<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>54791</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/01/2020 12:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/01/2020 12:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เชื่อไหม!กิจการพิเศษพท.ปัดโดนล็อบบี้ไม่ตี&#039;ป้อม&#039;ท้านำหลักฐานมาแสดง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17ม.ค.63-ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ อำนรรฆสรเดช คณะกรรมการกิจการพิเศษ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีที่มีกระแสข่าวลือออกมาว่า ทางพรรคเพื่อไทย จะไม่อภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เหตุผลเพราะข้อมูลยังไม่ชัดเจน และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้มีการตัดสินคดีไปแล้วนั้น หากสมาชิกพรรคเพื่อไทยมีข้อมูลใหม่และมีหลักฐานที่ชัดเจนมานำเสนอ ทางคณะกรรมการกิจการพิเศษก็พร้อมจะพิจารณา และไม่ปิดกั้นการเสนอรายชื่อว่าที่ผู้ถูกอภิปราย และในทิศทางนี้หากพรรคร่วมฝ่ายค้านมีความประสงค์ ที่อยากจะอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประวิตร เป็นสิทธิของแต่ละพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในส่วนข่าวลือเรื่องที่ว่ามีการคุยนอกรอบเพื่อล็อบบี้ผู้ใหญ่ในพรรคก็ไม่เป็นเรื่องจริง หากใครมีหลักฐานก็ควรนำออกมาแสดงให้เป็นที่ประจักษ์ ไม่ใช่การกล่าวหากันแบบลอยๆ เพราะสมัยนี้เป็นยุคของโซเชียลมีเดีย&amp;quot;ร.ต.อ.วัฒนรักษ์&amp;nbsp; กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ กล่าวว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจก็เหมือนยุทธวิธีในการทำศึกสงคราม เราควรต้องมีการวางแผนที่แยบยลเพื่อโจมตีแม่ทัพ ไม่ใช่รองแม่ทัพ หรือนายทหาร หากเรามัวแต่หลงทาง วางแผนจัดกระบวนยุทธที่ผิดวิธี จะทำให้เสียเชิงในการรบ ก่อให้เกิดการเสียหายและผู้ที่เสียประโยชน์ก็คือประชาชน และในการอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ เวลาที่ฝ่ายค้านได้รับในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็คงจะไม่ได้เยอะมาก จึงจำเป็นที่จะต้องใช้เวลาที่มีอยู่ให้คุ้มค่าอย่างที่สุด พรรคเพื่อไทยมีความเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมว่าหลักฐานที่มีอยู่เพียงพอแล้วที่จะเอาผิดกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54791</URL_LINK>
                <HASHTAG>การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล, พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ, ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ อำนรรฆสรเดช, ล็อบบี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190121/image_big_5c458733312da.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36354</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2019 09:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2019 09:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“พาณิชย์”จ่อเชือดโรงพยาบาลเอกชนโก่งค่ารักษา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 พ.ค. 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า ขณะนี้มีผู้บริโภคได้ร้องเรียนผ่านสายด่วน 1569 เข้ามายังกรมการค้าภายในถึงกรณีการคิดค่ายาและค่ารักษาพยาบาลของโรงพยาบาลเอกชนที่มีราคาแพงเกินจริงจำนวน 2 กรณี คือ การร้องเรียนการเข้ารับการรักษาพยาบาลอาการท้องเสีย แต่ถูกคิดค่าใช้จ่ายรวม 3 หมื่นบาท และการร้องเรียนเรื่องราคายาแพงเกินจริง ซึ่งขณะนี้ กรมการค้าภายในกำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ามีการคิดราคาสมเหตุสมผลหรือไม่ และหากพบว่ามีการค้ากำไรเกินควร ก็จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรณีการรักษาอาการท้องเสีย ในเบื้องต้นพบว่า โรงพยาบาลมีการคิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเป็นจำนวนมาก และมีการรักษาเกินจริงในหลายรายการ ส่วนกรณียาแพง พบว่า มีการคิดราคาแพงกว่าราคาที่จำหน่ายในท้องตลาดจริง ซึ่งจะมีการเรียกให้โรงพยาบาลที่ถูกร้องเรียนมาชี้แจงข้อเท็จจริงต่อไป หากไม่สามารถชี้แจงได้ ก็จะดำเนินการตามกฎหมาย โดยมีโทษตามพ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ กรณีค้ากำไรเกินควร จำคุก 7 ปี ปรับ 1.4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ขณะเดียวกัน กรมการค้าภายในกำลังอยู่ระหว่างการเชิญโรงพยาบาลเอกชนจำนวน 70 ราย จากจำนวน 353 ราย ที่ผลการตรวจสอบเบื้องต้นจากการให้ส่งข้อมูลการซื้อขายยา และพบว่า มีการคิดราคายาแพงเกินจริง ตั้งแต่แพงไม่มากจนสูงถึงระดับ300% , 500% , 800% และ 900% มาหารือ และจะขอให้ชี้แจงถึงสาเหตุการคิดราคายาว่าที่คิดแพงนั้น มีสาเหตุมาจากอะไร สมเหตุสมผลหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมการค้าภายในได้จัดทำประกาศคณะกรรมการว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (ประกาศ กกร.) ที่กำหนดให้โรงพยาบาลเอกชน ผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้จำหน่าย ต้องแจ้งราคาซื้อขายให้แก่กรมการค้าภายใน เพื่อนำราคาไปเผยแพร่บนเว็บไซต์เสร็จแล้ว และอยู่ระหว่างการเสนอให้ น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธาน กกร. ลงนาม ก่อนนำลงราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้มีผลบังคับใช้ คาดว่าน่าจะลงนามได้ภายในสัปดาห์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ภายในประกาศ เบื้องต้นจะกำหนดให้แจ้งราคายาที่อยู่ในบัญชีนโยบายเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤตมีสิทธิทุกที่ (UCEP) ที่มีรายการยกที่จำเป็นอยู่ 3,892 รายการ จากบัญชียาและรหัสยามาตรฐานของไทย (TMT) ที่มีอยู่ 30,103 รายการ เพราะถือเป็นยาที่คนใช้มาก แต่ได้เปิดช่องที่จะเพิ่มจำนวนรายการยาที่อยู่นอกบัญชี UCEP เพิ่มเติมได้ รวมทั้งการกำหนดให้ต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงราคาให้กรมการค้าภายในรับทราบก่อนไม่น้อยกว่า 15 วันด้วย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ ได้กำหนดรายละเอียดของการออกใบสั่งยาตามมาตรฐานการประกอบวิชาชีพเวชกรรม โดยในใบสั่งยา จะต้องมีการระบุชื่อยา ชื่อทางการค้า ชื่อทางวิทยาศาสตร์ และระบุราคาด้วย เพื่อให้ผู้บริโภคได้รู้ราคา และสามารถนำไปสั่งยาไปซื้อยาได้นอกโรงพยาบาลได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า กรมสนับสนุนและบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ได้ติดต่อขอเข้าพบน.ส.ชุติมา โดยจะนำอดีตนายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชนมาด้วย 3-4 คน เพื่อมาหารือถึงมาตรการควบคุมราคายาและเวชภัณฑ์ และบริการทางการแพทย์ โดยเป็นที่น่าจับตาว่าจะได้เข้าพบก่อนที่จะมีการลงนามออกประกาศ กกร. หรือหลังจากการลงนาม เพราะหากพบก่อน ก็มองได้ว่าเป็นการเข้ามาล็อบบี้ เพื่อไม่ให้มีการใช้มาตรการที่เข้มงวด แต่ถ้าพบหลัง ก็จะไม่มีผลต่อการออกมาตรการภายใต้ประกาศ กกร.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36354</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพาณิชย์, ล็อบบี้, โก่งค่ารักษาพยาบาล, โรงพยาบาลเอกชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190429/image_big_5cc6e607804b0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
