<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>39935</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2019 21:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2019 21:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ญี่ปุ่นเริ่มออกเรือล่าวาฬเชิงพาณิชย์ครั้งแรกในรอบกว่า 30 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เรือล่าวาฬของญี่ปุ่นเริ่มออกจากฝั่งเพื่อล่าวาฬเชิงพาณิชย์เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 30 ปีเมื่อวันจันทร์ ยุติการอ้างเหตุผลบังหน้าล่าเพื่อวิทยาศาสตร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรือล่าวาฬออกจากท่าเรือเมืองคูชิโร จังหวัดฮอกไกโด เพื่อเริ่มฤดูการล่าวาฬเชิงพาณิชย์เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 30 ปี เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานสำนักข่าวเอเอฟพีเมื่อวันจันทร์ที่ 1 กรกฎาคม 2562 ว่าเรือล่าวาฬ 5 ลำออกจากท่าที่เมืองคูชิโร ทางภาคเหนือของญี่ปุ่นเมื่อเช้าวันเดียวกันนี้ เมื่อล่วงเข้าถึงช่วงบ่าย วาฬตัวแรกที่จับได้ก็ถูกส่งกลับเข้าฝั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การล่าวาฬเชิงพาณิชย์ซึ่งยุติมานานกว่า 30 ปี เกิดขึ้นภายหลังญี่ปุ่นถอนตัวจากคณะกรรมการการล่าวาฬระหว่างประเทศ (ไอดับเบิลยูซี) ซึ่งทำให้ถูกนักเคลื่อนไหวและประเทศที่ต่อต้านการล่าวาฬรุมประณาม และสร้างความพอใจแก่ชุมชนล่าวาฬของญี่ปุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานประมงญี่ปุ่นกล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า ญี่ปุ่นกำหนดโควตาการจับวาฬสำหรับฤดูล่าวาฬปีนี้ซึ่งจะสิ้นสุดเดือนธันวาคม ที่ 227 ตัว แบ่งเป็นวาฬมิงก์ 52 ตัว, วาฬบรูดา 150 ตัว และวาฬเซ 25 ตัว โควตานี้กำหนดเป็นรายปีซึ่งยังถือว่าน้อยกว่าจำนวนวาฬที่ญี่ปุ่นเคยจับในมหาสมุทรแอนตาร์กติกช่วงไม่นานมานี้ ซึ่งอยู่ที่ 330 ตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โยชิฟูมิ ไค นายกสมาคมล่าวาฬชนิดเล็กแห่งญี่ปุ่น กล่าวต่อชุมชนนักล่าวาฬ, นักการเมืองและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในเมืองคูชิโรก่อนปล่อยเรือออกจากท่าว่า หัวใจเขาพองโตด้วยความสุข เขาตื้นตันอย่างยิ่ง การล่าวาฬเป็นอุตสาหกรรมเล็กๆ แต่เขาก็ภาคภูมิใจ บ้านเกิดของผมล่าวาฬกันมานานกว่า 400 ปีแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากที่เมืองคูชิโรแห่งนี้ เช้าวันเดียวกันยังมีเรือล่าวาฬแล่นออกจากท่าเรืออื่นๆ ของญี่ปุ่น รวมถึงที่เมืองชิโมโนเซกิในภาคตะวันตก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วาฬมิงก์ที่ถูกจับได้เมื่อวันจันทร์ถูกเคลื่อนย้ายจากเรือขึ้นรถบรรทุก ที่ท่าเรือคูชิโร / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ญี่ปุ่นอ้างว่าการล่าวาฬเป็นประเพณีเก่าแก่ของประเทศซึ่งไม่ควรเป็นประเด็นที่นานาชาติเข้ามาแทรกแซง แต่ในฐานะชาติสมาชิกของไอดับเบิลยูซี ญี่ปุ่นไม่สามารถล่าวาฬขนาดใหญ่ในเชิงพาณิชย์ได้ แม้ว่าญี่ปุ่นจะยังสามารถจับวาฬขนาดเล็กใกล้ชายฝั่งของตน อย่างไรก็ดี ญี่ปุ่นสามารถหาช่องโหว่จากกฎข้อบังคับของไอดับเบิลยูซี แล้วล่าวาฬในน่านน้ำแอนตาร์กติกที่ได้รับการคุ้มครองด้วยข้ออ้างว่าเป็นการล่าเพื่อ &amp;quot;การวิจัยทางวิทยาศาสตร์&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักเคลื่อนไหวกล่าวกันว่า การล่าวาฬที่ว่านี้ไม่ได้มีคุณค่าทางวิทยาศาสตร์แต่อย่างใด และญี่ปุ่นก็ไม่เคยปิดบังข้อเท็จจริงที่ว่า เนื้อวาฬที่จับได้ถูกส่งขายเพื่อการบริโภค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านองค์กรพิทักษ์สัตว์ ฮิวเมนโซไซตีอินเตอร์เนชันแนล ประณามการรื้อฟื้นการล่าวาฬเชิงพาณิชย์ของญี่ปุ่นว่า เป็นวันน่าเศร้าของการคุ้มครองวาฬทั่วโลก และเป็นจุดเริ่มต้นยุคใหม่อันน่าช็อกของการล่าวาฬแบบโจรสลัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื้อวาฬเคยเป็นแหล่งโปรตีนสำคัญของญี่ปุ่นหลายปีหลังสิ้นสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ปัจจุบันอุตสาหกรรมล่าวาฬเป็นชุมชนขนาดเล็กมาก มีผู้เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมนี้โดยตรงราว 300 คน และการบริโภคเนื้อวาฬมีสัดส่วนไม่ถึง 0.1% ของเนื้อที่ชาวญี่ปุ่นบริโภคในแต่ละปี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39935</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการการล่าวาฬระหว่างประเทศ, ญี่ปุ่น, ล่าวาฬ, ล่าวาฬเชิงพาณิชย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190701/image_big_5d1a187b31731.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25175</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/12/2018 21:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/12/2018 21:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ญี่ปุ่นถอนตัวจากไอดับเบิลยูซี ฟื้นล่าวาฬพาณิชย์ปีหน้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ญี่ปุ่นเตรียมจะกลับไปล่าวาฬเชิงพาณิชย์อีกครั้งกลางปีหน้า หลังจากประกาศจะแจ้งถอนตัวจากคณะกรรมการล่าวาฬระหว่างประเทศ ที่ญี่ปุ่นเคยอาศัยช่องโหว่ล่าวาฬเพื่อ &amp;quot;วิทยาศาสตร์&amp;quot; ฆ่าวาฬเป็นอาหารปีละหลายร้อยตัว รัฐบาลยันจะจับวาฬแค่ในน่านน้ำอาณาเขตของญี่ปุ่นเท่านั้น ออสเตรเลียระบุผิดหวังอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพจากกลุ่มต่อต้านการล่าวาฬ ซีเชพเพิร์ด เผยให้เห็นซากวาฬมิงค์บนเรือล่าวาฬของญี่ปุ่น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของเอเอฟพีกล่าวว่า คำประกาศของรัฐบาลญี่ปุ่นเมื่อวันพุธที่ 26 ธันวาคม 2561 เกิดขึ้นภายหลังญี่ปุ่นพยายามชักจูงให้คณะกรรมการล่าวาฬระหว่างประเทศ (ไอดับเบิลยูซี) ยินยอมให้ญี่ปุ่นรื้อฟื้นการล่าวาฬเชิงพาณิชย์ ระหว่างการประชุมขององค์กรนี้เมื่อเดือนกันยายน แต่ล้มเหลว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โยชิฮิเดะ ซูกะ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีทำหน้าที่โฆษกรัฐบาลญี่ปุ่น กล่าวว่า ญี่ปุ่นจะแจ้งต่อไอดับเบิลยูซีถึงการตัดสินใจถอนตัวภายในวันสิ้นปีนี้ ซึ่งจะทำให้มีผลภายในวันที่ 30 มิถุนายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไอดับเบิลยูซีก่อตั้งในปี 2489 มีวัตถุประสงค์อนุรักษ์และจัดการประชากรวาฬและสัตว์ทะเลที่เลี้ยงลูกด้วยนม และได้ออกกฎระงับการล่าวาฬเชิงพาณิชย์มาตั้งแต่ปี 2529 การถอนตัวจากองค์กรนี้จะทำให้ญี่ปุ่นสามารถกลับมาล่าวาฬมิงค์และวาฬชนิดอื่นที่ได้รับการคุ้มครองโดยไอดับเบิลยูซี แต่ญี่ปุ่นก็จะไม่สามารถใช้ข้ออ้างการล่าวาฬเพื่อวิทยาศาสตร์ออกล่าวาฬในมหาสมุทรแอนตาร์ติกและที่อื่นๆ เหมือนที่ญี่ปุ่นเคยอาศัยช่องโหว่นี้ในอดีต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซูกะกล่าวว่า การล่าวาฬเพื่อการพาณิชย์ของญี่ปุ่นจะจำกัดขอบเขตภายในน่านน้ำอาณาเขตของญี่ปุ่นเท่านั้น จะไม่มีการไปล่าถึงแอนตาร์กติกหรือในซีกโลกทางใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ รัฐบาลญี่ปุ่นเคยขู่ว่าจะถอนตัวจากไอดับเบิลยูซี ซึ่งญี่ปุ่นเป็นผู้ให้ทุนรายใหญ่ที่สุดมาแล้วหลายครั้ง ญี่ปุ่นกับไอซ์แลนด์และนอร์เวย์ยังท้าทายกฎห้ามล่าวาฬเชิงพาณิชย์อย่างเปิดเผยด้วยการอาศัยข้ออ้างการล่าวาฬเพื่อ &amp;quot;การค้นคว้าวิจัยทางวิทยาศาสตร์&amp;quot; ฆ่าวาฬปีละหลายร้อยตัว และไม่เคยเก็บเป็นความลับว่าเนื้อวาฬที่ล่าได้นั้นจบลงบนโต๊ะอาหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่กล่าวกันว่า ยังไม่แจ้งชัดว่าเมื่อญี่ปุ่นรื้อฟื้นการล่าวาฬเชิงพาณิชย์แล้ว จะมีวาฬถูกจับปีละมากเท่าใด ฤดูการล่าวาฬครั้งที่แล้วญี่ปุ่นจับวาฬในแอนตาร์กติกและมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือเกือบ 600 ตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ วันที่ 1 ธันวาคม 2558 เรือล่าวาฬของญี่ป่นออกจากท่าเรือชิโมโนเซกิ ในจังหวัดยามางูจิ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านรัฐบาลออสเตรเลียซึ่งคัดค้านการล่าวาฬ กล่าวว่า ออสเตรเลีย &amp;quot;ผิดหวังอย่างที่สุด&amp;quot; และขอให้ญี่ปุ่นทบทวนการตัดสินใจ มาริส เพย์น รัฐมนตรีต่างประเทศ และเมลิสซา ไพรซ์ รัฐมนตรีสิ่งแวดล้อม กล่าวในแถลงการณ์ว่า ออสเตรเลียยังคงแน่วแน่คัดค้านการล่าวาฬทุกรูปแบบทั้งในเชิงพาณิชย์ และที่เรียกกันว่าการล่าวาฬเพื่อวิทยาศาสตร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วินสตัน ปีเตอร์ส รัฐมนตรีต่างประเทศของนิวซีแลนด์ ก็เรียกร้องเช่นกันให้ญี่ปุ่นเป็นสมาชิกไอดับเบิลยูซีต่อไป โดยกล่าวว่า การล่าวาฬนั้นล้าสมัยแล้ว และเป็นวิธีปฏิบัติที่ไม่จำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ญี่ปุ่นล่าวาฬเป็นอาหารมานานหลายร้อยปี เนื้อวาฬยังเป็นแหล่งโปรตีนหลักของญี่ปุ่นในช่วงปีแรกๆ หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ญี่ปุ่นเป็นฝ่ายพ่ายแพ้สงครามและฐานะยากจน กระนั้นช่วงหลายสิบปีมานี้ ความนิยมในการบริโภคเนื้อวาฬลดลงอย่างมาก คนญี่ปุ่นจำนวนมากกล่าวว่าพวกเขาแทบจะไม่ได้กินหรือไม่เคยกินเนื้อวาฬ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การล่าวาฬเป็นนโยบายต่างประเทศหนึ่งในไม่กี่ประเด็นที่ทำให้ญี่ปุ่นถูกวิจารณ์ในประชาคมระหว่างประเทศ แต่ฝ่ายอนุรักษนิยมในญี่ปุ่นยังคงยึดมั่นต่อประเพณีนี้ โดยอ้างว่าการล่าวาฬเป็นส่วนสำคัญในวัฒนธรรมประเพณีของประเทศ ซูกะกล่าวว่า การถอนตัวจากไอดับเบิลยูซีจะเปิดโอกาสให้ชาวประมงญี่ปุ่นสามารถส่งผ่านวัฒนธรรมการล่าวาฬสู่คนรุ่นต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25175</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการล่าวาฬระหว่างประเทศ, ญี่ปุ่น, ถอนตัว, ล่าวาฬ, ล่าวาฬเชิงพาณิชย์, ไอดับเบิลยูซี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181226/image_big_5c237f4fce708.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10422</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2018 20:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2018 20:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักอนุรักษ์ประณามญี่ปุ่น ฆ่าวาฬมิงค์ตั้งท้อง 122 ตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กลุ่มนักอนุรักษ์ประณามญี่ปุ่นที่การออกล่าวาฬในปีนี้ได้ฆ่าวาฬมิงค์ตั้งท้องไปถึง 122 ตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ภาพของกลุ่มต่อต้านการล่าวาฬ &amp;quot;ซีเชพเพิร์ด&amp;quot; เห็นซากวาฬมิงค์บนเรือล่าวาฬของญี่ปุ่น / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากรายงานที่เจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นส่งถึงคณะกรรมการล่าวาฬระหว่างประเทศ (ไอดับเบิลยูซี) เมื่อเดือนที่แล้ว ถึงจำนวนวาฬที่ฆ่าระหว่างการออกล่าวาฬประจำปี นาน 4 เดือน ในมหาสมุทรแอนตาร์กติก ซึ่งเสร็จสิ้นเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา กองเรือล่าวาฬญี่ปุ่นฆ่าวาฬมิงค์ไปทั้งสิ้น 333 ตัว โดยเป็นวาฬมิงค์ที่กำลังตั้งท้องถึง 122 ตัว นอกจากนี้ยังฆ่าวาฬอีกหลายสิบตัว ซึ่งเป็นวาฬที่ยังไม่โตเต็มวัย&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์กรฮิวเมน โซไซตี อินเตอร์เนชั่นแนล (เอชเอสไอ) ที่เป็นกลุ่มอนุรักษ์เคลื่อนไหวต่อต้านการทารุณสัตว์ แถลงเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 31 พฤษภาคม ประณามญี่ปุ่นที่ฆ่าวาฬมิงค์ตั้งท้องจำนวนมากขนาดนี้ โดยระบุว่า เป็นตัวเลขที่น่าช็อก และแสดงให้เห็นถึงความโหดร้ายป่าเถื่อนในการออกล่าวาฬของญี่ปุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อเลเซีย เวลบีเลิฟ ผู้จัดการโครงการอาวุโสของเอชเอสไอ กล่าวว่า แม้ญี่ปุ่นจะมีข้ออ้างเรื่องการล่าวาฬเพื่อการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ แต่จากจำนวนวาฬมิงค์ตั้งท้องที่ถูกฆ่ามากเช่นนี้ แสดงเห็นถึงความน่ารังเกียจและเป็นการล่าวาฬอย่างที่ไม่มีความจำเป็นของญี่ปุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านยูกิ โมริตะ เจ้าหน้าที่กรมประมงญี่ปุ่นที่รับผิดชอบเรื่องการล่าวาฬ ชี้แจงเรื่องนี้ว่า ญี่ปุ่นไม่ได้ตั้งใจที่จะจับวาฬที่ตั้งท้อง แต่เป็นการจับแบบสุ่ม ซึ่งคณะกรรมการวิทยาศาสตร์ของไอดับเบิลยูซีเองก็ยอมรับว่า จำนวนวาฬที่ญี่ปุ่นล่ายังอยู่ในระดับที่จำเป็นต่อการวิจัย ซึ่งไม่เกินกว่าระดับที่ต้องการอนุรักษ์วาฬเอาไว้ และการจับวาฬตั้งท้องได้มากครั้งนี้แสดงว่ามีประชากรวาฬโตเต็มวัยเพศเมียอยู่อีกมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อปี 2557 ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศมีคำสั่งให้ญี่ปุ่นหยุดการล่าวาฬในมหาสมุทรแอนตาร์กติก เนื่องจากเห็นว่าการล่าวาฬของญี่ปุ่นไม่ได้ทำเพื่อการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ปีถัดมาญี่ปุ่นจึงระงับการล่าวาฬ แต่ก็กลับมาล่าวาฬอีกครั้งในปี 2559 โดยฆ่าวาฬมิงค์ไปราว 300 ตัว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10422</URL_LINK>
                <HASHTAG>ญี่ปุ่น, นักอนุรักษ์, ล่าวาฬ, วาฬตั้งท้อง, วาฬมิงค์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180531/image_big_5b0ffc49289d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
