<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>29286</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/02/2019 09:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/02/2019 09:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ศรีสุวรรณ&quot; ลุยนครสวรรค์เดินหน้าล่ารายชื่อถอดถอน 5 ป.ป.ช. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 17 ก.พ. นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่าเมื่อวานนี้ (16 ก.พ.) เวลา 16.00 น. สมาคมฯ พร้อมคณะได้เดินทางไปตั้งโต๊ะให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในจังหวัดนครสวรรค์ ได้มีส่วนร่วมในการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 236 เพื่อร่วมเข้าชื่อเป็นหนึ่งใน 2 หมื่นชื่อเพื่อนำไปสู่การเสนอถอดถอนและเอาผิด 5 ป.ป.ช. ที่วินิจฉัยเชื่อว่านาฬิกาหรูกว่า 20 เรือนที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม สวมใส่มาหลายปีนั้น เป็นนาฬิกาที่ยืมมาจากเพื่อที่เสียชีวิตไปแล้วจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ชาวนครสวรรค์ต่างไม่เชื่อว่าคนที่มีตำแหน่งถึงรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม จะไม่มีปัญญาหาซื้อนาฬิกามาสวมใส่เป็นของตนจริง จนต้องเล่ห์ไปหยิบยืมมาจากเพื่อน แต่เชื่อว่ากลไกการวินิจฉัยของ 5 ป.ป.ช. ยังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ตามหลักการไต่สวนสืบสวนตามมาตรฐานที่สากลเขากระทำกัน และเชื่อว่าเป็นเล่ห์ฉลของผู้ถืออำนาจรัฐ ที่ใช้สิทธิพิเศษแทรกแซงการทำงานขององค์กรอิสระ จนอาจขาดความเป็นอิสระไปได้ จนทำให้คนบางคนหลุดพ้นข้อกล่าวหาหรืออาญาแผ่นดินได้ ดังภาษิตนักปรัชญากรีกโบราณที่ว่า &amp;ldquo;กฎหมายก็เหมือนกับใยแมงมุม ดักจับได้เฉพาะคนอ่อนแอและยากจน แต่จะแหลกสลายไม่เป็นชิ้นดี เมื่อเจอกับคนรวยและผู้มีอิทธิพล&amp;rdquo; ซึ่งเมื่อตรวจสอบประวัติการลงโทษข้าราชการและนักการเมืองของ ป.ป.ช.ในอดีตที่ผ่านมาจะพบว่า จะมีแต่ข้าราชการและนักการเมืองในท้องถิ่นตัวเล็กๆ เสียเป็นส่วนใหญ่ที่ถูกชี้มูลความผิด ถูกดำเนินคดีและถูกลงโทษจริง ส่วนทหาร ตำรวจ นัการเมืองผู้มีอำนาจในยุคปัจจุบัน แม้จะมีเรื่องร้องเรียนมากมายแต่ ป.ป.ช.ไม่เคยชี้มูลความผิดเลย จนทำให้ดัชนีความโปร่งใสของไทยล่วงไปอยู่ในลำดับที่ 99 จาก 180 ประเทศเป็นที่อับอายขายหน้าไปทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นเพื่อแสดงออกให้คนไทยทั้งประเทศได้รับรู้ว่าคนนครสวรรค์ก็ต้องการที่จะมีส่วนร่วมในการสร้างบรรทัดฐานในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตให้เกิดขึ้นกับองค์กรอิสระที่ประชาชนคาดหวังในยุคปฏิรูป จึงแห่กันมาเข้าชื่อกันอย่างคับคั่งจนยันค่ำมืด เพื่อให้สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญรวบรวมให้ครบ 2 หมื่นรายชื่อเพื่อเสนอต่อประธานรัฐสภาและประธานศาลฎีกา ในการตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระมาดำเนินการตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติเพื่อเอาผิดและถอดถอน 5 ป.ป.ช.ออกจากตำแหน่งต่อไป นายศรีสุวรรณ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29286</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายศรีสุวรรณ จรรยา, ล่ารายชื่อเพื่อถอดถอนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190217/image_big_5c68c5da6c5e5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27592</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/01/2019 10:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/01/2019 10:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ศรีสุวรรณ” ลุยต่างจังหวัดล่า 2 หมื่นชื่อถอดถอน 5 ป.ป.ช. ปมนาฬิกา “บิ๊กป้อม”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
27 ม.ค. 2562 &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้สมาคมฯได้ตระเวณออกต่างจังหวัดเพื่อให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้มีส่วนร่วมเข้าชื่อ 2 หมื่นชื่อ เพื่อเสนอถิดถอนและเอาผิด 5 กรรมการ ป.ป.ช.เสียงข้างมาก ที่วินิจฉัยเชื่อว่านาฬิกาหรูกว่า 20 เรือนที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม สวมใส่มาโดตลอดนั้น เป็นนาฬิกาที่ยืมมาจากเพื่อนที่เสียชีวิตไปแล้วจริง ซึ่งเป็นการวินิจฉัยที่ขัดต่อความเห็นของประชาชนทั้งประเทศและไม่สอดคล้องกับหลักการไต่สวนและสืบข้อเท็จจริงหลายประการ เป็นเหตุให้สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยออกมาเป็นองค์กรหลักในการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 236 ประกอบมาตรา 234(1) เพื่อดำเนินการให้ประชาชนทั่วประเทศซึ่งเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ร่วมกันเข้าชื่อถอดถอนและเอาผิดต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณ กล่าวต่อไปว่า หลังจากที่สมาคมฯ ได้ตั้งโต๊ะให้ประชาชนใน กทม.มาร่วมเข้าชื่อที่ร้าน Cha Srisuwan บริเวณประตู 3 ตลาดยิ่งเจริญ สะพานใหม่แล้ว โดยขณะนี้ได้เริ่มสัญจรไปยังต่างจังหวัด โดยเริ่มที่ จ.อุดรธานี เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้มาร่วมเข้าชื่อ ซึ่งได้รับการตอบสนองเป็นอย่างดี มีชาวบ้านจำนวนมากให้ความสนใจและมาร่วมลงชื่อกันอย่างหนาแน่น และทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ต้องรักษาบรรทัดฐานของการทำงานขององค์กรอิสระ โดยเฉพาะ ป.ป.ช. ผ่านการตรวจสอบจากภาคประชาชนตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หลังจากตั้งโต๊ะเปิดโอกาสให้ชาวอุดรธานีได้ร่วมเข้าชื่อในวันนี้แล้ว จะตระเวนไปยังจังหวัดต่างๆ โดยประสานแกนนำและเครือข่ายฯ ของสมาคมฯ ในแต่ละจังหวัดทั่วประเทศ ในการเข้าชื่อให้ครบ 2 หมื่นรายชื่อต่อไป โดยไม่มีการจำกัดเวลา หลังจากที่อุดรธานีแล้ว จะไปต่อที่จังหวัดเพชรบูรณ์ พิษณุโลก และสุโขทัย ต่อไป&amp;rdquo; นายศรีสุวรรณ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27592</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถอดถอน ป.ป.ช., นายศรีสุวรรณ จรรยา, ล่ารายชื่อเพื่อถอดถอนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190127/image_big_5c4d20bf2e57d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25529</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศรีสุวรรณสวนหมัดชูชาติ ลั่นล่า2หมื่นชื่อฟันปปช.ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;quot;ชูชาติ-อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา&amp;quot; ตั้งข้อกังขา ล่าชื่อถอดถอน ป.ป.ช.เสียงข้างมาก อุ้ม &amp;quot;เสี่ยป้อม&amp;quot; อาจสะดุด เพราะกฎหมายไม่เปิดช่อง ทำได้แค่กรณีร่ำรวยผิดปกติ-ทุจริตต่อหน้าที่-ใช้อํานาจขัดต่อกฎหมาย-ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรม บอกถ้าข้อกล่าวหาเป็นเท็จอาจถูกดำเนินคดีได้ &amp;quot;ศรีสุวรรณ&amp;quot; สวนแรงทำได้แน่ อัดแก่เพราะกินข้าว เฒ่าเพราะอยู่นาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Chuchart Srisaeng ถึงความเคลื่อนไหวล่ารายชื่อเพื่อถอดถอนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ &amp;nbsp;(ป.ป.ช.) เสียงข้างมาก กรณีนาฬิกาของพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม โดยระบุตอนหนึ่งว่า มีข่าวว่านักเคลื่อนไหวที่มีการร้องเรียนกล่าวหาบุคคลอื่นบ่อยๆ จะล่ารายชื่อประชาชนจำนวน 20,000 คนเพื่อถอดถอนคณะกรรมการ ป.ป.ช. 5 ท่านออกจากตำแหน่ง กรณีที่มีมติว่าพยานหลักฐานจากการไต่สวนยังฟังไม่ได้ว่า พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ มีความผิดฐานแจ้งบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ จึงให้ยุติเรื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชูชาติย้ำว่า อ่านรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 อย่างละเอียดแล้ว ไม่พบว่ามีบทบัญญัติที่กำหนดให้มีการถอดถอนคณะกรรมการ ป.ป.ช.ออกจากตำแหน่งได้ การถอดถอนจากตำแหน่งมีบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญฯ แต่ก็ไม่ได้ให้ใช้บังคับแก่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ทั้งรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ถูกยกเลิกไปแล้ว จึงไม่อาจนำมาใช้บังคับได้อีก จึงสงสัยว่าผู้ที่จะล่ารายชื่อประชาชนเพื่อถอดถอนคณะกรรมการ ป.ป.ช.ออกจากตำแหน่งจะดำเนินการตามกฎหมายฉบับใด หรือเป็นเพียงข้ออ้างให้ประชาชนที่ไม่รู้กฎหมายหลงเชื่อเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกาผู้นี้ชี้ว่า รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมาตรา 234 (1) และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 45 บัญญัติไว้ทำนองเดียวกันว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจํานวนไม่น้อยกว่า 2 หมื่นคนมีสิทธิเข้าชื่อ กล่าวหาว่ากรรมการ ป.ป.ช.ผู้ใดมีพฤติการณ์ ร่ำรวยผิดปกติ ทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อํานาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง โดยยื่นต่อประธานรัฐสภา พร้อมด้วยหลักฐานตามสมควร หากประธานรัฐสภาเห็นว่ามีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการกระทําตามที่ถูกกล่าวหา ให้ประธานรัฐสภาเสนอเรื่องไปยังประธานศาลฎีกาเพื่อตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระ ส่วน พ.ร.บ.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 50 บัญญัติว่า ให้ประธานศาลฎีกาแต่งตั้งคณะไต่สวนอิสระมีจำนวนไม่น้อยกว่า 7 คน เพื่อทำการไต่สวน และมาตรา 56 เมื่อดําเนินการไต่สวนแล้วเสร็จ ให้คณะผู้ไต่สวนอิสระดําเนินการดังต่อไปนี้ (1) ถ้าเห็นว่าข้อกล่าวหาไม่มีมูล ให้สั่งยุติเรื่อง และให้คําสั่งดังกล่าวเป็นที่สุด (2) ถ้าเห็นว่าผู้ถูกกล่าวหาฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ให้เสนอเรื่องต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัย (3) ถ้าเห็นว่าผู้ถูกกล่าวหามีพฤติการณ์ตามที่ถูกกล่าวหา และมิใช่เป็นกรณีตาม (2) ให้ส่งสํานวนการไต่สวนไปยังอัยการสูงสุดเพื่อดําเนินการฟ้องคดีต่อศาลศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
เตือนผู้ร้องโดนแจ้งความเท็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชูชาติอธิบายอีกว่า ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและกฎหมายดังกล่าวสรุปได้คือ 1.ถ้ากรรมการ ป.ป.ช.ท่านใดมีพฤติการณ์ดังต่อไปนี้ ร่ำรวยผิดปกติ ทุจริตต่อหน้าที่ จงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อํานาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง 2.ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 2 หมื่นคนสามารถเข้าชื่อกัน พร้อมหลักฐานที่อ้างว่ากรรมการ ป.ป.ช.ท่านใดมีพฤติการณ์ข้อใดข้อหนึ่งยื่นต่อประธานรัฐสภาได้ ถ้าประธานรัฐสภาเห็นว่ามีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการกระทําตามที่ถูกกล่าวหา ให้ประธานรัฐสภาเสนอเรื่องไปยังประธานศาลฎีกา เมื่อประธานศาลฎีกาได้รับเรื่องจากประธานรัฐสภาแล้ว ให้ประธานศาลฎีกาแต่งตั้งคณะไต่สวนอิสระขึ้นมามีจำนวนไม่น้อยกว่า 7 คนเพื่อทำการไต่สวน &amp;nbsp;เมื่อดําเนินการไต่สวนแล้วเสร็จ ให้คณะผู้ไต่สวนอิสระดําเนินการดังต่อไปนี้ ถ้าเห็นว่าข้อกล่าวหาไม่มีมูล ให้สั่งยุติเรื่อง และให้คําสั่งดังกล่าวเป็นที่สุด แต่ถ้าเห็นว่าผู้ถูกกล่าวหาฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ให้เสนอเรื่องต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัย ถ้าเห็นว่าผู้ถูกกล่าวหามีพฤติการณ์ตามที่ถูกกล่าวหา และมิใช่เป็นกรณีตาม &amp;nbsp;(2) ให้ส่งสํานวนการไต่สวนไปยังอัยการสูงสุดเพื่อดําเนินการฟ้องคดีต่อศาลศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชูชาติอธิบายว่า นี่คือกระบวนการที่จะดำเนินการแก่คณะกรรมการ ป.ป.ช.ที่มีพฤติการณ์ตามข้อใดข้อหนึ่งในข้อ 1 เท่านั้น ถ้าไม่มีพฤติการณ์ดังที่กล่าวมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ากรรมการ ป.ป.ช. ท่านใดมีคำวินิจฉัยไม่เป็นไปตามที่คนบางกลุ่มคาดหวัง เนื่องจากเชื่อตามที่สื่อมวลชนเสนอข่าวชี้นำตลอดมา ย่อมไม่อาจดำเนินการตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและกฎหมายดังที่กล่าวมาแล้วได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากมีการล่ารายชื่อประชาชนจริง ขอให้ประชาชนที่จะลงชื่อตรวจดูให้ดีว่า จะดำเนินการเรื่องอะไร &amp;nbsp;ถ้าดำเนินการตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่กล่าวข้างต้น ก็ให้ตรวจดูคำร้องที่กล่าวหากรรมการ ป.ป.ช. ว่าเป็นการกล่าวหาว่ามีพฤติการณ์อย่างไร และมีพยานหลักฐานตามสมควรที่มีเหตุอันควรสงสัยได้ว่า มีการกระทําตามที่ถูกกล่าวหาหรือไม่ถ้าไม่มีพยานหลักฐานดังกล่าว ก็คิดไตร่ตรองให้รอบคอบว่าควรจะลงชื่อหรือไม่ เพราะถ้าข้อกล่าวหาตามคำร้องเป็นความเท็จและมีการนำไปยื่นต่อประธานรัฐสภา ผู้ลงชื่อในคำร้องอาจถูกดำเนินคดีในผิดฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานได้&amp;quot; นายชูชาติระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย แกนนำในการเคลื่อนไหวรวบรวมรายชื่อถอดถอน ป.ป.ช.ให้ความเห็นว่า ตามที่มีอดีตผู้พิพากษาได้ท้วงติงการตั้งโต๊ะให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งมาเข้าชื่อ 2 หมื่นรายชื่อเพื่อเอาผิด 5 ป.ป.ช.ว่าอาจเข้าข่ายแจ้งความเท็จนั้น ไม่แน่ใจว่าท่านผู้นั้นอ่านรัฐธรรมนูญและกฎหมายฉบับใหม่ๆ ครบถ้วนแล้วหรือไม่ หรือเอาแต่เฉพาะที่เห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อผู้มีอำนาจ แล้วยกมาเฉพาะบางมาตราเพื่อแก้ต่างให้ผู้มีอำนาจอย่างน่าฉงน ไม่สมกับการเป็นอดีตผู้พิพากษาที่สังคมเคารพนับถือ และทั้งๆ ที่เรื่องนี้นักกฎหมาย นักวิชาการ ประชาชนต่างวิพากษ์วิจารณ์และท้วงติงคำวินิจฉัยของ ป.ป.ช.กันทั้งประเทศ ท่านกลับมาขู่ประชาชนว่าอาจเข้าข่ายแจ้งความเท็จ ทั้งๆ ที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 51, 63 และ 78 บัญญัติให้การคุ้มครองประชาชนมีสิทธิ์ตรวจสอบผู้ใช้อำนาจรัฐ และสามารถฟ้องร้องเอาผิดข้าราชการ นักการเมือง และเจ้าหน้าที่รัฐได้อยู่แล้ว โดยไม่มีความผิด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณย้ำว่า ข้อกล่าวหาของประชาชนที่เข้าชื่อกันก็เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 236 &amp;nbsp;ประกอบมาตรา 234 (1) บัญญัติไว้อยู่แล้วทุกประการ และถ้ากรรมการ ป.ป.ช.ทั้ง 5 คนมีความผิดจริงตามข้อกล่าวหาของประชาชนตามมาตรา 237 (3) รัฐธรรมนูญ มาตรา 235 วรรคสี่ ก็บัญญัติไว้ชัดเจนว่า ให้ผู้ถูกกล่าวหาต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่และจะต้องพ้นจากตำแหน่งในที่สุด และเพิกถอนสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้ง และอาจเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งไม่เกิน 10 ปีได้ ดังนั้น การที่ประชาชนจำนวนมากมาเข้าชื่อกันก็หวังจะให้ ป.ป.ช.มีบรรทัดฐานในการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบตามที่ประชาชนคาดหวัง โดยการทำหน้าที่ขององค์กรตามรัฐธรรมนูญบัญญัติให้เป็นที่น่าเชื่อถือศรัทธาและสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชน และเรียกร้องให้ยึดมั่นต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญและกฎหมายเป็นที่ตั้ง โดยไม่เอนเอียงหรือตกเป็นทาสของผู้ถืออำนาจรัฐหรือมือที่มองไม่เห็น จึงเป็นประเด็นสำคัญมากกว่า ซึ่งท่านอดีตผู้พิพากษาซึ่งเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของสังคมควรที่จะออกมาเป็นแกนนำในการสร้างบรรทัดฐานทางกฎหมาย เสียมากกว่าการมาท้วงติงในสิ่งที่เด็กอมมือก็รู้ว่าคิดอะไรอยู่
แก่เพราะกินข้าว เฒ่าเพราะอยู่นาน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมเพิ่งเข้าใจวันนี้เองครับว่าแก่เพราะกินข้าว เฒ่าเพราะอยู่นาน นั้นคืออะไร?&amp;quot; นายศรีสุวรรณระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org รายงานว่า ขณะนี้สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) อยู่ระหว่างการให้ทุนสนับสนุนงานวิจัยเรื่อง &amp;quot;สังคมไทยไร้คอร์รัปชัน&amp;quot; แก่อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อออกแบบงานวิจัยสำหรับการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันบนฐานการมีส่วนร่วมของประชาชนและภาคส่วนต่างๆ สร้างความท้าทายใหม่ในการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ พัฒนาระบบและเครื่องมือใหม่ในการป้องกันและลดคอร์รัปชันในระดับพื้นที่ ซึ่งจะเป็นกลไกหนุนเสริมการป้องกันและปราบปรามคอร์รัปชันโดยหน่วยงานภาครัฐและองค์กรอิสระ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเบื้องต้นจากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างเพื่อเป็นตัวแทนของประชากรไทยทั้งประเทศตามหลักการทางสถิติ พบว่าคนไทยส่วนใหญ่ให้นิยาม &amp;quot;คอร์รัปชัน&amp;quot; หมายถึง &amp;quot;การที่นักการเมืองและข้าราชการยักยอกเงิน&amp;quot; ซึ่งการให้ความหมายในลักษณะนี้เป็นการให้ความหมายที่แคบใน 2 ประการ คือ 1.หมายรวมเฉพาะนักการเมืองและข้าราชการ ซึ่งแท้จริงแล้วบุคคลหรือกลุ่มบุคคล หรือองค์กรอื่นๆ ก็มีโอกาสแสดงพฤติกรรมคอร์รัปชันเช่นเดียวกัน ทำให้พฤติกรรมของบุคคลอื่นนอกเหนือไปจากนักการเมืองและข้าราชการได้หายไปจากบริบทนิยามของการคอร์รัปชันในมุมมองของคนไทย และ 2.เป็นการให้ความสำคัญกับการยักยอกเท่านั้น แม้ว่าอาจจะหมายรวมถึงงบประมาณ แต่ในแง่ของการเอื้อประโยชน์ทางเครือข่าย การใช้ทรัพย์สินสาธารณะในทางที่ผิดไม่ได้ถูกรวมเข้าไปด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้จากการสำรวจยังชี้ให้เห็นว่า คนไทยส่วนใหญ่มีความรู้ความเข้าใจว่า สิ่งใดเป็นหรือไม่เป็นการคอร์รัปชันในเรื่องของการให้สินบนในระดับดีพอสมควร แต่หากเป็นคอร์รัปชันในรูปแบบอื่น &amp;nbsp;เช่น การช่วยเหลือพวกพ้องหรือการช่วยเหลือคนในครอบครัวในทางที่ผิดยังมีความไม่ชัดเจนอยู่มาก &amp;nbsp;โดยเฉพาะเป็นการทับซ้อนกับความหมายของคำว่า &amp;quot;น้ำใจ&amp;quot; และ &amp;quot;บุญคุณ&amp;quot; ซึ่งค่านิยม 2 ประการนี้เป็นค่านิยมหลักที่เสริมให้การคอร์รัปชันที่ซับซ้อนกว่าดำรงอยู่ในประเทศไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;งานวิจัยชิ้นนี้ยังระบุด้วยว่า จากการวิเคราะห์ความสำคัญของค่านิยมคนไทย พบว่าค่านิยมความกตัญญูหรือการสำนึกในบุญคุณเป็นค่านิยมที่สำคัญที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกับค่านิยมด้านความขยันหมั่นเพียร ความประหยัดอดออม และความซื่อสัตย์สุจริต ซึ่งค่านิยมความกตัญญูในการสำนึกบุญคุณ &amp;nbsp;ถือได้ว่าเป็นค่านิยมหนึ่งที่รองรับการคอร์รัปชันในสังคมไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี เมื่อแบ่งกลุ่มตัวอย่างตามช่วงอายุ พบว่าการให้น้ำหนักกับค่านิยมความกตัญญูและการสำนึกบุญคุณค่อยๆ ลดลงตามอายุ ในขณะที่ค่านิยมของความขยันหมั่นเพียรค่อยๆ สูงขึ้น แต่ค่านิยมความซื่อสัตย์สุจริตเปลี่ยนแปลงน้อยมาก และกลุ่มตัวอย่างให้ความสำคัญในระดับที่ไม่สูงมากนัก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25529</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายชูชาติ ศรีแสง, นายศรีสุวรรณ จรรยา, นาฬิกาหรู, ป.ป.ช.เสียงข้างมาก, ล่ารายชื่อเพื่อถอดถอนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181231/image_big_5c2a241daeca3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
