<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>61255</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2020 17:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/03/2020 17:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มหกรรมเต่าโผล่! ลูกเต่ามะเฟืองฟักไข่ทยอยกลับสู่ทะเลพังงาในรอบ 3 วันรวม 75 ตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มี.ค.63 - เพจเฟซบุ๊ก ศูนย์ปฏิบัติการอุทยานฯทางทะเล จังหวัดภูเก็ต กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช โพสต์ภาพลูกเต่ามะเฟืองในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา ท่ามกลางสถานการณ์แพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่มีการปิดพื้นที่ทำให้มีความสงบเงียบ โดยมีข้อความระบุว่า&amp;nbsp;รายงานสถานการณ์การฟักไข่ของเต่ามะเฟืองระหว่างวันที่ 26-28 มีนาคม 2563 พบลูกเต่ามะเฟือง สัตว์ทะเลหายากใกล้สูญพันธ์ุ ได้ฟักออกจากไข่ รวม 75 ตัว จากไข่ 105 ฟอง ซึ่งลูกเต่าชุดนี้ใช้เวลาถึง 3 วัน ทยอยออกจากไข่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในวันแรก 26 ตัว วันที่สอง 47 ตัว และวันนี้ 2&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;รวม 3 ชุด ซึ่งยอดรวมมีลูกเต่าฟักออกจากไข่และเดินกลับสู่ทะเลแล้วจำนวน 75&amp;nbsp;ตัว ซึ่งการดำเนินงานครั้งนี้เป็นการทดลองปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการธรรมชาติ ทำให้ได้ลูกเต่าที่สดชื่นแข็งแรง หลังขึ้นจากหลุมเพาะฟักลูกเต่าทุกตัวคลานลงทะเลในทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ แม่เต่าได้ขึ้นมาวางไข่เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2563 บริเวณหน้าวิทยาลัยการอาชีพท้ายเหมือง จำนวน 105 ฟอง โดยได้ทำการย้ายไข่มาเพาะฟักบริเวณที่ทำการอุทยานฯ ใช้ระยะเวลาในการเพาะฟักถึงวันที่ 26 มีนาคม 2563 เป็นเวลา 55 วัน ยังมีไข่ที่เหลืออีก 30 ฟอง จะเฝ้ารอต่ออีก 2 วัน เผื่อยังมีลูกเต่าที่หลงเหลือ แล้วจึงจะดำเนินการขุดเพื่อเก็บข้อมูลต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61255</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช, ลูกเต่ามะเฟือง, สัตว์ทะเลหายากใกล้สูญพันธุ์, อุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง, เต่ามะเฟือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200328/image_big_5e7f1c8b42ba7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28888</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/02/2019 07:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/02/2019 07:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฮ!!ลูกเต่ามะเฟืองรังแรก49ตัวโผล่ลืมตาดูโลกแต่ตายไป1  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.พ.62- เมื่อเวลา 19.05 น. วันที่ 11 ก.พ. ขณะที่เจ้าหน้าที่สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 8 ปฏิบัติงานเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์เต่ามะเฟืองจังหวัดพังงา ที่หาดคึกคัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ได้ตรวจพบลูกเต่ามะเฟืองได้ฟักตัวและขึ้นมาบริเวณปากหลุมฟักไข่ที่ 1 และกำลังทยอยแหวกทรายขึ้นมา เจ้าหน้าที่จึงได้นำลูกเต่าไปพักฟื้นไว้ในกะละมังที่ฆ่าเชื้อแล้ว รอบแรกจำนวน 20 ตัว ก่อนจะนำไปปล่อยลงสู่ทะเล พร้อมเฝ้ารอการขึ้นมาของลูกเต่าจนถึงเวลาสมควร จึงได้ทำการขุดช่วยเหลือลูกเต่ามะเฟืองที่อยู่ภายในหลุม โดยสามารถช่วยมาได้ จำนวน 29 ตัว มีสภาพอ่อนแอ เจ้าหน้าที่ได้ปล่อยให้ลูกเต่าได้พักฟื้นจนแข็งแรง จึงคัดเลือกลูกเต่ามะเฟืองที่แข็งแรงอีก 20 ตัวปล่อยลงสู่ทะเล และรอจนลูกเต่าที่เหลือมีความแข็งแรงจึงทำการปล่อย ชุดที่ 3 ลงสู่ทะเลอีก จำนวน 8 ตัว และมีลูกเต่าที่ตาย จำนวน 1 ตัว โดยเจ้าหน้าที่สามารถปล่อยลูกเต่ามะเฟืองได้ทั้งสิ้น 48 ตัว ก่อนที่นักวิชาการจะทำการตรวจสอบหลุม โดยพบว่ามีลูกเต่ามะเฟืองที่ไม่แข็งแรงและเสียชีวิตภายในหลุมจำนวน 8 ตัว เป็นไข่ที่ไม่ได้รับการผสม จำนวน 27 ฟอง และเป็นไข่ที่จำแนกไม่ได้ ต้องนำกลับไปตรวจสอบที่ ศวทม. จำนวน 5 ฟอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.ก้องเกียรติ กิตติวัฒนาวงศ์ ผอ.ศวทม. กล่าวว่า ในวันนี้มีลูกเต่าขึ้นมาจากหลุมจำนวน 49 ตัว และไม่สามารถขึ้นมาจากหลุมได้จำนวน 8 ตัว ส่วนที่เหลือเป็นไข่ที่ไม่มีการผสม โดยพบอัตราการฟักอยู่ที่ 60% โดยเต่าหลุมนี้ขึ้นมาวางไข่เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2561 ที่ผ่านมา โดยใช้ระยะเวลาฟักจำนวน 56 วัน ส่วนค่าอุณหภูมิที่วัดได้เฉลี่ยอยู่ที่ 30 องศา ซึ่งจะทำให้มีเต่าเพศเมียประมาณ 80% ซึ่งสัดส่วนในธรรมชาติเราจะพบเพศเมีย 3 ใน 4 ซึ่งการฟักตัวครั้งนี้ถือเป็นสัดส่วนที่มีความใกล้เคียงกับธรรมชาติ ส่วนหาเหตุที่ไม่ทำการอนุบาลลูกเต่าก่อนจะทำการปล่อยลงสู่ทะเลนั้น สืบเนื่องจากผลการทดลองอนุบาลและเพาะฟักทั่วโลกยังไม่มีใครทำสำเร็จเนื่องจากพฤติกรรมการกินอาหาร หรือ พฤติกรรมการว่ายน้ำ ประกอบกับเต่ามะเฟืองเป็นสัตว์ที่มีหนังหุ้มเกร็ดจึงทำให้ง่ายต่อการเกิดบางแผลและติดเชื้อจนเสียชีวิต ซึ่งหากเทียบกับการปล่อยลงสู่ธรรมชาติจะทำให้ลูกเต่ามีโอกาศรอดสูงกว่าการเพาะเลี้ยง สำหรับหลุมฟักที่ 2 คาดว่าจะอีกไม่เกิน 10 วัน ลูกเต่าจะเริ่มคลานออกมาจากหลุม ซึ่งหลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะทำการปรับพื้นที่เพื่อให้ลูกเต่าที่เกิดสามารถคลานกลับลงสู่ทะเลด้วยตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิโรจน์ เอียดสงคราม เปิดเผยว่า ขณะที่ตนเองกำลังเดินตรวจหลุมพบว่า หลุมเริ่มยุบตัว กระทั่ง 6 โมงเย็น ลูกเต่าเริ่มออกมา 2 ตัว ก่อนจะออกมาเรื่อยๆ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเข้าไปที่รัง เพื่อจะทำการนำลูกเต่ามาพักฟื้น ก่อนจะปล่อยลงสู่ทะเล ซึ่งตนเองรู้สึกตื่นเต้นและรู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก และรู้สึกหายเหนื่อย หลังจากสลับกันเฝ้าดูแลอย่างต่อเนื่องมากว่า 55 วัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28888</URL_LINK>
                <HASHTAG>ลูกเต่ามะเฟือง, สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 8, เต่ามาเฟือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190212/image_big_5c621526a2ee6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
