<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109280</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ล็อกดาวน์-เคอร์ฟิว  เดิมพันสำคัญ บิ๊กตู่-ศบค. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;....................................&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ล็อกดาวน์-เคอร์ฟิว 10 จังหวัด เดิมพันครั้งสำคัญ บิ๊กตู่-ศบค.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รัฐบาลโดยศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ศบค. ได้ตัดสินใจออกมาตรการที่มีความเข้มข้นมากขึ้นเพื่อแก้ปัญหาวิกฤติโควิดในประเทศไทย หลังตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่แต่ละวันเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมาตรการที่ออกมาเมื่อวันศุกร์ที่ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา มีทั้งการล็อกดาวน์และเคอร์ฟิว ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) เช่น มาตรการให้บุคคลงดการเดินทางที่ไม่จำเป็น และห้ามออกนอกเคหสถานระหว่างเวลา 21.00-04.00 น. ของวันรุ่งขึ้น เว้นแต่มีความจำเป็นที่ให้ใช้กับพื้นที่สีแดงเข้ม 10 จังหวัด คือ กรุงเทพฯ-ปริมณฑล และ 4 จังหวัดภาคใต้-การให้ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ เปิดได้เฉพาะซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหารเครื่องดื่ม ธนาคาร ร้านขายยา เป็นต้น โดยให้เปิดได้ถึงเวลา 20.00 น. เป็นต้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การออกมาตรการที่เข้มงวดมากขึ้นดังกล่าวของ ศบค. มีความเห็นจากฝ่ายต่างๆ ที่เป็นบุคคลในวงการสาธารณสุข ที่ช่วยปฏิบัติราชการใน ศบค.-นักระบาดวิทยา-อดีตแพทย์-อดีตรัฐมนตรีในกระทรวงสาธารณสุข มาสะท้อนความเห็นถึงมาตรการต่างๆ ที่ออกมาครั้งนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เริ่มที่ นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ ที่ปรึกษาระดับกระทรวง (รก.11) นายแพทย์ทรงคุณวุฒิและโฆษกกระทรวงสาธารณสุข ปฏิบัติราชการ ศบค. กล่าวว่า มาตรการของ ศบค.ที่ออกมาเมื่อวันศุกร์ที่ 9 ก.ค. ซึ่งเสนอโดยกระทรวงสาธารณสุข หลังจากนี้ต้องอาศัยพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วน และประชาชนทุกคน ซึ่งโดยภาพรวมจากการคาดการณ์สถานการณ์จะไปในทิศทางที่ดีขึ้น แต่ทุกฝ่ายต้องคงไว้ซึ่งการรักษามาตรการ โดยเฉพาะต้องขอความเข้าใจและความอดทนของประชาชน สำหรับมาตรการเร่งฉีดวัคซีนให้กับผู้สูงอายุและกลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นพื้นที่ซึ่งมีปัญหาสูงสุดในขณะนี้ จะต้องเร่งดำเนินการภายใน 1-2 สัปดาห์ ซึ่งสถานการณ์หลังจากนั้นเรื่องการเจ็บป่วยของผู้สูงอายุและกลุ่มเสี่ยง ที่นำมาซึ่งการเสียชีวิตจะดีขึ้น โดยข้อมูลที่นำมาสู่การเสนอให้ ศบค.ออกมาตรการต่างๆ มีการศึกษาข้อมูลเปรียบเทียบจากต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศที่ควบคุมการระบาดได้ดี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -หลังใช้มาตรการที่ออกมาเมื่อวันศุกร์ที่ 9 ก.ค. เมื่อผ่านไปแล้ว 14 วัน ประเมินว่าตัวเลขของผู้ป่วยโควิดจะออกมาอย่างไร?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากข้อมูลทางวิชาการทั้งภายในประเทศและจากต่างประเทศ เรายอมรับว่าถ้าทำได้ตามข้อกำหนด จะเท่ากับการให้วัคซีนจำนวนมากเทียบเท่ากับสิบล้านโดสในพื้นที่ ดังนั้นสถานการณ์จะเริ่มชะลอตัว การพบผู้ป่วย ผู้ติดเชื้อ ที่มีอาการรุนแรงจะเริ่มชะลอตัว แต่สถานการณ์จะเริ่มดีขึ้นเมื่อผ่านพ้นไปแล้ว 14 วันแล้วยังธำรงรักษามาตรการให้ได้ต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ขณะนี้เราต้องการลดการเจ็บป่วยรุนแรงและการเสียชีวิต ดังนั้นการฉีดวัคซีนจะเป็นการระดมฉีดให้กับกลุ่มเสี่ยง ทั้งผู้สูงวัย ผู้มีโรคประจำตัว และสิ่งสำคัญคือเราระดมกำลังจากทุกส่วนของประเทศมาเพิ่มศักยภาพในพื้นที่เสี่ยงเพื่อจะได้ดูแลประชาชนเพิ่มมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม หากเราไม่ได้รับความร่วมมือใดๆ เลย จำนวนผู้ติดเชื้อก็จะเพิ่มขึ้นตลอดเวลา ซึ่งเมื่อมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น จำนวนผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง หรือผู้มีโอกาสเสียชีวิตก็จะเพิ่มมากขึ้นเป็นเงาตามตัว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ดังนั้นเราทำสองอย่างพร้อมกันคือ การลดจำนวนการติดเชื้อลง และลดการที่จะมีผู้ป่วยมีอาการเจ็บป่วยรุนแรง และเสียชีวิต โดยการให้วัคซีน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถามถึงสถานการณ์โควิดในประเทศ ในช่วงสัปดาห์หน้าที่ ศบค.เคยบอกว่าผู้ติดเชื้อใหม่อาจแตะระดับหลักหมื่นคนต่อวัน เรื่องนี้ นพ.รุ่งเรือง ที่เป็นแพทย์ที่เป็นนักระบาดวิทยา เคยอยู่กรมควบคุมโรคมาหลายปี ตอบว่า ต้องบอกว่า พอเราเริ่มมาตรการต่างๆ ออกมา มันคงไม่ได้ว่า จะดีขึ้นแบบปุ๊บปั๊บ เป็นไปไม่ได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;โดยสถานการณ์อาจจะยังพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นได้&amp;nbsp; หรือจะคงตัว หลังจากนั้นก็จะเรียกว่า เพิ่มอย่างชะลอตัว และจะเริ่มลดลงอย่างชัดเจน น่าเชื่อว่าจะอยู่ในช่วงประมาณต้นเดือนสิงหาคม ถ้าเราทำตามมาตรการทั้งหมดได้อย่างเต็มที่ น่าจะเห็นทิศทางที่ดีขึ้น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ....เราทราบดีว่า ประชาชนลำบาก แต่สถานการณ์ขณะนี้มันเหมือนสภาวะสงครามโลก และเป็นสงครามที่เกิดจากเชื้อโรค เราเจอสถานการณ์ที่รุนแรงที่สุดในรอบหนึ่งร้อยปีทั่วโลกเลย ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดในสภาวะสงคราม ก็คือการดูแลชีวิตของเรา ส่วนเรื่องต่างๆ ก็เชื่อว่ามีผลกระทบแน่นอน ทั้งในเชิงเศรษฐกิจและสังคม ก็เชื่อว่ามาตรการต่างๆ ทางภาครัฐ จะออกมาดูแลบรรเทาปัญหาต่างๆ ลงไปได้ระดับหนึ่ง เชื่อว่าเราจะผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปด้วยกันได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ต้องเตรียมพร้อม แผนการจัดการศพ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้านความเห็นจาก อาจารย์แพทย์ด้านระบาดวิทยาที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคนหนึ่ง ศ.นพ.วีระศักดิ์ จงสู่วิวัฒน์วงศ์ ที่ปรึกษาสถาบันวิจัยและพัฒนาสุขภาพภาคใต้ สาขาระบาดวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.)-คณะที่ปรึกษา รมว.สาธารณสุขในเรื่องภาวะฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีโควิด-19&amp;quot; ให้ความเห็นต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดหลังตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่ในประเทศในวันที่ให้สัมภาษณ์คือ 9 ก.ค. อยู่ที่ 9,276 ราย มีผู้เสียชีวิต 72 คน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ศ.นพ.วีระศักดิ์ กล่าวว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อที่แท้จริง คงสูงกว่าตัวเลขที่มีการประกาศ เพราะว่าพอมีผู้ป่วยจำนวนมาก ก็ทำให้การสอบสวนโรคทำไม่ทัน เพราะการสอบสวนโรคจะนำไปสู่การหาผู้ป่วยที่ยังไม่ปรากฏอาการ และรีบหยุดเขาให้ทัน โดยหากมีผู้ป่วยวันละไม่กี่ร้อยคน การสอบสวนโรคก็สามารถทำได้ แต่หากมีผู้ป่วยวันละเกือบหมื่น ทีมสอบสวนโรค ก็สอบสวนไม่ไหว ตัวเลขผู้ติดเชื้อที่เราเห็นจึงน้อยกว่าความเป็นจริงเยอะ แต่จะน้อยกว่าเท่าไหร่ พูดยาก แต่คิดว่าน้อยกว่าหลายเท่า โดยยิ่งมีรายงานการตรวจพบคนติดเชื้อมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งแสดงว่าคนป่วยที่เหลือที่ไม่ได้อยู่ในรายงานยิ่งมากขึ้นเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -ประเมินว่าในสัปดาห์หน้านี้&amp;nbsp; สถานการณ์โควิดในประเทศจะเป็นอย่างไร หลัง ศบค.ออกมาตรการต่างๆ เช่น การประกาศเคอร์ฟิวในพื้นที่สีแดง ดูแล้วการจำกัดการเคลื่อนย้ายจะช่วยลดการติดเชื้อโควิดได้หรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การเกิดโรคมันเกิดจากการสัมผัสระหว่างมนุษย์ ระหว่างผู้มีเชื้อกับผู้ไม่มีเชื้อ โดยยิ่งมีการสัมผัสมากเท่าใด เชื้อก็ยิ่งขยายออกไป การที่รัฐบาลออกมาตรการที่ผมใช้คำว่าล็อกดาวน์ แต่ไม่รู้ว่ารัฐบาลใช้คำว่าอะไร ก็จะมีผลที่ค่อนข้างจะรวดเร็ว โดยสมมุติว่าการล็อกดาวน์แล้วลดการเคลื่อนไหว ลดการสัมผัสได้ ที่สมมุติว่าลดลงมาได้ 3-4 เท่า เราก็จะเห็นได้ว่าการแพร่ของโรคมันจะลดลงตามนั้น แต่ว่ามันจะได้ผลแค่ไหน ลดแล้วมันยังมีการสัมผัส มีการติดต่อระหว่างคนมากแค่ไหน ซึ่งเรื่องของการติดต่อระหว่างคนภายในครัวเรือนเดียวกัน ยังไงก็ต้องมี แต่การติดต่อนอกครัวเรือนเป็นสิ่งสำคัญ การล็อกเพื่อไม่ให้มีการสัมผัสข้ามครัวเรือน เป็นมาตรการที่สำคัญมากที่จะลดเชื้อลง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;...แต่หากถามว่าลดการสัมผัสระหว่างคนแล้ว ยอดคนป่วยมันจะลดลงทันทีหรือไม่ ก็คือยังไม่ลดลงทันที อย่างเก่งก็ต้องรอเป็นสัปดาห์กว่าที่เราจะเห็นว่ายอดคนติดเชื้อมันลดลง อย่างรอบที่แล้ว หากไปดู Curve ของโควิดรอบแรก ที่เป็น wave ที่เล็กมาก ก็จะเห็นได้ว่าก็ไม่ได้ผลทันที ก็ต้องรอประมาณหนึ่งเดือน (หลังล็อกดาวน์) ก็จะเห็นได้ว่ามันลดลงอย่างชัดเจน แต่ขณะนี้มวลของผู้ติดเชื้อโควิด โมเมนตัมมันเยอะมาก มันใหญ่และเคลื่อนเร็ว การจะไปคิดว่าหลังจากนี้ ตัวเลขผู้ติดเชื้อจะลดลงอย่างรวดเร็วเหมือนโควิดรอบแรก ที่คิดว่า 14 วันต่อจากนี้จะอยู่ แต่สำหรับผมคิดว่า 14 วันนี้คงต้องรอดูก่อน โดยหากคุมไม่อยู่จริงๆ ก็ต้องขยายต่อ เพราะว่าฐานที่มีการติดเชื้อมันสูง และโอกาสของการแพร่เชื้อมันเร็ว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -ที่เคยแสดงความเป็นห่วงว่าหากสถานการณ์ยังคงเป็นแบบนี้ ระบบสาธารณสุขของประเทศไทยอาจอยู่ในสภาพล้มเหลว หมายถึงอย่างไร?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คือเมื่อมีคนไข้ติดเชื้อ ก็จะกลายเป็นคนป่วยที่ต้องการเข้าโรงพยาบาล และส่วนหนึ่งก็อาจจะป่วยหนัก ต้องเข้าห้องไอซียู และในที่สุดส่วนนี้ก็อาจเสียชีวิต ซึ่งถ้าระบบมันยังเหมือนปกติ ยังมีคนไข้ติดเชื้อเข้ามาเท่าเดิมตลอด สัดส่วนคนที่เสียชีวิต มันก็คงที่ แต่ว่าถ้าต้นทางมาเยอะ แล้วกำลังแพทย์ เตียงไอซียู ไม่เพียงพอจนล้นออกมาข้างนอก คนที่อยู่ข้างนอกไอซียู ก็มีโอกาสที่จะเสียชีวิตเยอะ อัตราการเสียชีวิตที่เดิม ประมาณ 1 เปอร์เซ็นต์ถึง 1.5 เปอร์เซ็นต์ ก็จะเพิ่มเป็น 2-3 เปอร์เซ็นต์ หรือมากกว่านั้น ในช่วงที่มีผู้ป่วยมากๆ ในช่วงนี้และช่วงต่อไป คนไข้โควิดที่เข้าไปในโรงพยาบาล โดยส่วนหนึ่งที่ไม่ได้เข้าไป และอยู่ตามบ้าน กลุ่มนี้ก็อาจเสียชีวิต ที่กลุ่มนี้จะมีมากกว่าอยู่แล้ว ถึงแม้จะมีการบอกว่าหากไม่เป็นอะไรมากให้อยู่ที่บ้านไปก่อน แต่เราก็เห็นแล้วว่าอยู่ที่บ้าน ก็มีคนเสียชีวิตที่บ้านเยอะ เพราะกว่ารถจะเข้าไปรับ มีการหาเตียงให้ได้ แต่เมื่อถึงเวลา เตียงไม่มี ก็จะมีคนจำนวนหนึ่งที่เสียชีวิตที่บ้าน ยอดดังกล่าวก็จะสูงขึ้น เพราะว่าผู้ป่วยไม่ได้ถูกส่งไปโรงพยาบาล แต่ยังอยู่ที่บ้าน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ผู้ป่วยที่มีอาการน้อย แต่ก็เดินไปเดินมา ก็ทำให้เกิดการแพร่เชื้อ เพราะไม่สามารถไปกักเขาไปบอกเขาว่าไม่ให้ออกมาจากบ้านได้ เพราะไม่มีกำลังทหาร กำลังตำรวจมากพอในการช่วยการกักตัวประชาชนจำนวนมากที่อยู่ตามบ้าน ทำให้เชื้อก็จะแพร่สมทบเข้ามาเร็วขึ้น จำนวนมากขึ้น ตอนนี้ไอซียูก็กำลังเต็มหมดแล้ว ต่อไปก็ไม่มีทางที่จะเข้า แม้เราจะปล่อยให้เขาไปรักษาตามบ้าน แต่ว่าที่ไอซียู ที่โรงพยาบาลก็จะไม่มีช่องว่าง เพราะก็ยังมีคนไข้อื่นๆ ที่ไม่ได้มีแต่คนไข้โควิด เช่น คนไข้โรคหัวใจที่ต้องใช้โรงพยาบาล แต่ก็ไม่มีโรงพยาบาลให้ใช้ พวกนี้ก็เสียชีวิตสมทบเข้าไปอีก ยอดเดิมของคนเสียชีวิตตามปกติ ที่ไม่ได้เกี่ยวกับโควิด มันก็จะเพิ่มขึ้นเยอะ ที่ผมเคยพยากรณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นเท่าตัวในสามสัปดาห์ และจริงๆ แล้วมันมากกว่านั้น ถ้าเราไปดูจำนวนการตาย มันก็จะมากกว่าและใช้เวลาสั้นกว่า จากเดิม 2-3 สัปดาห์ ก็จะกลายเป็นประมาณหนึ่งสัปดาห์กว่าๆ ก็จะเพิ่มเป็นเท่าตัวมันก็จะเกิดผลกระทบสูงเรื่องอัตราการตาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;ถึงแม้ว่าเราจะล็อกดาวน์ แต่คลื่นที่มันมาจากการเจ็บป่วย มันยังไม่หยุดทันที โดยคลื่นลูกหลังของคนที่ติดเชื้อไปแล้ว เพราะเราล็อกดาวน์ แต่เราไม่สามารถหยุดคนที่ติดเชื้อไปแล้วไม่ให้ป่วยได้ ไม่สามารถไปล็อกไม่ให้เขาแพร่เชื้อได้ เขาป่วยก็ต้องป่วย ตอนนี้เขายังป่วยน้อยอยู่ ที่วันหนึ่งบอกว่าอาจเป็นหมื่น แต่พวกนี้ก็อาจกลายเป็นป่วยหนักแล้วทยอยเข้าโรงพยาบาล แล้วก็อาจเสียชีวิต &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ..เรื่องจำนวนยอดคนเสียชีวิต อย่างที่เห็นกันในข่าว ตอนนี้มีการเผาศพกันเยอะมาก ตีหนึ่ง ตีสอง ก็ยังเผากันไม่เสร็จ ทีนี้ยอดเผาศพ ก็จะเพิ่มเป็นเท่าตัว สองเท่าตัว สามเท่าตัวในเวลาอันสั้นแบบเดียวกัน ซึ่งเราต้องเตรียม เพราะเรากำลังเข้าสู่&amp;nbsp; funeral phase เราต้องเตรียมอันนี้เลย (แผนการจัดการศพ) ต้องมีวิศวกร เทศบาลต้องคุยกันเช่นระหว่างที่ศพยังเผาไม่ได้ จะนำไปไว้ที่ไหน แล้วให้ลงทะเบียนว่าศพใครอยู่ที่ไหน พอโควิดหายถึงค่อยนำศพไปเผา มันจะมีเรื่องเยอะมาก เพราะอย่างเรื่องเตาเผาศพ ที่มีการร้องเรียนว่ากำลังจะพัง ก็ต้องดูว่าจะมีเตาเผาศพสำรองเพิ่มขึ้นกี่หลัง หรือจะทำแบบเตาเผาแบบน็อกดาวน์ที่มีฉนวนพิเศษกันความร้อน ก็จะเป็นเรื่องที่้ต้องการวิศวกรจำนวนมาก ต้องการ อปท.เข้ามาหรือผู้บริจาค เช่น บริจาคที่ดิน เพื่อมาช่วยดูแลเรื่องการจัดการศพ ที่ต้องใช้ทั้งวิศวกร-อปท.-กลุ่มอาสาสมัครต่างๆ เป็นต้น ซึ่งต้องระดมสมองกันว่าหากเกิดเหตุอะไรขึ้นที่ไม่ดีแล้วเราจะทำอย่างไร เพราะเราจะใช้รูปแบบเก่าๆ ไม่ได้ เพราะตอนนี้มันฉุกเฉินแล้ว มันเป็นสึนามิที่กำลังเข้ามา ต้องเตรียมการไว้เลย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อถามถึงที่เคยเสนอให้ภาครัฐเตรียมเรื่องการจัดหาออกซิเจน เพื่อรองรับจำนวนผู้ป่วยหนัก เกิดจากเหตุใด ศ.นพ.วีระศักดิ์ ขยายความเรื่องนี้ว่า หากดูบางประเทศเช่นอินโดนีเซีย อินเดีย จะเห็นข่าวผู้ป่วยไปขโมยถังออกซิเจนในโรงพยาบาลเพื่อนำไปไว้ที่บ้าน ซึ่งถ้าเราไม่มีออกซิเจนที่มากพอไปไว้ตามชุมชน หรือเกิดการขาดแคลน เพราะคนไข้ที่ต้องได้ออกซิเจนมีทั้งที่ป่วยโควิด แต่อีกส่วนหนึ่งก็ไม่ใช่ เพราะตอนนี้เรามีผู้สูงอายุจำนวนมาก มีคนป่วยเรื้อรัง ผู้ป่วยติดเตียงที่ต้องได้ออกซิเจน หากอุปทานเรื่องออกซิเจน เช่น ถังออกซิเจน มีไม่เพียงพอก็จะเกิดการโกลาหล อาจทำให้คนเสียชีวิต มีการควบคุมอะไรกันไม่อยู่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;เรื่องนี้จำเป็นมากที่รัฐบาลต้องขอความร่วมมือจากบริษัทต่างๆ ก็ต้องเตรียมไว้ในช่วงโอกาสที่ยังทำได้ แม้แต่เรื่องการเผาศพ หากว่าทางเทศบาลจัดการไม่ได้ รัฐบาลก็อาจต้องเข้าไปดูด้วยเพื่อจัดการเรื่องให้ทันจะได้แบ่งเบา อปท. และวัดต่างๆ เพราะโควิดรอบนี้มาแรงมาก สมัยโรคเอดส์ระบาด เรามีวัดพระบาทน้ำพุ แต่ว่าเอดส์ค่อยๆ มา แต่ว่าโควิดมารอบนี้รุนแรงมาก แล้วเราจะรับมือไม่ทัน เพราะว่าจำนวนการเพิ่ม มันเพิ่มเป็นอนุกรมเรขาคณิต 1-2-4-8-16 แต่ว่าที่เรามีอยู่เป็นแบบเลขคณิต 1 2 3 4 5 6 ที่กว่าเราจะหาเมรุเผาศพได้ ใช้เวลามาก ก็จะไม่ทัน อย่าง รพ.สนาม ก็จะเห็น เราหาเต็มที่แล้ว แต่ที่สุด มันก็จะรับไม่ได้ จนที่สุดก็ต้องให้ไปอยู่ที่บ้าน ซึ่งเรื่องนี้คือกฎเกณฑ์ทางคณิตศาสตร์ ซึ่งรัฐบาลต้องเข้าใจว่าเราสู้กับเชื้อนี้ไม่ได้สู้ง่ายๆ ทุกอย่างที่มันเป็นเรื่องร้ายๆ เราต้องคิดว่ามันกำลังเพิ่มมาอย่างทวีคูณ มันไม่ได้แค่ทวีบวก ถ้าเราไม่เพิ่มกำลังของเราในการสู้ เราก็จะรับปัญหาแบบทวีคูณไม่ได้ แล้วมันก็จะมีเรื่องอื่นๆ เช่น เรื่องปัญหาทางสังคมที่มันจะแทรกซ้อนตามมา &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;การล็อกดาวน์เฉยๆ มันช่วยเฉพาะต้นน้ำไม่ให้คนป่วยรายใหม่เกิดขึ้น แต่ว่าคลื่นที่มันตามมาจากการป่วยที่มันเยอะในขณะนี้ เรายังไม่มีแผนในการจัดการที่ดีพอ การล็อกดาวน์ก็เป็นอันหนึ่งที่ได้ผล แต่ถ้าล็อกดาวน์แล้วไม่มีวัคซีน แล้วจะล็อกได้นานแค่ไหน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; - ตอนนี้ถือว่าอยู่ในช่วง crisis mode แล้วหรือยัง และสถานการณ์หากเลวร้ายที่สุดจะไปถึงจุดไหน?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต้องช่วยกันเช่น จะจัดการเรื่องการขนศพอย่างไร เรื่องเมรุเผาศพที่กำลังจะพัง ต้องดูว่าหากพังแล้วจะให้ไปเผาที่ไหน ศพจะไปเก็บไว้ที่ไหน ทุกอย่างต้องวางแผนหมด ต้องมีการจัดการ มันเหมือนกับสึนามิ แต่ว่าสึนามิลูกนี้มันใหญ่มาก แล้วมันเข้ากรุงเทพฯ แต่ยังมีเวลาที่เราจะจัดการได้ แต่หากยิ่งช้า สึนามิอันนี้เราจะรับมันไม่ทันในทุกเรื่อง ที่ผมยกตัวอย่างมามันแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากเราดูที่อินเดีย ตัวเลขเขาลดลงเพราะมีการล็อกดาวน์ ที่เราล็อกดาวน์ ถ้ายังดี อีกสักหนึ่งเดือนเราจะเห็นผล แต่ถ้าของเรา ถ้า 14 วันแล้วปล่อย มันจะเร็วเกินไป แล้วการล็อก เมื่อล็อกดาวน์แล้วต้องมีกิจกรรมที่เตรียมพร้อมสำหรับคลื่นที่จะตามมาจากคนป่วย เช่นเรื่อง Home isolation-การเผาศพ-การจัดการศพ ช่วงนี้รัฐบาลยังอาจพอมีเวลาทำได้อยู่ เรื่องวัคซีนก็ทำไป เพราะหากล็อกดาวน์แล้วใช้วิธีการแจกเงินอย่างเดียว มันไม่มีอนาคต การล็อกดาวน์ช่วยได้ระยะหนึ่ง อันที่สองก็คือวัคซีน ที่ขึ้นอยู่ว่าวัคซีนจะมาได้เร็วแค่ไหน ซึ่งหากเราหาวัคซีนมาได้ช้า ก็จะมีคนเสียชีวิตเยอะ ถ้ามีวัคซีนแล้วระดมฉีด ระยะยาว เราก็จะฟื้นได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;การล็อกดาวน์เท่ากับยอมรับที่ผ่านมา ยังสู้ได้ไม่ดีพอ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ นพ.สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์-ประธานมูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ-อดีต รมช.สาธารณสุข ในยุครัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา สมัยรัฐบาล คสช.&amp;nbsp; ให้ความเห็นหลังรัฐบาลออกมาตรการล็อกดาวน์-เคอร์ฟิวออกมาว่า การประกาศล็อกดาวน์ที่พยายามจำกัดพื้นที่ไม่ได้ใช้แบบเดียวกันหมดทุกจังหวัดและออกมาตรการต่างๆ ออกมา ดูแล้วก็สมเหตุสมผล แต่ที่บอกสมเหตุสมผล เรามองแค่มุมเดียวคือ พยายามจำกัดการแพร่กระจายของเชื้อด้วยการห้ามไม่ให้มีการไปมาหาสู่กัน ซึ่งก็เป็นมาตรการที่น่าจะได้ผลพอสมควร แต่หากดูจากประสบการณ์การล็อกดาวน์ก่อนหน้านี้ มีสองเรื่องสำคัญ คือ ทำยังไงให้ล็อกดาวน์แล้วได้ผล ที่ก็มีคนเสนอออกมาจำนวนมากในเรื่อง การให้แรงจูงใจ เพราะรัฐก็คงไม่มีกำลังพอที่จะไปไล่ติดตามได้ทุกคน เพราะประชาชนที่เดือดร้อน ก็คงมีปัญหาว่าจะดำเนินชีวิตอยู่อย่างไรหลังออกมาตรการออกมา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น สิ่งสำคัญที่ควรทำเพื่อให้มาตรการล็อกดาวน์ได้ผล ก็คือมาตรการจูงใจ เช่น การให้เงินช่วยเหลือ เงินอุดหนุน ซึ่งมาตรการที่ช่วยให้ประชาชนอยู่ให้ได้โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานครและเมืองใหญ่ คิดว่าเรายังไม่ได้คิดกันละเอียดพอ ไม่อย่างนั้นก็เป็นไปได้ว่า มาตรการที่จะล็อกดาวน์ เช่นใช้เวลาประมาณสิบสี่วัน ก็อาจไม่ได้ผลเท่าไหร่ โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ...ผมดีใจที่รัฐบาลยืนยันว่าการล็อกดาวน์แล้วต้องตามมาด้วยสองอย่าง คือการเร่งการติดตามผู้ติดเชื้อและการกักตัว แยกผู้ติดเชื้อออกมา เพราะการหยุดไม่ให้เชื้อมันแพร่ขยาย ต้องมีสามอย่าง คือการ ตาม-ตรวจ-แยก ที่หลักก็คือ ต้องตามสอบสวนโรคให้ได้มากที่สุด และมีการตรวจเพื่อจะได้ยืนยันและคัดแยกคนที่น่าจะมีความเสี่ยงสูงในการแพร่เชื้อ สามอันนี้ต้องไปด้วยกัน ซึ่งการทำให้สามเรื่องนี้ไปด้วยกันได้ต้องมีทีม ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ โดยการดำเนินการในส่วนนี้พบว่าช่วงหลังดีกว่าปีที่แล้วเยอะ แต่ก็ยังไม่ดีมากพอ ที่ส่วนหนึ่งก็เพราะสถานที่กัก-แยกตัวมีน้อย จนเกิดปัญหา คนหาเตียง รัฐบาลจึงต้องเพิ่มการจัดการให้ครบวงจร&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ...การล็อกดาวน์ หากมาตรการ ตาม-ตรวจ-แยก ผู้ติดเชื้อยังไม่ดีพอ ก็ไม่มีทางทำได้ภายในสิบสี่วัน พูดง่ายๆ มันก็จะมีการขยายตัวต่อไป อย่างเรื่องการตาม ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ทีมตาม (ตามผู้ติดเชื้อ-สอบสวนโรค) ยังไม่เข้มแข็ง เข้าใจว่าที่ผ่านมายังไม่มีการพูดถึงว่าทีมตาม จะมีกี่ทีม และแต่ละทีมจะดูแลพื้นที่อย่างไรเพื่อให้การทำงานเคลื่อนไหวได้เร็ว ซึ่งหากเราทำตรงนี้ได้ดี ก็อาจไม่ต้องมีการล็อกดาวน์ตอนนี้ก็ได้ แต่เมื่อวันนี้ล็อกดาวน์แล้วก็มีความจำเป็นต้องทำเรื่องทีมตามสอบสวนโรคให้ดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;นพ.สมศักดิ์-อดีต รมช.สาธารณสุข กล่าวต่อไปว่า&amp;nbsp; เหตุผลหนึ่งที่มีการให้ล็อกดาวน์ ก็พูดกันว่า หากไม่ทำคนติดเชื้อจะเพิ่มขึ้นเร็วมากจนโรงพยาบาลจะรับไม่ไหว จนทำให้คุณภาพการบริการจะไม่ดี จนเกิดผลตามมา เช่น มีคนไข้ป่วยหนัก ทั้งที่ไม่ควรป่วยหนัก ซึ่งหากเราไม่มีการจัดระบบให้ดี เพื่อให้คนที่ติดเชื้อมีอาการได้รับการดูแลอย่างดี จะได้ไม่ป่วยหนัก การล็อกดาวน์ก็อาจไม่สามารถผ่อนคลายความตึงของระบบบริการได้ เมื่อไม่ผ่อนความตึงดังกล่าวได้ ระบบก็อาจบอกว่ายังรับไม่ไหว ก็จะต้องล็อกดาวน์ต่อไปอีก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; - มาตรการที่ออกมาเมื่อ 9 ก.ค. เป็นเดิมพันครั้งสำคัญของรัฐบาลและนายกฯ หรือไม่ เพราะหากตัวเลขคนติดเชื้อยังมากทะลุหลักหมื่น รัฐบาลจะอยู่ลำบากหรือไม่ในทางการเมือง?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก็เชื่ออย่างนั้น ความจริง หากพูดกันตรงไปตรงมา การประกาศล็อกดาวน์ก็เท่ากับเป็นการยอมรับกลายๆ ว่าที่ผ่านมา ยังสู้ได้ไม่ดีพอ ถ้าพูดกันตรงไปตรงมา คือจะโทษว่าเชื้อโควิดมันกลายพันธุ์ ก็คงว่าได้ แต่การที่มันแย่ลงมาเรื่อยๆ คือพยายามสู้มาแล้วเท่าไหร่แต่ก็ยังสู้ไม่ได้ ก็แสดงว่าต้องมี&amp;nbsp; something wrong และตัวอย่างหนึ่งที่คนจะพูดถึงเรื่อยๆ ก็คือการกระจายฉีดวัคซีน ก็เป็นตัวอย่าง ซึ่งผมเห็นด้วยว่า เรื่องนี้ในทางการเมืองก็ถือว่าเป็น turning point ครั้งสำคัญ ซึ่งผมก็ได้แต่หวังว่ารัฐบาลจะทำได้สำเร็จ จนเกิดระบบที่จะทำงานได้ต่อเนื่อง และไม่ล็อกดาวน์นาน เพราะหากทำนาน คนเดือดร้อนมากที่สุดคือคนเล็กคนน้อย. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยวรพล กิตติรัตวรางกูร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;.....................................&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109280</URL_LINK>
                <HASHTAG>ล็อกดาวน์-เคอร์ฟิว เดิมพันสำคัญ บิ๊กตู่-ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แทบลอยด์, แทบลอยด์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210710/image_big_60e9a5423c204.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
