม &amp;quot;เราทุกคนล้วนมีบทบาทในการชะลอการแพร่ระบาด และเว้นระยะห่างทางสังคมเพื่อรักษาชีวิต&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สัปดาห์ที่แล้ว ดร.แคธรีน คัลเดอร์วูด หัวหน้าที่ปรึกษาทางการแพทย์ของรัฐบาลสกอตแลนด์เคยฝ่าฝืนมาตรการห้ามการเดินทาง จนโดนตำรวจเตือน หลังจากมีภาพถ่ายเป็นหลักฐานว่าเธอไปบ้านหลังที่สองของเธอ ที่อยู่ห่างจากกรุงเอดินบะระด้วยการขับรถนานกว่า 1 ชั่วโมง ถึง 2 ครั้ง คัลเดอร์วูดต้องแถลงขอโทษ และสุดท้ายก็ยอมลาออกจากตำแหน่งเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลล่าสุดของมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์เมื่อช่วงบ่ายวันศุกร์ สหรัฐมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 สะสม 671,425 ราย เสียชีวิตแล้ว 33,286 ราย รัฐนิวยอร์กสถานการณ์รุนแรงที่สุด มีผู้ติดเชื้อมากกว่า 226,000 ราย เสียชีวิตเกิน 16,000 ราย รัฐนิวเจอร์ซีย์หนักรองลงมา มีผู้ติดเชื้อมากกว่า 75,000 ราย เสียชีวิตเกิน 3,500 ราย ส่วนดี.ซี. มีผู้ติดเชื้อ 2,350 ราย เสียชีวิต 81 ราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63435</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฝ่าฝืนล็อกดาวน์, ลูกสาวทรัมป์, ลูกเขยทรัมป์, วันหยุดปัสกา, อีวานกา ทรัมป์, โควิด-19, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200417/image_big_5e9956d73b285.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24258</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/12/2018 21:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/12/2018 21:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หึ่ง ลูกเขยทรัมป์มีชื่อลุ้นเป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เผยกำลังเฟ้นหาตัวผู้ที่จะรับตำแหน่งพ่อบ้านใหญ่ของทำเนียบขาวคนใหม่จาก 5 ตัวเลือก สื่อสหรัฐระบุ &amp;quot;คริส คริสตี&amp;quot; อดีตผู้ว่าการรัฐนิวเจอร์ซีย์เข้าพบทรัมป์วันพฤหัสบดี แต่แหล่งข่าวปูดคนใกล้ชิดยุทรัมป์ตั้ง &amp;quot;จาเร็ด คุชเนอร์&amp;quot; ลูกเขยคนโปรดรับตำแหน่งนี้เสียเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ จาเร็ด คุชเนอร์ ที่ปรึกษาอาวุโสของทำเนียบขาว ขณะร่วมอยู่ในการประชุมระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กับเชคซาบาห์ อัลอาหมัด อัลจาเบอร์ อัลซาบาห์ เจ้าผู้ครองรัฐคูเวต ที่ทำเนียบขาว วันที่ 5 กันยายน 2561&amp;nbsp; / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม 2561 ว่าขณะนี้เขากำลังพิจารณาตัวเลือกที่จะมารับตำแหน่งหัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ประจำทำเนียบขาวคนใหม่ แทนที่พลเอกจอห์น เคลลี ซึ่งจะพ้นจากตำแหน่งสิ้นปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดิมนั้นมีรายงานว่า นิก เอเยอร์ส วัย 36 ปี หัวหน้าคณะทำงานของรองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์&amp;nbsp; เป็นตัวเต็งที่จะรับตำแหน่งนี้ แต่เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเอเยอร์สประกาศถอนตัว เนื่องจากเขาไม่สามารถรับตำแหน่งนี้จนครบ 2 ปีตามที่ทรัมป์ต้องการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานของเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2561 อ้างแหล่งข่าวหลายรายว่า บุคคลที่มีชื่ออยู่ในข่ายนั้นรวมถึงคริส คริสตี อดีตผู้ว่าการรัฐนิวเจอร์ซีย์ และจาเร็ด คุชเนอร์ ที่ปรึกษาทำเนียบขาวซึ่งเป็นสามีของอีวานกา ทรัมป์ บุตรีของประธานาธิบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เว็บไซต์ข่าวแอ็กซิออสรายงานว่า ทรัมป์ได้ประชุมกับคริสตีเมื่อวันพฤหัสบดี โดยแหล่งข่าววงในยืนยันข้อมูลนี้ ข่าวกล่าวด้วยว่าคริสตีกำลังเป็นตัวเก็งในตำแหน่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตผู้ว่าการรัฐจอมคุยเขื่องรายนี้เคยสมัครชิงชัยเพื่อเป็นผู้สมัครของพรรครีพับลิกันลงเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อปี 2559 แต่ได้ถอนตัวภายหลังเขาได้เสียงสนับสนุนน้อยในการหยั่งเสียงเบื้องต้นที่รัฐนิวแฮมป์เชียร์ สุดท้ายเขาประกาศหนุนหลังทรัมป์และยังทำหน้าที่ที่ปรึกษาให้ทรัมป์ตลอดการหาเสียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน แหล่งข่าวอีกหลายรายเผยกับสื่อสหรัฐว่า ที่ปรึกษาหลายคนรวมถึงที่เป็นคนภายนอกรัฐบาล แนะนำให้ทรัมป์แต่งตั้งคุชเนอร์ ลูกเขยของเขาดำรงตำแหน่งนี้ ถึงแม้ว่ามีแหล่งข่าวอย่างน้อย 1 รายกล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีแนวโน้มว่าคุชเนอร์จะรับตำแหน่ง แต่ก็มีแหล่งข่าวใกล้ชิดกับประธานาธิบดีเผยกับรอยเตอร์โดยขอไม่เปิดเผยชื่อว่า ทรัมป์ควรเลือกลูกเขยวัย 37 ปีคนนี้ ในเมื่อทรัมป์ต้องการความต่อเนื่องและคุชเนอร์ก็จะต้องทำงานที่ทำเนียบขาวไปอีก 2 ปีอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลายคนที่สนับสนุนการแต่งตั้งคุชเนอร์แนะนำทรัมป์ว่า เขาเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดเนื่องจากมีความใกล้ชิดกับทรัมป์ และยังทำงานประสบความสำเร็จหลายด้าน อาทิ มีบทบาทสำคัญในการเจรจาต่อรองทำความตกลงการค้าเสรีฉบับใหม่กับเม็กซิโกและแคนาดา และยังเป็นผู้นำการร่างแผนสันติภาพตะวันออกกลางที่ทรัมป์คุยว่าจะเปิดตัวต้นปีหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี หากทรัมป์แต่งตั้งลูกเขยคนนี้คงทำให้เขาโดนวิจารณ์เรื่องการเล่นพวกพ้อง เนื่องจากคุชเนอร์เป็นเพียงอดีตนักธุรกิจที่ไม่มีประสบการณ์ทำงานในรัฐบาลมาก่อน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24258</URL_LINK>
                <HASHTAG>คริส คริสตี, จาเร็ด คุชเนอร์, พ่อบ้านทำเนียบขาว, ลูกเขยทรัมป์, หัวหน้าเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181214/image_mid_5c13c2da1e10d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4065</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/02/2018 20:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/02/2018 20:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หวั่นต่างชาติจูงจมูก ทำเนียบขาวตัดสิทธิ์เขยทรัมป์เข้าถึงข้อมูลลับสุดยอด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สื่อสหรัฐเผย ทำเนียบขาววิตกว่า &amp;quot;จาเร็ด คุชเนอร์&amp;quot; ลูกเขยวัย 37 ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะโดนต่างชาติจูงจมูก จึงตัดสิทธิ์เขาในการเข้าถึงข้อมูลลับสุดยอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;จาเร็ด คุชเนอร์ เขยขวัญของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แฟ้มภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์รายงานเมื่อวันอังคารที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 อ้างเจ้าหน้าที่ในรัฐบาลสหรัฐทั้งอดีตและปัจจุบันหลายรายว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลจีน, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, อิสราเอล และเม็กซิโก ได้แอบพูดคุยเกี่ยวกับวิธีที่พวกเขาสามารถใช้ควบคุมลูกเขยของทรัมป์ ซึ่งได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาใกล้ชิดของพ่อตา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานอ้างคำกล่าวของเจ้าหน้าที่หลายคนที่ใกล้ชิดกับรายงานข่าวกรองเกี่่ยวกับประเด็นนี้บอกว่า พวกเจ้าหน้าที่ต่างชาติพยายามอาศัยความได้เปรียบจากการบริหารจัดการธุรกิจของคุชเนอร์, ปัญหาทางการเงิน และการขาดประสบการณ์ด้านนโยบายต่างประเทศของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยังไม่มีความชัดเจนว่า มีประเทศใดที่กล่าวถึงข้างต้นได้กระทำตามที่พูดคุยกันไว้แล้ว แต่รายงานของโพสต์กล่าวว่า ภายในทำเนียบขาวมีความวิตกเกี่ยวกับการติดต่อทางธุรกิจของลูกเขยทรัมป์กับเจ้าหน้าที่รัฐบาลต่างชาติบางราย และประเด็นนี้เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เขาไม่ได้รับสิทธิพิเศษอย่างถาวรในการเข้าถึงข้อมูลข่าวกรองที่เป็นความลับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวหลายรายเปิดเผยเมื่อวันอังคารว่า คุชเนอร์เพิ่งโดนตัดสิทธิในการเข้าถึงการสรุปข่าวประจำวันของประธานาธิบดี ซึ่งเป็นรายงานข่าวกรองที่มีความสำคัญมากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โพสต์กล่าวด้วยว่า เอช. อาร์. แม็กมาสเตอร์ ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของทรัมป์ รู้เรื่องที่คุชเนอร์ติดต่อกับเจ้าหน้าที่ต่างชาติ โดยที่เขาไม่ได้รายงานอย่างเป็นทางการ หรือไม่ได้ติตต่อประสานงานผ่านช่องทางของราชการ ความเชื่อที่ว่าคุชเนอร์เสี่ยงที่จะโดนเจ้าหน้าที่ต่างชาติจูงจมูก เป็นเหตุผลที่แม็กมาสเตอร์กล่าวถึงในการสรุปรายงานข่าวกรองประจำวันของเขาด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4065</URL_LINK>
                <HASHTAG>จาเร็ด คุชเนอร์, ทำเนียบขาว, ลับสุดยอด, ลูกเขยทรัมป์, สหรัฐ, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180228/image_big_5a96afad2505d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3514</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2018 18:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/02/2018 18:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อัยการพิเศษสหรัฐสอบ &#039;เขยทรัมป์&#039; ดีลทุนต่างชาติช่วงถ่ายอำนาจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ซีเอ็นเอ็นรายงานอ้างแหล่งข่าววงในว่า &amp;quot;โรเบิร์ต มุลเลอร์&amp;quot; อัยการพิเศษสหรัฐที่สอบสวนข้อกล่าวหารัสเซียสมคบทีมหาเสียงของ &amp;quot;โดนัลด์ ทรัมป์&amp;quot; เข้าแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐ กำลังสอบสวน &amp;quot;จาเร็ด คุชเนอร์&amp;quot; เขยขวัญของทรัมป์ ที่พยายามหาทุนต่างชาติมาสนับสนุนกิจการของครอบครัวเขา ในช่วงที่พ่อตากำลังรอถ่ายโอนอำนาจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ จาเร็ด คุชเนอร์ คุยโทรศัพท์ก่อนที่โดนัลด์ ทรัมป์ พ่อตา จะพบปะกับนายกฯ เทเรซา เมย์ ของอังกฤษ เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2561 ภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามรายงานข่าวของซีเอ็นเอ็นเมื่อวันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2561 ทุนต่างชาติที่คุชเนอร์ติดต่อเจรจาธุรกิจด้วยนี้ไม่ใช่เฉพาะทุนจากรัสเซียเท่านั้น แต่ยังรวมถึงนายทุนจีนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอเอฟพีรายงานในวันอังคารว่า เดิมว่ากันว่า การสอบสวนของมุลเลอร์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ (เอฟบีไอ) มุ่งเน้นที่การติดต่อระหว่างรัสเซียกับคุชเนอร์ ซึ่งเป็นที่ปรึกษาอาวุโสของทรัมป์ แค่ในแง่ของการวิเคราะห์ข้อมูลการหาเสียง และความสัมพันธ์ระหว่างคุชเนอร์กับไมเคิล ฟลินน์ อดีตที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติของทำเนียบขาวที่ถูกไล่ออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ซีเอ็นเอ็นอ้างแหล่งข่าวที่คุ้นเคยกับการสอบสวนของอัยการพิเศษรายนี้ว่า ตอนนี้คณะทำงานของมุลเลอร์กำลังสอบสวนคำสนทนาของคุชเนอร์ ที่เกิดในช่วงการถ่ายโอนอำนาจภายหลังทรัมป์ชนะการเลือกตั้ง ที่ตัวเขาพยายามหาเงินทุนสำหรับอาคารสำนักงานเลขที่ 666 ฟิฟธ์อเวนิว ในนครนิวยอร์ก ของคุชเนอร์คอมปานีส์ ซึ่งเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ก่อตั้งโดยพ่อของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวของซีเอ็นเอ็นเมื่อบ่ายวันจันทร์กล่าวว่า คณะสอบสวนของมุลเลอร์ยังไม่ได้ติดต่อบริษัท คุชเนอร์คอมปานีส์ หรือขอสอบปากคำพวกผู้บริหารของบริษัทนี้ ส่วนเหตุผลใดที่ทำให้บริษัทต้องติดต่อทาบทามทุนจากต่างชาตินั้นก็ยังไม่ชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สามีของอีวานกา ทรัมป์ บุตรีคนโตของประธานาธิบดีสหรัฐ มีบทบาทสำคัญในการติดต่อระหว่างคณะทำงานถ่ายโอนอำนาจของประธานาธิบดี กับรัฐบาลประเทศต่างๆ และมีข้อมูลบ่งบอกว่า คุชเนอร์ได้พูดคุยกับติดต่อกับตัวแทนของ 15 ประเทศเป็นอย่างน้อย มากกว่า 50 ครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวของหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์กล่าวไว้ว่า ภายในสัปดาห์แรกหลังจากการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 คุชเนอร์ได้พบปะกับประธานและผู้บริหารคนอื่นๆ ของบริษัทประกันภัย อันปังอินชัวรันซ์ จากจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิวยอร์กไทมส์กล่าวว่า คุชเนอร์กับหวูเซียวหุย ประธานของอันปัง ใกล้จะบรรลุข้อตกลงเข้ามาลงทุนในอาคาร 666 ฟิฟธ์อเวนิวอยู่แล้ว แต่การเจรจากลับล่มลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยังมีรายงานของวารสารข่าวออนไลน์ ดิอินเตอร์เซ็ปต์ ด้วยว่า การติดต่อเจรจาธุรกิจที่คณะของมุลเลอร์กำลังให้ความสนใจ ยังรวมถึงการเจรจาต่อรองระหว่างคุชเนอร์กับเชคฮามัด บิน ยัสซิม อัลธานี อดีตนายกรัฐมนตรีของกาตาร์ เกี่ยวกับการลงทุนในอาคารหลังนี้ แต่การเจรจาล้มเหลวไปเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุชเนอร์คอมปานีส์ซื้อตึกระฟ้าในนิวยอร์กหลังนี้เมื่อปี 2550 ด้วยราคา 1,800 ล้านดอลลาร์ (56,736 ล้านบาท) ส่วนใหญ่เป็นในรูปของข้อตกลงกู้ยืม แต่วิกฤติอสังหาริมทรัพย์ในสหรัฐส่งผลกระทบต่อสถานะทางการเงินของ 666 ฟิฟธ์อเวนิว และทำให้บริษัท วอร์นาโดเรียลิตีทรัสต์ เข้าฮุบหุ้นไปถึง 49.5% ในปี 2555&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านแอบบี โลเวลล์ ทนายความของคุชเนอร์ ชี้แจงกับซีเอ็นเอ็นว่า คุชเนอร์ให้ความร่วมมืออย่างดีกับการสอบสวนทั้งหมด และไม่เคยมีสักครั้งที่เขาถูกตั้งคำถาม หรือถูกขอให้ส่งเอกสารเกี่ยวกับการทำธุรกิจของอาคาร 666 หรือของบริษัทคุชเนอร์ อีกทั้งไม่มีเหตุผลให้ต้องตั้งคำถามเกี่ยวกับการติดต่อทางธุรกิจแบบปรกติเหล่านี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงนั้น คุชเนอร์ได้พบกับเซอร์เกย์ กอร์คอฟ ประธานธนาคารวนีเชโคนอมแบงก์ ด้วย แต่เขาให้การต่อคองเกรสว่าเป็นติดต่องานราชการ แต่ธนาคารนี้กลับบอกว่าเป็นการพบทางธุรกิจ วอชิงตันโพสต์รายงานว่ามุลเลอร์ก็กำลังสอบสวนการพบปะครั้งนี้ด้วยเช่นกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3514</URL_LINK>
                <HASHTAG>666 ฟิฟธ์อเวนิว, คุชเนอร์คอมปานีส์, จาเร็ด คุชเนอร์, ลูกเขยทรัมป์, อีวานกา ทรัมป์, โดนัลด์ ทรัมป์, โรเบิร์ต มุลเลอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180220/image_big_5a8c0387298f9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
